รีวิว (Review) Moto Z Play
สมาร์ทโฟน Moto Mods ที่อัปเกรดฟีเจอร์ได้ดั่งใจ พร้อมกล้อง Laser Autofocus 16 ล้านพิกเซล ผสานไฟแฟลชกล้องหน้า, จอ Super AMOLED Full HD ไซส์บิ๊ก 5.5 นิ้ว, ชิปเซ็ต Snapdragon 625, ROM 32 GB, RAM 3 GB และเซ็นเซอร์สแกนนิ้ว บนบนดี้ Metal-Glass ที่ไม่กลัวน้ำ ในราคา 15,900 บาท
Review
Date (21-ตุลาคม-2559)

สำหรับสมาร์ทโฟนเรือธง Moto Mods ดีไซน์สวยหรูใหม่ล่าสุดจากตระกูล Z-Series อย่าง Moto Z Play ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อวานที่ 13 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยเปิดตัวพร้อมกับสมาร์ทโฟนเรือธงตัวท็อปอย่าง Moto Z นั่นเอง พร้อมทำการประกาศราคาอย่างเป็นทางการในเวลาเดียวกันอีกด้วย สำหรับ Moto Z Play เปิดราคาออกมาที่ 15,900 บาท ส่วน Moto Z เปิดราคาออกมาที่ 23,900 บาท นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวอุปกรณ์เสริม Moto Mods รวม 5 รายการ ได้แก่ Hasselblade True Zoom, Moto Insta-Share Projector, JBL SoundBoost Speaker, Incipio offGrid และ Style Shell ซึ่งนวัตกรรม Moto Mods นี้นับเป็นจุดขายสำคัญที่สุดของ Moto Z Play เพราะผู้ใช้งานสามารถเลือกอัปเกรดฟีเจอร์ให้ไฮเอนด์ครบเครื่องมากขึ้น ด้วยอุปกรณ์เสริมทั้ง 5 ชนิดดังกล่าว ได้ตามที่ต้องการ
นอกจากจุดขายสำคัญอย่าง Moto Mods แล้ว ฟีเจอร์อื่นๆ ของ Moto Z Play ก็นับว่ามีความน่าสนใจไม่แพ้กันกัน เริ่มตั้งแต่ แบตเตอรี่ขนาด 3510 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง TurboPower charging ซึ่งชาร์จ 15 นาที สามารถใช้งานได้นานถึง 8 ชั่วโมง, กล้องดิจิทัลด้านหลัง 16 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสงขนาด F/2.0, ระบบ Laser Autofocus ซึ่งรองรับการซูมภาพได้ 4 ระดับ (4X Digital Zoom), ระบบการโฟกัสภาพแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus) พร้อมไฟแฟลชแบบคู่ (Dual-LED), กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้าง 85 องศา ที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 พร้อมไฟแฟลช LED, หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ความละเอียด 1920x1080 พิกเซล ขนาด 5.5 นิ้ว, ไมโครโฟน 3 ตัว สำหรับบันทึกเสียงการประชุม หรือบันทึกเสียงการสัมภาษณ์ต่างๆ
ในส่วนของการออกแบบดีไซน์ก็ถือเป็นอีกหนึ่งจุดขายสำคัญของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งขอบตัวเครื่องที่ผลิตจากอะลูมิเนียม ผสานกับกระจกที่ด้านหลัง ซึ่งมีความบางเฉียบเพียง 6.99 มิลลิเมตร เท่านั้น และที่พิเศษไปกว่านั้น คือ ตัวเครื่องยังได้รับการเคลือบสารกันน้ำด้วยเทคโนโลยี Water Repellent Nano-Coating ซึ่งช่วยป้องกันน้ำหยด, ละอองน้ำ, น้ำกระเซ็น, ฝนตกปรอยๆ หรือน้ำหก ได้ในระดับหนึ่งอีกด้วย
ทางด้านคุณสมบัติเด่นอื่นๆ ก็ถือว่าครบเครื่อง เรื่องการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น ชิปเซ็ต Octa-Core Qualcomm Snapdragon 625 ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผล 2.0 GHz, หน่วยประมวลผลกราฟิกแบบ Adreno 506, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 3 GB, หน่วยความภายในขนาด 32 GB, รองรับการสั่งงานด้วยท่าทาง, รองรับการใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด พร้อมรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ 4G LTE กับ 3G ได้ และขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชัน 6.0.1 Marshmallow
จากข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า Moto Z Play ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่มีจุดน่าสนใจอยู่หลายส่วน ทั้งในเรื่องของการออกแบบดีไซน์ และคุณสมบัติตัวเครื่อง ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร, การออกแบบดีไซน์ตัวเครื่องจะสวยงามขนาดไหน, กล้องดิจิทัลจะถ่ายภาพได้คมชัดเพียงใด และมีฟีเจอร์อะไรให้ใช้งานกันบ้าง ขอเชิญทุกท่านไปชมรีวิว Moto Z Play พร้อมกันได้เลยครับ
สรุปคุณสมบัติโดยรวมของ Moto Z Play

- ตัวเครื่องมีขนาด 156.4x76.4x6.99 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 165 กรัม
- หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1080p (1080x1920 พิกเซล : 403 ppi)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 625 ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผล 2.0 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 506
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 3 GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 32 GB พร้อมรองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ได้สูงสุดที่ขนาด 2TB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสงขนาด F/2.0, ระบบ Laser Autofocus ซึ่งรองรับการซูมภาพได้ 4 ระดับ (4X Digital Zoom), ระบบการโฟกัสภาพแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus) พร้อมไฟแฟลชแบบคู่ (Dual-LED)
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้าง 85 องศา ที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 พร้อมไฟแฟลช LED
- แบตเตอรี่ความจุ 3510 mAh พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง TurboPower charging
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 6.0.1 Marshmallow
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือภายใต้ปุ่มโฮม
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE
- รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n, Bluetooth 4.0 และ NFC
สิ่งที่แตกต่างกันระหว่าง Moto Z Play และ Moto Z

สำหรับ Moto Z Play เรือธงรุ่นรอง และ Moto Z เรือธงรุ่นใหญ่ นั้นมีจุดที่แตกต่างกันอยู่หลายส่วนด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ ในเรื่องของความละเอียดหน้าจอ, ชิปประมวลผล, หน่วยความจำแรม, หน่วยความจำภายใน, กล้องดิจิทัลด้านหลัง และขนาดของตัวเครื่อง ซึ่งจุดที่แตกต่างดังกล่าวมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
- Moto Z Play มีหน้าจอแสดงผลความละเอียด 1920x1080 พิกเซล ส่วน Moto Z มีหน้าจอแสดงผลความละเอียด 2560x1440 พิกเซล
- Moto Z Play ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 625 ส่วน Moto Z ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 820
- Moto Z Play มีหน่วยความจำแรมขนาด 3 GB ส่วน Moto Z มีหน่วยความจำแรมขนาด 4 GB
- Moto Z Play มีหน่วยความจำภายในขนาด 32 GB ส่วน Moto Z มีหน่วยความจำภายในขนาด 64 GB
- Moto Z Play มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 3510 mAh พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง TurboPower charging ส่วน Moto Z มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 2600 mAh พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง TurboPower charging
- Moto Z Play มาพร้อมกล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสงขนาด F/2.0, ระบบ Laser Autofocus ซึ่งรองรับการซูมภาพได้ 4 ระดับ (4X Digital Zoom), ระบบการโฟกัสภาพแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus) พร้อมไฟแฟลชแบบคู่ (Dual-LED) ส่วน Moto Z มาพร้อมกล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ Laser Autofocus, ขนาดรูรับแสงกว้างสุดที่ F/1.8, ขนาดของเม็ดพิกเซลประมาณ 1.12um, ระบบป้องกันภาพสั่นไหว (OIS) และไฟแฟลชแบบ Dual-Tone LED
- Moto Z Play มีขนาดของตัวเครื่องอยู่ที่ 156.4x76.4x6.99 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 165 กรัม ส่วน Moto Z มีขนาดของตัวเครื่องอยู่ที่ 155.3x75.3x5.19 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 136 กรัม
รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

Moto Z Play มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ความละเอียด 1920x1080 พิกเซล ขนาด 5.5 นิ้ว โดยมีขนาดของตัวเครื่องอยู่ที่ 156.4x76.4x6.99 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 165 กรัม

ด้านหน้าส่วนบนประกอบไปด้วยกล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้าง 85 องศา ที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 พร้อมไฟแฟลช LED, ลำโพงเสียงสำหรับฟังขณะทำการสนทนา พร้อมเป็นลำโพงเสียงภายนอกในตัว, ระบบ Accelerometer Sensor สำหรับช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้ และระบบ Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน

ด้านหน้าส่วนล่างมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ พร้อมด้วยปุ่มสั่งงานแบบ On Screen ได้แก่ ปุ่มย้อนกลับ, ปุ่มโฮม และปุ่ม Recent Apps

ด้านบนของตัวเครื่องมีไมโครโฟนตัวที่สอง และถาดสำหรับใส่ซิมการ์ด พร้อมช่องสำหรับเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD

ด้านล่างของตัวเครื่องมีช่องเชื่อมต่อแบบ USB Type-C สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ หรือโอนถ่ายข้อมูล และช่องเชื่อมต่อกับหูฟังแบบมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร

ด้านขวาของตัวเครื่องมีปุ่ม เปิด-ปิด เครื่อง หรือล็อกหน้าจอ และปุ่ม เพิ่ม-ลด ระดับเสียง

ด้านซ้ายของตัวเครื่องไม่มีปุ่มการสั่งงาน หรือปุ่มฟังก์ชันใดๆ ให้ใช้งาน

ด้านหลังของตัวเครื่องประกอบไปด้วยกล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสงขนาด F/2.0, ระบบ Laser Autofocus ซึ่งรองรับการซูมภาพได้ 4 ระดับ (4X Digital Zoom), ระบบการโฟกัสภาพแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus) พร้อมไฟแฟลชแบบคู่ (Dual-LED) และจุดเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม Moto Mods

โดย Moto Z Play มีดีไซน์ตัวเครื่องที่ดูสวยหรูพรีเมียม พร้อมด้วยขอบตัวเครื่องที่ผลิตจากอะลูมิเนียม ผสานกับกระจกที่ด้านหลัง ซึ่งมีความบางเฉียบเพียง 6.99 มิลลิเมตร นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 3510 mAh พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง TurboPower charging โดยชาร์จแบตเตอรี่เพียง 15 นาที ก็สามารถใช้งานได้นาน 8 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังได้รับการเคลือบสารกันน้ำด้วยเทคโนโลยี Water Repellent Nano-Coating อีกด้วย
Moto Z Play มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED Full HD

สำหรับหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED Full HD นั้นมีความพิเศษตรงที่สามารถแสดงผลต่างๆ ได้อย่างคมชัด สมจริง และมีสีสันสดใส อีกทั้งยังมีมุมมองที่กว้าง และยังสามารถลดเงาสะท้อนที่เกิดบนหน้าจอขณะใช้งานในที่โล่งแจ้งได้ดีอีกด้วย เรียกได้ว่าหน้าจอแสดงผลของ Moto Z Play นั้นเหมาะกับการใช้งานในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะทางด้านมัลติมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น การชมภาพยนต์ หรือการเล่นเกมที่มีกราฟิกแบบสามมิติ
Moto Z Play มาพร้อมลำโพงคู่ด้านหน้า

อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า Moto Z Play มีลำโพงเสียงภายนอกอยู่ตำแหน่งเดียวกับลำโพงสำหรับฟังขณะทำการสนทนา ซึ่งข้อดี คือ ลำโพงสามารถส่งกำลังเสียงเข้าหาเข้าหาผู้ใช้งานตลอดเวลา จึงทำให้ได้รับฟังคุณภาพเสียงที่ดีอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น การชมภาพยนตร์, เล่นเกม หรือใช้งานอื่นๆ แต่อย่างไรก็ดี ช่องลำโพงจะมีร่องค่อนข้างใหญ่ ทำให้ฝุ่น หรือสิ่งสกปกติลงไปจับตัวได้ง่าย ผู้ใช้งานจึงต้องทำความสะอาดบ้างเป็นครั้งคราวเพื่อให้ Moto Z Play สามารถส่งกำลังเสียงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
Moto Z Play มาพร้อมกับไมโครโฟน 3 ตัว

อีกหนึ่งความน่าสนใจบน Moto Z Play คือ มาพร้อมกับไมโครโฟนถึง 3 ตัว ซึ่งมีประโยชน์สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องนำสมาร์ทโฟนเพื่อบันทึกเสียง ไม่ว่าจะเป็นการประชุม หรือการสัมภาษณ์ต่างๆ จะช่วยให้คุณได้เสียงบันทึกที่ชัดเจนและสามารถตัดเสียงรบกวนได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง
แนะนำ Moto Mods อุปกรณ์เสริมสุดล้ำทั้ง 5 อย่าง

JBL Sound Boost คือ อุปกรณ์เสริมในรูปแบบของลำโพงที่ช่วยเร่งกำลังเสียง และขยายเสียง ได้ในระดับสเตอริโอเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีแบตเตอรี่ในตัวขนาด 1000 mAh ซึ่งช่วยให้สามารถฟังเพลง หรือชมภาพยนต์ได้ยาวนานขึ้น ซึ่งวางจำหน่ายในราคา 3,990 บาท


Hasselblad True Zoom คือ อุปกรณ์เสริมแบบใหม่ล่าสุด (Moto Mods) ที่เป็นเลนส์จากผู้ผลิตกล้อง และอุปกรณ์ถ่ายภาพชื่อดังอย่าง Hasselblad โดยมีความละเอียดมากถึง 12 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์รับภาพขนาด 1/2.3 นิ้ว ซึ่งรองรับการซูมภาพด้วยเลนส์ได้ถึง 10 ระดับ (10X Optical Zoom), มีระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS (Optical Image Stabilization) ผสานระบบป้องกันการสั่นแบบ EIS (Electronic Image Stabilization), ไฟแฟลชแบบ Xenon พร้อมปุ่มชัตเตอร์แยก และสามารถบันทึกภาพไฟล์ RAW ได้ โดยวางจำหน่ายในราคา 9,900 บาท

Incipio offGrid คือ แบตเตอรี่พกพาขนาด 2220 mAh ที่สามารถประกบติดกับตัวเครื่องได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องใช้สายเชื่อมต่อ โดยทาง Moto การันตีว่าสามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้นกว่า 20 ชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งวางจำหน่ายในราคา 3,990 บาท


Style Shells คือ อุปกรณ์เสริมในรูปแบบของฝาหลังที่มีความบางเบา ซึ่ง Style Shells มีวัสดุหลายแบบให้เลือก เช่น ไม้, หนัง และผ้า โดย Style Shells สามารถยึดติดกับตัวเครื่อง Moto Z Play ได้ทันที อีกทั้งยังช่วยปกป้องไม่ให้กล้องดิจิทัลด้านหลังขูดสิ่งต่างๆ เวลาวางตัวเครื่องอีกด้วย ส่วนฝาหลังที่ผู้เขียนได้มาทดสอบนั้นเป็นลวดลายไม้ ซึ่งเมื่อสวมใส่กับ Moto Z Play แล้วทำให้ตัวเครื่องดูมีความหรูหราพรีเมียมเพิ่มขึ้น

InstaShare Projector คือ อุปกรณ์เสริมในรูปแบบของเครื่องฉายภาพ Projector ที่สามารถฉายบนจอภาพขนาดใหญ่สูงสุดถึง 70 นิ้ว ซึ่งสามารถแสดงผลภาพได้ที่ความละเอียด 854x480 พิกเซล ที่อัตราส่วน 16:9 พร้อมด้วยแบตเตอรี่ในตัวขนาด 1100 mAh ที่ช่วยเพิ่มเวลาการฉายภาพได้นานมากขึ้นถึง 60 นาที เลยทีเดียว โดยทางด้านขวาประกอบไปด้วยช่องระบายความร้อน, ปุ่ม เปิด-ปิด, เลนส์สำหรับฉายภาพโปรเจคเตอร์ และตัวปรับความชัดของภาพ

InstaShare Projector มีขนาดอยู่ที่ 153x74x10 มิลลิเมตร กับน้ำหนัก 104 กรัม พร้อมด้วยขาตั้ง ซึ่งสามารถปรับระดับของการฉายภาพได้ตามต้องการ และช่องพัดลมระบายความร้อน

และยังมาพร้อมกับพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อ Moto Z Play ได้ทันที พร้อมด้วยสัญญาณไฟ LED สำหรับแจ้งเตือนขณะชาร์จแบตเตอรี่

ตัวอย่างภาพการสวมใส่ InstaShare Projector กับ Moto Z Play

ทดสอบการใช้งาน InstaShare Projector ซึ่งสามารถฉายบนฉาก หรือผนังได้ขนาดใหญ่สูงสุดถึง 70 นิ้ว โดย InstaShare Projector ตัวนี้จะมีราคาอยู่ที่ 12,990 บาท
เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่างๆ
 
Moto Z Play ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชัน 6.0.1 Marshmallow และรองรับการใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด พร้อมรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ 4G LTE กับ 3G ได้
 
โดยมีหน่วยความจำภายในขนาด 32 GB พร้อมด้วยหน่วยความจำแรมขนาด 3 GB
 
ผู้ใช้ยังสามารถตั้งค่าการใช้งานเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือได้มากหนึ่งลายนิ้วมือ และที่สำคัญ คือ ผู้ใช้งานสามารถสแกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อกหน้าจอขณะที่ตัวเครื่องอยู่ในโหมดสลีปได้ทันที และสามารถสแกนลายนิ้วมืออีกครั้งเพื่อทำการล็อกหน้าจอได้
 
นอกจากนี้ Moto Z Play ยังมาพร้อมกับฟังก์ชันที่น่าสนใจอย่าง Moto Actions, Moto Voice และ Moto Display โดยฟังก์ชัน Moto Actions คือ การสั่งงานด้วยท่าทาง โดยผู้ใช้งานสามารถสั่งงานด้วยท่าทางต่างๆ ได้ เช่น กวาดนิ้วเพื่อย่อขนาดหน้าจอ, เขย่าเครื่องสองครั้งเพื่อเปิดไฟฉาย, บิดเครื่องสองครั้งเพื่อเรียกใช้งานกล้องถ่ายภาพ, พลิกคว่ำตัวเครื่องเพื่อปิดเสียง หรือปิดการแจ้งเตือนต่างๆ หรือการยกเครื่องเพื่อปิดเสียง
 
สำหรับฟังก์ชัน Moto Voice คือ การสั่งงานด้วยเสียงโดยไม่ต้องสัมผัสตัวเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น การค้นหาสิ่งที่ต้องการผ่าน Google Search หรือการสั่งงานเปิด Facebook ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

ตัวอย่างภาพถ่ายการทำงานของฟังก์ชัน Moto Display
และสุดท้าย Moto Display ฟังก์ชันสำหรับแสดงข้อมูล หรือการแจ้งเตือนต่างๆ บนหน้าจอ Lock Screen ซึ่งฟังก์ชันนี้จะใช้พลังงานจากแบตเตอรี่น้อยมากๆ เรียกได้ว่า ประหยัดพลังงานหายห่วง บวกกับหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการสิ้นเปลืองพลังงานแต่อย่างใด
 
นอกจากนี้ ยังสามารถปรับแต่งหน้าจอโฮมสกรีนได้ ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนภาพวอลเปเปอร์ หรือการนำวิดเจ็ตที่ต้องการใช้งานมาไว้ที่หน้าจอโฮมกรีน

Moto Z Play ยังมาพร้อมกับฟังก์ชัน Tap&Play ซึ่งผู้ใช้งานสามารถชำระเงินผ่านมือถือได้ทันที
 
ทางด้านโหมดประหยัดพลังงานก็มีให้ใช้งานบน Moto Z Play ด้วยเช่นกัน และยังมาพร้อมเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง TurboPower charging โดยชาร์จแบตเตอรี่เพียง 15 นาที ก็สามารถใช้งานได้นาน 8 ชั่วโมง
 
ไม่เพียงเท่านั้น Moto Z Play ยังมาพร้อมกับแอปพลิเคชันสำหรับฟังเพลง ซึ่งสามารถปรับค่าอีควอไลเซอร์ได้หลายแบบตามความต้องการ
 
ในส่วนของฟังก์ชันโทรศัพท์ก็มีหน้าตาที่ใช้งานได้ง่าย พร้อมด้วยปุ่มตัวเลขขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยให้กดหมายเลขได้อย่างแม่นยำ และสามารถเข้าดูรายชื่อโทรศัพท์ทั้งหมดได้ทันที
 
สำหรับเว็บเบราว์เซอร์ก็ตอบสนองต่อการใช้งานได้ดี สามารถแสดงรายละเอียดต่างๆ ได้ครบถ้วน
 
แน่นอนว่าบริการต่างๆ จากทาง Google ก็มีให้ใช้งานอย่างครบครันบน Moto Z Play
 
ทางด้านแอปพลิเคชันภาพถ่ายจะสามารถแสดงภาพถ่ายได้ 2 แบบ คือ แสดงแบบแยกอัลบั้ม และแสดงแบบรวมภาพถ่ายทั้งหมด และยังสามารถอัปโหลดภาพที่ต้องการเก็บไว้บนระบบคลาวด์ของ Google ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ Moto Z Play ยังรองรับการเชื่อมต่อไร้สายแบบ NFC
 
และสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันอื่นๆ มาใช้งานเพิ่มเติมได้ผ่านแอปพลิเคชัน Google Play Store
ทดสอบการประมวลผล และประสิทธิภาพของการทำงานโดยรวม

Moto Z Play สามารถเปิดเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดระดับ Full HD (1080p) ได้อย่างไหลลื่น โดยไม่มีอาการหน่วง หรือกระตุกให้พบเจอ
 
สำหรับ Moto Z Play จะมาพร้อมกับชิปเซ็ต Octa-Core Qualcomm Snapdragon 625 ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผล 2.0 GHz, หน่วยประมวลผลกราฟิกแบบ Adreno 506, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 3 GB, หน่วยความภายในขนาด 32 GB และขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชัน 6.0.1 Marshmallow

ด้วยคุณสมบัติตัวเครื่องที่ไม่เป็นสองรองใคร จึงทำให้ Moto Z Play สามารถตอบสนองต่อการเล่นเกมที่มีกราฟิกแบบสามมิติได้อย่างไหลลื่น พร้อมทั้งแสดงรายละเอียดต่างๆ ภายในเกมได้อย่างครบถ้วนสมจริง และไม่มีการสะสมความร้อนที่ตัวเครื่องอีกด้วย

และเมื่อนำ Moto Z Play มาทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน Geekbench 4 พบว่าได้คะแนนอยู่ที่ 770 คะแนน สำหรับการประมวลผลแบบ Single-Core และ 2618 คะแนน สำหรับการประมวลผล Multi-Core

ต่อด้วยการทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน AnTuTu 3DRating Benchmark พบว่าได้คะแนนอยู่ที่ 9384 คะแนน

Moto Z Play สามารถรองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด
กล้องดิจิทัล การถ่ายภาพนิ่ง และภาพวิดีโอ
 
สำหรับ Interface กล้องถ่ายภาพนั้นมีหน้าตาที่ใช้งานได้ง่าย อีกทั้งยังแสดงฟังก์ชันต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน สามารถเลือกใช้งานได้ทันที และมีโหมดถ่ายภาพให้เลือกใช้งานหลากหลาย เช่น โหมดถ่ายภาพโปร หรือโหมดถ่ายภาพพาโนราม่า
 
สำหรับโหมดถ่ายภาพโปรสามารถปรับค่าสำหรับถ่ายภาพได้หลายแบบ เช่น การเลือกจุดโฟกัส, ไวท์บาลานซ์, ISO และการชดเชยแสง
 
สามารถเปิดใช้งานโหมดถ่ายภาพ HDR และไฟแฟลช LED ได้
 
นอกจากนี้ ยังสามารถตั้งค่าการใช้งานเพิ่มเติมได้ ไม่ว่าจะเป็น การเลือกความละเอียดของกล้องถ่ายภาพที่สามารถเลือกได้สูงสุดที่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และสามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดระดับ 4K UHD (3840x2160 พิกเซล)
 
ส่วนกล้องดิจิทัลด้านหน้าก็มีหน้าตาที่ใช้งานได้ง่ายเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งแสดงไอคอนฟังก์ชันต่างๆ ไว้ให้เลือกใช้งานได้ทันที และมีโหมดถ่ายภาพให้เลือกใช้งานหลายแบบ
 
กล้องดิจิทัลด้านก็มีโหมดถ่ายภาพโปรมาให้ใช้งานด้วยเช่นกัน ซึ่งสามารถปรับค่าสำหรับถ่ายภาพได้ ไม่ว่าจะเป็น ไวท์บาลานซ์, การตั้งเวลาเพื่อถ่ายภาพ, ISO และการชดเชยแสง
 
อีกทั้งยังสามารถเปิดใช้งานโหมดถ่ายภาพ HDR, ไฟแฟลช LED และโหมดถ่ายภาพหน้าสวยได้อีกด้วย
 
สำหรับโหมดถ่ายภาพหน้าสวยสามารถปรับค่าการใช้งานได้ 2 แบบ คือ แบบอัตโนมัติ และแบบปรับค่าด้วยตนเอง โดยสามารถเลือกระดับค่าผิวเนียนได้ถึง 7 ระดับ
 
นอกจากนี้ ยังสามารถตั้งค่าการใช้งานเพิ่มเติมได้อีกหลายอย่างด้วยกัน เช่น การเลือกความละเอียดของกล้องถ่ายภาพ ซึ่งสามารถเลือกความละเอียดได้สูงสุดที่ 5 ล้านพิกเซล และสามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดระดับ Full HD (1080p)

สามารถเปิดใช้งานฟังก์ชันการเข้ากล้องแบบด่วนด้วยการดับเบิ้ลคลิกที่ปุ่ม เปิด-ปิด เครื่อง
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 16 ล้านพิกเซล ของ Moto Z Play

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ผ่านโหมดถ่ายหน้าสวย และโหมดเปิดใช้งานไฟแฟลช LED ของ Moto Z Play
 
ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ
 
ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวยแบบอัตโนมัติ
 
ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวย พร้อมปรับค่าระดับ 4
 
ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวย พร้อมปรับค่าระดับ 7
 
ภาพซ้ายคือ ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมถ่ายภาพปกติ ส่วนภาพขวาคือ ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ พร้อมเปิดใช้งานไฟแฟลช LED ซึ่งจะเห็นได้ว่าภาพที่เปิดใช้งานไฟแฟลช LED นั้นมีสีสันที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า
 
ภาพซ้ายคือ ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมถ่ายภาพปกติ ส่วนภาพขวาคือ ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ พร้อมเปิดใช้งานไฟแฟลช LED ซึ่งจะเห็นได้ว่าภาพที่เปิดใช้งานไฟแฟลช LED นั้นมีสีสันที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า
สรุปผลการทดสอบของ Moto Z Play

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับการรีวิวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นเล็กบนดีไซน์สวยหรูใหม่ล่าสุดจากตระกูล Z-Series อย่าง Moto Z Play โดยรูปลักษณ์ภายนอกของ Moto Z Play ก็ถือว่าออกแบบมาได้สวยงามลงตัวไม่น้อยเลยทีเดียว อีกทั้งยังดูมีเอกลักษณ์เฉพาะ และไม่เหมือนใครอีกด้วย นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีความแข็งแรงทนทาน พร้อมความสามารถในการป้องกันน้ำกระเซ็น, ฝนตกปรอยๆ หรือน้ำหก ได้ เนื่องด้วยตัวเครื่องของ Moto Z Play ผลิตจากวัสดุอะลูมิเนียม ผสานกับกระจกที่ด้านหลัง พร้อมเคลือบสารกันน้ำด้วยเทคโนโลยี Water Repellent Nano-Coating นั่นเอง นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีความบางเฉียบเพียง 6.99 มิลลิเมตรจึงสามารถพกพาไปใช้งานตามสถานที่ต่างๆ ได้อย่างคล่องตัว
ซึ่งนอกจากในเรื่องของการออกแบบดีไซน์แล้ว ทางด้านกล้องถ่ายภาพก็ถือเป็นอีกหนึ่งจุดขายสำคัญของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เลยก็ว่าได้ โดยกล้องดิจิทัลด้านหลังมีความละเอียดมากถึง 16 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสงขนาด F/2.0, ระบบ Laser Autofocus ซึ่งรองรับการซูมภาพได้ 4 ระดับ (4X Digital Zoom), ระบบการโฟกัสภาพแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus) พร้อมไฟแฟลชแบบคู่ (Dual-LED) ซึ่งจากการทดสอบพบว่ากล้องดิจิทัลด้านหลังนั้นสามารถถ่ายภาพได้สวยคมชัด สีสันสดใส และสามารถเก็บรายละเอียดต่างๆ ได้ครบ ทั้งในสภาวะแสงปกติ หรือในสภาวะแสงน้อย ส่วนกล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้าง 85 องศา ที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 ก็ตอบสนองต่อการถ่ายภาพได้ดีไม่แพ้กัน อีกทั้งยังมีโหมดถ่ายภาพหน้าสวยให้ใช้งาน ซึ่งสามารถปรับค่าผิวเนียนได้ถึง 7 ระดับ อีกทั้งยังมีไฟแฟลช LED สำหรับตอบโจทย์ด้านการถ่ายภาพในที่แสงน้อยอีกด้วย
ในส่วนของหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ความละเอียด 1920x1080 พิกเซล ขนาด 5.5 นิ้ว, ไมโครโฟน 3 ตัว สำหรับบันทึกเสียงการประชุม หรือบันทึกเสียงการสัมภาษณ์ต่างๆ และแบตเตอรี่ขนาด 3510 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง TurboPower charging ก็ตอบสนองต่อการใช้งานได้เป็นอย่างดี ไม่แพ้สมาร์ทโฟนที่มีระดับราคาที่ใกล้เคียงกันเลยก็ว่าได้
สำหรับคุณสมบัติเด่นอื่นๆ ก็ถือว่าครบเครื่อง และสามารถตองโจทย์การใช้งานต่างๆ ได้ครบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ชิปเซ็ต Octa-Core Qualcomm Snapdragon 625 ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผล 2.0 GHz, หน่วยประมวลผลกราฟิกแบบ Adreno 506, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 3 GB, หน่วยความภายในขนาด 32 GB, รองรับการสั่งงานด้วยท่าทาง, รองรับการใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด พร้อมรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ 4G LTE กับ 3G ได้ และขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชัน 6.0.1 Marshmallow ซึ่งจากการทดสอบด้วยถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 4K UHD (3840x2160 พิกเซล) หรือเล่นเกมที่มีกราฟิกแบบสามมิติแบบต่อเนื่อง Moto Z Play ก็ตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างไหลลื่น ไม่มีอาการหน่วง หรือกระตุกให้พบเจอ และไม่มีการสมความร้อนที่ตัวเครื่องอีกด้วย
อีกหนึ่งความน่าสนใจบน Moto Z Play คือ รองรับการใช้งานร่วมกับ Moto Mods อุปกรณ์เสริมทั้ง 5 อย่างได้ โดยเฉพาะ Moto Insta-Share Projector ซึ่งสามารถฉายบนจอภาพขนาดใหญ่สูงสุดถึง 70 นิ้ว เรียกได้ว่า สามารถชมภาพยนต์ได้พร้อมกับครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อนๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน
สรุปราคา Moto Mods ทั้ง 5 รายการ
- Hasselblade True Zoom อุปกรณ์ที่สามารถซูมภาพแบบ Optical Zoom ได้ถึง 10 เท่า พร้อมไฟแฟลชแบบ Xenon ราคาวางจำหน่าย 9,900 บาท
- Moto Insta-Share Projector อุปกรณ์ในรูปแบบของเครื่องฉายภาพ Project สามารถฉายบนจอขนาดใหญ่ได้สูงสุดถึง 70 นิ้ว ราคาวางจำหน่าย 12,990 บาท
- JBL SoundBoost Speaker อุปกรณ์เสริมแบบลำโพงขยายเสียง ราคาวางจำหน่าย 3,990 บาท
- Incipio offGrid แบตเตอรี่พกพาที่สามารถประกบติดกับตัวเครื่องได้เลยโดยไม่ต้องใช้สายเชื่อมต่อ ราคาวางจำหน่าย 3,990 บาท
- Style Shell ฝาหลังลายไม้, หนัง และผ้า โดยจะแถมฝาหลังลายไม้ฟรีให้กับผู้ซื้อ Moto Z และ Moto Z Play และจะมีฝาหลังลายหนัง และลายผ้าวางจำหน่ายในภายหลัง
และจากการทดสอบทั้งหมดที่ผ่านก็พอที่จะสรุปได้ว่า Moto Z Play น่าจะเหมาะกับผู้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นเล็กดีไซน์สวยหรู, วัสดุแข็งแรง, จอ Full HD, ลำโพงเสียงดังฟังชัด, มีไมโครโฟนสามตัว, กล้องถ่ายภาพสวยคมชัด, รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมได้หลายแบบ และต้องมีราคาไม่เกิน 16,000 บาท ซึ่ง Moto Z Play ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว โดย Moto Z Play (ราคา 15,990 บาท) จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ พร้อม Moto Z (ราคา 23,900 บาท) และอุปกรณ์เสริม Moto Mods 5 รายการ สุดท้ายที่ ต้องขอขอบคุณทาง Moto ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง Moto Z Play มาให้ทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสถัดไป สวัสดีครับ
จุดเด่นของ Moto Z Play
- ตัวเครื่องเคลือบสารป้องกันน้ำ (Nano-Coating Technology) ซึ่งช่วยป้องกันน้ำหยด, ละอองน้ำ, น้ำกระเซ็น, ฝนตกปรอยๆ หรือน้ำหก ได้ในระดับหนึ่ง
- กรอบตัวเครื่องผลิตมาจากพลาสติกพร้อมเคลือบสารให้ดูคล้ายโลหะ ผสานกับกระจกที่ด้านหลัง จึงทำให้ตัวเครื่องมีความสวยงามเพิ่มขึ้น
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor) สำหรับตรวจสอบสิทธิ์ของการเข้าใช้งานเครื่อง และการเข้าถึงข้อมูลภายใน
- หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1080p (1080x1920 พิกเซล : 403 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิกโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 506
- ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core Qualcomm Snapdragon 625 ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผล 2.0 GHz
- ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 6.0.1 (Marshmallow)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB และรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 2 TB
- หน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB
- กล้องดิจิทัลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่องความละเอียดระดับ 16 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสงขนาด F/2.0, ระบบ Laser Autofocus ซึ่งรองรับการซูมภาพได้ 4 ระดับ (4X Digital Zoom), ระบบการโฟกัสภาพแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus) พร้อมไฟแฟลชแบบคู่ (Dual-LED) และรองรับการถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD (3840x2160 พิกเซล)
- กล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้าง 85 องศา ที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.2 พร้อมไฟแฟลช LED และรองรับการถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD 1080p
- รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดพร้อมกันภายในเครื่องเดียว (Dual SIM : Dual Standby)
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ 4G LTE, 3G, WiFi, EDGE และ GPRS
- ระบบ GPS+A-GPS ในตัว (Global Positioning System : ระบบดาวเทียมนำร่อง)
- แบตเตอรี่ขนาด 3510 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง TurboPower charging ซึ่งชาร์จ 15 นาที สามารถใช้งานได้นานถึง 8 ชั่วโมง
- รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริม Moto Mods 5 รายการ ได้แก่ Hasselblade True Zoom, Moto Insta-Share Projector, JBL SoundBoost Speakerม, Incipio offGrid และ Style Shell
- ราคา 15,900 บาท ซึ่งจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ พร้อม Moto Z (ราคา 23,900 บาท) และอุปกรณ์เสริม Moto Mods ทั้ง 5 รายการ
จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Moto Z Play
- ดีไซน์ตัวเครื่องแบบไม่มีฝาหลัง จึงไม่สามารถถอด หรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ด้วยตนเองได้
- ไม่มีวิทยุ FM ในตัว
โปรดทราบ
* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางศูนย์ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *
สรุปข้อมูล และข่าวสารล่าสุดของ Moto Z Play
ท่านสามารถตรวจสอบข้อมูล และข่าวสารล่าสุดของ Moto Z Play ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้
สรุปข้อมูล และข่าวสารล่าสุดของ Moto Z Play

:: ไปหน้าแรกเว็บไซต์ Thaimobilecenter
| ไปหน้าแรก
Mobile Focus ::
|