ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 18/09/2021


 

รีวิว OPPO A16 (4GB+64GB) รุ่นคุ้มตัวใหม่ อัปเกรดความจุ มากับแบตใหญ่ชาร์จไว ใช้งานเต็มที่ ในราคาสบายกระเป๋า
 

18 กันยายน 2021 - หากกล่าวถึงสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น-กลาง แบรนด์ OPPO ก็น่าจะปรากฎขึ้นในใจของใครหลายคน โดยเฉพาะมือถือจากตระกูล A Series ด้วยจุดเด่นอย่างสเปกครบครัน พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งาน และการดีไซน์สวยพรีเมียมเทียบชั้นรุ่นใหญ่ ในราคาที่จับต้องได้ง่าย โดยช่วงเดือนที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัว OPPO A16 รุ่นเล็กมากับการดีไซน์พรีเมียม พร้อม RAM 3GB + ROM 32GB เพื่อตอบโจทย์การใช้งานระดับเริ่มต้นในงบสบายกระเป๋า

ล่าสุดนี้ทาง OPPO ประเทศไทย ก็ได้เปิดตัวรุ่นอัปเกรดอย่าง OPPO A16 (4GB+64GB) ที่มากับ RAM และ ROM มากกว่าเดิมที่ 4GB + 64GB ออกมาให้ได้เลือกใช้กันเพิ่มเติม พร้อมชูโรงที่แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานด้วยความจุ 5000 mAh ซึ่งรองรับระบบการชาร์จแบบ 10W Fast Charge พร้อมหน้าจอ HD+ Eye-care Display ขนาด 6.52 นิ้ว คมชัดระดับ HD+ ที่รองรับเทคโนโลยีถนอมสายตา บนการดีไซน์ตัวเครื่องพรีเมียมแบบ 3D Sleek Design มีความบาง 8.4 มิลลิเมตร และรองรับมาตรฐานการทนน้ำกระเซ็นตามมาตรฐาน IPX4

 

รวมถึงกล้องหลัง AI 3 ตัว ความละเอียด 13MP + กล้อง Depth (Bokeh) 2MP + กล้อง Macro 2MP ซึ่งรองรับฟีเจอร์ Dazzling Colors ที่เพิ่มความสวยงามให้ภาพ ผสานกับกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI Beautification โดย OPPO A16 (4GB+64GB) ประมวลผลด้วยชิปเซ็ต MediaTek Helio G35 ชิปเซ็ตตระกูลเกมมิ่งรุ่นประหยัด บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ที่ครอบทับด้วย ColorOS 11.1 เวอร์ชันใหม่

จากข้อมูลในข้างต้นก็กล่าวได้ว่า OPPO A16 (4GB+64GB) มีจุดเด่นที่น่าสนใจในหลายด้านเลยทีเดียว กับราคาอย่างเป็นทางการในบ้านเราที่ 5,699 บาท ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ดีไซน์ตัวเครื่องจะสวยงามขนาดไหน และฟีเจอร์ที่มีอยู่จะตอบโจทย์การใช้งานได้ดีเพียงใด ขอเชิญทุกท่านรับชมการรีวิว OPPO A16 (4GB+64GB) ไปพร้อมกันได้เลยค่ะ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

OPPO A16 (4GB+64GB) มาในแพ็กเกจสีขาวสะอาดตา มีการระบุชื่อรุ่นพร้อมรุ่นความจุไว้อย่างชัดเจน


ภายในกล่องมีอุปกรณ์พื้นฐานมาให้อย่างครบครัน ได้แก่ เคสใส, อะแดปเตอร์ (5V/2A), สายเชื่อมต่อแบบ USB Type-C, คู่มือการใช้งาน และเข็มสำหรับถอดถาดซิมการ์ด


ภาพตัวอย่างการใส่เคสที่แถมมาในแพ็กเกจ


OPPO A16 (4GB+64GB) มาพร้อมกับหน้าจอ HD+ Eye-care Display (IPS LCD) ขนาด 6.52 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 (พื้นที่การแสดงผล 88.7%) ความละเอียดระดับ HD+ (720x1600 พิกเซล : 269 ppi) กับค่า Refresh Rate ระดับ 60Hz บนตัวเครื่องขนาด 163.8x75.6x8.4 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 190 กรัม


พร้อมฟังก์ชัน Sunlight Screen ปรับค่าความสว่างอัตโนมัติได้มากถึง 14.5% ในที่แสงจ้า และฟังก์ชัน Moonlight Screen ช่วยลดความสว่างของหน้าจออัตโนมัติได้อย่างอัจฉริยะ ด้วยอัลกอริธึมในการลดแสงลง 2 nits และยังคงสีสันที่แท้จริงของหน้าจอไว้ รวมถึงฟังก์ชัน AI Smart Backlight ที่สามารถปรับค่าความสว่างของหน้าจอได้อัตโนมัติตลอดทั้งวัน จากการเรียนรู้วิธีการปรับความสว่างของหน้าจอในสภาพแสงต่าง ๆ ของผู้ใช้


ที่ด้านบนหน้าจอมีรอยบากทรงหยดน้ำ สำหรับกล้องหน้าเซลฟี่ ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (f2.0) ซึ่งรองรับเทคโนโลยี AI Beautification

โดยมีลำโพงสำหรับสนทนาอยู่ถัดด้านบน พร้อมติดตั้งเซนเซอร์ Proximity สำหรับปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนาเพื่อประหยัดพลังงาน กับเซนเซอร์ Ambient Light สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอ และแผงปุ่มกดให้เหมาะสม


ด้านหน้าส่วนล่างใช้ปุ่มควบคุมบนหน้าจอแบบ On-Screen ประกอบด้วย ปุ่ม Recent App, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ


หรือเลือกใช้งานวิธีควบคุมแบบ Gestures ซึ่งเป็นการลาก และปัดบริเวณขอบหน้าจอเพื่อสั่งการได้ด้วย


ที่ด้านบนของตัวเครื่องไม่มีช่อง หรือปุ่มสั่งการใด ๆ


ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง ประกอบไปด้วย ลำโพงเสียงตัวหลัก, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C, ไมโครโฟนตัวหลักสำหรับสนทนา และช่องเชื่อมต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร


ที่ด้านขวาของตัวเครื่องมีปุ่ม Power สำหรับ เปิด-ปิดเครื่อง และล็อกหน้าจอในตัว


ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีปุ่มปรับระดับเสียง และถาดใส่ซิมการ์ด Nano SIM แบบ Triple-Slot ซึ่งรองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด + 1 microSD Card ได้ในเวลาเดียวกัน


OPPO A16 (4GB+64GB) มีฝาหลังลงโค้งแบบ 3D Sleek Design ด้วยเทคนิคการสเปรย์เลเยอร์เคลือบสีเงินแบบ 3 ชั้น ที่ช่วยเพิ่มความทนทาน และให้ผิวสัมผัสดีเยี่ยม ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากส่วนขอบปีกด้านหลังของรถสปอร์ต โดยตัวเครื่องที่ทางทีมงานนำมารีวิวในวันนี้เป็นสีฟ้า (Pearl Blue) นอกจากนี้ตัวเครื่องยังรองรับการทนน้ำกระเซ็นตามมาตรฐาน IPX4 อีกด้วย


ที่ด้านหลังตัวเครื่องของ OPPO A16 (4GB+64GB) มีการติดตั้งชุดกล้อง 3 ตัว (AI Triple Camera) โดยแบ่งออกเป็น

- กล้องตัวหลัก (Main) ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/3.06 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.2, ทางยาวโฟกัส 26 มิลลิเมตร (มุมรับภาพ 80 องศา), ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF และโครงสร้างแบบ 5 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Depth (Bokeh) ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4, มุมรับภาพ 88.8 องศา และโครงสร้างแบบ 3 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4, มุมรับภาพ 88.8 องศา และโครงสร้างแบบ 3 ชิ้นเลนส์

รวมทั้งรองรับฟีเจอร์ Dazzle Color, โหมดหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait) พร้อมฟิลเตอร์แบบต่าง ๆ , โหมดหน้าสวย (AI Beautification), โหมดถ่ายภาพระยะใกล้แบบ Macro, โหมด Sticker เพิ่มสติกเกอร์แบบต่าง ๆ , โหมด Night สำหรับถ่ายภาพเวลากลางคืน โดยรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD 1080P (30 fps)


เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่าง ๆ

OPPO A16 (4GB+64GB) ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย Color OS 11.1 กับดีไซน์หน้า User Interface ที่เรียบหรู และดูสบายตามากขึ้น โดยรองรับหน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 4GB พร้อมความจุภายในตัวเครื่องขนาด 64GB


และสามารถใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด พร้อมรองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE ได้ทั้งสองซิมการ์ด (Dual 4G LTE)


เมื่อลากจากขอบด้านบนของหน้าจอลงมาจะพบกับ Toggle Switch ปุ่มลัดสำหรับการเปิด-ปิดฟังก์ชันต่าง ๆ มากมาย เช่น การใช้งานอินเทอร์เน็ต, Bluetooth หรือการหมุนหน้าจออัตโนมัติ รวมถึง Notification Center แถบการแจ้งเตือนต่าง ๆ


โดยสามารถปรับตำแหน่งของคีย์ลัดต่าง ๆ ได้ตามที่ต้องการ


ปรับแต่งหน้าโฮมได้เพียงรูดปลายนิ้วเข้าหากันใน แนวทแยง


สามารถปรับค่าการแสดงผลต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น ความสว่างอัตโนมัติ, อุณหภูมิสี หรือขนาดของตัวอักษร พร้อมรองรับฟังก์ชัน Eye comfort สำหรับลดแสงสีฟ้าบนหน้าจอ


รวมถึงรองรับ Dark Mode ในการเปลี่ยนพื้นหลังให้กลายเป็นสีดำ และยังเลือกให้แอปพลิเคชันจาก Third-Party แสดงผลพื้นหลังเป็นสีดำได้อีกด้วย พร้อมเลือกระดับได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Enhanced, Medium และ Gentle


ผู้ใช้ OPPO A16 (4GB+64GB) สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลต่าง ๆ ในตัวเครื่องได้หลากหลายที่เมนู Personalizations ไม่ว่าจะเป็น Theme, ภาพพื้นหลัง, รูปแบบไอคอน, App layout, รูปแบบสี, รูปแบบ Font กับขนาดตัวอักษร และ Notification drawer


OPPO A16 (4GB+64GB) มาพร้อมฟังก์ชัน Dual Wi-Fi Acceleration ในการเชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi ในคลื่นความถี่ 2.4GHz และ 5GHz ได้พร้อมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการใช้งานที่จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง อย่างเช่น การรับชมภาพยนตร์สตรีมมิ่ง หรือการท่องโลกโซเชียล โดยเมื่อเปิดใช้งานสัญลักษณ์ Wi-Fi จะซ้อนกัน 2 คลื่น


สามารถสลับตำแหน่งของปุ่ม Navigation Buttons ให้เหมาะกับการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนได้


หรือเลือกใช้งานการควบคุมแบบ Swipe Gestures From Both Sides ในการปัดหน้าจอจากด้านข้างลักษณะต่าง ๆ เพื่อสั่งการ


หรือเลือกใช้งานการควบคุมแบบ Swipe-Up Gestures ในการปัดหน้าจอขึ้นลักษณะต่าง ๆ เพื่อสั่งการ


โดยที่สามารถบันทึกภาพสกรีนช็อตแบบยาวได้ด้วย


OPPO A16 (4GB+64GB) มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน โดยทาง OPPO ระบุว่าสามารถโทรศัพท์ได้นานสุด 34 ชั่วโมง และชมวิดีโอบน YouTube ได้นานถึง 21.02 ชั่วโมง


พร้อมเปิดใช้งานในโหมดประหยัดพลังงาน Power saving เพื่อยืดระยะเวลาการใช้งานให้นานขึ้น (เมื่อเปิดใช้งานสัญลักษณ์แบตเตอรี่ที่ด้านบนจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง) พร้อม Super Nighttime Standby ที่จะใช้พลังงานแบตเตอรี่เพียง 1.21% เมื่อผู้ใช้หลับในช่วงเวลาระหว่าง 23:00 น. และ 07:00 น.


และโหมดประหยัดพลังงานขั้นสุดอย่าง Super Power Saving Mode ที่ช่วยจัดการพลังงานให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น แต่แลกกับการใช้งานได้เพียงฟังก์ชันพื้นฐานเท่านั้น โดยแบตเตอรี่เหลือเพียง 5% ก็สามารถโทรศัพท์ได้นานถึง 1.84 ชั่วโมง


รวมถึงโหมด High Performance เพื่อการประมวลผลในระดับสูงสุด โดยเมื่อเปิดใช้งานตัวเครื่องจะใช้ทรัพยากรมากขึ้นอีกระดับหนึ่ง และอาจทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกตินั่นเอง (เมื่อเปิดใช้งานจะมีสัญลักษณ์แบตเตอรี่สีเขียวที่ด้านซ้าย ถัดจากเวลา)


และรองรับระบบการชาร์จแบบ 10W Fast Charge (5V/2A) ที่ช่วยประหยัดเวลาในการชาร์จได้ในระดับหนึ่ง


ฟีเจอร์ App Cloner สำหรับโคลนนิ่งแอปพลิเคชัน ซึ่งในเบื้องต้นนั้นสามารถโคลนนิ่งได้เฉพาะแอปพลิเคชันโซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น Facebook และ Instagram จึงทำให้ผู้ใช้สามารถล็อกอินแอปพลิเคชันเหล่านี้ได้พร้อมกันถึง 2 แอคเคานท์


นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Split Screen ที่สามารถแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งานสองแอปพลิเคชันได้พร้อม ๆ กัน โดยรองรับการใช้งานทั้งในแนวตั้ง และแนวนอน


OPPO A16 (4GB+64GB) ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ FlexDrop สำหรับย่อหน้าจอแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่ใช้งานอยู่ เพื่อเปิดแอปใหม่ได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องปิดแอปทั้งหมด ได้แก่ Floating window และ Mini window


พร้อม Photo Translator การแปลภาษาบนรูปภาพสกรีนช็อตผ่าน Google Lens


และ Nearby Share สำหรับแชร์ข้อมูลให้กับโทรศัพท์เครื่องอื่นทุกแบรนด์ โดยไม่เสียดาต้าเพิ่มเติม ทั้ง ภาพถ่าย, วิดีโอ และไฟล์ APK


สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยบน OPPO A16 (4GB+64GB) มีทั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ติดตั้งอยู่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side Fingerprint) โดยสามารถตั้งค่าการใช้งานเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือสำหรับปลุกการทำงานของเครื่อง หรือปลดล็อกหน้าจอได้ พร้อมทั้งสามารถเพิ่มลายนิ้วมือได้มากกว่า 1 ลายนิ้วมือ ซึ่งจากการทดสอบตัวเซ็นเซอร์ก็สามารถปลดล็อกหน้าจอได้รวดเร็วทันใจ


และการปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock) ที่สามารถปลดล็อกได้อย่างรวดเร็ว


ที่สำคัญ OPPO A16 (4GB+64GB) ยังรองรับฟังก์ชันเพื่อความเป็นส่วนตัวอย่าง App Lock สำหรับล็อกแอปพลิเคชันต่าง ๆ ภายในตัวเครื่อง, Kid Space การจัดการแอปพลิเคชันสำหรับเด็ก รวมถึง Private Safe ที่เปรียบเสมือนตู้นิรภัยประจำสมาร์ทโฟน โดยผู้ใช้สามารถย้ายไฟล์รูปภาพ, ไฟล์เสียง, ไฟล์เอกสาร และไฟล์ประเภทอื่น ๆ เข้าไปเก็บไว้ได้ ซึ่งจำเป็นต้องทำการยืนยันตัวตนเพื่อเข้าใช้งาน นอกจากนี้ก็มีระบบรักษาความปลอดภัยเมื่อต้องกรอกรหัสผ่าน และการป้องกันการบันทึกหน้าจอที่เปิดเผยข้อมูลสำคัญ


สำหรับเซ็นเซอร์ในเครื่อง OPPO A16 (4GB+64GB) นั้นประกอบด้วย Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor และ Magnetic Sensor


สามารถจับสัญญาณดาวเทียม GPS พร้อมรองรับระบบดาวเทียม GLONASS ของรัสเซีย โดยมีความแม่นยำในระดับบวกลบ 2 เมตร แต่อย่างไรก็ดีคุณภาพของสัญญาณดาวเทียม GPS ก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่กำลังใช้งานอยู่ หรือสภาพอากาศด้วยนั่นเอง


OPPO A16 (4GB+64GB) มาพร้อมชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Helio G35 (MT6765G) แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.3 GHz โดยมีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) IMG PowerVR GE8320, หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 4GB, หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB ที่สามารถเพิ่ม microSD Card ได้สูงสุด 256GB และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ซึ่งถูกครอบทับด้วย User Interface แบบ Color OS 11.1


OPPO A16 (4GB+64GB) มีผลทดสอบจากแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark ที่ 113,344 คะแนน และผลทดสอบจาก Geekbench 5 ในด้านการประมวลผลแบบแกนเดี่ยว (Single-Core) ที่ 186 คะแนน และในด้านการประมวลผลหลายแกน (Multi-Core) ที่ 1,061 คะแนน


สำหรับการทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน 3DMark แบบ OpenGL ES 3.1 ได้คะแนนการทดสอบที่ 517 คะแนน


OPPO A16 (4GB+64GB) รองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด


OPPO A16 (4GB+64GB) ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ตัวจริงอย่าง Game Assistant ที่ช่วยในเรื่องของภาพให้ออกมาสมจริง พร้อมเพิ่มอรรถรสเวลาเล่นเกม และ Game Space ที่ผู้ใช้สามารถบล็อกการแจ้งเตือน Pop-up ต่าง ๆ ขณะเล่นเกม รวมถึงการล็อกระดับความสว่างของหน้าจอได้

ใน Game Space นั้นก็มี Graphics Acceleration สำหรับรีดประสิทธิภาพการประมวลผลของ GPU เพื่อให้การเล่นเกมเป็นไปอย่างลื่นไหลที่สุด รวมไปถึง Network Protection สำหรับจำกัดการใช้งานอินเทอร์เน็ตของแอปพลิเคชันที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง เพื่อช่วยลดอาการแลคขณะเล่นเกมออนไลน์ที่จำเป็นต้องมีการรับ-ส่งข้อมูลอยู่ตลอดเวลา


จากการทดสอบด้วยการเล่นเกมที่มีกราฟิกแบบสาม มิติอย่าง Marvel Future Fight, PUBG Mobile และ A3 : Still Alive ก็พบว่า OPPO A16 (4GB+64GB) ก็พบว่าสามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้เป็นอย่างดี โดยไม่มีอาการหน่วง หรือกระตุกเมื่อเลือกการแสดงผลกราฟิกในระดับกลาง ซึ่งจะมีการหน่วงบ้างเล็กน้อยเมื่อเปิดระดับสูงสุด รวมถึงมีการสะสมความร้อนให้เห็นบ้างเมื่อใช้งานติดต่อกันเป็นเวลานาน

ทั้งนี้สามารถเล่นเกมได้ยาวนานด้วยแบตเตอรี่ ความจุ 5000 mAh พร้อมระบบะรบายความร้อนด้วยเซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิถึง 5 ตัว ที่จัดวางทั่วทั้งโทรศัพท์เพื่อให้สามารถตรวจจับแหล่งความร้อนได้อย่างแม่นยำ


OPPO A16 (4GB+64GB) มาพร้อมกับหน้าจอ HD+ Eye-care Display (IPS LCD) ขนาด 6.52 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 (พื้นที่การแสดงผล 88.7%) กับความละเอียดระดับ HD+ (720x1600 พิกเซล) จึงสามารถเปิดเล่นคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่ความละเอียดระดับ HD 720p ได้อย่างคมชัดเต็มอรรถรส และให้มุมมองที่กว้างเต็มตาเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังรองรับเทคโนโลยีถนอมสายตา จึงสามารถใช้งานได้ยาวนาน


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

OPPO A16 (4GB+64GB) มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ประกอบด้วย

- กล้องตัวหลัก (Main) ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/3.06 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.2, ทางยาวโฟกัส 26 มิลลิเมตร (มุมรับภาพ 80 องศา), ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF และโครงสร้างแบบ 5 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Depth (Bokeh) ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4, มุมรับภาพ 88.8 องศา และโครงสร้างแบบ 3 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4, มุมรับภาพ 88.8 องศา และโครงสร้างแบบ 3 ชิ้นเลนส์


โดย Interface ของแอปพลิเคชันกล้องมีการดีไซน์เรียบหรู สบายตา และมีเมนูให้ได้เลือกใช้อย่างชัดเจน ซึ่งรองรับฟังก์ชันพื้นฐานครบครัน โดยมีจุดเด่นที่ฟีเจอร์ Dazzle Color ในการเติมสีสันให้กับภาพถ่าย


พร้อมตั้งค่าเพิ่มเติมได้ และมีโหมดถ่ายภาพให้ได้เลือกใช้งานแบบครบครัน


รองรับโหมดหน้าสวย AI Beautification สำหรับปรับผิวให้สวยเป็นธรรมชาติ ที่ระดับ 0-100%


รองรับโหมดการถ่ายภาพยอดนิยมอย่าง Portrait ในการถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอเพื่อเสริมให้ตัวแบบโดดเด่นขึ้น


โหมด Sticker สำหรับเพิ่มลูกเล่นให้ภาพถ่าย


รองรับการถ่ายภาพในที่แสงน้อย หรือในเวลากลางคืนด้วยโหมด Night


และรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ ระดับ Full HD 1080p พร้อมเทคโนโลยี AI Beautification สำหรับปรับผิวให้เนียนสวย (ความละเอียดจะอยู่ที่ระดับ HD 720p)


สำหรับกล้องหน้าของ OPPO A16 (4GB+64GB) มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (f2.0)


มาพร้อมเทคโนโลยี  AI Beautification สำหรับปรับผิวให้สวยเป็นธรรมชาติ ที่ระดับ 0-100%


โดยมีโหมดยอดนิยมอย่าง Portrait ในการถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอให้ใช้ด้วยเช่นกัน


พร้อมโหมด  Sticker สำหรับเพิ่มลูกเล่นให้ภาพถ่าย


และบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD 1080p พร้อมเทคโนโลยี AI Beautification สำหรับปรับผิวให้เนียนสวย (ความละเอียดจะอยู่ที่ระดับ HD 720p)


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ความละเอียด 13+2+2 ล้านพิกเซล ของ OPPO A16 (4GB+64GB)

ภาพถ่ายจากโหมดปกติ พร้อมฟีเจอร์ Dazzle Color


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายจากโหมด AI Beautification ที่ระดับ 40%


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait


ภาพถ่ายจากโหมด Macro


ภาพถ่ายจากโหมด Night


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซลของ OPPO A16 (4GB+64GB)

ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายจากโหมด AI Beautification ที่ระดับ 40%


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait


ภาพถ่ายจากโหมด Sticker


สรุปผลการทดสอบของ OPPO A16 (4GB+64GB)

จากที่มีโอกาสได้ใช้งาน OPPO A16 (4GB+64GB) มาระยะหนึ่งก็พอจะสรุปได้ว่า OPPO A16 (4GB+64GB) เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่คุ้มค่าน่าสนใจในช่วงราคา 5 พันบาท ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้ดี และครบครัน ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่ใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน โดยไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดเร็วทั้งการทำงาน, เล่นเกม หรือดูซีรีส์เรื่องโปรด พร้อมโหมดประหยัดพลังงานที่ช่วยยืดเวลาการใช้งาน พร้อมรองรับระบบชาร์จแบบ 10W Fast Charge ที่อาจจะดูไม่เร็วมากนัก แต่ก็ช่วยย่นระยะเวลาในการชาร์จได้ในระดับหนึ่ง และหากต้องการใช้งานแบบในโหมดประสิทธิภาพสูงสุดของตัวเครื่อง OPPO A16 (4GB+64GB) ก็มีโหมด High Performance ให้ใช้งานด้วย  สำหรับเร่งการประมวลผลด้านต่าง ๆ ให้เร็ว และแรงกว่าเดิม โดยเมื่อเปิดใช้งานตัวเครื่องจะใช้ทรัพยากรมากขึ้นอีกระดับหนึ่ง และอาจทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกตินั่นเอง

อีกทั้ง OPPO A16 (4GB+64GB) ยังมาพร้อมกับหน้าจอ HD+ Eye-care Display ขนาด 6.52 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (1600x720 พิกเซล : 269 PPI) กับพื้นที่การแสดงผล 88.7% จึงสามารถรับชมคอนเทนต์ความละเอียดระดับ HD ได้เป็นอย่างดี พร้อมมุมมองที่กว้างเต็มตาเป็นพิเศษ และรับชมได้ยาวนานด้วยเทคโนโลยีถนอมสายตา บนตัวเครื่องบางเฉียบเพียง 8.4 มิลลิเมตร กับดีไซน์ฝาหลังลงโค้งแบบ 3D Sleek Design ด้วยเทคนิคการสเปรย์เลเยอร์เคลือบสีเงินแบบ 3 ชั้น ที่ช่วยเพิ่มความทนทาน และให้ผิวสัมผัสดีเยี่ยม พร้อมช่วยป้องกันรอยขีดข่วน และรอยนิ้วมือได้เป็นอย่างดี

 

ความสามารถด้านการถ่ายภาพบน OPPO A16 (4GB+64GB) ก็ถือว่าน่าสนใจ ด้วยกล้องทั้งหมด 3 ตัว (AI Triple Camera) ประกอบ ด้วย กล้องหลัก 13MP + กล้อง Depth (Bokeh) 2MP + กล้อง Macro 2MP ที่รองรับฟีเจอร์เด่นอย่าง Dazzle Color, โหมด Portrait ละลายฉากหลัง เพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวแบบ พร้อมฟิลเตอร์แบบต่าง ๆ , โหมด Macro ถ่ายภาพระยะใกล้, โหมด Night สำหรับถ่ายภาพกลางคืน และ AI Beautification สำหรับปรับผิวให้เนียนสวย

OPPO A16 (4GB+64GB) ประมวลผลด้วยชิปเซ็ต MediaTek Helio G35 (MT6765G) ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุด 2.3GHz ผสานหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) IMG PowerVR GE8320 พร้อมกับรองรับฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ตัวจริงอย่าง Game Assistant และ Game Space สำหรับรีดประสิทธิภาพการประมวลผลของ GPU เพื่อให้การเล่นเกมเป็นไปอย่างลื่นไหลที่สุด ซึ่งรองรับการเล่นเกมตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงเกมที่มีกราฟิกสวย ๆ ได้แบบไม่มีสะดุด ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ที่ครอบทับด้วย ColorOS 11.1 เวอร์ชันใหม่ กับ UI/UX ดีไซน์โมเดิร์นสบายตา พร้อมฟีเจอร์ Dark Mode ในการปรับการแสดงผลพื้นหลังหน้าจอให้เป็นสีดำ และฟังก์ชัน Focus Mode สำหรับช่วยตัดผู้ใช้ออกจากโลกภายนอก โดยระบบจะปิดแอปพลิเคชันที่ตั้งค่าไว้แบบชั่วคราว พร้อมเปิดเพลงสบาย ๆ โดยผู้ใช้สามารถเลือก Theme ของเพลงได้ และเปิดโหมดห้ามรบกวน (Do Not Disturb) เพื่อปิดการแจ้งเตือนต่าง ๆ ตอบโจทย์เวลาที่ผู้ใช้ต้องการสมาธิ หรือเข้านอนนั่นเอง

 

OPPO A16 (4GB+64GB) เปิดราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้วที่ 5,699 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ย่อมเยาสบายกระเป๋า กับตัวเลือก 2 สี ได้แก่ สีฟ้า (Pearl Blue) และสีเงิน (Space Silver) โดยพร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2564 เป็นต้นไป ที่ OPPO Brand Shop, ร้านตัวแทนจำหน่าย และช่องทางออนไลน์ที่ OPPO Official Store, Lazada, Shopee, Thisshop และ JD Central

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง OPPO ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง OPPO A16 (4GB+64GB) มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีค่ะ


จุดเด่นของ OPPO A16 (4GB+64GB)

- ฝาหลังดีไซน์แบบ 3D Sleek Design ด้วยเทคนิคการสเปรย์เลเยอร์เคลือบสีเงินแบบ 3 ชั้น ช่วยเพิ่มความทนทาน และให้ผิวสัมผัสดีเยี่ยม โดยได้แรงบันดาลใจมาจากส่วนขอบปีกด้านหลังของรถสปอร์ต ซึ่งมี 2 ตัวเลือก ได้แก่ สีฟ้า (Pearl Blue) และสีเงิน Space Silver
- ตัวเครื่องมีคุณสมบัติของการทนน้ำในระดับ IPX4 
- จอแสดงผลแบบ Eye-care Display (IPS LCD) ขนาด 6.52 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (1600x720 พิกเซล : 269 PPI) พร้อมพื้นที่แสดงผล 88.7%, อัตราส่วนการแสดงผลแบบ 20:9, ความสว่างสูงสุด 480 nits, รองรับช่วงสีแบบ NTSC ได้ 71%, ค่า Contrast Ratio ที่ 1500:1, ฟังก์ชัน AI Smart Backlighting, ฟังก์ชัน Sunlight Screen และฟังก์ชัน Moonlight Screen
- ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Helio G35 (MT6765G) ความเร็ว 2.3 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) IMG PowerVR GE8320
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) แบบ eMMC 5.1 ขนาด 64GB
- รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมแบบ microSD ได้สูงสุดที่ขนาด 256GB
- แบตเตอรี่ Li-Ion ความจุ 5000 mAh พร้อมระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 10W Fast Charge และระบบ Optimized Night Charge AI สำหรับช่วยควบคุมอุณหภูมิขณะชาร์จ
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 พร้อมครอบทับด้วย ColorOS 11.1


กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ประกอบด้วย

- กล้องตัวหลัก (Main) ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/3.06 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.2, ทางยาวโฟกัส 26 มิลลิเมตร (มุมรับภาพ 80 องศา), ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF และโครงสร้างแบบ 5 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Depth (Bokeh) ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4, มุมรับภาพ 88.8 องศา และโครงสร้างแบบ 3 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4, มุมรับภาพ 88.8 องศา และโครงสร้างแบบ 3 ชิ้นเลนส์

รวมทั้งรองรับฟีเจอร์ Dazzle Color, โหมดหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait) พร้อมฟิลเตอร์แบบต่าง ๆ , โหมดหน้าสวย (AI Beautification), โหมดถ่ายภาพระยะใกล้แบบ Macro, โหมด Sticker เพิ่มสติกเกอร์แบบต่าง ๆ , โหมด Night สำหรับถ่ายภาพเวลากลางคืน โดยรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD 1080p และฟิลเตอร์แบบต่าง ๆ พร้อมเทคโนโลยี AI Beautification

กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

พร้อมรูรับแสงขนาด f2.0, มุมรับภาพ 79 องศา, โครงสร้างแบบ 5 ชิ้นเลนส์, ฟีเจอร์ AI Beautification, โหมดหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait) และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดระดับ 1080P FHD (1920x1080 พิกเซล : 30 fps) 

- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side Mounted Fingerprint Sensor) พร้อมระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Recognition)
- ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ Wi-Fi a/b/g/n/ac : Dual Band (2.4/5 GHz), 4G LTE, 3G, EDGE และ GPRS
- รองรับการสแตนด์บายแบบ Dual 4G LTE
- ฟังก์ชัน Dual Channel Acceleration สำหรับใช้ Wi-Fi และเครือข่ายมือถือพร้อมกัน
- รองรับการใช้งานระบบซิมคู่ (Dual SIM : Nano SIM + Nano SIM) บนถาดแบบ Triple Slot
- ระบุตำแหน่ง และนำทางด้วยระบบดาวเทียม GPS+A-GPS, Glonass, Galileo, Beidou และ QZSS
- เชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.0
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C (USB 2.0) พร้อมรองรับการใช้งาน OTG (USB On-the-Go)
- พอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- ฟีเจอร์ System Booster (ฟังก์ชัน AI Startup Optimizer, Canary Testing, Daily Monitoring, UI First 3.0, Background Freezing, Dex2oat 3.0, Athena 3.0, Dynamic Memory Manager, System Resident Process Optimizer และ Nstack)
- ฟังก์ชัน App Lock, Hide Apps และ Private Safe เพื่อความเป็นส่วนตัว รวมถึง Kid Space การจัดการแอปพลิเคชันสำหรับเด็ก
- ฟังก์ชัน Full Screen Multitasking สำหรับเปิดแอปพลิเคชันอื่น ๆ ขณะใช้งานในโหมดการแสดงผลเต็มหน้าจอ เช่น การเล่นเกม หรือการชมวิดีโอต่าง ๆ
- การใช้งาน Dark Mode ในการเปลี่ยนพื้นหลังแอปพลิเคชันต่าง ๆ ให้เป็นสีดำ
- โหมด Focus สำหรับช่วยตัดผู้ใช้ออกจากโลกภายนอก
- ฟังก์ชัน Game Assistant ช่วยในเรื่องของภาพให้ออกมาสมจริง พร้อมเพิ่มอรรถรสเวลาเล่นเกม
- ฟังก์ชัน Game Space ที่สามารถบล็อกการแจ้งเตือน Pop-up ต่าง ๆ  รวมถึงการล็อกระดับความสว่างของหน้าจอขณะเล่นเกมได้
- ฟังก์ชัน App Cloner สำหรับใช้งานแอปพลิเคชัน Facebook ได้พร้อมกัน 2 แอคเคานท์
- ฟังก์ชัน Split Screen สำหรับใช้งานพร้อมกัน 2 หน้าจอ
- ฟีเจอร์ Screencast สำหรับแชร์หน้าจอจากสมาร์ทโฟนไปแสดงผลที่หน้าจอทีวี หรือจอมอนิเตอร์อื่น ๆ โดยไม่ต้องใช้สาย
- ราคา 5,699 บาท ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่า และย่อมเยาเอื้อมถึงได้ง่าย


จุดที่อาจจะ ต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ OPPO A16 (4GB+64GB)

- ลำโพงเสียงเป็นแบบเดี่ยว
- หน้าจอคมชัดระดับ HD+ อาจดูน้อยไปเมื่อเทียบกับขนาด 6.52 นิ้ว และรองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุดที่ 60Hz
- รองรับระบบการชาร์จที่กำลังไฟสูงสุด 10 วัตต์ (10W) ซึ่งอาจน้อยไปสักนิดเมื่อเทียบกับความจุของแบตเตอรี่
- ตัวเครื่องมีการสะสมความร้อนเมื่อใช้งานติดต่อกันเป็นเวลานาน


สรุปคุณสมบัติเครื่อง

ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ OPPO A16 (4GB+64GB) ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ OPPO A16 (4GB+64GB)

 

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางผู้ผลิต เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *

 

วันที่ : 18/09/2021