ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 22/03/2021

รีวิว (Review) Vivo Y72 5G

สมาร์ทโฟน 5G ราคาดีที่สุดในค่าย พร้อมชิปตัวแรง กล้อง AI 64MP แบตใหญ่ชาร์จไว กับค่าตัวแค่หลักพัน
 

22 มีนาคม 2021 - หลังจากที่ทาง Vivo ประเทศไทย ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟน 5G ตระกูล V Series อย่าง Vivo V20 Pro 5G กับราคาช่วงหมื่นกลางในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดก็ได้เปิดตัว Vivo Y72 5G สมาร์ทโฟน 5G จากตระกูล Y Series รุ่นแรกในไทยออกมาเพิ่มเติมแล้ว ภายใต้สโลแกน "5G เข้าถึงทุกที่ ทุกเวลา" กับการดีไซน์สวยพรีเมียมโฉมใหม่ อัปเกรดฟีเจอร์ภายในครบครัน และเป็นสมาร์ทโฟน 5G ที่มีราคาจับต้องได้ง่ายแค่หลักพัน

Vivo Y72 5G มือถือ 5G ซีรีส์ Y รุ่นแรกในประเทศไทย มาพร้อมชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 700 ซึ่งผลิตบนสถาปัตยกรรมระดับ 7nm รองรับเครือข่าย 5G แบบ Dual-Mode (SA/NSA) จับคู่กับหน่วยความจำ RAM 8GB + ROM 128GB ผสานเทคโนโลยี Multi-Turbo จึงสามารถใช้งานด้านต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว บนการดีไซน์พรีเมียมน้องๆ รุ่นใหญ่ ด้วยเทคนิคการเคลือบฝาหลังแบบซิลเวอร์ พร้อมกับหน้าจอ Halo Fullview Display ขนาด 6.58 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ มีปุ่มสแกนลายนิ้วมือด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint) มีกล้องหลัง AI ทั้งหมด 3 ตัว ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมกล้อง Super Wide กับ Super Macro เพื่อรองรับการถ่ายภาพในทุกระยะ ผสานกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

 

Vivo Y72 5G มีอีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าสนใจคือแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อม Vivo Energy Guardian (VEG) ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ ที่ช่วยยืดเวลาในการใช้งานให้นานกว่าเดิม รวมถึงรองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 18W Vivo FlashCharge ที่ช่วยย่นระยะเวลาในการชาร์จให้เร็วยิ่งขึ้น โดยทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ที่ถูกครอบทับด้วย Funtouch OS 11.1 เวอร์ชันใหม่

จากข้อมูลในข้างต้นก็กล่าวได้ว่า Vivo Y72 5G มีจุดเด่นที่น่าสนใจอยู่หลายด้านเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์ตัวเครื่องที่ดูดีมีความพรีเมียม พร้อมฟีเจอร์ที่พร้อมตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบัน ที่สำคัญคือรองรับการใช้งานร่วมกับเครือข่าย 5G กับราคาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเบาๆ ที่ 9,999 บาท ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ดีไซน์ตัวเครื่องจะสวยงามขนาดไหน และฟีเจอร์ที่มีอยู่จะตอบโจทย์การใช้งานได้ดีเพียงใด ขอเชิญทุกท่านรับชมรีวิว Vivo Y72 5G ไปพร้อมกันได้เลยค่ะ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

Vivo Y72 5G มาในแพ็กเกจสีน้ำเงินตัดขาว พร้อมชื่อรุ่น และระบุความจุ RAM + ROM ไว้อย่างชัดเจนที่มุมบนขวา


ภายในกล่องมีอุปกรณ์พื้นฐานมาให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น หูฟัง, อะแดปเตอร์ Vivo FlashCharge (9V/2A), สายเชื่อมต่อแบบ USB Type-C, เคสใส, เข็มสำหรับถอดถาดซิมการ์ด และคู่มือการใช้งาน


ภาพตัวอย่างการสวมใส่เคสใสที่แถมมาให้ภายใน แพ็กเกจ


Vivo Y72 5G มาพร้อมหน้าจอแสดงผล Halo Fullview Display (IPS LCD) ขนาด 6.58 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 400 ppi) มีสัดส่วนการแสดงผล 90.6% และครอบทับด้วยกระจกขอบโค้งแบบ 2.5D บนตัวเครื่องมีขนาด 163.95x75.30x8.50 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 193 กรัม


ที่ด้านบนหน้าจอมีรอยบากทรงหยดน้ำ สำหรับกล้องหน้าเซลฟี่ ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล (F/2.0) และรองรับเทคโนโลยี AI Face Beauty สำหรับปรับแต่งใบหน้าของตัวแบบให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ผ่านการวิเคราะห์โดยปัญญาประดิษฐ์

ส่วนลำโพงสำหรับสนทนาจะอยู่ถัดขึ้นไป และมีการติดตั้งเซ็นเซอร์ Proximity สำหรับปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน กับเซ็นเซอร์ Ambient Light สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอ และแผงปุ่มกดให้เหมาะสม


พร้อมกับรองรับระบบสแกนใบหน้าแบบ Face Wake ในการปลดล็อกตัวเครื่อง

 

ด้านหน้าส่วนล่างประกอบด้วย ปุ่มกดแบบ On-Screen ประกอบด้วย ปุ่มย้อนกลับ, ปุ่มโฮม และปุ่ม Recent Apps


หรือเลือกใช้งานวิธีควบคุมแบบ Gestures ซึ่งเป็นการลาก และปัดบริเวณขอบหน้าจอเพื่อสั่งการได้ด้วย


ที่ด้านบนของตัวเครื่องมีไมโครโฟนตัวที่สอง พร้อมถาดใส่ซิมการ์ด nanoSIM แบบ Hybrid-Slot โดยในช่องที่สองต้องเลือกใช้งานระหว่างซิมการ์ดที่สอง หรือหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card


ที่ด้านล่างประกอบด้วย ลำโพงเสียงตัวหลักเทคโนโลยี Super Liner 1612, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา และช่องเชื่อมต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร


ด้านซ้ายของตัวเครื่องไม่มีช่อง หรือปุ่มสั่งการใดๆ


ด้านขวาของตัวเครื่อง มีปุ่มปรับระดับเสียง พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้ว มือที่เป็นปุ่ม Power ไปในตัว สำหรับล็อกหน้าจอ, เปิด-ปิด เครื่อง หรือเรียกใช้ Google Assistant


Vivo Y72 5G มีฝาหลังโค้งมนแบบ 3D กระชับรับกับฝ่ามือขณะถือใช้งาน พร้อมความเงางาม ไล่เฉดสีแบบใหม่ด้วยเทคนิคเคลือบซิลเวอร์ โดยสีที่ทางทีมงานนำมารีวิวให้ได้ชมกันนั้นเป็นสี Graphite Black


กล้องหลังของ Vivo Y72 5G มีทั้งหมด 3 ตัว (AI Triple Camera) ในดีไซน์ใหม่ โดยแบ่งออกเป็น

- กล้องตัวหลัก (Wide) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.79, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF 
- กล้องตัวที่สองแบบ Super Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2, มุมรับภาพ 120 องศา และเม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน 
- กล้องตัวที่สามแบบ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร

โดยรองรับโหมดถ่ายภาพที่น่าสนใจแบบครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบการโฟกัสดวงตา Eye Autofocus, โหมดความละเอียดสูง 64MP, โหมด Super HDR, Portrait Bokeh พร้อม Light Effect, Super Night Mode พร้อมฟิลเตอร์แบบต่าง ๆ และโหมดกันสั่นสำหรับการถ่ายวิดีโอด้วยเทคโนโลยี EIS


เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่าง ๆ

Vivo Y72 5G ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย Funtouch OS 11.1 เวอร์ชันใหม่


และสามารถใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด พร้อมรองรับการใช้งานบนเครือข่าย 5G แบบ Dual-Mode (SA/NSA) โดยสามารถใช้งานได้ทันที

NR SA : n28 (700) / n41 (2500) / n78 (3500)
NR NSA : n1 (2100) / n28 (700) / n41 (2500)


เมื่อกดปุ่ม Recent Apps จะพบกับหน้าแอปพลิเคชันทั้งหมดที่เปิดใช้งานเอาไว้ ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกปิดแอปพลิเคชันที่เปิดค้างเอาไว้ได้ เพียงแค่เลื่อนหน้าต่างแอปนั้นๆ ไปยังด้านบน หรือปิดแอปพลิเคชันทั้งหมดภายในครั้งเดียวได้อย่างง่ายดาย ด้วยการกดปุ่มไอคอน X ที่ด้านล่าง


เมื่อกดค้างที่หน้าจอจะเป็นการเข้าสู่เมนูการ ปรับแต่งหน้าจอ โดยผู้ใช้สามารถปรับตำแหน่งของไอคอน พร้อมตั้งค่า Home, Widgets และเปลี่ยน Wallpaper ได้


เมื่อลากจากขอบด้านบนของหน้าจอลงมาจะพบกับ Notification Center ซึ่งเป็นหน้ารวมสำหรับการแสดงแจ้งเตือนต่างๆ และเมื่อปัดลงอีกหนึ่งครั้งจะเป็นการขยายหน้าจอ Toggle Switch ปุ่มลัดสำหรับการเปิด-ปิดฟังก์ชัน ต่างๆ


โดยผู้ใช้ยังสามารถปรับแต่งตำแหน่งของคีย์ลัด เองได้ด้วย


พร้อมหน้า Jovi Home ที่จะแสดงภาพรวมการใช้งานตัวเครื่อง, Event, การแจ้งเตือนให้ดื่มน้ำ และการนับก้าว พร้อมสรุปพลังงานที่เผาผลาญในเบื้องต้น


เมื่อปัดไปทางด้านขวาจากหน้าโฮมสกรีน จะพบกับ Google Discover หน้าที่รวบรวมข่าวสารที่ได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ โดยอ้างอิงจากการค้นหาของผู้ใช้


แอปพลิเคชัน iManager เครื่องมือสำหรับจัดการประสิทธิภาพภายในตัวเครื่อง ทั้งการล้างพื้นที่ (การเคลียร์แรม), ตั้งค่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตของแต่ละแอปพลิเคชัน หรือการจำกัดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้


Vivo Y72 5G สามารถปรับตั้งค่าการแสดงผลของหน้าจอได้อย่างหลากหลาย ได้แก่ การปรับความสว่างแบบอัตโนมัติ พร้อมโหมด Eye Protection


และ Dark Mode ในการเปลี่ยนพื้นหลังให้กลายเป็นสีดำ


ตัวอย่างการใช้งาน Dark Mode


และสามารถเลือกการแสดงผลสีของหน้าจอได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Standard (ค่าเริ่มต้น), Professional และ Bright


ในส่วนของการตั้งค่า Lock Screen & Wallpaper สามารถเปลี่ยนธีม และภาพพื้นหลังได้


และยังสามารถเปลี่ยนธีมของตัวเครื่องรวมถึง Font ตัวอักษรรูปแบบต่างๆ และการตั้งค่าอื่นๆ บนหน้าจอได้ผ่านแอปพลิเคชัน iTheme


สามารถเปิด-ปิด ฟังก์ชัน Lockscreen Magazine ในการเปลี่ยนภาพล็อกหน้าจอทุกครั้งที่เปิดการทำงาน และรูปแบบของหน้า Lockscreen


นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่า Animation เมื่อมีการเข้าสู่หน้าโฮมจากการปลดล็อกหน้าจออีกด้วย



สามารถตั้งค่า Home Screen เป็นแบบ Simple Mode ที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุได้


สามารถเลือกใช้งานปุ่ม Navigation Buttons หรือเลือกใช้งานวิธีควบคุมแบบ Navigation Gestures ซึ่งเป็นการลาก และปัดบริเวณขอบหน้าจอเพื่อสั่งการได้ ให้เหมาะกับการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนได้


สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยของ Vivo Y72 5G มีทั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่อยู่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side Fingerprint) โดยสามารถตั้งค่าการใช้งานเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือสำหรับปลุกการทำงานของ เครื่อง หรือปลดล็อกหน้าจอได้ พร้อมทั้งสามารถเพิ่มลายนิ้วมือได้มากกว่า 1 ลายนิ้วมือ ซึ่งจากการทดสอบตัวเซ็นเซอร์ก็สามารถปลดล็อกหน้าจอได้รวดเร็วทันใจ


และระบบการปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Wake) ที่สามารถปลดล็อกได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถลงทะเบียนได้เพียง 1 ใบหน้าเท่านั้น


และสามารถเลือกรูปแบบไอคอนที่หน้า Lockscreen กับ Animation ขณะปลดล็อกได้


Vivo Y72 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อม Vivo Energy Guardian(VEG) ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ ที่ช่วยยืดเวลาในการใช้งานให้นานยิ่งขึ้น และโหมดประหยัดพลังงานแบบ Battery Saver ที่เมื่อเปิดใช้งานสัญลักษณ์แบตเตอรี่จะเปลี่ยนเป็นสีส้ม พร้อมสัญลักษณ์ + ที่ด้านใน พร้อมปรับการแสดงผลให้เป็น Dark Mode และปรับมาใช้งานอินเทอร์เน็ตระดับ 4G+


และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 18W Vivo FlashCharge ที่ช่วยย่นระยะเวลาในการชาร์จให้เร็วยิ่งขึ้น


โดยสามารถตั้งค่า Animation การชาร์จได้


และสามารถตรวจสอบเวลาที่ใช้ไปในแต่ละแอปพลิเค ชัน รวมถึงกำหนดระยะเวลาในการใช้งานในแต่ละแอปพลิเคชันได้


รองรับฟังก์ชัน Focus Mode สำหรับช่วยตัดผู้ใช้ออกจากโลกภายนอก โดยระบบจะปิดแอปพลิเคชันที่ตั้งค่าไว้แบบชั่วคราว พร้อมเปิดเพลงสบายๆ โดยผู้ใช้สามารถเลือก Theme ของเพลงได้ และเปิดโหมดห้ามรบกวน (Do Not Disturb) เพื่อปิดการแจ้งเตือนต่างๆ ตอบโจทย์เวลาที่ผู้ใช้ต้องการสมาธิ หรือเข้านอนนั่นเอง


รองรับฟังก์ชัน App Clone สำหรับโคลนนิ่งแอปพลิเคชัน ซึ่งในเบื้องต้นนั้นสามารถโคลนนิ่งได้เฉพาะแอปพลิเคชันโซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น Facebook และ Line จึงทำให้ผู้ใช้สามารถล็อกอินแอปพลิเคชันเหล่านี้ได้พร้อมกันถึง 2 แอคเคานท์


สามารถบันทึกภาพสกรีนช็อต S-capture ได้อย่างรวดเร็วเพียงลาก 3 นิ้ว จากบริเวณด้านล่างหน้าจอไปยังด้านบน หรือกดปุ่ม Power พร้อมกับปุ่มลดเสียง


และยังสามารถบันทึกภาพสกรีนช็อตแบบยาวได้ด้วย


และมีฟังก์ชัน Screen-Split ที่สามารถแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งานสองแอปพลิเคชันได้พร้อมๆ กัน โดยสามารถเปิดใช้งานได้ทั้งหมด 4 รูปแบบ


ตัวอย่างการใช้งานฟังก์ชัน Screen-Split ที่รองรับทั้งในแนวตั้ง และแนวนอน


สำหรับฟังก์ชันการใช้งานอัจฉริยะ Smart Motion มาให้ใช้งานบน Vivo Y72 5G ด้วยเช่นกัน ซึ่งประกอบไปด้วย โหมด Smart turn on/off screen, Smart Wake และ Smart Call


Smart turn on/off screen การเปิด-ปิด หน้าจอแบบอัจฉริยะ โดยสามารถตั้งค่าให้หน้าจอติดเมื่อยกตัวเครื่องขึ้น หรือสัมผัสหน้าจอ 2 ครั้งติดกันเพื่อเป็นการล็อกหน้าจอ


Smart Wake เป็นการวาดตามรูปแบบต่างๆ เพื่อเปิดใช้งานคีย์ลัด เช่น การวาดตัวอักษร C เพื่อเข้าสู่ฟังก์ชันการโทรศัพท์ หรือการวาดตัวอักษร m เพื่อเข้าสู่แอปพลิเคชัน Music สำหรับฟังเพลง


และ Smart Call การโทรอัจฉริยะ ที่สามารถตั้งค่าให้สามารถโทรออกได้ทันทีเมื่อเปิดหน้ารายชื่อคนที่ต้องการ และยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู หรือรับสายได้ทันทีเมื่อยกโทรศัพท์แนบหู รวมถึงใช้มือปิดหน้าจอเมื่อมีสายเข้าเพื่อเป็นการปิดเสียงแจ้งเตือน


รวมทั้งยังมีโหมดการใช้งานมือเดียว One-handed ซึ่งเป็นการปรับขนาดของแผงตัวเลขโทรศัพท์, แป้นพิมพ์รหัสผ่านให้เล็กลง ซึ่งช่วยให้ใช้งานมือถือด้วยมือเดียวอย่างสะดวกขึ้น และ Smart Click ในการเปิดใช้งานฟังก์ชันเฉพาะในขณะล็อกหน้าจอ ทั้งการเปิดไฟแฟลช, บันทึกเสียง หรือเปิดใช้งานกล้องถ่ายภาพ


และสามารถเปิดใช้ฟังก์ชัน Easy Touch ปุ่มคีย์ลัดที่สามารถเลื่อนเปลี่ยนตำแหน่งได้


รองรับฟังก์ชัน Ambient Light Effect การแจ้งเตือนสายเข้า หรือข้อความ ด้วยไฟวิ่งรอบขอบหน้าจอ ที่สามารถตั้งค่าการแจ้งเตือน พร้อมปรับแต่งรูปแบบ และสีของไฟตามที่ชอบได้อีกด้วย


ท่านที่ใช้งาน Vivo Y72 5G เป็นสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่แล้วอยากย้ายข้อมูลจากสมาร์ทโฟนเครื่องเดิม ก็สามารถโอนย้ายข้อมูลด้วยแอปพลิเคชัน Phone Clone ได้ทันที


Vivo Y72 5G รองรับระบบเสียง Hi-Res Audio พร้อมเล่นเพลง และไฟล์เสียงต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชัน Music รองรับเทคโนโลยี DeepField สำหรับช่วยขับเสียงร้องให้มีความชัดเจน พร้อมปรับเสียงเบสให้มีอิมแพคมากยิ่งขึ้น


สามารถปรับค่า Equalizer และเลือกใช้หูฟังต่างๆ ของ Vivo ได้


รวมถึงตั้งค่าเสียงให้เหมาะกับระดับความสามารถ ในการฟังของแต่ละวัยได้ด้วย


Vivo Y72 5G ยังมาพร้อมกับฟังก์ชัน Ultra Game Mode ซึ่งเป็นโหมดพิเศษที่ถูกออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ พร้อมรองรับระบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกม ป้องกันปัญหาเฟรมเรตตกระหว่างเล่นเกมได้ดีขึ้น และฟังก์ชัน 4D Game Vibration ในการสั่นตามเหตุการณ์ในเกม ซึ่งช่วยเพิ่มอรรถรสให้กับการเล่นเกมอีกด้วย


รวมถึงป้องกันการโดนขัดจังหวะขณะเล่นเกม ยกตัวอย่างเช่น การโชว์เบอร์โทรสายเรียกเข้าในรูปแบบป็อบอัปเท่านั้น ทำให้เกมไม่ถูกสลับไปยังหน้ารับสายสนทนา


สำหรับเซ็นเซอร์ในเครื่อง Vivo Y72 5G นั้นประกอบด้วย Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor และ Magnetic Sensor


สามารถจับสัญญาณดาวเทียม GPS พร้อมรองรับระบบดาวเทียม GLONASS ของรัสเซีย โดยจากภาพตัวอย่างการทดสอบข้างต้นจะเห็นว่าสามารถจับสัญญาณดาวเทียมได้ทั้งหมด 45 ดวง และมีความแม่นยำในระดับบวกลบ 1 เมตร แต่อย่างไรก็ดีคุณภาพของสัญญาณดาวเทียม GPS ก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ ที่กำลังใช้งานอยู่ หรือสภาพอากาศด้วยนั่นเอง


Vivo Y72 5G มาพร้อมชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Dimensity 700 แบบ 8-แกน (Octa-Core) ผลิตบนเทคโนโลยีระดับ 7nm ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.2 GHz โดยมีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G57 MC2, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB, หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB ที่สามารถเพิ่ม microSD Card ได้สูงสุด 256GB และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ที่ครอบทับด้วย Funtouch OS 11.1 เวอร์ชันใหม่


และ Vivo Y72 5G รองรับเทคโนโลยี Multi-Turbo สำหรับเร่งการประมวลผลด้านต่างๆ ของตัวเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น CPU, กราฟิก และการเล่นเกม, การเชื่อมต่อเครือข่าย และการจัดการความร้อน


Vivo Y72 5G มีผลทดสอบจากแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark ที่ 295,593 คะแนน และจากทาง Geekbench 5 ในด้านการประมวลผลแบบแกนเดี่ยว (Single-Core) ที่ 564 คะแนน และในด้านการประมวลผลหลายแกน (Multi-Core) ที่ 1,774 คะแนน


สำหรับผลทดสอบการประมวลผลด้านกราฟิกจากแอปพลิเค ชัน 3DMark แบบ OpenGL ES 3.1 อยู่ที่ 2,416 คะแนน


Vivo Y72 5G รองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด


จากการทดสอบด้วยการเล่นเกมที่มีกราฟิกแบบสาม มิติอย่าง Marvel Future Fight, A3 : Still Alive และ League of Legends : Wild Rift โดยเปิดการแสดงผลกราฟิกที่ระดับสูง ระดับ 60fps (บนเกมที่รองรับ) ก็พบว่า Vivo Y72 5G นั้นสามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างไหลลื่น และสามารถเล่นได้ยาวนานต่อเนื่องด้วยแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh อีกทั้งยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Vivo FlashCharge ที่ช่วยย่นระยะเวลาในการชาร์จให้เร็วยิ่งขึ้น แต่ก็มีการสะสมความร้อนให้ได้เห็นบ้างเมื่อใช้งานเวลานาน หรือใช้งานขณะชาร์จ แต่ก็เพียงอุ่นมือเท่านั้น


Vivo Y72 5G มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล Halo Fullview Display (IPS LCD) ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 400 ppi) มีสัดส่วนการแสดงผล 90.6% ในอัตราส่วนแบบ 20:9 จึงสามารถเปิดเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดระดับ Full HD 1080p ได้อย่างเต็มอรรถรส และให้มุมมองที่กว้างเต็มตาเป็นพิเศษ


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

Vivo Y72 5G มาพร้อมกับกล้องหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ประกอบไปด้วย

- กล้องตัวหลัก (Wide) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.79, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF 
- กล้องตัวที่สองแบบ Super Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2, มุมรับภาพ 120 องศา และเม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน 
- กล้องตัวที่สามแบบ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร


โดย Interface ของแอปพลิเคชันกล้องมีการดีไซน์เรียบหรู สบายตา และมีเมนูให้ได้เลือกใช้อย่างชัดเจน ได้แก่ เปิด-ปิด ไฟแฟลช พร้อมโหมด HDR


รองรับการถ่ายภาพมุมกว้างแบบ Super Wide-Angle และแบบ Super Macro ระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร


สามารถเลือก Filter และ Portrait Light Effect ทั้งหมด 5 รูปแบบ


สามารถกดที่เมนู More เพื่อเลือกโหมดถ่ายภาพอื่นๆ


รองรับโหมด Portrait ที่มีฟังก์ชัน Style ให้เลือกใช้หลายรูปแบบ ที่ให้อารมณ์ของภาพต่างกันออกไป


พร้อมโหมด Beauty ที่สามารถเลือกปรับโครงสร้างบนใบหน้าได้อย่างอิสระ


และฟังก์ชัน Posture สำหรับแนะนำท่าโพสต์ต่างๆ ให้


พร้อมโหมด Bokeh ที่สามารถปรับค่าความเบลอได้ระหว่าง F0.95 - F16 (ค่าเริ่มต้นอยู่ที่ F2.0)


อีกทั้งยังเพิ่ม Filter และปรับ Portrait Light Effect ได้ทั้งหมด 5 รูปแบบ


โหมด AR Stickers สติกเกอร์น่ารักๆ ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้กับการถ่ายภาพ


นอกจากนี้ยังรองรับโหมดถ่ายภาพในเวลากลางคืนโดย เฉพาะอย่าง Super Night Mode


พร้อมฟีลเตอร์ทั้งหมด 4 รูปแบบ ได้แก่ Black & Gold, Blue Ice, Green Orange และ Cyberpunk


รองรับการถ่ายภาพมุมกว้างในโหมด PANO และโหมด Live Photo


โหมด 64MP สำหรับถ่ายภาพความละเอียดสูง 6912x9216 พิกเซล


รวมถึงโหมด Pro ที่มาพร้อมกับรายละเอียดการตั้งค่าต่างๆ ครบครัน และครอบคลุมสำหรับช่างภาพแทบทั้งหมด


การถ่ายวิดีโอบน Vivo Y72 5G สามารถบันทึกความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD 1080p พร้อมถ่ายมุมกว้างแบบ Super Wide-Angle และรองรับระบบกันสั่นด้วยเทคโนโลยี EIS


พร้อมโหมด Beauty ที่สามารถเลือกปรับโครงสร้างบนใบหน้าได้อย่างอิสระ (เฉพาะความคมชัดระดับ HD)


สามารถใส่ Filter เพิ่มเติมได้


และรองรับฟังก์ชัน SLO-MO รวมถึง Time-Lapse


ทางด้านกล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล (F/2.0)


โดยมีหน้าตา Interface ที่สามารถใช้งานได้ง่ายเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งแสดงไอคอนเอาไว้ให้ใช้งานได้ทันที และสามารถปรับค่าต่างๆ ได้ที่เมนูตั้งค่า


พร้อมเพิ่ม Filter แบบต่างๆ รวมถึงเลือก Portrait Light Effect ได้ทั้งหมด 6 รูปแบบ


ในโหมด Portrait รองรับฟังก์ชัน Style ให้เลือกใช้ 2 รูปแบบ ที่ให้อารมณ์ของภาพต่างกันออกไป ได้แก่ Fresh และ Film


รองรับเทคโนโลยี AI Beauty ที่สามารถเลือกปรับโครงสร้างบนใบหน้าได้อย่างอิสระ และฟังก์ชัน Posture สำหรับแนะนำท่าโพสต์ต่างๆ ให้


และ Bokeh สำหรับถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ


โหมด AR Stickers สติกเกอร์น่ารักๆ ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้กับการถ่ายเซลฟี่


นอกจากนี้กล้องหน้าของ Vivo Y72 5G ยังมาพร้อมโหมดการถ่ายเซลฟี่ในเวลากลางคืนอย่าง Super Night Mode พร้อม Selfie Fill Light ช่วยให้ภาพเซลฟี่ในเวลากลางคืนมีความสว่าง และคมชัด รวมถึงใช้งานร่วมกับเทคโนโลยี AI Beauty ได้


การถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้าของ Vivo Y72 5G สามารถบันทึกความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD พร้อมโหมด Beauty ที่สามารถเลือกปรับโครงสร้างบนใบหน้าได้อย่างอิสระ
(เฉพาะความคมชัดระดับ HD)


สามารถใส่ Filter เพิ่มเติมได้


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ความละเอียด 64+8+2 ล้านพิกเซล ของ Vivo Y72 5G

ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายมุมกว้างจากโหมด Super Wide-Angle


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายมุมกว้างจากโหมด Super Wide-Angle


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait Bokeh


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Monochrome Background


ภาพถ่ายจากโหมด Super Macro


ภาพถ่ายเวลากลางคืนในโหมด Super Night Mode


ภาพถ่ายเวลากลางคืนในโหมด Super Night Mode พร้อมฟีลเตอร์แบบ Black & Gold


ภาพถ่ายเวลากลางคืนในโหมด Super Night Mode พร้อมฟีลเตอร์แบบ Blue Ice


ภาพถ่ายเวลากลางคืนในโหมด Super Night Mode พร้อมฟีลเตอร์แบบ Green Orange


ภาพถ่ายเวลากลางคืนในโหมด Super Night Mode พร้อมฟีลเตอร์แบบ Cyberpunk


ภาพถ่ายเวลากลางคืนในโหมด Super Night Mode


ภาพถ่ายเวลากลางคืนในโหมด Super Night Mode พร้อมฟีลเตอร์แบบ Green Orange


ภาพถ่ายเวลากลางคืนในโหมด Super Night Mode


ภาพถ่ายเวลากลางคืนในโหมด Super Night Mode พร้อมฟีลเตอร์แบบ Green Orange


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า ความละเอียด 16 ล้านพิกเซลของ Vivo Y72 5G

ภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมดปกติ


ภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมด AI Beauty


ภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมด Portrait Bokeh


ภาพถ่ายเซลฟี่จากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Natural Light


ภาพถ่ายเซลฟี่จากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Studio Light


ภาพถ่ายเซลฟี่จากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Stereo Light


ภาพถ่ายเซลฟี่จากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Loop Light


ภาพถ่ายเซลฟี่จากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Rainbow Light


ภาพถ่ายเซลฟี่จากโหมด Portrait พร้อม Portrait Lighting Effect แบบ Monochrome Background


ภาพถ่ายเซลฟี่ในเวลากลางคืนจากโหมด Super Night Mode


สรุปผลการทดสอบของ Vivo Y72 5G

จากการทดสอบทั้งหมดในข้างต้นก็พอจะกล่าวได้ว่า Vivo Y72 5G เป็นอีกหนึ่งมือถือ 5G ราคาจับต้องได้รุ่นใหม่ที่มีความน่าสนใจในช่วงงบประมาณไม่เกิน 10,000 บาท ด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G แบบ Dual-Mode (SA/NSA) โดยสามารถเปิดใช้งานได้ทันทีหลังแกะกล่อง (ต้องติดต่อเปิดการใช้งานเครือข่าย 5G กับทางผู้ให้บริการเครือข่ายก่อน) พร้อมการใช้งานชิปเซ็ตอย่าง MediaTek Dimensity 700 ที่ผลิตบนเทคโนโลยีระดับ 7nm มีความเร็วในการประมวลผล 2.2GHz พร้อมเทคโนโลยี Multi-Turbo ที่ช่วยเร่งประสิทธิภาพการทำงานด้านต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น 

โดยทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB ซึ่งสามารถใช้งานแบบ Multi-Task ได้แบบสบายๆ โดยมีหน่วยความจำ ROM ขนาด 128GB ที่รองรับการเพิ่ม microSD Card ได้สูงสุดที่ขนาด 256GB จึงสามารถเก็บไฟล์ข้อมูล, ไฟล์ภาพถ่าย, แอปพลิเคชัน หรือเกมได้อย่างเต็มที่ แต่ติดตรงที่รุ่นนี้เลือกใช้ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid-Slot จึงต้องเลือกการใช้งานในช่องซิมการ์ดที่ 2 ระหว่างซิมการ์ด หรือการ์ดหน่วยความจำ และมีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อม Vivo Energy Guardian (VEG) ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ และโหมดประหยัดพลังงานแบบ Battery Saver ที่ช่วยยืดเวลาในการใช้งานให้นานกว่าเดิม อีกทั้งยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 18W Vivo FlashCharge ที่ช่วยย่นระยะเวลาในการชาร์จให้เร็วยิ่งขึ้น

 

การดีไซน์ของ Vivo Y72 5G ก็ถือว่าโดดเด่นอยู่ไม่น้อย ด้วยฝาหลังโค้งมนแบบ 3D กระชับรับกับฝ่ามือขณะถือใช้งาน พร้อมความเงางามไล่เฉดสีแบบใหม่ด้วยเทคนิคเคลือบซิลเวอร์ พร้อมทั้งมีการติดตั้งกล้องทั้งหมด 3 ตัว (AI Triple Camera) ในดีไซน์ใหม่ ที่มีความพรีเมียมกว่ามือถือ Y Series รุ่นก่อนๆ โดยมีกล้องตัวหลักความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล พร้อมกล้อง Super Wide Angle กับ Super Macro ซึ่งรองรับโหมดถ่ายภาพที่น่าสนใจแบบครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบการโฟกัสดวงตา Eye Autofocus, ถ่ายภาพมุมกว้างสูงสุด 120 องศา, ถ่ายภาพระยะใกล้สุด 4 เซนติเมตร, โหมดความละเอียดสูง 64MP, โหมด Super HDR, Portrait Bokeh พร้อม Light Effect โดยสามารถปรับระดับความเบลอได้ทั้งก่อน-หลังถ่ายภาพ, เทคโนโลยี AI Beauty สำหรับปรับผิวเนียน, โหมดถ่ายภาพกลางคืน Super Night Mode พร้อมฟิลเตอร์แบบต่างๆ และโหมดกันสั่นสำหรับการถ่ายวิดีโอด้วยเทคโนโลยี EIS

Vivo Y72 5G มีหน้าจอแสดงผลแบบ Halo FullView Display (IPS LCD) ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (2400x1080 พิกเซล : 400 ppi) พร้อมอัตราส่วนแบบ 20:9 กับพื้นที่แสดงผล 90.6% จึงสามารถเปิดเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงได้อย่างเต็มอรรถรส และให้มุมมองที่กว้างเต็มตาเป็นพิเศษ รวมถึงลำโพงเทคโนโลยี Super Liner 1612 ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการใช้งานไม่ว่าจะเป็นการชมภาพยนตร์ หรือการเล่นเกม โดยมีกล้องหน้าความละเอียดระดับ 16 ล้านพิกเซล ที่รองรับเทคโนโลยี AI Face Beauty สำหรับปรับแต่งใบหน้าของตัวแบบให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ผ่านการวิเคราะห์โดยปัญญาประดิษฐ์ ที่สามารถเลือกปรับได้ทุกส่วน, โหมด Portrait Bokeh พร้อม Portrait Light Effect ทั้งหมด 6 รูปแบบ รวมถึงฟังก์ชัน Pose Master ในการแนะนำท่าโพสต์ที่สวยงามให้กับผู้ถ่าย, โหมด Super Night พร้อม Selfie Fill Light สำหรับถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อย หรือเวลากลางคืน และรองรับการถ่ายวิดีโอคมชัดสูงสุดที่ระดับ Full HD 1080p อีกทั้งมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านตัวเครื่อง (Side Fingerprint) ที่ทำงานร่วมกับระบบสแกนใบหน้า (Face Wake)

 

ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ที่ถูกครอบทับด้วย Funtouch OS 11.1 เวอร์ชันใหม่ โดยมากับ User Interface ดีไซน์เรียบหรูสบายตา ที่ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของไอคอนแอปพลิเคชันได้ตามที่ต้องการ และมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่าง Dark Mode ในการปรับการแสดงผลพื้นหลังหน้าจอให้เป็นสีดำสำหรับใช้งานในที่มืดได้อย่างสบายตา นอกจากนี้ยังตอบโจทย์การใช้งานด้านความบันเทิงโดยเฉพาะการเล่นเกมได้เป็นอย่างดี ด้วยฟีเจอร์เอาใจเกมเมอร์อย่าง Ultra Game Mode โหมดพิเศษที่ถูกออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ ยกตัวอย่างเช่น การโชว์เบอร์โทรสายเรียกเข้าในรูปแบบ Pop-Up เท่านั้น ทำให้เกมไม่ถูกสลับไปยังหน้ารับสายสนทนา และการย่อขนาดคีย์บอร์ดภายในเกมให้มีขนาดเล็กลง เพื่อป้องกันปัญหาคีย์บอร์ดบดบังการแสดงผล นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกม และป้องกันปัญหาเฟรมเรตตกระหว่างเล่นเกมได้ดีขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังรองรับฟีเจอร์ 4D Game Vibration ในการสั่นตามเหตุการณ์ในเกม ซึ่งช่วยเพิ่มอรรถรสให้กับการเล่นเกมนั่นเอง

 

สำหรับ Vivo Y72 5G เปิดราคาจำหน่ายอย่างทางการในประเทศไทยแล้วที่ 9,999 บาท กับตัวเลือก 2 สี ได้แก่ Graphite Black และ Dream Glow

โดยเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 23-30 มีนาคม 2564 พร้อมรับฟรีของแถมสุดพิเศษ ได้แก่ Bluetooth Body Weight Scale มูลค่า 1,099 บาท และ Power Bank 10000 mAh มูลค่า 799 บาท ซึ่งจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป

ท่านที่สนใจสามารถสั่งจอง Vivo Y72 5G ได้แล้ววันนี้ ที่ร้าน Vivo Brand Shop ทุกสาขา, ร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ที่ Vivo Official Online Store หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.vivo.com/th

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง Vivo ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง Vivo Y72 5G มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีค่ะ


จุดเด่นของ Vivo Y72 5G

- ตัวเครื่องดีไซน์พรีเมียมด้วยเทคนิคการเคลือบแบบซิลเวอร์ ที่ช่วยให้เกิดความเงางาม พร้อมการไล่เฉดสีแบบใหม่ บนบอดี้ที่โค้งมนกระชับมือ
- หน้าจอแสดงผล Halo Fullview Display (IPS LCD) ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (2400x1080 พิกเซล : 401 ppi) พร้อมอัตราส่วนแบบ 20:9, พื้นที่แสดงผล 90.6% และครอบทับด้วยกระจกขอบนูนแบบ 2.5D
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint) พร้อมระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Wake) 
- ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Dimensity 700 (MT6833) ความเร็ว 2.2 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G57 MC2
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ความจุ 128GB
- รองรับหน่วยการ์ดความจำเสริมภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 256GB
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 พร้อมครอบทับ Funtouch OS 11.1
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 18W Vivo FlashCharge

กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ประกอบด้วย

- กล้องตัวหลัก (Wide) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.79, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF 
- กล้องตัวที่สองแบบ Super Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2, มุมรับภาพ 120 องศา และเม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน 
- กล้องตัวที่สามแบบ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร

โดยรองรับระบบการโฟกัสดวงตา Eye Autofocus, โหมดความละเอียดสูง 64MP, โหมด Super HDR, โหมด Portrait Bokeh พร้อม Light Effect ทั้งหมด 5 รูปแบบ, โหมดถ่ายภาพกลางคืนอย่าง Super Night Mode พร้อมฟีลเตอร์แบบต่างๆ และโหมดกันสั่นสำหรับการถ่ายวิดีโอด้วยเทคโนโลยี EIS

กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

พร้อมรูรับแสงขนาด f2.0 โดยรองรับเทคโนโลยี AI Face Beauty สำหรับปรับแต่งใบหน้าของตัวแบบให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ผ่านการวิเคราะห์โดยปัญญาประดิษฐ์, โหมด Portrait Bokeh พร้อม Portrait Light Effect ทั้งหมด 6 รูปแบบ รวมถึงฟังก์ชัน Pose Master ในการแนะนำท่าโพสต์ที่สวยงามให้กับผู้ถ่าย, โหมด Super Night พร้อม Selfie Fill Light สำหรับถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อย หรือเวลากลางคืน และรองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD 1080P

- ฟังก์ชัน AI Image Matting และ Memory Recaller
- ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ Jovi AI Assistant
- รองรับไฟล์เสียงความละเอียดสูง (Hi-Res Audio)
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ 5G แบบ Dual-Mode (SA/NSA), 4G LTE, 3G, EDGE, GPRS และ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (2.4 / 5.0 GHz)
- รองรับการใช้งานระบบซิมคู่ (Dual SIM) บนถาดแบบ Hybrid Slot
- เชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.1
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C พร้อมรองรับ OTG (USB On-the-Go)
- พอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- ฟังก์ชัน App Clone สำหรับใช้งานแอปพลิเคชันประเภทโซเชียลมีเดียได้พร้อมกัน 2 แอคเคานท์
- ระบบ GPS+A-GPS ในตัว พร้อมรองรับระบบดาวเทียม GLONASS ของประเทศรัสเซีย, ระบบ Beidou ของประเทศจีน และระบบ GALILEO ของสหภาพยุโรป
- ราคา 9,999 บาท ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่า เมื่อเทียบกับคุณสมบัติโดยรวม


จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Vivo Y72 5G

- หน้าจอแสดงผลมีค่า Refresh Rate สูงสุดที่ 60Hz
- ตัวเครื่องไม่มีคุณสมบัติของการป้องกันน้ำ หรือป้องกันฝุ่น
- ลำโพงเป็นแบบเดี่ยว
- ถาดใส่ซิมการ์ดเป็นแบบ Hybrid Slot จึงต้องเลือกการใช้งานในช่องที่สองระหว่างซิมการ์ดที่สอง กับ microSD Card
- ตัวเครื่องมีการสะสมความร้อนเมื่อใช้งานติดต่อกันเป็นเวลานาน


โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางผู้ผลิต เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *

 

 

 

วันที่ : 22/03/2021