ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 04/10/2022

 

รีวิว Xiaomi 12T Series เรือธงกล้อง 200MP มีชิปตัวท็อป พลังชาร์จแรง 120W จอไฮเอนด์ 68 พันล้านสี และลำโพงคู่เสียงดี ในราคาสุดเซอร์ไพรส์
 

4 ตุลาคม 2022 - หนึ่งในแบรนด์สมาร์ทโฟนที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการได้อยู่เสมอจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก Xiaomi และล่าสุดวันนี้ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวมือถือระดับท็อปซีรีส์ใหม่ป้ายแดงอย่าง Xiaomi 12T Series กับจุดเด่นในด้านการถ่ายภาพด้วยกล้องความละเอียดสูงสุดถึง 200MP ซึ่งนับเป็นรุ่นแรก ๆ ของวงการที่มีกล้องความละเอียดระดับนี้ ภายใต้สโลแกน Make Moments Mega

เริ่มที่ Xiaomi 12T Pro รุ่นใหญ่ในซีรีส์มากับกล้องตัวหลักความละเอียดสูงสุดถึง 200MP ด้วยเซนเซอร์รับภาพ Samsung ISOCELL HP1 ขนาด 1/1.22 นิ้ว พร้อมรองรับการซูม 2 เท่าแบบ 2x In-Sensor Zoom และเทคโนโลยี 16-in-1 Pixel ที่ช่วยให้มีเม็ดพิกเซลขนาดใหญ่ถึง 2.56 ไมครอน กับระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS จึงสามารถถ่ายภาพได้สวยงามคมชัดในทุกสภาพแสง โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืนในโหมด Night และรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดระดับ 8K

ส่วนทางด้านรุ่น Xiaomi 12T มากับกล้องตัวหลักความละเอียด 108MP ด้วยเซนเซอร์รับภาพ Samsung ISOCELL HM6 ขนาด 1/1.67 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี 9-in-1 Pixel ที่ช่วยให้มีเม็ดพิกเซลขนาด 1.92 ไมครอน และมีระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS เช่นเดียวกัน

ด้านการประมวลผล Xiaomi 12T เลือกใช้ชิปเซ็ตในระดับรองท็อปตัวแรงจากค่าย MediaTek อย่าง Dimensity 8100-Ultra ส่วนรุ่น Xiaomi 12T Pro มาพร้อมชิปเซ็ตตัวท็อปจากค่าย Qualcomm อย่าง Snapdragon 8+ Gen1 รุ่นล่าสุด พร้อมเลือกใช้ RAM แบบ LPDDR5 กับ ROM แบบ UFS 3.1 ด้วยกันทั้งคู่ และแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จความเร็วสูงแบบ 120W HyperCharge ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้เต็ม 100% ภายในเวลา 19 นาทีเท่านั้น โดยฮาร์ดแวร์ทั้งหมดนี้ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 12 ที่ถูกครอบทับด้วย MIUI 13 เวอร์ชันใหม่

 

ด้านการแสดงผลก็นับว่าอยู่ในระดับไฮเอนด์ เพราะทั้ง Xiaomi 12T และ Xiaomi 12T Pro เลือกใช้หน้าจอไร้ขอบแบบ 120Hz CrystalRes AMOLED DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว คมชัดระดับ 1220P ที่แสดงผลสีได้ถึง 68 ล้านสี (12-bit) พร้อมรองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz แบบ Adaptive ผสานค่า Touch Sampling Rate ระดับสูงสุดที่ 480Hz พร้อมกล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล บนดีไซน์แบบเจาะรูตรงกลาง และมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ (In-Screen Fingerprint Sensor) รวมถึงมีลำโพงเสียงแบบคู่ 

เรียนว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียวสำหรับ Xiaomi 12T Series ที่มากับจุดเด่นที่น่าสนใจแทบทุกด้าน ตั้งแต่การถ่ายภาพระดับโปร จอแสดงผลระดับไฮเอนด์ การประมวลผลที่เร็วแรง พลังชาร์จที่ไวเกินใคร รวมถึงการดีไซน์ที่สวยงามพรีเมียม ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ไปรับชมรีวิว Xiaomi 12T Series พร้อมกันได้เลยค่ะ 


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

Xiaomi 12T Series มาในแพ็กเกจสีขาว พร้อมระบุชื่อรุ่นไว้ตรงกลางอย่างชัดเจน พร้อมลูกเล่นสีโรสเกลด์สะท้อนแสง


ภายในกล่องมีอุปกรณ์พื้นฐานมาให้ ไม่ว่าจะเป็น อะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 120W HyperCharge, สายเชื่อมต่อแบบ USB Type-C, เคสกันกระแทก, เข็มสำหรับถอดถาดซิมการ์ด และคู่มือการใช้งาน


ภาพตัวอย่างการสวมใส่เคสที่แถมมาให้ภายใน แพ็กเกจ


Xiaomi 12T มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ 120Hz CrystalRes AMOLED DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 ความละเอียดระดับ 1220P (2712x1220 พิกเซล : 446 PPI) รองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz แบบ Adaptive ผสานค่า Touch Sampling Rate ระดับสูงสุดที่ 480Hz รองรับฟีเจอร์ TrueColor พร้อมการแสดงคอนเทนต์แบบ HDR10+ ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5 บนตัวเครื่องขนาด 163.1x75.9x8.6 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 202 กรัม

สำหรับ Xiaomi 12T Pro มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ 120Hz CrystalRes AMOLED DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 ความละเอียดระดับ 1220P (2712x1220 พิกเซล : 446 PPI) รองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz แบบ Adaptive ผสานค่า Touch Sampling Rate ระดับสูงสุดที่ 480Hz รองรับฟีเจอร์ True Display, Adaptive HDR และ Adaptive Reading mode พร้อมการแสดงคอนเทนต์แบบ HDR10+, Dolby Vision ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน SGS Low Visual Fatigue Certification ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5 บนตัวเครื่องขนาด 163.1x75.9x8.6 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 205 กรัม


ที่ด้านบนหน้าจอมีการเจาะรูกล้องหน้าที่ตรงกลาง ความละเอียดเท่ากันที่ 20 ล้านพิกเซล (f2.24) เหนือขึ้นไปเป็นลำโพงสำหรับสนทนา พร้อมติดตั้งเซนเซอร์ Proximity สำหรับปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน กับเซนเซอร์ Ambient Light สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอ และแผงปุ่มกดให้เหมาะสม


ด้านหน้าส่วนล่างประกอบด้วย ปุ่มกดแบบ On-Screen ประกอบด้วย ปุ่ม Recent Apps, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ
หรือเลือกใช้งานวิธีควบคุมแบบ Gestures ซึ่งเป็นการลาก และปัดบริเวณขอบหน้าจอเพื่อสั่งการได้ด้วย


และมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังไว้ใต้หน้าจอ (In-Screen Fingerprint Sensor)


ที่ด้านบนของตัวเครื่อง Xiaomi 12T Series มีลำโพงเสียงตัวหลัก พร้อมไมโครโฟนตัวที่สอง และเซนเซอร์ IR Blaster โดยรุ่น Xiaomi 12T Pro จะมีข้อความ Sound by harman/kardon ที่บ่งบอกว่าลำโพงนี้ผ่านการปรับจูนโดยบริษัทเครื่องเสียงชั้นนำอย่าง harman/kardon


ที่ด้านล่างประกอบด้วย ลำโพงเสียงตัวหลัก, ไมโครโฟนตัวหลักสำหรับสนทนา, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และช่องสำหรับถาดใส่ซิมการ์ด Nano SIM แบบ Dual-Slot โดยไม่มีช่องสำหรับ microSD Card  รวมถึงพอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร


ด้านซ้ายของตัวเครื่อง Xiaomi 12T Series ไม่มีช่อง หรือปุ่มสั่งการใด ๆ


ด้านขวาของตัวเครื่อง มีปุ่มปรับระดับเสียง พร้อมปุ่ม Power สำหรับล็อกหน้าจอ และเปิด-ปิด เครื่อง


Xiaomi 12T Series ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับฝาหลังผิวสัมผัสแบบด้าน โดยตัวเครื่องที่ทางทีมงานนำมารีวิวให้ได้ชมกันเป็นสีดำ (Black)


Xiaomi 12T มีชุดกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ซึ่งประกอบไปด้วย

- กล้องตัวที่ 1 แบบ Wide ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Samsung ISOCELL HM6 ขนาด 1/1.67 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.92 ไมครอน (9-in-1 Pixel), รูรับแสงขนาด f1.7, มุมรับภาพ 83.6 องศา, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้องตัวที่ 2 แบบ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/4 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.2 และมุมรับภาพ 120 องศา
- กล้องตัวที่ 3 แบบ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/5 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.75 ไมครอน และรูรับแสงขนาด f2.4


Xiaomi 12T Pro มีชุดกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ซึ่งประกอบไปด้วย

- กล้องตัวที่ 1 แบบ Wide ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Samsung ISOCELL HP1 ขนาด 1/1.22 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.64 ไมครอน (1.28 ไมครอน ในแบบ 9-in-1 Pixel หรือ 2.56 ไมครอน ในแบบ 16-in-1 Super Pixel), รูรับแสงขนาด f1.69, มุมรับภาพ 85 องศา, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS, ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ Xiaomi ProFocus และโครงสร้างแบบ 8 ชิ้นเลนส์
- กล้องตัวที่ 2 แบบ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/4 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.2 และมุมรับภาพ 120 องศา
- กล้องตัวที่ 3 แบบ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/5 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.75 ไมครอน และรูรับแสงขนาด f2.4


เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่าง ๆ

Xiaomi 12T Series ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 12 ซึ่งถูกครอบทับด้วย MIUI 13 เวอร์ชันล่าสุด ที่มี User Interface รูปแบบใหม่ เน้นความมินิมอล เรียบหรู สบายตา และใช้งานง่าย


โดย Xiaomi 12T มากับชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Dimensity 8100-Ultra บนเทคโนโลยีการผลิตระดับ 5nm แบบ 8-แกน (Octa-Core) มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.85 GHz โดยมีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G610 MC6, หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR5 ขนาด 8GB + เทคโนโลยี Extended RAM อีก 3GB, หน่วยความจำภายใน (ROM) แบบ UFS 3.1 ขนาด 256GB


และ Xiaomi 12T Pro มาพร้อมกับชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8+ Gen1 บนเทคโนโลยีการผลิตระดับ 4nm แบบ 8-แกน (Octa-Core) มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 3.2 GHz โดยมีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 730 จับคู่กับหน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR5 ขนาด 12GB + เทคโนโลยี Extended RAM อีก 3GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) แบบ UFS 3.1 ขนาด 256GB


และสามารถใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual nanoSIM) พร้อมรองรับการใช้งานบนเครือข่าย 5G ในประเทศไทย และสามารถสแตนด์บายได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual 5G SIM)


เข้าสู่เมนูการปรับแต่งหน้าจอ ด้วยการใช้ปลายนิ้วรูดเข้าหากันในแนวทแยง โดยผู้ใช้สามารถปรับตำแหน่งของไอคอน พร้อมตั้งค่า Home, Widgets และเปลี่ยน Wallpaper เครื่องได้


เมื่อลากจากขอบด้านบนซ้ายบนขวาของหน้าจอลงมาจะ พบกับ Notification Center ซึ่งเป็นหน้ารวมสำหรับการแสดงแจ้งเตือนต่าง ๆ


และเมื่อลากจากขอบด้านบนขวาจะเป็นหน้าจอ Toggle Switch ปุ่มลัดสำหรับการเปิด-ปิดฟังก์ชัน ต่าง ๆ โดยผู้ใช้ยังสามารถปรับแต่งตำแหน่งของคีย์ลัดเองได้ด้วย


Xiaomi 12T Series สามารถปรับตั้งค่าการแสดงผลของหน้าจอได้อย่างหลากหลาย สามารถปรับเป็น Dark mode ในการเปลี่ยนพื้นหลังให้กลายเป็นสีดำ พร้อมปรับความสว่างแบบอัตโนมัติ, รองรับ Reading mode, ปรับโทนสีได้ 4 รูปแบบ และอุณหภูมิสีของหน้าจอ


สามารถเลือกความละเอียดหน้าจอได้ และสามารถปรับค่า Refresh Rate ได้สูงสุดที่ระดับ 120Hz โดยจะช่วยให้การใช้งานต่าง ๆ ลื่นไหลกว่าเดิม


รวมถึงเทคโนโลยี AI Image Engine ได้แก่ Super resolution, AI Image enhancement, AI HDR enhancement และ MEMC ในการปรับแต่งสี พร้อมค่า contrast ของคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่เปิดผ่านแอปพลิเคชันที่รองรับ ให้มีความสวยงาม คมชัดทุกรายละเอียด


รองรับฟังก์ชัน Always On Display สำหรับแสดงเวลา วันที่ และการแจ้งเตือนในต Lockscreen ได้ พร้อมเลือกรูปแบบนาฬิกาได้หลากหลายสไตล์


สามารถเลือกใช้งานปุ่ม Navigation Buttons ที่สามารถปรับตามความถนัดของผู้ใช้ หรือเลือกใช้งานวิธีควบคุมแบบ Navigation Gestures ซึ่งเป็นการลาก และปัดบริเวณขอบหน้าจอเพื่อสั่งการได้ ให้เหมาะกับการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนได้


สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยของ Xiaomi 12T Series มีทั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ฝังอยู่ใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint Sensor) ซึ่งสามารถตั้งค่าการใช้งานเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือสำหรับปลุกการทำงานของเครื่อง หรือปลดล็อกหน้าจอได้ พร้อมทั้งสามารถเพิ่มลายนิ้วมือได้มากกว่า 1 ลายนิ้วมือ ซึ่งจากการทดสอบตัวเซนเซอร์ก็สามารถปลดล็อกหน้าจอได้รวดเร็วทันใจ


และระบบการปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock) ที่สามารถปลดล็อกได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถลงทะเบียนได้ทั้งหมด 2 ใบหน้า


Xiaomi 12T Series ทั้งสองรุ่นมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมโหมดประหยัดพลังงานขั้นสุดแบบ Ultra Battery Saver ที่เมื่อเปิดใช้งานสัญลักษณ์แบตเตอรี่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง พร้อมปรับการแสดงผลให้เป็น Dark theme และใช้งานอินเทอร์เน็ต 4G+


และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 120W HyperCharge ที่ช่วยย่นระยะเวลาในการชาร์จให้เร็วยิ่งขึ้น โดยสามารถชาร์จจากระดับ 1-100% ในเวลาเพียง 19 นาทีเท่านั้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในไม่กี่รุ่นในปัจจุบันที่รองรับการชาร์จเร็วระดับนี้


รองรับฟังก์ชัน Dual Apps สำหรับโคลนนิ่งแอปพลิเคชัน ซึ่งในเบื้องต้นนั้นสามารถโคลนนิ่งได้เฉพาะแอปพลิเคชันโซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น Facebook, Line และ Instagram จึงทำให้ผู้ใช้สามารถล็อกอินแอปพลิเคชันเหล่านี้ได้พร้อมกันถึง 2 แอคเคานท์


Xiaomi 12T Series ยังมาพร้อมกับฟังก์ชัน Game Turbo ซึ่งเป็นโหมดพิเศษที่ถูกออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ พร้อมรองรับระบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกม ป้องกันปัญหาเฟรมเรตตกระหว่างเล่นเกมได้ดีขึ้น


รวมถึงป้องกันการโดนขัดจังหวะขณะเล่นเกม ยกตัวอย่างเช่น การโชว์เบอร์โทรสายเรียกเข้าในรูปแบบ Pop-up เท่านั้น ทำให้เกมไม่ถูกสลับไปยังหน้ารับสายสนทนา


สำหรับเซนเซอร์ในเครื่อง Xiaomi 12T Series นั้นประกอบด้วย Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor และ Magnetic Sensor รวมถึง IR Blaster สำหรับใช้งานตัวเครื่องแทนรีโมตต่าง ๆ


การระบุตำแหน่ง และการนำทาง ถือว่ามีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม ด้วยการรองรับระบบดาวเทียมชั้นนำของโลกครบครัน ทั้ง GPS+A-GPS, Glonass, BeiDou, Galileo และ QZSS


Xiaomi 12T (ชิปเซ็ต Dimensity 8100-Ultra) มีผลทดสอบจากแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark ที่ 720,816 คะแนน และจากทาง Geekbench 5 ในด้านการประมวลผลแบบแกนเดี่ยว (Single-Core) ที่ 914 คะแนน และในด้านการประมวลผลหลายแกน (Multi-Core) ที่ 3,611 คะแนน


Xiaomi 12T Pro (ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8+ Gen1) มีผลทดสอบจากแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark ที่ 1,089,923 คะแนน และจากทาง Geekbench 5 ในด้านการประมวลผลแบบแกนเดี่ยว (Single-Core) ที่ 1,352 คะแนน และในด้านการประมวลผลหลายแกน (Multi-Core) ที่ 4,339 คะแนน


หน้าจอของ Xiaomi 12T Series รองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด


จากการทดสอบด้วยการเล่นเกมที่มีกราฟิกแบบสามมิติอย่าง Marvel Future Fight, Ni No Kuni และ MU Origin 3 พร้อมกับเปิดการแสดงผลกราฟิกระดับสูงสุด รวมถึงปรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด (40-60 fps) ก็พบว่า Xiaomi 12T Series นั้นสามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้เป็นอย่างดี มีความลื่นไหลกับกราฟิกในระดับสูง (60 fps) ด้วยการรองรับค่า Refresh Rate ในระดับสูงสุดที่ 120Hz โดยไม่มีการหน่วง หรือกระตุกให้ได้เห็น แต่มีการสะสมความร้อนในระดับหนึ่งเมื่อเล่นเกมติดต่อกันเป็นเวลานาน

และสามารถเล่นได้ยาวนานต่อเนื่องด้วยแบตเตอรี่ ความจุ 5000 mAh อีกทั้งยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วสูง  แบบ 120W HyperCharge ที่ช่วยย่นระยะเวลาในการชาร์จให้เร็วยิ่งขึ้น


Xiaomi 12T Series มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล 120Hz CrystalRes AMOLED DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียดระดับ 1220P (2712x1220 พิกเซล : 446 PPI) ในอัตราส่วนแบบ 20:9 จึงสามารถรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่ความละเอียด Full HD ได้อย่างคมชัดเต็มอรรถรส และให้มุมมองที่กว้างเต็มตาเป็นพิเศษ รวมถึงรองรับคอนเทนต์แบบ HDR10+ พร้อมการแสดงผลสีที่คมชัด และเทคโนโลยี AI Image Engine ที่ช่วยปรับแต่งสี พร้อมค่า Contrast ของคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่เปิดผ่านแอปพลิเคชันที่รองรับ ให้มีความสวยงาม คมชัดทุกรายละเอียด


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

Xiaomi 12T Series มาพร้อมชุดกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว โดยมีความแตกต่างกันที่กล้องตัวหลัก (Wide) ดังนี้

Xiaomi 12T : มีกล้องหลัก (Wide) ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Samsung ISOCELL HM6 ขนาด 1/1.67 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.92 ไมครอน (9-in-1 Pixel), รูรับแสงขนาด f1.7, มุมรับภาพ 83.6 องศา, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF

Xiaomi 12T Pro : มีกล้องหลัก (Wide) ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Samsung ISOCELL HP1 ขนาด 1/1.22 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.64 ไมครอน (1.28 ไมครอน ในแบบ 9-in-1 Pixel หรือ 2.56 ไมครอน ในแบบ 16-in-1 Super Pixel), รูรับแสงขนาด f1.69, มุมรับภาพ 85 องศา, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS, ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ Xiaomi ProFocus และโครงสร้างแบบ 8 ชิ้นเลนส์


โดย Interface แอปพลิเคชันกล้องของ Xiaomi 12T Series มีการดีไซน์เรียบหรู สบายตา และมีเมนูให้ได้เลือกใช้อย่างชัดเจน ซึ่งรองรับฟังก์ชันพื้นฐานครบครัน โดยรองรับโหมด HDR, ฟังก์ชัน AI Camera, Google Lens โดยมีไอคอนเมนูเพิ่มฟิลเตอร์ที่ด้านล่างขวา


และการตั้งค่าเพิ่มเติมอย่างสัดส่วนภาพถ่าย, ตั้งเวลา และโหมด Macro


Xiaomi 12T Series รองรับการถ่ายภาพมุมกว้างแบบ Ultra-Wide (0.6x) ไปจนถึงการซูมไกลสุดที่ 10 เท่า (10x)


รองรับการถ่ายภาพบุคคล Portrait สามารถปรับระดับความเบลอได้ที่ระหว่าง f1.0-f16


พร้อมเอฟเฟกต์ Cinematic ให้เลือกหลายรูปแบบ และปรับผิวเนียนสวยด้วย Beautify


โหมด Night ด้วยเทคโนโลยี 16-in-1 Pixel เม็ดพิกเซลขนาด 2.56 ไมครอนบนรุ่น Xiaomi 12T Pro และรองรับระบบกันสั่นไหวแบบ OIS ที่ช่วยให้ถ่ายภาพเวลากลางคืนได้สว่าง คมชัดทุกรายละเอียด พร้อมรองรับการถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษแบบ Ultra-Wide (0.6x)


และโหมด Long exposure ที่มีให้เลือกถ่ายถึง 6 รูปแบบ


สำหรับ Xiaomi 12T จะมาพร้อมโหมดถ่ายภาพความละเอียดสูง 108MP Ultra HD (9000x12000 พิกเซล) ส่วน Xiaomi 12T Pro จะเป็นโหมด 200MP Ultra HD (16384x12288 พิกเซล)


Xiaomi 12T Seires มาพร้อมกับรายละเอียดการตั้งค่าต่างๆ ที่ครบครัน และครอบคลุมสำหรับช่างภาพแทบทั้งหมดในโหมด Pro โดยรองรับการถ่ายภาพไฟล์ RAW ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลภาพได้มากกว่าเดิม ตอบโจทย์การนำไปปรับแต่งในโปรแกรมต่างๆ อย่างเช่น Lightroom โดยไม่สูญเสียคุณภาพไฟล์


ด้านการบันทึกวิดีโอ Xiaomi 12T รองรับการบันทึกวิดีโอระดับสูงสุดที่ 4K UHD (30 fps) ส่วน Xiaomi 12T Pro รองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 8K (24 fps) โดยทั้งสองรุ่นรองรับโหมดป้องกันการสั่นไหวที่ช่วยให้วิดีโอที่ได้มีความนิ่งกว่า เดิม


ซึ่งสามารถถ่ายวิดีโอในที่แสงน้อย หรือเวลากลางคืนแบบ Ultra Night Video ได้อย่างคมชัดด้วยเช่นกัน


รองรับโหมด Beautify ปรับผิวให้เนียนสวย
(รองรับที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD 1080p 30fps ในรุ่น Xiaomi 12T และระดับ HD 720p 30fps ในรุ่น Xiaomi 12T Pro)


และโหมด Bokeh สำหรับถ่ายวิดีโอหน้าชัดหลังเบลอแบบ real-time ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้


นอกจากนี้ Xiaomi 12T Series ยังตอบโจทย์สายคอนเทนต์ตัวจริงด้วยโหมดการถ่ายวิดีโอแบบ Vlog, Movie effects และ Clone พร้อมกับรูปแบบวิดีโอให้เลือกถ่ายหลากหลายสไตล์


ทางด้านกล้องหน้า Xiaomi 12T Series มีความคมชัดเท่ากันที่ 20 ล้านพิกเซล (f2.24)


รองรับฟังก์ชัน HDR พร้อมโหมดปรับผิวเนียนเป็นธรรมชาติ Beautify ที่สามารถปรับส่วนต่าง ๆ บนใบหน้าได้อย่างอิสระ


รองรับโหมดยอดนิยมอย่าง Portrait ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้ที่ระหว่าง f1.0-f16 ที่ใช้ร่วมกับโหมด Beautify ปรับผิวให้เนียนสวยเป็นธรรมชาติ พร้อมปรับแต่ละส่วนบนใบหน้าได้อย่างอิสระ


และมีเอฟเฟกต์ Cinematic ให้เลือกหลายรูปแบบ


รวมถึงโหมด Night สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่ในเวลากลางคืน ที่สามารถทำงานร่วมกับ Beautify ในการปรับผิวเนียน


โดยรองรับการบันทึกวิดีโอด้วยกล้องหน้าความ ละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD 1080p (60 fps) รองรับโหมด HDR พร้อม Beautify ในการปรับผิวให้เนียนสวย
(รองรับที่ความละเอียดสูงสุดระดับ HD 720p 30fps)


และโหมด Bokeh สำหรับถ่ายวิดีโอหน้าชัดหลังเบลอแบบ real-time ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังของ Xiaomi 12T Series

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Portrait


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Macro


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Night


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ Xiaomi 12T Series

ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมดปกติ


ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมด Beautify


ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมด Portrait


สรุปผลการทดสอบของ Xiaomi 12T Series

จากที่มีโอกาสใช้งาน Xiaomi 12T Series มาระยะหนึ่งก็กล่าวได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งซีรีส์ที่ดีเยี่ยมครบเครื่องรอบด้าน โดยเฉพาะการถ่ายภาพที่จัดมาให้แบบเต็มที่ กับชุดกล้องหลัง 3 ตัว ที่มีระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS โดย Xiaomi 12T มีกล้องตัวหลักความละเอียด 108MP ซึ่งก็ถือว่าละเอียดมากแล้ว แต่รุ่น Xiaomi 12T Pro นั้นละเอียดคมชัดจัดเต็มขึ้นไปอีกขั้นที่ 200MP ด้วยเซนเซอร์รับภาพ Samsung ISOCELL HP1 ขนาด 1/1.22 นิ้ว ที่มีระบบซูม 2 เท่าแบบ 2x In-Sensor Zoom พร้อมเทคโนโลยี 16-in-1 Pixel ซึ่งช่วยให้มีเม็ดพิกเซลที่ใหญ่ถึง 2.56 ไมครอน บนโครงสร้างแบบ 8 ชิ้นเลนส์ จึงสามารถถ่ายภาพได้สวยงามในทุกสภาพแสง แม้ที่แสงน้อยหรือเวลากลางคืนก็ทำได้ดี แทบไม่มี Noise และรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดระดับ 8K อีกทั้ง Xiaomi 12T Series ยังรองรับการถ่ายวิดีโอกลางคืนแบบ Ultra Night Video รวมถึงตอบโจทย์สายคอนเทนต์ด้วยโหมดที่น่าสนใจหลากหลายได้แก่ Bokeh สำหรับถ่ายวิดีโอหน้าชัดหลังเบลอแบบ Real-Time, Vlog, Movie Effects และ Clone

สำหรับโหมดถ่ายภาพยอดนิยมก็มีให้ใช้งานบน Xiaomi 12T Series ด้วยเช่นกันไม่ว่าจะเป็น Portrait ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้ (f1.0-f16) พร้อมโหมดปรับผิวเนียนสวย Beautify ที่ในรุ่น Xiaomi 12T Pro จะมีระบบโฟกัสดวงตา (Eye tracking focus) จึงสามารถจับใบหน้าของแบบได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำ รวมถึงโหมดถ่ายภาพความละเอียดสูง Ultra HD และโหมด Long exposure ที่มีให้เลือกถ่ายถึง 6 รูปแบบ

ทางด้านกล้องหน้า Xiaomi 12T Series ให้มาที่ความละเอียด 20MP ซึ่งรองรับโหมดถ่ายเด่น ๆ ครบครันอย่างฟังก์ชัน HDR พร้อมโหมดปรับผิวเนียนเป็นธรรมชาติ Beautify ที่สามารถปรับส่วนต่าง ๆ บนใบหน้าได้อย่างอิสระ, โหมด Portrait ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้ พร้อมเอฟเฟกต์ Cinematic ให้เลือกหลายรูปแบบ รวมถึงโหมด Night สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่ในเวลากลางคืน ที่สามารถทำงานร่วมกับ Beautify ในการปรับผิวเนียน รวมถึงการถ่ายวิดีโอแบบ HDR พร้อม Beautify และโหมด Bokeh สำหรับถ่ายวิดีโอหน้าชัดหลังเบลอแบบ Real-Time ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้

 

นอกจากนี้ Xiaomi 12T Series ยังตอบโจทย์ด้านความบันเทิงได้อย่างเยี่ยมด้วยหน้าจอไร้ขอบแบบ 120Hz CrystalRes AMOLED DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว ที่คมชัดระดับ 1220P พร้อมรองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz แบบ Adaptive ผสานค่า Touch Sampling Rate ระดับสูงสุดที่ 480Hz รองรับเทคโนโลยี AI Image Engine ในการปรับแต่งสี พร้อมค่า Contrast ของคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่เปิดผ่านแอปพลิเคชันที่รองรับ ให้มีความสวยงาม คมชัดทุกรายละเอียด รวมถึงมีลำโพงเสียงแบบคู่ และระบบเสียง Dolby Atmos ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการใช้งานต่าง ๆ ให้เต็มที่ขึ้นไปอีกขั้น ไม่ว่าจะดูหนัง หรือเล่นเกม ซึ่งในรุ่น Xiaomi 12T Pro จะพิเศษกว่าที่ได้รับการปรับจูนเสียงจากทาง Harman Kardon บนการดีไซน์สวยพรีเมียมด้วยฝาหลังป้องกันการเกิดรอยนิ้วมือได้เป็นอย่างดี และครอบทับหน้าจอด้วยกระจก Gorilla Glass 5

Xiaomi 12T Series ยังรองรับการใช้งานแบบหนัก ๆ ประเภทที่กินทรัพยากรเครื่องสูง โดยในด้านของ Xiaomi 12T Pro เลือกใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8+ Gen1 พร้อมจับคู่กับ RAM แบบ LPDDR5 ขนาด 12GB ส่วน Xiaomi 12T เลือกใช้ชิปเซ็ตระดับรองท็อปจากทาง MediaTek อย่าง Dimensity 8100-Ultra จับคู่กับ RAM แบบ LPDDR5 ขนาด 8GB ซึ่งทั้งสองรุ่นรองรับเทคโนโลยี Extended RAM ที่สามารถขยาย RAM เพิ่มได้อีก 3GB จึงสามารถใช้งานแบบ Multitasking ได้เต็มที่ทุกด้าน พร้อมความลื่นไหลไม่มีสะดุด และมี ROM แบบ UFS 3.1 ขนาด 256GB ที่แม้จะไม่รองรับการเพิ่มการ์ดหน่วยความจำภายนอก แต่ก็สามารถรองรับการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างเพียงพอ และสามารถใช้งานตัวเครื่องได้ยาวนานด้วยแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ซึ่งรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 120W HyperCharge ที่ช่วยย่นระยะเวลาในการชาร์จได้อย่างน่าประทับใจ นั่นคือเพียง 19 นาทีก็สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้เต็ม 100% รวมถึงโหมด Performance สำหรับเร่งประสิทธิภาพตัวเครื่องในด้านต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับสูงสุด แต่ก็แลกมาด้วยการใช้ทรัพยากรที่มากขึ้น จึงอาจทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าเดิมนั่นเอง ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 12 ที่ถูกครอบทับด้วย MIUI 13 ใหม่ล่าสุด และมีระบบรักษาความปลอดภัย 2 รูปแบบ ได้แก่ เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint Sensor) พร้อมระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock)

 

และล่าสุดวันนี้ (4 ตุลาคม 2565) ทาง Xiaomi (ประเทศไทย) ก็ได้ประกาศราคา และโปรโมชันของ Xiaomi 12T Series อย่างเป็นทางการในบ้านเราออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังรายละเอียดต่อไปนี้

- Xiaomi 12T Pro รุ่น RAM 12GB+ROM 256GB ราคา 25,990 บาท
- Xiaomi 12T รุ่น RAM 8GB+ROM 256GB ราคา 17,990 บาท

 

โดย Xiaomi 12T Series จะเริ่มเปิดให้สั่งจองล่วงหน้า (Pre-Order) ระหว่างวันที่ 8-21 ตุลาคม 2565 พร้อมโปรโมชันพิเศษแบบ 2 ต่อ

- ต่อที่ 1 : รับฟรี Xiaomi Watch S1 Active มูลค่า 5,490 บาท สำหรับลูกค้า 1,500 ท่านแรกที่สั่งจอง และซื้อ Xiaomi 12T Series จนกว่าของแถมจะหมด
- ต่อที่ 2 : รับฟรี VIP Service รับประกันจากศูนย์บริการนาน 2 ปี พร้อมบริการเปลี่ยนหน้าจอฟรี, บริการรับ-ส่งซ่อมถึงหน้าบ้าน และบริการเครื่องสำรองระหว่างซ่อม

 

นอกจากนี้ยังมี Special Event สุดพิเศษในวันที่ 22 ตุลาคม 2565 สำหรับ 30 ท่านแรกที่สั่งจอง หรือซื้อ Xiaomi 12T Series ในแต่ละสาขาที่กำหนด ผ่านการรันคิวบนแอปพลิเคชัน QueQ เวลา 10.00 น. รับฟรี Redmi Watch 2 Lite มูลค่า 1,790 บาท และ Mi Smart Scale 2 มูลค่า 590 บาท

 

และแน่นอนว่ามีโปรโมชันจากผู้ให้บริการเครือข่ายด้วยเช่นกัน โดย Xiaomi 12T มีราคาเริ่มต้นที่ 8,990 บาท และ Xiaomi 12T Pro มีราคาเริ่มต้นที่ 14,990 บาท

ตรวจสอบร้านค้า และรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://bit.ly/3UTUH61

ช่องทางการจัดจำหน่ายแบบออฟไลน์ ได้แก่ Xiaomi Store, BaNANA IT, Jaymart, TG Fone, CSC IT City, AIS และ True
ช่องทางการจัดจำหน่ายแบบออนไลน์ ได้แก่ Lazada (https://bit.ly/3SRWW7Q), Shopee (https://bit.ly/3y7H3T6), JDC (https://bit.ly/3dVoN8F) และ Thisshop (https://bit.ly/3rmNrC6)

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง Xiaomi ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง Xiaomi 12T Series ทั้งสองรุ่นใหม่นี้มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน และขอขอบคุณสถานที่สวย ๆ จากทาง Pickadaily Bangkok สำหรับวันนี้ทางทีมงานต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีค่ะ


 

จุดเด่นของ Xiaomi 12T

- ฝาหลังดีไซน์พรีเมียมกับผิวสัมผัสแบบด้านป้องกันการเกิดรอยนิ้วมือได้เป็นอย่างดี
- ครอบทับหน้าจอด้วยกระจก Gorilla Glass 5 และด้านหลังตัวเครื่องครอบทับด้วยกระจก Anti-Glare Glass
- มีตัวเลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ (Black), สีเงิน (Silver) และสีฟ้า (Blue)
- จอแสดงผลแบบ 120Hz CrystalRes AMOLED DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียดระดับ 1220P (2712x1220 พิกเซล : 446 PPI) พร้อมอัตราการรีเฟรชสูงสุดที่ 120Hz (AdaptiveSync), อัตราการตอบสนองของระบบสัมผัสสูงสุดที่ 480Hz, แสดงผลสีได้ 68 พันล้านสี (12-bit), เทคโนโลยี TrueColor Display, เทคโนโลยี Adaptive True Display, ความสว่างสูงสุด 900 nits, ค่า Contrast Ratio 5,000,000:1 และรองรับการแสดงผลคอนเทนต์แบบ HDR10+
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ (In-Screen Fingerprint Sensor) พร้อมระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock)

------------------------------------------------------------------

- ประมวลผลด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 8100-Ultra ความเร็ว 2.85 GHz ที่ใช้กระบวนการผลิตระดับ 5 nm
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G610 MC6
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR5 ขนาด 8GB พร้อมเทคโนโลยี Extended RAM ที่สามารถขยาย RAM เพิ่มได้อีก 3GB ด้วย Internal Storage (ROM)
- หน่วยความจำภายใน (ROM) แบบ UFS 3.1 ขนาด 256GB
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 120W HyperCharge ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ 100% ภายในเวลา 19 นาที (Boost Mode)
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 12 พร้อมครอบทับด้วย MIUI 13 ใหม่ล่าสุด

------------------------------------------------------------------

กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย

- กล้องตัวที่ 1 แบบ Wide ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Samsung ISOCELL HM6 ขนาด 1/1.67 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.92 ไมครอน (9-in-1 Pixel), รูรับแสงขนาด f1.7, มุมรับภาพ 83.6 องศา, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้องตัวที่ 2 แบบ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/4 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.2 และมุมรับภาพ 120 องศา
- กล้องตัวที่ 3 แบบ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/5 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.75 ไมครอน และรูรับแสงขนาด f2.4

พร้อมรองรับโหมด Portrait ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้ (f1.0-f16) พร้อมโหมดปรับผิวเนียนสวย Beautify, โหมดถ่ายภาพความละเอียดสูง 108MP Ultra HD, โหมดถ่ายภาพกลางคืน Night พร้อมโหมด Long exposure ที่มีให้เลือกถ่ายถึง 6 รูปแบบ, รองรับการบันทึกวิดีโอสูงสุดที่ระดับ 4K UHD (30 fps) พร้อมโหมดกันสั่น Steady Video ด้วยระบบ OIS ที่รองรับการถ่ายวิดีโอเวลากลางคืนแบบ Ultra Night Video ด้วยเช่นกัน, โหมดปรับผิวสวย พร้อมถ่ายวิดีโอแบบหน้าชัดหลังเบลอ (Bokeh) แบบ real-time ที่เลือกระดับความเบลอได้ และยังตอบโจทย์สายคอนเทนต์ตัวจริงด้วยโหมดการถ่ายวิดีโอแบบ Vlog, Movie effects และ Clone พร้อมกับรูปแบบวิดีโอให้เลือกถ่ายหลากหลายสไตล์

กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล

พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/3.47 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.24, รองรับโหมด Beautify ปรับผิวให้สวยเป็นธรรมชาติ พร้อมเลือกปรับส่วนต่าง ๆ บนใบหน้าได้อย่างอิสระ, โหมดถ่ายภาพบุคคล Portrait ที่สามารถปรับค่าความเบลอได้ (f1.0-f16), โหมด Night สำหรับถ่ายเซลฟี่เวลากลางคืน หรือที่แสงน้อย และการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD 1080p (60 fps) พร้อม Beautify ปรับผิวเนียน และโหมด Bokeh สำหรับถ่ายวิดีโอหน้าชัดหลังเบลอแบบ real-time ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้

------------------------------------------------------------------

- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ Wi-Fi 6 (Dual Band (2.4/5 GHz), 5G Dual-Mode (SA/NSA), 4G LTE, 3G WCDMA, 2G EDGE/GPRS
- เชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.3, IR Blaster และ NFC
- ระบุตำแหน่ง และนำทางด้วยระบบดาวเทียม GPS+A-GPS, Glonass, Galileo, BeiDou และ QZSS
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C (USB 2.0) พร้อมรองรับการใช้งาน OTG (USB On-the-Go)
- ลำโพง Stereo แบบคู่ (Dual Sprakers) พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos
- ฟังก์ชัน Dual Apps สำหรับใช้งานแอปพลิเคชันประเภทโซเชียลมีเดียได้พร้อมกัน 2 แอคเคานท์


 

จุดเด่นของ Xiaomi 12T Pro

- ฝาหลังดีไซน์พรีเมียมกับผิวสัมผัสแบบด้านป้องกันการเกิดรอยนิ้วมือได้เป็นอย่างดี
- ครอบทับหน้าจอด้วยกระจก Gorilla Glass 5 และด้านหลังตัวเครื่องครอบทับด้วยกระจก Anti-Glare Glass
- มีตัวเลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ (Black), สีเงิน (Silver) และสีฟ้า (Blue)
- จอแสดงผลแบบ 120Hz CrystalRes AMOLED DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียดระดับ 1220P (2712x1220 พิกเซล : 446 PPI) พร้อมอัตราการรีเฟรชสูงสุดที่ 120Hz (AdaptiveSync), อัตราการตอบสนองของระบบสัมผัสสูงสุดที่ 480Hz, แสดงผลสีได้ 68 พันล้านสี (12-bit), เทคโนโลยี TrueColor Display, เทคโนโลยี Adaptive True Display, ความสว่างสูงสุด 900 nits, ค่า Contrast Ratio 5,000,000:1, รองรับการแสดงผลคอนเทนต์แบบ Dolby Vision กับ HDR10+ และได้รับการรับรองมาตรฐาน SGS Low Visual Fatigue Certification
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint Sensor) พร้อมระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock)

------------------------------------------------------------------

- ประมวลผลด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 8100-Ultra ความเร็ว 3.2 GHz ที่ใช้กระบวนการผลิตระดับ 4 nm
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 730
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR5 ขนาด 12GB พร้อมเทคโนโลยี Extended RAM ที่สามารถขยาย RAM เพิ่มได้อีก 3GB ด้วย Internal Storage (ROM)
- หน่วยความจำภายใน (ROM) แบบ UFS 3.1 ขนาด 256GB
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 120W HyperCharge ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้เต็ม 100% ภายในเวลา 19 นาที
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 12 พร้อมครอบทับด้วย MIUI 13 ใหม่ล่าสุด

------------------------------------------------------------------

กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบ ด้วย

- กล้องตัวที่ 1 แบบ Wide ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Samsung ISOCELL HP1 ขนาด 1/1.22 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.64 ไมครอน (1.28 ไมครอน ในแบบ 9-in-1 Pixel หรือ 2.56 ไมครอน ในแบบ 16-in-1 Super Pixel), รูรับแสงขนาด f1.69, มุมรับภาพ 85 องศา, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS, ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ Xiaomi ProFocus และโครงสร้างแบบ 8 ชิ้นเลนส์
- กล้องตัวที่ 2 แบบ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/4 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.2 และมุมรับภาพ 120 องศา
- กล้องตัวที่ 3 แบบ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/5 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.75 ไมครอน และรูรับแสงขนาด f2.4

พร้อมรองรับระบบการโฟกัสดวงตา (Eye tracking focus) ที่สามารถจับใบหน้าของแบบได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ, โหมด Portrait ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้ (f1.0-f16) พร้อมโหมดปรับผิวเนียนสวย Beautify, โหมดถ่ายภาพความละเอียดสูง 200MP Ultra HD, โหมดถ่ายภาพกลางคืน Night พร้อมโหมด Long exposure ที่มีให้เลือกถ่ายถึง 6 รูปแบบ, รองรับการบันทึกวิดีโอสูงสุดที่ระดับ 8K (24 fps) พร้อมโหมดกันสั่น Steady Video ด้วยระบบ OIS ที่รองรับการถ่ายวิดีโอเวลากลางคืนแบบ Ultra Night Video ด้วยเช่นกัน และรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ HDR10+, โหมดปรับผิวสวย พร้อมถ่ายวิดีโอแบบหน้าชัดหลังเบลอ (Bokeh) แบบ real-time ที่เลือกระดับความเบลอได้ และยังตอบโจทย์สายคอนเทนต์ตัวจริงด้วยโหมดการถ่ายวิดีโอแบบ Vlog, Movie effects และ Clone พร้อมกับรูปแบบวิดีโอให้เลือกถ่ายหลากหลายสไตล์

กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล

พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/3.47 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.24, รองรับโหมด Beautify ปรับผิวให้สวยเป็นธรรมชาติ พร้อมเลือกปรับส่วนต่าง ๆ บนใบหน้าได้อย่างอิสระ, โหมดถ่ายภาพบุคคล Portrait ที่สามารถปรับค่าความเบลอได้ (f1.0-f16), โหมด Night สำหรับถ่ายเซลฟี่เวลากลางคืน หรือที่แสงน้อย และการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD 1080p (60 fps) พร้อม Beautify ปรับผิวเนียน และโหมด Bokeh สำหรับถ่ายวิดีโอหน้าชัดหลังเบลอแบบ real-time ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้

------------------------------------------------------------------

- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ Wi-Fi 6 (Dual Band (2.4/5 GHz), 5G Dual-Mode (SA/NSA), 4G LTE, 3G WCDMA 2G EDGE/GPRS
- เชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.2, IR Blaster และ NFC
- ระบุตำแหน่ง และนำทางด้วยระบบดาวเทียม GPS+A-GPS, Glonass, Galileo, BeiDou และ QZSS
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C (USB 2.0) พร้อมรองรับการใช้งาน OTG (USB On-the-Go)
- ลำโพง Stereo แบบคู่ (Dual Sprakers) พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos
- ได้รับการปรับจูนเสียงจากทาง Harman Kardon
- ฟังก์ชัน Dual Apps สำหรับใช้งานแอปพลิเคชันประเภทโซเชียลมีเดียได้พร้อมกัน 2 แอคเคานท์


 

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Xiaomi 12T Series

- ตัวเครื่องไม่มีคุณสมบัติของการป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่น
- ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักพอสมควร จึงอาจทำให้เมื่อยล้าได้ง่ายหากถือใช้งานเป็นเวลานาน
- ไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำเสริมด้วยการ์ดแบบ microSD Card หรือแบบอื่น ๆ ได้
- ไม่มีพอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- ไม่รองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย


สรุปคุณสมบัติเครื่อง

ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ Xiaomi 12T และ Xiaomi 12T Pro ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ Xiaomi 12T
สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ Xiaomi 12T Pro

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางผู้ผลิต เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *


วันที่ : 04/10/2022

Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy