รีวิว (Review) OPPO F5
สมาร์ทโฟนกล้องหน้า A.I. Beauty สุดอัจฉริยะ พร้อมจอ Full Screen อัตราส่วน 18:9 ไซส์บิ๊ก 6 นิ้ว, ชิปเซ็ต Helio P23, RAM 4GB, ROM 32GB, กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล, ระบบจดจำใบหน้า, เซ็นเซอร์สแกนนิ้ว และแบตเตอรี่ 3200 mAh บนตัวเครื่อง Unibody สวยบางเฉียบ ในราคาไม่ถึงหมื่น!
Review
Date (15-พฤศจิกายน-2560)

สำหรับ OPPO F5 นั้นได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในบ้านเราไปเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 ซึ่งบอกได้เลยว่าทาง OPPO ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้ที่มาร่วมงาน รวมถึงท่านผู้ชมที่รับชมงานเปิดตัว OPPO F5 ผ่านการ Live สด! ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของกล้องถ่ายภาพด้านหน้าที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี A.I. Beauty เพื่อการถ่ายภาพเซลฟี่ที่ดูสวยเนียนสมจริงมากที่สุด, ดีไซน์ตัวเครื่องแบบ Unibody และคุณสมบัติตัวเครื่องที่เรียกได้ว่าจัดเต็มเพื่อตอบโจทย์การใช้งานได้ครบทุกรูปแบบ ในราคาที่ใครๆ ก็เป็นเจ้าของได้ และไม่เพียงเท่านั้น ทาง OPPO ยังเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์สุดหล่อคนใหม่อย่าง ณเดช คูกิมิยะ อีกด้วย
สำหรับจุดขายหลักของ OPPO F5 นั้นเป็นในเรื่องของกล้องถ่ายภาพ โดยเฉพาะกล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/2.0 และใช้งานเซ็นเซอร์รับภาพขนาด 1/2.8 นิ้ว พร้อมรองรับเทคโนโลยี A.I. Beauty ส่วนกล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ซึ่งมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/1.8 พร้อมไฟแฟลช LED
ซึ่งนอกจากกล้องถ่ายภาพแล้ว ทางด้านคุณสมบัติเด่นอื่นๆ ก็ถือเป็นจุดขายของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ตัวเครื่องใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ Unibody จึงทำให้ตัวเครื่องมีความเรียบหรูดูน่าใช้งาน, หน้าจอแสดงผลแบบ LTPS TFT Full Screen Display ความละเอียด 2160x1080 พิกเซล ขนาด 6 นิ้ว ในอัตราส่วน 18:9 พร้อมครอบทับด้วยกระจกขอบนูนแบบ 2.5D Gorilla Glass 5, รองรับฟังก์ชัน Split-Screen สำหรับแบ่งหน้าจอ เพื่อให้ใช้งานได้พร้อมกัน 2 แอปพลิเคชัน, รองรับการโคลนนิ่งแอปพลิเคชัน, รองรับฟังก์ชันการถนอมสายตา (Blue Light Filter), รองรับฟังก์ชัน Hold of distraction สำหรับเล่นเกม และสนทนาไปพร้อมๆ กัน, เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, ระบบสแกนใบหน้า (Facial Unlock), ถาดซิมการ์ดแบบ Triple-Slot Tray ซึ่งเป็น 3 ช่องอิสระ ที่สามารถใส่ซิมการ์ดที่ 1, ซิมการ์ดที่ 2 และการ์ดหน่วยความจำภายนอกได้พร้อมๆ กัน, รองรับระบบเสียงแบบ Dirac และแบตเตอรี่ขนาด 3200 mAh

ในส่วนของคุณสมบัติการประมวลผล ก็เรียกได้ว่าจัดเต็มไม่แพ้สมาร์ทโฟนแบรนด์คู่แข่งเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น ชิปเซ็ต Octa-Core MediaTek Helio P23 ความเร็วในการประมวลผล 2.5 GHz, หน่วยประมวลผลภาพกราฟิกแบบ Mali-G71, หน่วยความจำภายในขนาด 32 GB, หน่วยความจำแรม ขนาด 4 GB และขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ ColorOS 3.2 (มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat)
โดย OPPO F5 เปิดตัวมาในราคาเพียง 9,990 บาท เท่านั้น! ซึ่งจากข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า OPPO F5 นั้นมีความน่าสนใจอยู่หลายส่วนเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของการออกแบบดีไซน์ที่มีความสวยหรู พร้อมหน้าจอแสดงผลไซส์ยักษ์ 6.0 นิ้ว, กล้องถ่ายภาพคมชัดทั้งด้านหน้า-ด้านหลัง พร้อมรองรับเทคโนโลยี A.I. Beauty และฟีเจอร์การใช้งานที่จัดเต็ม ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร, การออกแบบดีไซน์ตัวเครื่องจะสวยงามขนาดไหน กล้องถ่ายภาพได้สวยคมชัดสมคำร่ำลือหรือไม่ และฟีเจอร์ต่างๆ จะตอบสนองต่อการใช้งานได้ดีเพียงใด ขอเชิญทุกท่านไปชมรีวิว OPPO F5 พร้อมกันได้เลยครับ
รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

OPPO F5 มาในแพ็กเกจสีขาวที่ดูสะอาดตา

ซึ่งด้านหลังกล่องได้มีการระบุคุณสมบัติตัวเครื่องแบบคร่าวๆ เอาไว้ เช่น มาพร้อมกับระบบ A.I. Beauty, หน้าจอแบบ Full Screen ความละเอียดระดับ Full HD+ ขนาด 6 นิ้ว และมีระบบป้องกันแบบ Facial Unlock

และเมื่อเปิดแพ็กเกจออกมาก็จะเจอกับพระเอกอย่าง OPPO F5 เป็นอันดับแรก ซึ่ง OPPO F5 นั้นมีหน้าจอแสดงผลแบบ LTPS TFT Full Screen Display ความละเอียดระดับ 2160x1080 พิกเซล ขนาด 6 นิ้ว ในอัตราส่วน 18:9 พร้อมครอบทับด้วยกระจกหน้าจอแบบ 2.5D Gorilla Glass 5 โดยมีขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 156.5x76x7.5 มิลลิเมตร กับน้ำหนัก 152 กรัม

ด้วยการที่ OPPO F5 นั้นใช้หน้าจอแบบไร้ขอบแบบ LTPS TFT Full Screen Display ซึ่งทำให้มีสัดส่วนของหน้าจอมากถึง 84.2% จึงทำให้ผู้สามารถรับชมคอนเทนท์ต่างๆ ได้เต็มอรรถรสมากขึ้นกว่าเดิม

และภายในแพ็กเกจก็มีอุปกรณ์พื้นฐานมาให้ใช้งานอย่างครบครัน เริ่มตั้งแต่ Adapter, หูฟังแบบมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร, สายเชื่อมต่อแบบ microUSB, คู่มือการใช้งาน, ใบรับประกัน, เคสใส และ SIM Door Key

ตัวอย่างภาพเคสใส

ซึ่งเครื่องที่ทางทีมงานของเราได้มานั้นจะเป็นเครื่องสีดำ ซึ่งมาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 3200 mAh ส่วนหน้าจอของ OPPO F5 นั้นจะเป็นแบบ LTPS TFT Full Screen Display ความละเอียด 2160x1080 พิกเซล ขนาด 6 นิ้ว ในอัตราส่วน 18:9 พร้อมครอบทับด้วยกระจกขอบนูนแบบ 2.5D Gorilla Glass 5 โดยมีขนาดของตัวเครื่องอยู่ที่ 156.5x76x7.5 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 152 กรัม

สำหรับด้านหน้าส่วนบนจะมาพร้อมกับกล้องด้านหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/2.0 และใช้งานเซ็นเซอร์รับภาพขนาด 1/2.8 นิ้ว พร้อมรองรับเทคโนโลยี A.I. Beauty, ลำโพงสำหรับการสนทนา, เซ็นเซอร์ Accelerometer ที่ช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้ และเซ็นเซอร์ Proximity สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน

ด้านหน้าส่วนล่างจะมาพร้อมกับปุ่มการสั่งงานแบบ On Screen ซึ่งประกอบไปด้วย ปุ่ม Recent Apps, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ

ด้านบนของตัวเครื่องมีไมโครโฟนตัวที่สอง สำหรับตัดเสียงรบกวนขณะบันทึกเสียง หรือบันทึกวิดีโอ

ด้านล่างของตัวเครื่องมีลำโพงเสียงภายนอก, ช่องเชื่อมต่อกับสาย microUSB สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ หรือโอนถ่ายข้อมูล และไมโครโฟน

ด้านขวาของตัวเครื่องมีปุ่มเปิด-ปิด เครื่อง และถาดใส่ซิมการ์ด

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีปุ่มเพิ่ม-ลด ระดับเสียง

ซึ่งถาดใส่ซิมการ์ดของ OPPO F5 นั้นเป็นแบบ Triple-Slot Tray ซึ่งเป็น 3 ช่องอิสระ ที่สามารถใส่ซิมการ์ดที่ 1, ซิมการ์ดที่ 2 และการ์ดหน่วยความจำภายนอกได้พร้อมๆ กัน


ด้านหลังของตัวเครื่องมีกล้องดิจิทัล 16 ล้านพิกเซล ซึ่งมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/1.8 พร้อมไฟแฟลช LED และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner) สำหรับตัวเครื่องของ OPPO F5 นั้นใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ Unibody คือ การขึ้นรูปด้วยวัสดุชิ้นเดียวกัน จึงทำให้ตัวเครื่องของ OPPO F5 นั้นมีความเรียบหรูดูน่าใช้งานเป็นอย่างมาก อีกทั้งด้านหลังยังเป็นพื้นผิวแบบด้าน ซึ่งสามารถจับ หรือถือใช้งานได้ถนัดมือ และเกิดคราบเปื้อน หรือรอยนิ้วมือได้ยากอีกด้วย
เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่างๆ
 
OPPO F5 ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ ColorOS 3.2 (มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat) พร้องรองรับการใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด และรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ 4G LTE กับ 3G ได้
 
OPPO F5 มีหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4 GB พร้อมด้วยหน่วยความจำภายในขนาด 32 GB
 
 
อีกทั้งยังมีฟังก์ชันการแจ้งเตือนต่างๆ และสามารถเปิดใช้งานฟังก์ชันลัดได้หลากหลาย เช่น การเปิดใช้งานอินเทอร์เน็ต หรือฟังก์ชันการถนอมสายตา (Blue Light Filter)
 
ทางด้านบริการต่างๆ จากทาง Google ก็มีให้ใช้งานอย่างครบครัน
 
 
นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถปรับแต่งหน้าจอโฮมสกรีนได้ ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนธีม, การเปลี่ยนภาพวอลเปเปอร์, การนำวิดเจ็ตที่ต้องการใช้งานมาไว้ที่หน้าจอโฮมสกรีน และการเปลี่ยนเอฟเฟกต์ปลดล็อกหน้า

OPPO F5 ยังรองรับการเปิดให้แสดงภาพพื้นหลัง และแมกกาซีน ขณะอยู่บนหน้า Lockscreen
 
ในส่วนของฟังก์ชันโทรศัพท์นั้นก็มีหน้าตาที่สามารถใช้งานได้ง่ายเหมือนเช่นเคย อีกทั้งยังมีปุ่มตัวเลขขนาดใหญ่ช่วยให้กดหมายเลขที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ และสามารถเข้าดูรายชื่อทั้งหมดได้ทันที
 
และยังมาพร้อมกับแอปพลิเคชัน "ศูนย์รักษาความปลอดภัย" ที่สามารถตั้งค่าความเป็นส่วนตัวต่างๆ ได้ โดยผู้ใช้สามารถเคลียร์ข้อมูลขยะที่ไม่ได้ใช้ เพื่อให้มีพื้นที่เก็บบันทึกข้อมูลเพิ่มมากขึ้น, การสแกนไวรัส หรือการกำหนดสิทธิ์เข้าใช้งาน
 
ทางด้านเว็บเบราว์เซอร์ก็ตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างไหลลื่น และสามารถแสดงรายละเอียดต่างๆ ได้ครบถ้วน
 
สำหรับอัลบั้มภาพถ่ายนั้นสามารถแสดงภาพต่างๆ ได้ 2 แบบ คือ แบบรวมภาพถ่ายทั้งหมด กับแสดงแบบแยกอัลบั้ม

มีแอปพลิเคชันสำหรับจัดการกับไฟล์ภายในเครื่อง
 
ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ใช้งานยังสามารถตั้งค่าในส่วนของเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือได้ พร้อมทั้งรองรับการลงทะเบียนได้หลายลายนิ้วมือภายในเครื่องเดียวกัน หรือเลือกใช้กับการปลดล็อกเครื่อง, การเข้ารหัสแอปพลิเคชัน และการปกป้องไฟล์ ซึ่งจากการทดสอบตัวเซ็นเซอร์ก็สามารถปลดล็อกหน้าจอได้อย่างรวดเร็วทันใจ

และที่พิเศษไปกว่านั้น OPPO F5 ยังรองรับระบบสแกนใบหน้า (Facial Unlock) โดยตัวฟังก์ชันจะทำการสแกนใบหน้าหลายจุด เพื่อเก็บรายละเอียดใบหน้าของผู้ใช้ ซึ่งมีประโยชน์ในการป้องกันผู้อื่นแอบอ้างเองภาพถ่ายของผู้ใช้มาทำการปลดล็อกเครื่อง เรียกได้ว่า ช่วยเพิ่มความปลอดภัยอีกหนึ่งขั้นเลยทีเดียว


อีกหนึ่งฟังก์ชันที่มาพร้อมกับ OPPO F5 คือ ฟังก์ชัน Hold of distraction (ห้ามรบกวน) เมื่อมีสายเรียกเข้าผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะรับสายหรือไม่ ถ้าหากกดรับสาย ตัวฟังก์ชันก็จะเปิดลำโพงเสียงภายนอกให้ทันทีเพื่อสนทนากับอีกฝ่าย โดยที่หน้าจอไม่สลับไปเป็นฟังก์ชันโทรศัพท์ ซึ่งผู้ใช้ก็ยังสามารถเล่นเกมต่อได้ และสนทนาไปพร้อมๆ กัน
 
นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชัน Split-Screen สำหรับแบ่งหน้าจอ เพื่อให้ใช้งานได้พร้อมกัน 2 แอปพลิเคชัน ส่วนทางด้านโคลนนิ่งแอปพลิเคชันก็สามารถใช้งานได้บน OPPO F5 ด้วยเช่นกัน ซึ่งผู้ใช้สามารถโคลนนิ่งแอปพลิเคชันไลน์ หรือ WhatsApp นั้นหมายว่าความว่าผู้ใช้สามารถล็อกอินเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน Line ได้ พร้อมๆ กัน ถึง 2 แอคเคานท์
 
OPPO F5 ยังรองรับการสั่งงานด้วยท่าทางได้ ไม่ว่าจะเป็น เช่น เคาะที่หน้าจอแสดงผล 2 ครั้ง เพื่อปลุกการทำงานของเครื่อง, วาดตัว V เพื่อเปิดไฟฉาย และสามารถกำหนดรูปแบบการลากนิ้วแบบอื่นๆ เข้ากับการสั่งงานต่างๆ เพิ่มเติมได้เองอีกมากมาย
 
สามารถ เปิด-ปิด การสั่งงานด้วยนิ้วมือได้อีกหลายแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การใช้ 3 นิ้วเลื่อนขึ้น หรือลง เพื่อจับภาพหน้าจอ และการเปิดโหมดการใช้งานมือเดียวด้วยการใช้นิ้วเลื่อนจากมุมขวาล่าง หรือซ้ายล่าง ของหน้าจอ นอกจากนี้ ยังมีโหมดการโทรอัจฉริยะให้ใช้งานอีกด้วย
 
ทางด้านแอปพลิเคชันสำหรับฟังเพลงก็มีให้ใช้งานบน OPPO F5 ด้วยเช่นกัน และสามารถเปิดใช้งานระบบเสียง Dirac ได้ โดยผู้ใช้สามารถสามารถปรับรูปแบบอีควอไลเซอร์ได้หลากหลาย เช่น Pop หรือ Jazz (ระบบเสียง Dirac จะต้องใช้งานร่วมกับหูฟังเท่านั้น)


และยังสามารถเปิดเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดระดับ Full HD (1080p) ได้อย่างไหลลื่น และสามารถแสดงผลภาพได้เต็มความละเอียดของไฟล์วิดีโออีกด้วย
 
สำหรับ OPPO F5 มาพร้อมกับ ชิปเซ็ต Octa-Core MediaTek Helio P23 ความเร็วในการประมวลผล 2.5 GHz, หน่วยประมวลผลภาพกราฟิกแบบ Mali-G71, หน่วยความจำภายในขนาด 32 GB, หน่วยความจำแรม ขนาด 4 GB และขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ ColorOS 3.2 (มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat)



ซึ่งจากการทดสอบด้วยการเล่นเกมที่มีกราฟิกแบบสามมิติ ก็พบว่า OPPO F5 นั้นสามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างไหลลื่น โดยไม่มีอาการหน่วง หรืออาการสะสมความร้อนที่ตัวเครื่องให้พบเจอ

และเมื่อนำ OPPO F5 มาทดสอบผ่านแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark พบว่าได้คะแนนอยู่ที่ 63671 คะแนน

OPPO F5 สามารถรองรับการสัมผัสได้สูงสุด 10 จุด
 
และสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันอื่นๆ ได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน Google Play Store
กล้องดิจิทัล ถ่ายภาพนิ่ง และถ่ายภาพวิดีโอ
 
 
 
สำหรับ Interface กล้องถ่ายภาพด้านหลังบน OPPO F5 ก็มีหน้าตาที่สามารถใช้งานได้ง่าย พร้อมแสดงไอคอนฟังก์ชันไว้ให้เลือกใช้งานได้ทันที ได้แก่ ไฟแฟลช LED, ฟังก์ชัน HDR, การตั้งเวลาเพื่อถ่ายภาพ และการเลือกสัดส่วนของภาพถ่าย และมีโหมดถ่ายภาพให้เลือกใช้งานหลากหลาย เช่น โหมดถ่ายภาพปกติ, โหมดถ่ายภาพพาโนราม่า และโหมดถ่ายภาพโปร
 
สำหรับโหมดถ่ายภาพโปรนั้นสามารถปรับค่าเพื่อถ่ายได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ไวท์บาลานซ์, การชดเชยแสง, ISO หรือความเร็วชัตเตอร์ นอกจากนี้ ยังมีโหมดถ่ายภาพหน้าสวยให้ใช้งานอีกด้วย ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกปรับค่าผิวเนียนได้มากถึง 6 ระดับ
 
และมีเอฟเฟกต์สำหรับถ่ายภาพให้เลือกใช้งานหลากหลายรูปแบบ
 

นอกจากนี้ ยังสามารถถ่ายวิดีโอได้สูงสุดที่ความละเอียดระดับ Full HD (1080p) และมีโหมดถ่ายวิดีโอ Time-Lapse ให้ใช้งานด้วยเช่นกัน และที่พิเศษไปกว่านั้น คือ ในขณะที่ถ่ายวิดีโอผู้ใช้สามารถปรับค่าผิวเนียนได้
 
 
ทางด้านกล้องดิจิทัลด้านหน้าก็มี Interface ที่สามารถใช้งานได้ง่ายเช่นเดียวกับกล้องดิจิทัลด้านหลัง พร้อมแสดงไอคอนฟังก์ชันไว้ให้เลือกใช้งานได้ทันที ได้แก่ ไฟแฟลช LED, ฟังก์ชัน HDR, ฟังก์ชัน Bokeh, การตั้งเวลาเพื่อถ่ายภาพ และการเลือกสัดส่วนของภาพถ่าย และมีโหมดถ่ายภาพให้เลือกใช้งานหลากหลาย เช่น โหมดถ่ายภาพปกติ, โหมดถ่ายภาพพาโนราม่า และโหมดถ่ายภาพโปร
 

สำหรับโหมดถ่ายภาพหน้าสวย (A.I. Beauty) นั้นสามารถเลือกปรับค่าผิวเนียนได้มากถึง 6 ระดับ โดยเทคโนโลยี A.I. Beauty บน OPPO F5 ถูกพัฒนาขึ้นมาภายใต้แนวคิด "Capture the real you" หรือการถ่ายภาพที่สวยงามในแบบที่เป็นคุณมากที่สุด โดย A.I. Beauty คือการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาพัฒนารวมกับซอฟต์แวร์ Beauty ของ OPPO ที่ขึ้นชื่อในเรื่องการถ่ายภาพได้อย่างเป็นธรรมชาติ รวมไปถึงระบบที่สามารถจำแนกใบหน้าของแต่ละบุคคลได้ จึงทำให้สามารถเรียนรู้การปรับแต่งแต่ละใบหน้าโดยเฉพาะ เช่น หากผู้ใช้ถ่ายภาพเซลฟี่บ่อยๆ ตัวระบบก็จะเรียนรู้ว่าใบหน้านี้ควรตกแต่งแบบไหนอย่างไร หรือหากเป็นใบหน้าของผู้ชาย ตัวระบบจะเปลี่ยนการปรับแต่งใบหน้าให้อยู่ในรูปแบบของเพศชายโดยเฉพาะ ไม่ใช้การปรับแต่งใบหน้าของเพศชายด้วยวิธีการเดียวกับของผู้หญิง จึงมั่นใจได้ว่าเทคโนโลยี A.I. Beauty จะช่วยให้ใบหน้าของคุณผู้ชายหล่อคมเข้ม ไม่ใช่แนวสวยหวานอีกต่อไป เปรียบเสมือนช่างแต่งหน้าประจำตัวที่ศึกษาใบหน้าของเรามาเป็นอย่างดีแล้วว่า เรามีจุดเด่นจุดด้อยตรงไหน และจะดึงความสวยงามบนใบหน้าของเราออกมาอย่างไรให้มีความสวยงาม และเป็นธรรมชาติในเวลาเดียวกัน


สำหรับการทำงานของเทคโนโลยี A.I. Beauty นั้น ตัวกล้องจะทำการสแกนและมาร์คจุดลงบนใบหน้าของตัวแบบมากกว่า 200 จุด เพื่อวิเคราะห์รูปแบบโครงหน้าว่าเป็นอย่างไร จากนั้นจึงแบ่งพื้นที่บนใบหน้าออกเป็น 15 โซน แล้วประมวลผลร่วมกับสภาพแสงในขณะนั้นว่าควรต้องมีการตกแต่งเพิ่มเติมอย่างไร เช่น การคอนทัวร์ (Contour) หรือการเติมไฮไลท์ (Highlight) เป็นต้น และที่สำคัญก็คือ การปรับแต่งทั้งหมดนี้จะแตกต่างกันออกไป เพราะเทคโนโลยี A.I. Beauty จะปรับตั้งค่าให้เหมาะสมกับใบหน้าแต่ละแบบ แต่ละสถานการณ์ ไม่ว่าจะคุณจะมี สีผิว, อายุ หรือเพศ แบบไหนก็ตาม โดยคงความเป็นธรรมชาติ และเอกลักษณ์ของตัวแบบไว้ให้มากที่สุด
 
ทางด้านเอฟเฟกต์ก็มีให้ใช้งานด้วยเช่นกัน
 
นอกจากนี้ ยังสามารถถ่ายวิดีโอได้สูงสุดที่ความละเอียดระดับ Full HD (1080p) ซึ่งอีกหนึ่งความพิเศษสำหรับโหมดถ่ายภาพวิดีโอบน OPPO F5 คือ สามารถปรับค่าผิวเนียนขณะบันทึกวิดีโอได้ และมีโหมดถ่ายวิดีโอ Time-Lapse ให้ใช้งาน และที่พิเศษไปกว่านั้น คือ ในขณะที่ถ่ายวิดีโอผู้ใช้สามารถปรับค่าผิวเนียนได้
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่องความละเอียดระดับ 16 ล้านพิกเซล ของ OPPO F5

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวย พร้อมปรับค่าผิวเนียนระดับ 3

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวย พร้อมปรับค่าผิวเนียนระดับ 6
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ผ่านโหมดถ่ายภาพหน้าสวย (A.I. Beauty) ของ OPPO F5
 
ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ
 
ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวย (A.I. Beauty) พร้อมปรับค่าแบบอัตโนมัติ
 
ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวย พร้อมปรับค่าผิวเนียนระดับ 3
 
ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวย (A.I. Beauty) พร้อมปรับค่าระดับ 6
 
ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ
 
ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวย (A.I. Beauty) พร้อมปรับค่าแบบอัตโนมัติ
 
ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวย (A.I. Beauty) พร้อมปรับค่าระดับ 3
 
ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวย (A.I. Beauty) พร้อมปรับค่าระดับ 6
 
ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวย (A.I. Beauty) พร้อมเปิดใช้งานฟังก์ชันหน้าชัดหลังเบลอ (Bokeh) และปรับค่าผิวเนียนแบบอัตโนมัติ
 
ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวย (A.I. Beauty) พร้อมเปิดใช้งานฟังก์ชันหน้าชัดหลังเบลอ (Bokeh) และปรับค่าผิวเนียนระดับ 3
 
ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวย (A.I. Beauty) พร้อมเปิดใช้งานฟังก์ชันหน้าชัดหลังเบลอ (Bokeh) และปรับค่าผิวเนียนระดับ 6
สรุปผลการทดสอบของ OPPO F5

จบลงไปแล้วนะครับ สำหรับการรีวิวยอดสมาร์ทโฟนเพื่อคนรักการถ่ายภาพเซลฟี่ใหม่ล่าสุดอย่าง OPPO F5 ซึ่งการที่ได้ทดสอบต่างๆ เป็นระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ ก็พอที่จะสรุปได้ว่า OPPO F5 ถือเป็นสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่นที่มีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการออกแบบดีไซน์, กล้องถ่ายภาพ และคุณสมบัติตัวเครื่องที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้อย่างไหลลื่น อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ให้ใช้งานอย่างครบครันในราคาไม่เกินหมื่น ที่ใครๆ ก็สามารถเป็นเจ้าของได้
และแน่นอนว่าในเรื่องของกล้องถ่ายภาพนั้นถือเป็นจุดขายสำคัญที่สุดของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะกล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/2.0 และใช้งานเซ็นเซอร์รับภาพขนาด 1/2.8 นิ้ว พร้อมรองรับเทคโนโลยี A.I. Beauty ที่สามารถตอบโจทย์ในเรื่องของการถ่ายภาพเซลฟี่ออกมาได้ดูสมจริงเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยตัวกล้องจะทำการสแกนและมาร์คจุดลงบนใบหน้าของตัวแบบมากกว่า 200 จุด เพื่อวิเคราะห์รูปแบบโครงหน้าว่าเป็นอย่างไร จากนั้นจึงแบ่งพื้นที่บนใบหน้าออกเป็น 15 โซน แล้วประมวลผลร่วมกับสภาพแสงในขณะนั้นว่าควรต้องมีการตกแต่งเพิ่มเติมอย่างไร เช่น การคอนทัวร์ (Contour) หรือการเติมไฮไลท์ (Highlight) เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่ออกมาดูสมจริงมากที่สุด เรียกได้ว่า เทคโนโลยี A.I. Beauty บน OPPO F5 นั้นพัฒนามาเพื่อคนรักการถ่ายภาพเซลฟี่ได้ดีเป็นอย่างมากเลยทีเดียว
ส่วนกล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ซึ่งมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/1.8 พร้อมไฟแฟลช LED ก็สามารถตอบโจทย์ด้านการถ่ายภาพได้ดีไม่แพ้กัน อีกทั้งยังมีโหมดถ่ายภาพให้เลือกใช้งานหลากหลาย ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพได้หลากหลายมากขึ้นอีกด้วย
ซึ่งนอกจากจะมีความโดดเด่นในเรื่องของการถ่ายภาพแล้ว ทางด้านการออกแบบดีไซน์ก็ถือเป็นอีกหนึ่งจุดขายของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ด้วยเช่นกัน โดยตัวเครื่องของ OPPO F5 นั้นใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ Unibody จึงช่วยทำให้ตัวเครื่องมีความสวยงามลงตัวดูน่าใช้งาน อีกทั้งฝาหลัง และมุมตัวเครื่องทั้งมี่ด้านนั้นมีความโค้งมน ประกอบกับความบางเฉียบเพียง 7.5 มิลลิเมตร เรียกได้ว่า ผู้ใช้สามารถจับ หรือถือใช้งาน ได้อย่างคล่องตัวในทุกสถานการณ์

ทางด้านคุณสมบัติเด่นอื่นๆ ก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อกับราคาค่าตัว เริ่มตั้งแต่ หน้าจอแสดงผลแบบ LTPS TFT Full Screen Display ความละเอียด 2160x1080 พิกเซล ขนาด 6 นิ้ว ในอัตราส่วน 18:9 พร้อมครอบทับด้วยกระจกขอบนูนแบบ 2.5D Gorilla Glass 5, รองรับฟังก์ชัน Split-Screen สำหรับแบ่งหน้าจอ เพื่อให้ใช้งานได้พร้อมกัน 2 แอปพลิเคชัน, รองรับการโคลนนิ่งแอปพลิเคชัน, รองรับฟังก์ชันการถนอมสายตา (Blue Light Filter), รองรับฟังก์ชัน Hold of distraction สำหรับเล่นเกม และสนทนาไปพร้อมๆ กัน, เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, ระบบสแกนใบหน้า (Facial Unlock), ถาดซิมการ์ดแบบ Triple-Slot Tray ซึ่งเป็น 3 ช่องอิสระ ที่สามารถใส่ซิมการ์ดที่ 1, ซิมการ์ดที่ 2 และการ์ดหน่วยความจำภายนอกได้พร้อมๆ กัน, รองรับระบบเสียงแบบ Dirac และแบตเตอรี่ขนาด 3200 mAh
สำหรับคุณสมบัติด้านการประมวลผลนั้นจัดอยู่ในระดับกลาง แต่ก็ตอบโจทย์ต่อใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น Octa-Core MediaTek Helio P23 ความเร็วในการประมวลผล 2.5 GHz, หน่วยประมวลผลภาพกราฟิกแบบ Mali-G71, หน่วยความจำภายในขนาด 32 GB, หน่วยความจำแรม ขนาด 4 GB และขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ ColorOS 3.2 (มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat) ซึ่งจากทดสอบทั้งการเล่นเกมที่มีการฟิกแบบสามมิติ หรือชมภาพยนตร์ความละเอียดสูงระดับ Full HD (1080p) OPPO F5 ก็ตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างไหลลื่นโดยไม่มีอาการหน่วง หรือกระตุกให้พบเจอ อีกทั้งยังไม่มีการสะสมความร้อนที่ตัวเครื่องอีกด้วย
และจากการทดสอบทั้งหมดที่ผ่านมาก็พอที่จะสรุปได้ว่า OPPO F5 น่าจะเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพเซลฟี่ ที่มาพร้อมดีไซน์เรียบหรูดูน่าใช้งาน, และมีฟังก์ชันที่ตอบสนองการใช้งานได้อย่างครบครัน ในราคาไม่ถึงหมื่น ซึ่ง OPPO F5 ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม
โดย OPPO F5 เคาะราคาวางจำหน่ายในประเทศไทยที่ 9,990 บาท เท่านั้น! สำหรับท่านใดที่สนใจก็สามารถไปหาซื้อได้ที่ OPPO Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทุกสาขาทั่วประเทศ สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง OPPO ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง OPPO F5 มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ
จุดเด่นของ OPPO F5
- ตัวเครื่องใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ Unibody และมีความบางเฉียบเพียง 7.5 มิลลิเมตร
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor) ที่ด้านหลัง และระบบจดจำใบหน้า (Facial Unlock) สำหรับตรวจสอบสิทธิ์ของการเข้าใช้งานเครื่อง และการเข้าถึงข้อมูลภายใน
- จอแสดงผลแบบ LTPS TFT Full Screen Display Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 2160x1080 พิกเซล ขนาด 6 นิ้ว ในอัตราส่วน พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟิกโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Mali-G71
- รองรับฟังก์ชันถนอมสายตาด้วยการลดแสงสีฟ้า
- รองรับการสั่งงานด้วยท่าทาง
- รองรับฟังก์ชัน Split-Screen สำหรับแบ่งหน้าจอ เพื่อให้ใช้งานได้พร้อมกัน 2 แอปพลิเคชัน
- รองรับฟังก์ชัน Hold of distraction สำหรับเล่นเกม และสนทนาไปพร้อมๆ กัน
- ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core MediaTek Helio P23 ความเร็วในการประมวลผล 2.5 GHz
- ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ ColorOS 3.2 (มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash)
- หน่วยความจำ RAM ขนาด 4 GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ซึ่งมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/1.8 พร้อมไฟแฟลช LED และรองรับการถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD (1080p)
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด20 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/2.0 และใช้งานเซ็นเซอร์รับภาพขนาด 1/2.8 นิ้ว พร้อมรองรับเทคโนโลยี A.I. Beauty, รองรับฟังก์ชันโบเก้ และรองรับการถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD (1080p)
- ถาดสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ Triple-Slot Tray ซึ่งเป็น 3 ช่องอิสระ ที่สามารถใส่ซิมการ์ดที่ 1, ซิมการ์ดที่ 2 และการ์ดหน่วยความจำภายนอกได้พร้อมๆ กัน
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ 4G LTE, 3G, WiFi, EDGE และ GPRS
- ระบบ GPS+A-GPS ในตัว (Global Positioning System : ระบบดาวเทียมนำร่อง)
- รองรับระบบเสียง Dirac (ผู้ใช้จะต้องเชื่อมต่อกับหูฟังเสียก่อนถึงจะสามารถเปิดใช้งานระบบเสียงได้)
- ชนิดแบตเตอรี่แบบ Li-Ion ขนาด 3200 mAh
- ราคา 9,990 บาท
จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ OPPO F5
- วัสดุที่ใช้ผลิตตัวเครื่องไม่ใช่โลหะ
- ไม่มีระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง
- เนื่องจากเป็นดีไซน์แบบ Unibody ที่ไม่มีฝาหลัง จึงไม่สามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่เองได้
โปรดทราบ
* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางศูนย์ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *
สรุปคุณสมบัติเครื่อง
ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติโดยละเอียดของ OPPO F5 ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ OPPO F5
title="Sony Xperia ZL Specification">

:: ไปหน้าแรกเว็บไซต์ Thaimobilecenter
| ไปหน้าแรก
Mobile Focus ::
|