ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 20/06/2021
vivo Y52 5G


 

รีวิว (Review) vivo Y52 5G

สมาร์ทโฟน 5G ใหม่ ในราคาโปรไม่ถึง 2 พัน! พร้อมชิปเร็วลื่น กล้องดี ลำโพงเสียงใส และแบตใหญ่ชาร์จไว
 

20 มิถุนายน 2021 - เรียกได้ว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2021 นี้ vivo รุกตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว เพราะหลังจากที่ทำการเปิดตัว vivo X60 Pro 5G มือถือที่พัฒนากล้องร่วมกับแบรนด์ผู้ผลิตเลนส์ชั้นนำของโลกอย่าง ZEISS ไปจนถึง vivo Y3s มือถือรุ่นเล็กสเปกครบเครื่องในราคาเบา ๆ ล่าสุดทาง vivo ก็ได้นำสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดในชื่อ vivo Y52 5G เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยด้วย โดยพกพาความโดดเด่นด้านการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G, กล้องถ่ายภาพความละเอียดสูง และแบตเตอรี่ขนาดจุใจ เพื่อรองรับการใช้งานยาวนานตลอดวัน

vivo Y52 5G มาพร้อมกับจุดเด่นด้านหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ระดับ 6.58 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ บนดีไซน์ตัวเครื่องขอบโค้ง 3 มิติที่มีความบางเบาสวยงาม ด้านประสิทธิภาพการทำงาน มากับชิปเซ็ต 5G ประสิทธิภาพดีอย่าง MediaTek Dimensity 700 5G พร้อมหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB ซึ่งทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ซึ่งครอบทับด้วย Funtouch OS 11.1 ใหม่ล่าสุด รวมทั้งยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5000mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็ว 18W Fast Charging ในส่วนของการถ่ายภาพ มาพร้อมกับระบบกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดสูง 48 ล้านพิกเซล เพื่อเก็บภาพทุกรายละเอียดได้อย่างคมชัด รองรับการบันทึกภาพความประทับใจในทุกสถานการณ์ รวมทั้งมีลำโพงเสียงแบบ Super Linear Speaker 1612 ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสด้านเสียงได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับตัวเครื่องจริง ๆ ของ vivo Y52 5G จะมีความสวยงามเพียงใด และจะมีฟีเจอร์เด่นอะไรที่น่าสนใจบ้าง ไปติดตามรับชมรีวิวจากทีมงาน Thaimobilecenter กันได้เลยครับ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

vivo Y52 5G มาพร้อมกับกล่องผลิตภัณฑ์สีน้ำเงินตัดขาว ซึ่งที่ด้านหน้ามีการระบุถึงชื่อรุ่นเอาไว้อย่างชัดเจน


สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วย เข็มจิ้มถาดใส่ซิมการ์ด, อแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่ที่มีกำลังจ่ายไฟแบบ 9V/2A (18W), หูฟัง, สายเชื่อมต่อแบบ USB Type-C สำหรับใช้งานร่วมกับอแดปเตอร์เพื่อชาร์จแบเตตอรี่ หรือโอนถ่ายข้อมูล, คู่มือการใช้งาน และเคสใส


มาดูที่ตีวเครื่องกันบ้าง สำหรับ vivo Y52 5G มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (2408x1080 พิกเซล) ที่มีพื้นที่ในการแสดงผลเมื่อเทียบกับตัวเครื่องระดับ 90.6% พร้อมรองรับการแสดงสีสันตามขอบเขตสีแบบ NTSC ได้ 96%


ที่ขอบด้านบนของหน้าจอมีกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.0


ที่ด้านล่างของหน้าจอแสดงผลมาพร้อมกับปุ่มควบคุมแบบสัมผัส ประกอบไปด้วย ปุ่ม Back สำหรับย้อนกลับ, ปุ่ม Home สำหรับกลับไปยังหน้าโฮมสกรีน และปุ่ม Recent Apps สำหรับเรียกดูแอปพลิเคชันทั้งหมดที่เปิดใช้งาน


ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่องไม่มีปุ่มควบคุมใด ๆ


ที่ด้านบนของตัวเครื่องมาพร้อมกับถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot และไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวน


ที่ด้านขวาของตัวเครื่องประกอบไปด้วย ปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดเครื่อง หรือล็อกหน้าจอแสดงผล ที่มีการติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ Side Fingerprint เอาไว้ในตัว


ที่ด้านล่างของตัวเครื่องประกอบไปด้วย ช่องเสียบหูฟังมาตรฐานแบบ 3.5 มิลลิเมตร, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และลำโพงเสียงแบบ Super Linear Speaker ที่ให้เสียงกระหึ่มทุกย่านเสียง โดยสามารถขับเสียงได้ที่ระดับ 92 dB พร้อมรองรับช่วงเสียงสูงกว้าง 16 KHz


vivo Y52 5G ถูกออกแบบมาให้ตัวเครื่องมีความโค้งมน 3 มิติ พร้อมความบางเพียง 8.5 มิลลิเมตร และน้ำหนักตัวเครื่อง 193 กรัม ช่วยให้สามารถถือใช้งานได้โดยไม่รู้สึกล้า


ที่ด้านหลังของตัวเครื่องมาพร้อมกับบอดี้ขอบโค้ง สามารถจับถือได้อย่างถนัดมือ โดยสีที่ทุกท่านได้รับชมอยู่นี้คือสี Graphite Black ซึ่งเป็นการใช้นวัตกรรมการเคลือบไอออนเงินแบบใหม่ ที่ช่วยเพิ่มความเข้มให้กับสีดำ พร้อมผิวสัมผัสที่มีความแวววาวคล้ายกับท้องฟ้ายามค่ำคืน ส่วนอีกหนึ่งสีที่มีการวางจำหน่ายควบคู่กันคือสี Polar Blue ครับ


ที่ด้านบนมาพร้อมกับชุดกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ที่ถูกจัดเรียงอยู่ในกรอบโลหะสวยหรู ประกอบไปด้วย

- กล้องตัวหลัก (Main) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/2.0 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f1.79 และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4
- กล้อง Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และระยะโฟกัส 4 เซนติเมตร


เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่างๆ

vivo Y52 5G มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 11 ซึ่งถูกครอบทับด้วย Funtouch OS 11.1 ตั้งแต่แกะกล่อง


หน้าโฮมสกรีนถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างสะดวก ด้วยการวางแอปพลิเคชันพื้นฐานที่ใช้งานบ่อยเอาไว้ที่หน้าแรก ส่วนแอปพลิเคชันทั้งหมดจะถูกจัดเก็บเอาไว้อย่างเป็นระเบียบใน App Drawer สามารถเรียกใช้ได้ด้วยการลากนิ้วจากขอบด้านล่างขึ้นไปยังด้านบน


เมื่อปัดไปทางด้านซ้ายจากหน้าโฮมสกรีนจะพบกับ Google Discover ซึ่งเป็นหน้ารวบรวมข่าวสารอัปเดตล่าสุดที่คัดสรรมาเพื่อผู้ใช้งานแต่ละท่านโดยเฉพาะ


ลากนิ้วจากด้านบนลงมายังด้านล่างจะะพบกับ Toggle Switch ซึ่งเป็นศูนย์รวบรวมคีย์ลัดสำหรับตั้งค่าสมาร์ทโฟนแบบเร่งด่วน สามารถปรับแต่งการจัดเรียงของไอคอนคีย์ลัดได้ด้วยการแตะที่ไอคอนรูปดินสอ



รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด พร้อมรองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G ในประเทศไทยตั้งแต่แกะกล่อง ไม่จำเป็นต้องรออัปเดตเพิ่มเติม


รองรับฟีเจอร์ Eye Protection สำหรับปรับการแสดงผลให้อยู่ในโทนอุ่น เพื่อช่วยให้ใช้งานได้อย่างสบายตา


รองรับ Dark Theme สำหรับปรับสีสันของหน้า UI ให้อยู่ในโทนสีดำ


สามารถปรับเปลี่ยนการแสดงสีสันของหน้าจอได้ทั้ง หมด 3 รูปแบบ ได้แก่ Standard, Professional และ Bright


สามารถปรับเปลี่ยนขนาดของฟอนต์ได้ทั้งหมด 4 ระดับ


มาพร้อมกับ Simple Mode ซึ่งจะปรับการแสดงผลของหน้าโฮมสกรีนให้มีแต่ฟังก์ชันที่จำเป็น พร้อมกับขยายฟอนต์ และไอคอนต่าง ๆ ให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น


Dynamic Effect ฟังก์ชันที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็น เอฟเฟกต์การปลดล็อก, เอฟเฟกต์การสแกนบใหน้า หรือเอฟเฟกต์การชาร์จแบตเตอรี่


รองรับการบันทึกภาพหน้าจอแบบ S-capture ซึ่งเป็นการใช้ 3 นิ้วลากจากบนลงล่าง


รองรับการแบ่งแอปพลิเคชันเพื่อทำงานแยกออกเป็น 2 หน้าต่างด้วยการใช้ 3 นิ้วลากจากล่างขึ้นบน


Smart Motion ฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้สั่งการสมาร์ทโฟนผ่านท่าทางต่าง ๆ เช่น Raise to wake สำหรับปลุกหน้าจอแสดงผลอัตโนมัติเมื่อยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาในระดับพร้อมใช้งาน, Double Tap to wake แตะหน้าจอสองครั้งขณะที่หน้าจอดับเพื่อปลุกการทำงานของหน้าจอแสดงผล และ Double tap to turn off screen สำหรับล็อกหน้าจอแสดงผลผ่านการแตะสองครั้งที่บริเวณพื้นที่ว่างของหน้าจอ


Smart wake สำหรับสั่งการตัวเครื่องขณะที่ล็อกหน้าจอ ผ่านการวาดตัวอักษรต่าง หรือลากนิ้วไปในทิศทางต่าง ๆ เช่น วาดตัวอักษร M เพื่อเปิดแอปพลิเคชัน Music หรือปัดลงเพื่อถ่ายภาพ เป็นต้น


Smart call ฟังก์ชันควบคุมสายสนทนาอัจฉริยะ เช่น รับสายอัตโนมัติเมื่อยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาแนบหู หรือปิดเสียงเรียกเข้าเมื่อนำมือไปวางเหนือหน้าจอแสดงผล เป็นต้น


Face beauty for video call สำหรับปรับแต่งใบหน้าให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติเมื่อใช้งานวิดีโอคอลผ่านแอปพลิเค ชันที่รองรับ ได้แก่ Facebook Messenger, WhatsApp, Line, Viber และ Zalo


และยังรองรับ Flashlight notifications ซึ่งเป็นการสั่งการให้ไฟฉายกะพริบเมื่อมีสายเรียกเข้า หรือข้อความ


มาพร้อมกับ Ultra Game Mode สำหรับช่วยรีดประสิทธิภาพการเล่นเกมให้เต็มอารมณ์มากยิ่งขึ้น โดยรองรับ Esports Mode ที่จะช่วยปรับประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่องให้อยู่ในระดับสูงสุด พร้อมปิดการแจ้งเตือนต่าง ๆ, ปิดการทำงานของฟังก์ชันบันทึกภาพหน้าจอด้วยการใช้ 3 นิ้วลาก เพื่อป้องกันการควบคุมในเกมที่ผิดพลาด, ล็อกระดับแสงสว่างของหน้าจอ พร้อมกับปรับเฟรมเรทให้เหมาะสมกับอุณภูมิภายในตัวเครื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้สมาร์ทโฟนร้อนจนเกินไป


พร้อมรองรับ 4D Game Vibration โดยสมาร์ทโฟนจะทำการสั่นตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในเกม เพื่อช่วยเพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมไปอีกขั้น


รองรับ Game picture-in-picture ซึ่งเป็นการเปิดแอปพลิเคชันแบบหน้าต่างลอยขณะที่เล่นเกม


มาดูที่ประสิทธิภาพการทำงานกันบ้าง สำหรับ vivo Y52 5G ขับเคลื่อนการทำงานด้วยชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Dimensity 700 5G ประกบคู่กับหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย Funtouch OS 11.1


ทดสอบการประมวลผลโดยรวมของตัวเครื่องด้วยแอปพลิ เคชัน AnTuTu พบว่า ทำคะแนนได้ทั้งหมด 287,472 คะแนน


ทดสอบการประมวลผลของหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ด้วยแอปพลิเคชัน พบว่า ทำคะแนนทดสอบแบบ Single-Core ได้ทั้งหมด 562 คะแนน และทำคะแนนทดสอบแบบ Multi-core ได้ทั้งหมด 1,647 คะแนน


ทดสอบการประมวลผลของหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ด้วยแอปพลิเคชัน 3D Mark พบว่า ทำคะแนนทดสอบได้ทั้งหมด 1,097 คะแนน


ทดสอบการจับสัญญาณ GPS ในพื้นที่โล่งแจ้ง พบว่า มีความคลาดเคลื่อนในระดับ +- ไม่เกิน 2 เมตร


เมื่อลองนำไปเล่นเกมที่มีกราฟิกสวยงามอย่าง PES 2021 ก็พบว่า สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหลเลยทีเดียว แม้จะมีอาการความร้อนสะสมให้พบเจอเล็กน้อย แต่ก็สามารถถ่ายเทความร้อนออกจากตัวเครื่องได้รวดเร็วเช่นกัน


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

สำหรับ vivo Y52 5G มาพร้อมกับกล้องหลังจำนวน 3 ตัว (Triple Camera) โดยที่กล้องตัวหลักความละเอียดสูง 48 ล้านพิกเซล สามารถเก็บภาพถ่ายได้สวยงามคมชัดทั้งกลางวัน และกลางคืน


พร้อมโหมดการถ่ายภาพแบบ 48MP เพื่อถ่ายภาพเต็มความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ช่วยเก็บรายละเอียดต่าง ๆ ของภาพถ่ายได้เป็นอย่างดี


ส่วนกล้องอีก 2 ตัว จะเป็นกล้อง Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล สำหรับช่วยถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ และกล้อง Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล สำหรับถ่ายภาพระยะใกล้ระดับ 4 เซนติเมตร


รองรับฟีเจอร์ Eye Autofocus สำหรับโฟกัสดวงตาของผู้ถูกถ่ายได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเคลื่อนไหว หรือเปลี่ยนท่าทางบ่อยเพียงใด ภาพที่ออกมาก็จะมีความคมชัด


มาพร้อมกับโหมดถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอแบบ Portrait ที่ผู้ใช้สามารถปรับระดับการเบลอของฉากหลังผ่านการจำลองค่ารูรับแสงได้ตั้งแต่ f/0.95-f/16


นอกจากนี้ ในโหมด Portrait ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Style ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนโทนสีของภาพถ่ายให้มีความสวยงามได้ถึง 4 รูปแบบ ได้แก่ Natural, Vintage, Japanese style และ Fashion


รองรับฟีเจอร์ AI Portrait Framing สำหรับช่วยจัดองค์ประกอบภาพที่เหมาะสมขณะถ่ายภาพบุคคล เพื่อให้ภาพที่ออกมามีความสวยงาม


มาพร้อมกับโหมด Super Night สำหรับถ่ายภาพกลางคืนให้มีความสว่างคมชัดโดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง


ในโหมด Super Night ผู้ใช้สามารถปรับโทนสีให้มีความสวยงามผ่านฟีเจอร์ Style ได้แก่

- Black & Gold - สำหรับถ่ายภาพโดยเน้นโทนสีดำ และสีทอง
- Blue Ice - สำหรับถ่ายภาพโดยเน้นโทนสีฟ้า และน้ำเงิน
- Green Orange - สำหรับถ่ายภาพโดยเน้นโทนสีเขียว และสีส้ม
- Cyberpunk - สำหรับถ่ายภาพโดยเน้นโทนสีม่วง แดง และน้ำเงิน


นอกจากนี้ยังมีโหมดการถ่ายภาพที่น่าสนใจอย่าง Pano สำหรับถ่ายภาพมุมกว้าง, Pro สำหรับปรับแต่งการตั้งค่าต่าง ๆ ของกล้องถ่ายภาพด้วยตนเอง และ AR stickers สำหรับถ่ายภาพพร้อมติดสติกเกอร์สุดแสนน่ารัก


ด้านการถ่ายวิดีโอ รองรับการบันทึกไฟล์ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 1080P พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ EIS นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถปรับใบหน้าให้มีความสวยงามผ่านฟีเจอร์ Beauty ได้อีกด้วย


ในส่วนของกล้องหน้าเซลฟี่มาพร้อมกับความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรองรับการถ่ายภาพบุคคลผ่านโหมด Portrait


ในโหมด Portrait ผู้ใช้สามารถเปิดใช้งานฟีเจอร์ Bokeh สำหรับถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้


รวมทั้งยังสามารถปรับโทนสีของภาพถ่ายได้ทั้งหมด 2 รูปแบบ ได้แก่ Fresh และ Film


พร้อมรองรับ Pose Master ฟีเจอร์ที่ช่วยแนะนำท่าทางต่าง ๆ สำหรับถ่ายภาพ เพียงโพสท่าตามรอยเส้นที่ระบุ


รองรับการถ่ายภาพเซลฟี่กลางคืนให้มีความคมชัด ผ่านโหมด Night


และรองรับการถ่ายวิดีโอเซลฟี่ที่ความละเอียดสูง สุดระดับ 1080P ซึ่งผู้ใช้สามารถเปิดใช้งานฟีเจอร์ Beauty เพื่อปรับแต่งให้ใบหน้ามีความสวยงามดูเป็นธรรมชาติได้อีกด้วย


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ความละเอียดระดับ 48+2+2 ล้านพิกเซลของ vivo Y52 5G

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายจากโหมด Super Macro


ภาพถ่ายจากโหมด Super Night


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลของ vivo Y52 5G

ภาพถ่ายจากโหมดปกติ




ภาพถ่ายจากโหมด Portrait พร้อมเปิดใช้งานฟีเจอร์ Bokeh


สรุปผลการทดสอบของ vivo Y52 5G

vivo Y52 5G เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟน 5G ราคาเบา ๆ รุ่นใหม่ ที่ค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว ด้วยการมาพร้อมกับคุณสมบัติภายในที่พร้อมตอบโจทย์การใช้งานรอบด้าน เริ่มตั้งแต่ ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Dimensity 700 5G ที่มีความเร็วแรงพอตัว พร้อมรองรับการใช้งานบนเครือข่าย 5G ในประเทศไทยทันที รวมถึงมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000 mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็ว 18W Fast Charging และระบบปฏิบัติการ Android 11 ที่ครอบทับด้วย Funtouch OS 11.1 ซึ่งมีลูกเล่นให้ใช้งานอย่างหลากหลาย


ด้านการถ่ายภาพก็ถือว่าทำได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยกล้องหลัง Triple Camera ความละเอียดสูง 48 ล้านพิกเซล ที่ช่วยเก็บรายละเอียดต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีทุกสภาพแสง รวมทั้งยังมาพร้อมกับฟังก์ชันการถ่ายภาพที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น Super Night Mode โหมดที่สามารถถ่ายภาพกลางคืนให้มีความสว่างสวยงามคมชัด, Portrait โหมดสำหรับถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอที่ผู้ใช้สามารถปรับระดับการเบลอของฉากหลัง รวมถึงปรับฟิลเตอร์สีได้ด้วยตนเอง, Eye Autofocus สำหรับโฟกัสดวงตาของผู้ถูกถ่าย ทำให้ภาพถ่ายบุคคลมีความคมชัดไม่ว่าจะโพสท่าไหนก็ตาม ไปจนถึง AI Portrait Framing สำหรับช่วยจัดองค์ประกอบภาพถ่ายบุคคล และ Pose Master ที่คอยช่วยแนะนำการโพสท่าถ่ายภาพให้ออกมาสวยงาม

เรื่องการใช้งานด้านความบันเทิงก็สามารถตอบโจทย์ได้ดีเช่นกัน ด้วยจอขนาดใหญ่ 6.58 นิ้ว ที่มีความละเอียดระดับ FHD+ ที่ให้แสดงผลคอนเทนต์ได้อย่างเต็มตา ผสานกับลำโพงเสียงแบบ Super Linear Speaker 1612 พร้อมฟีเจอร์ Speaker Boost 3.0 ซึ่งให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าลำโพงมาตรฐานบนสมาร์ทโฟนทั่วไป

ในส่วนของดีไซน์ก็ได้รับการออกแบบมาอย่างเรียบหรู ด้วยบอดี้ขอบโค้ง 3 มิติ ที่มีความบางเฉียบ 8.5 มิลลิเมตร และน้ำหนักตัวเครื่องรวม 193 กรัม ช่วยให้การจับถือใช้งานเป็นไปอย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น


สำหรับ vivo Y52 5G เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ววันนี้ในราคา 7,999 บาท โดยจะจัดจำหน่ายผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย AIS เท่านั้น พร้อมโปรโมชั่นราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 1,489 บาท เมื่อซื้อเครื่องพร้อมสมัครแพ็กเกจรายเดือนที่กำหนด และสิทธิ์ในการผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตด้วยดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 10 เดือน สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง vivo ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง vivo Y52 5G มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ


จุดเด่นของ vivo Y52 5G

- ดีไซน์ตัวเครื่องโค้งมนแบบ 3D พร้อมขอบหน้าจอบาง 2.75 มิลลิเมตร
- หน้าจอแสดงผลแบบ Halo FullView Display (IPS LCD) ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ (2408x1080 พิกเซล : 401 ppi) พร้อมเทคโนโลยี In-Cell, อัตราส่วนการแสดงผลแบบ 20:9, รองรับช่วงสีแบบ NTSC ได้ 96%, พื้นที่แสดงผล 90.6% และเทคโนโลยี Eye Care Display สำหรับปรับการแสดงผลให้ใช้งานได้อย่างสบายตา
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side Fingerprint Scanner)
- หน่วยประมวลผล MediaTek Dimensity 700 5G
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G57 MC2
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB
- รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง 18W Fast Charging และเทคโนโลยี VEG (vivo Energy Guardian)
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 พร้อมครอบทับด้วย Funtouch OS 11.1
- เทคโนโลยี Multi-Turbo และการปรับปรุงประสิทธิภาพด้วย AI
- Ultra Game Mode สำหรับปรับแต่งประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่องให้เหมาะกับการเล่นเกม
- ระบบ 4D Game Vibration, Game Picture-in-Picture, Do Not Disturb และ Esports Mode

กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ความละเอียด 48+2+2 ล้านพิกเซล ประกอบด้วย

> กล้องตัวหลัก (Main) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/2.0 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f1.79 และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
> กล้อง Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4
> กล้อง Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และระยะโฟกัส 4 เซนติเมตร

- ไฟแฟลช LED ในตัว
- รองรับการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอผ่านโหมด Portrait พร้อมรองรับการปรับโทนสีภาพผ่านฟีเจอร์ Style
- Super Night Mode สำหรับถ่ายภาพกลางคืนให้มีความสว่างคมชัด สามารถใช้งานได้ทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง
- ฟีเจอร์ Eye Autofocus สำหรับโฟกัสดวงตาของผู้ถูกถ่าย เพื่อช่วยให้ใบหน้ามีความคมชัด ไม่หลุดโฟกัส
- ฟีเจอร์ AI Portrait Framing สำหรับช่วยจัดองค์ประกอบภาพถ่ายบุคคลให้มีความสวยงาม
- ฟีเจอร์ Pose Master สำหรับแนะนำท่าโพสให้กับผู้ถ่าย
- โหมดถ่ายภาพแบบ Photo, Portrait, Bokeh, Super Night, Super HDR, Macro, Ultra-HD 48MP, Panorama, Pose Master, Live Photo, Pro, AR Stickers, Multi-Style Portrait และ DOC
- ฟังก์ชัน AI Image Matting สำหรับแยกวัตถุออกจากภาพพื้นหลัง
- ฟังก์ชัน Shadow Removal สำหรับลบเงาบนเอกสาร
- รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดระดับ 1080P FHD (1920x1080 พิกเซล : 60 fps) พร้อมระบบป้องกันการสั่นแบบ EIS (Electronic Image Stabilization)
- โหมดถ่ายวิดีโอแบบ Slow-Mo และ Time-Lapse

กล้องดิจิทัลด้านหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

พร้อมรูรับแสงขนาด f2.0, โหมด Face Beauty, โหมด Super Night Selfie, ฟังก์ชัน Softlight Band และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดระดับ 1080P FHD (1920x1080 พิกเซล : 30 fps)

- ลำโพงเสียงแบบ Super Linear Speaker 1612 ที่รองรับระดับเสียงสูงสุด 92 dB พร้อมเสียงสูงกว้างระดับ 16KHz และฟีเจอร์ Speaker Boost 3.0
- รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบเครือข่าย 5G, 4G LTE, 3G, EDGE, GPRS และ Wi-Fi Dual Band (2.4/5GHz)
- รองรับการใช้งานระบบซิมคู่ (Dual SIM : Nano SIM + Nano SIM) บนถาดแบบ Hybrid Slot
- รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.1
- รองรับการระบุตำแหน่งด้วยระบบดาวเทียม GPS, A-GPS, Glonass, Galileo และ Beidou
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C (USB 2.0) พร้อมรองรับการใช้งาน OTG (USB On-the-Go)
- พอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- วิทยุ FM ในตัว
- ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ Jovi พร้อม Jovi Home
- แอปพลิเคชัน iManager สำหรับจัดการระบบการทำงานของตัวเครื่อง
- ราคาวางจำหน่าย 7,999 บาท พร้อมโปรโมชั่นพิเศษจาก AIS เริ่มต้นเพียง 1,489 บาท


จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ vivo Y52 5G

- ไม่มีกล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษแบบ Ultra Wide Angle
- ตัวเครื่องมีความมันเงาเป็นพิเศษ จึงอาจทำให้เกิดรอยนิ้วมือได้ง่าย
- ใช้ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot ซึ่งช่องใส่ซิมการ์ดที่สอง ต้องเลือกใส่อย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง Nano SIM หรือการ์ด microSD

 

สรุปคุณสมบัติเครื่อง

ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ vivo Y52 5G ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ vivo Y52 5G

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางผู้ผลิต เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *


วันที่ : 20/06/2021