ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 22/07/2022


 

รีวิว vivo Y30 5G สมาร์ทโฟน 5G ใหม่ในราคาหลักพัน พร้อมกล้องคู่ 50MP ชิปแรง แบตใหญ่ แรมเยอะ บนดีไซน์บางเบา

22 กรกฎาคม 2022 - ยุคนี้ดูเหมือนว่าหนึ่งในฟีเจอร์สำคัญที่หลายคนนึกถึงเมื่อกำลังมองหาสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ก็คือการรองรับเครือข่าย 5G ซึ่งล่าสุดนี้ทาง vivo ประเทศไทย ก็ได้เปิดตัวมือถือ 5G รุ่นใหม่ล่าสุดจากตระกูล Y Series ในชื่อ vivo Y30 5G อย่างเป็นทางการ พร้อมเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจในงบหลักพัน ด้วยดีไซน์ที่ดูบางเบาทันสมัย และมีฟีเจอร์ครบครันทุกการใช้งาน

vivo Y30 5G มากับชิปเซ็ต Dimensity 700 5G ทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 6 GB ที่รองรับเทคโนโลยี Extended RAM 2.0 จึงสามารถขยาย RAM (Virtual RAM) เพิ่มได้อีก 2GB โดยมีหน่วยความจำ ROM ขนาด 128GB พร้อมทำงานได้ยาวนานด้วยแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่รองรับฟีเจอร์ช่วยประหยัดพลังงาน บนระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 12 เวอร์ชันล่าสุด ที่พัฒนาอยู่บนพื้นฐานของ Android 12

 

ตัวเครื่อง vivo Y30 5G ได้รับการออกแบบมาอย่างปราณีตด้วยตัวเครื่องบางเบาเพียง 8.25 มิลลิเมตร บนการดีไซน์ตัวเครื่องทรงเหลี่ยม ที่มีฝาหลังผิวสัมผัสแบบด้านเป็นประกายเมื่อกระทบแสง พร้อมติดตั้งกล้องคู่ (Multi Camera) ความละเอียด 50+2 ล้านพิกเซล ซึ่งรองรับโหมดยอดนิยมอย่าง Portrait ที่สามารถปรับระดับความเบลอ รวมถึงรูปแบบของ Bokeh ได้, ระบบการโฟกัสดวงตา (AI Eye Autofocus), โหมด Face Beauty สำหรับการปรับผิวให้เนียนสวย และโหมด Night สำหรับการถ่ายภาพเวลากลางคืนโดยเฉพาะ รวมถึงการถ่ายวิดีโอแบบ Dual View โดยมีหน้าจอแบบ Halo FullView Display (IPS LCD) ขนาด 6.51 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (1600x720 พิกเซล : 269 PPI) พร้อมเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side Fingerprint Scanner)

สำหรับ vivo Y30 5G มีจุดเด่นที่น่าสนใจอยู่หลายด้าน รวมถึงการดีไซน์ที่ดูสวยงามพรีเมียม กับราคาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยที่ 8,699 บาท ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ไปรับชมรีวิว vivo Y30 5G พร้อมกันได้เลยค่ะ 


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

vivo Y30 5G มาในแพ็กเกจสีขาว


ภายในกล่องมีอุปกรณ์พื้นฐานมาให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น อะแดปเตอร์ (5V/2A), สายเชื่อมต่อแบบ USB Type-C, เคสใส, เข็มสำหรับถอดถาดซิมการ์ด และคู่มือการใช้งาน


ภาพตัวอย่างการสวมใส่เคสที่แถมมาให้ภายในแพ็กเกจ


vivo Y30 5G มาพร้อมหน้าจอแสดงผล Halo FullView Display (IPS LCD) ขนาด 6.51 นิ้ว ในอัตราส่วนแบบ 20:9 ความละเอียดระดับ HD+ (1600x720 พิกเซล : 269 ppi) บนตัวเครื่องขนาด 164x75.84x8.25 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 193 กรัม


ที่ด้านบนหน้าจอมีกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (f2.0) พร้อมลำโพงสำหรับสนทนา, เซนเซอร์ Proximity สำหรับปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน กับเซนเซอร์ Ambient Light สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอ และแผงปุ่มกดให้เหมาะสม


ด้านหน้าส่วนล่างมีปุ่มกดแบบ On-Screen ประกอบด้วย ปุ่มย้อนกลับ, ปุ่มโฮม และปุ่ม Recent Apps (ค่าเริ่มต้น)


หรือเลือกใช้งานวิธีควบคุมแบบ Gestures ซึ่งเป็นการลาก และปัดบริเวณขอบหน้าจอเพื่อสั่งการได้ด้วย


ที่ด้านบนของตัวเครื่องมีถาดใส่ซิมการ์ด Nano SIM แบบ Hybrid-Slot โดยในช่องที่สองต้องเลือกระหว่างซิมการ์ดที่ 2 หรือ microSD Card


ที่ด้านล่างประกอบด้วย ลำโพงเสียงตัวหลัก, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา และพอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร


ด้านซ้ายของตัวเครื่อง vivo Y30 5G ไม่มีพอร์ต หรือปุ่มสั่งการใด ๆ


ด้านขวาของตัวเครื่อง มีปุ่มปรับระดับเสียง พร้อมเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่เป็นปุ่ม Power สำหรับล็อกหน้าจอ และเปิด-ปิด เครื่อง ในตัว


vivo Y30 5G มีฝาหลังผิวสัมผัสแบบด้าน พร้อมความเป็นประกาย โดยตัวเครื่องที่นำมารีวิวเป็นสีดำ (Starlight Black)


vivo Y30 5G มีกล้องหลังแบบคู่ (Multi Camera) โดยแบ่งออกเป็น

- กล้อง Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.8 และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4

รวมทั้งรองรับระบบการโฟกัสดวงตา (AI Eye Autofocus), โหมดถ่ายภาพความละเอียดสูง 50MP, โหมดบุคคล Portrait Bokeh ที่สามารถปรับระดับความเบลอ รวมถึงรูปแบบของ Bokeh ได้ พร้อม Portrait Light Effect 6 รูปแบบ, โหมด Face Beauty ปรับผิวให้เนียนสวย พร้อมฟังก์ชัน Posture ในการแนะนำท่าทางในการโพส, โหมด Night สำหรับถ่ายภาพเวลากลางคืน พร้อม Stylish Night Filters สำหรับปรับโทนสีของภาพให้มีความน่าสนใจมากขึ้นทั้งหมด 4 รูปแบบ และรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD 1080P พร้อมโหมด Face Beauty รวมถึง Dual-View video


เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่าง ๆ

vivo Y30 5G ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 12 ซึ่งถูกครอบทับด้วย Funtouch OS 12 เวอร์ชันล่าสุด ที่มี User Interface รูปแบบใหม่ โดยยังคงเน้นความมินิมอล เรียบหรู สบายตา และใช้งานง่าย โดยมี RAM ขนาด 6GB พร้อมเทคโนโลยี Extended RAM 2.0 ที่สามารถขยาย RAM เสมือน (Virtual RAM) เพิ่มได้อีก 2GB และมี ROM ขนาด 128GB


สามารถใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual Nano SIM) พร้อมรองรับการใช้งานบนเครือข่าย 5G ในประเทศไทย และสามารถสแตนด์บายได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual 5G SIM)


เมื่อกดค้างที่หน้าจอจะเป็นการเข้าสู่เมนูการปรับแต่งหน้าจอ โดยผู้ใช้สามารถปรับตำแหน่งของไอคอน พร้อมตั้งค่า Home, Widgets, เปลี่ยน Wallpaper รวมถึงโทนสีของ UI เครื่องได้


เมื่อลากจากขอบด้านบนของหน้าจอลงมาจะพบกับ Notification Center ซึ่งเป็นหน้ารวมสำหรับการแสดงแจ้งเตือนต่าง ๆ และเมื่อปัดลงอีกหนึ่งครั้งจะเป็นการขยายหน้าจอ Toggle Switch ปุ่มลัดสำหรับการเปิด-ปิดฟังก์ชัน ต่าง ๆ


โดยผู้ใช้ยังสามารถปรับแต่งตำแหน่งของคีย์ลัด เองได้ด้วย


พร้อมหน้า Jovi Home ผู้ช่วยอัจฉริยะ ที่มีเมนู Shortcut ทางลัดสำหรับเข้าถึงการเคลียร์พื้นที่จัดเก็บข้อมูล หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ , Suggestions คำแนะนำช่วยเตือนความจำอันชาญฉลาดเกี่ยวกับสภาพอากาศ การเดินทาง และการพักผ่อนในแต่ละวัน, My Services ช่วยจัดสรรกิจกรรมให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น แจ้งเตือนการดื่มน้ำ, รายงานสภาพอากาศ และแจ้งเตือนรายการบันเทิงใหม่ ๆ


เมื่อปัดไปทางด้านขวาจากหน้าโฮมสกรีน จะพบกับ Google Discover หน้าที่รวบรวมข่าวสารที่ได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ โดยอ้างอิงจากการค้นหาของผู้ใช้


vivo Y30 5G สามารถปรับตั้งค่าการแสดงผลของหน้าจอได้อย่างหลากหลาย พร้อม Dark theme ในการเปลี่ยนพื้นหลังให้กลายเป็นสีดำ


รองรับโหมด Eye Protection


รวมถึงการปรับอุณหภูมิสีของหน้าจอ


สามารถเลือกใช้งานปุ่ม Navigation Buttons ที่สามารถปรับตามความถนัดของผู้ใช้ หรือเลือกใช้งานวิธีควบคุมแบบ Navigation Gestures ซึ่งเป็นการลาก และปัดบริเวณขอบหน้าจอเพื่อสั่งการได้ ให้เหมาะกับการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนได้


vivoShare สามารถโอนถ่ายข้อมูลทั้งหมดในเครื่องเก่าไปยังโทรศัพท์เครื่องใหม่ได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่คลิกเดียว และแชร์ภาพยนตร์ หรือเพลงให้เพื่อนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น


สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยของ vivo Y30 5G มีทั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side Fingerprint Sensor) ซึ่งสามารถตั้งค่าการใช้งานเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือสำหรับปลุกการทำงานของเครื่อง หรือปลดล็อกหน้าจอได้ พร้อมทั้งสามารถเพิ่มลายนิ้วมือได้มากกว่า 1 ลายนิ้วมือ ซึ่งจากการทดสอบตัวเซ็นเซอร์ก็สามารถปลดล็อกหน้าจอได้รวดเร็วทันใจ


และระบบการปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock) ที่สามารถปลดล็อกได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถลงทะเบียนได้เพียง 1 ใบหน้าเท่านั้น


vivo Y30 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับระบบการชาร์จแบบ 10W (5V/2A) พร้อมโหมดประหยัดพลังงานแบบ Battery Saver ที่เมื่อเปิดใช้งานสัญลักษณ์แบตเตอรี่จะเปลี่ยนเป็นสีส้ม พร้อมสัญลักษณ์ + ที่ด้านใน พร้อมปรับการแสดงผลให้เป็น Dark theme และใช้งานอินเทอร์เน็ต 4G+


สามารถเปลี่ยนรูปแบบ Animation ได้ที่ Dynamic effect ไม่ว่าจะเป็น ไฟวิ่งรอบจอเมื่อมีสายเรียกเข้า, การเข้าสู่หน้า Home, การสแกนใบหน้า และการชาร์จ


รองรับฟังก์ชัน App Clone สำหรับโคลนนิ่งแอปพลิเคชัน ซึ่งในเบื้องต้นนั้นสามารถโคลนนิ่งได้เฉพาะแอปพลิเคชันโซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น Facebook, Line และ Instagram จึงทำให้ผู้ใช้สามารถล็อกอินแอปพลิเคชันเหล่านี้ได้พร้อมกันถึง 2 แอคเคานท์


สามารถบันทึกภาพสกรีนช็อตแบบยาวได้


และมีฟังก์ชัน Screen-Split ที่สามารถแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งานสองแอปพลิเคชันได้พร้อม ๆ กัน โดยรองรับทั้งในแนวตั้ง และแนวนอน


vivo Y30 5G ยังมาพร้อมกับฟังก์ชัน Ultra Game Mode ซึ่งเป็นโหมดพิเศษที่ถูกออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ พร้อมรองรับระบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกม ป้องกันปัญหาเฟรมเรตตก



รวมถึงป้องกันการโดนขัดจังหวะขณะเล่นเกม ยกตัวอย่างเช่น การโชว์เบอร์โทรสายเรียกเข้าในรูปแบบ Pop-up เท่านั้น ทำให้เกมไม่ถูกสลับไปยังหน้ารับสายสนทนา


สำหรับเซ็นเซอร์ในเครื่อง vivo Y30 5G นั้นประกอบด้วย Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor และ Magnetic Sensor


การระบุตำแหน่ง และระบบนำทางสามารถใช้งานได้ดี ด้วยการรองรับระบบดาวเทียมชั้นนำของโลกครบถ้วน ทั้ง GPS+A-GPS, BeiDou, Glonass, Galileo และ QZSS


vivo Y30 5G มาพร้อมชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Dimensity 700 5G แบบ 8-แกน (Octa-Core) มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.2 GHz โดยมีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G57 MC2, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB + เทคโนโลยี Extended RAM 2.0 อีก 2GB, หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB


และ vivo Y30 5G รองรับเทคโนโลยี Multi-Turbo สำหรับเร่งการประมวลผลด้านต่าง ๆ ของตัวเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น CPU, กราฟิก และการเล่นเกม, การเชื่อมต่อเครือข่าย และการจัดการความร้อน


vivo Y30 5G มีผลทดสอบจากแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark ที่ 365,549 คะแนน และจากทาง Geekbench 5 ในด้านการประมวลผลแบบแกนเดี่ยว (Single-Core) ที่ 542 คะแนน และในด้านการประมวลผลหลายแกน (Multi-Core) ที่ 1,646 คะแนน


มีผลทดสอบการประมวลผลด้านกราฟิกจากแอปพลิเคชัน 3DMark แบบ OpenGL ES 3.1 อยู่ที่ 2,537 คะแนน


vivo Y30 5G รองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 5 จุด


จากการทดสอบด้วยการเล่นเกมที่มีกราฟิกแบบสาม มิติอย่าง Marvel Future Fight, Seven Knights 2 และ Ni no Kuni พร้อมกับเปิดการแสดงผลกราฟิกระดับสูง ก็พบว่าสามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้เป็นอย่างดี มีความลื่นไหลกับกราฟิกในระดับดี แต่มีการสะสมความร้อนในระดับหนึ่งเมื่อเล่นเกมติดต่อกันเป็นเวลานาน รวมถึงการกระตุกหน่วงก็มีให้เห็นบ้าง


vivo Y30 5G มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล Halo FullView Display (IPS LCD) ขนาด 6.51 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (1600x720 พิกเซล) ในอัตราส่วนแบบ 20:9 จึงสามารถรับชมคอนเทนท์ต่าง ๆ ได้อย่างคมชัดเต็มอรรถรส และให้มุมมองที่กว้างเต็มตาเป็นพิเศษ


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

vivo Y30 5G มาพร้อมกับกล้องหลังแบบคู่ (Multi Camera) โดยแบ่งออกเป็น

- กล้อง Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.8 และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4


โดย Interface ของแอปพลิเคชันกล้องมีการดีไซน์เรียบหรู สบายตา และมีเมนูให้ได้เลือกใช้อย่างชัดเจน ซึ่งรองรับฟังก์ชันพื้นฐานครบครัน โดยรองรับโหมด HDR, ฟีลเตอร์, อัตราส่วนภาพ และตั้งค่าอื่น ๆ เพิ่มเติม


มีระบบการโฟกัสดวงตา (AI Eye Autofocus) พร้อมรองรับการถ่ายภาพบุคคล Portrait Bokeh สามารถปรับระดับความเบลอได้ที่ระหว่าง f0.95-f16 (ค่าเริ่มต้นจะอยู่ที่ f2.0) และสามารถเปลี่ยน Bokeh ได้ 5 รูปแบ ได้แก่ Circle, Heart, Triangle, Star และ Pentagon


มีโหมด Face Beauty ปรับผิวให้เนียนสวยเป็นธรรมชาติ และเลือกปรับแต่ละส่วนของใบหน้าได้อย่างอิสระ พร้อม Posture ในการแนะนำท่าโพส


และโหมด Style ในการปรับโทนสีของการถ่าย Portrait


โหมด Night สำหรับถ่ายภาพเวลากลางคืน พร้อมด้วย Night Style ฟิลเตอร์สำหรับปรับโทนสีของภาพให้มีความน่าสนใจมากขึ้นทั้งหมด 4 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่

- Black & Gold - ถ่ายภาพโดยเน้นโทนสีดำ และสีทอง
- Blue Ice - ถ่ายภาพโดยเน้นโทนสีน้ำเงินเย็น
- Green Orange - ถ่ายภาพโดยเน้นโทนสีเขียว และส้ม
- Cyberpunk - ถ่ายภาพโดยเน้นโทนสีม่วง และน้ำเงิน คล้ายกับโลกอนาคต


vivo Y30 5G ยังมาพร้อมโหมดถ่ายภาพความละเอียดสูง 50MP


และโหมด Pro กับรายละเอียดการตั้งค่าต่าง ๆ ที่ครบครัน และครอบคลุมสำหรับช่างภาพแทบทั้งหมด


โดยรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ ระดับ Full HD 1080p (60 fps) พร้อมโหมด Face Beauty ปรับผิวให้เนียนสวย (รองรับที่ความละเอียดสูงสุดระดับ HD 720p 30fps)


รวมถึงโหมด Dual-view Video ในการบันทึกวิดีโอจากกล้องหน้า-หลังพร้อมกัน


ทางด้านกล้องหน้า vivo Y30 5G มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (f2.0)


รองรับโหมด Portrait Bokeh พร้อมโหมด Face Beauty ปรับผิวให้เนียนสวยเป็นธรรมชาติ พร้อมปรับแต่ละส่วนบนใบหน้าได้อย่างอิสระ


และโหมด Style ในการปรับโทนสีของการถ่าย Portrait ให้หลากหลายอารมรณ์มากยิ่งขึ้น


รวมถึงโหมด Night สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่ในเวลากลางคืน ที่สามารถทำงานร่วมกับ Face Beauty ในการปรับผิวเนียน


โดยรองรับการบันทึกวิดีโอด้วยกล้องหน้าความ ละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD 1080p (30 fps) พร้อมโหมด Face Beauty ปรับผิวให้เนียนสวย (รองรับที่ความละเอียดสูงสุดระดับ HD 720p)


และโหมด Dual-view Video


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 50+2 ล้านพิกเซล ของ vivo Y30 5G

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Portrait


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Night


ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Night Style ทั้ง 4 รูปแบบ


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ของ vivo Y30 5G

ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมดปกติ


ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมดปกติ พร้อมเปิดโหมด Beauty


ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่ในโหมด Portrait


สรุปผลการทดสอบของ vivo Y30 5G

จากที่มีโอกาสใช้งาน vivo Y30 5G มาระยะหนึ่งก็พอจะสรุปได้ว่า นี่เป็นอีกหนึ่งมือถือ 5G รุ่นใหม่ที่น่าสนใจในงบ 8-9 พันบาท เริ่มที่การรองรับเครือข่าย 5G แบบ Dual-Mode (SA/NSA) ด้วยการเลือกใช้ชิปเซ็ต Dimensity 700 ในระดับกลางที่มีจุดเด่นด้านการประหยัดพลังงาน พร้อมรองรับการใช้งานได้รอบด้าน ไม่ว่าจะเล่นเกมที่เน้นกราฟิกแบบ 3 มิติ, ดูซีรีส์เรื่องโปรด หรือเล่นโซเชียล อีกทั้งยังทำงานร่วมกับ RAM ขนาด 6GB ที่รองรับเทคโนโลยี Extended RAM 2.0 จึงสามารถขยาย RAM แบบเสมือน (Virtual RAM) เพิ่มได้อีก 2GB รวมเป็น 8GB ที่ช่วยให้การใช้งานด้านต่าง ๆ เป็นไปอย่างลื่นไหล พร้อมกับแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 5000 mAh จึงสามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่อง แต่น่าเสียดายตรงที่ไม่ได้ใส่เทคโนโลยีชาร์จเร็วมาให้ และตัวเครื่องเก็บข้อมูลต่าง ๆ ได้ค่อนข้างเยอะด้วยความจุ 128GB พร้อมรองรับการใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD เพิ่มเติมได้

หน้าจอแสดงผลของ vivo Y30 5G มาในดีไซน์ไร้ขอบแบบ Halo FullView Display (IPS LCD) ขนาด 6.51 นิ้ว ในอัตราส่วนแบบ 20:9 ที่สามารถเล่นเกม หรือรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ ได้แบบเต็มตา แต่คอนข้างน่าเสียดายที่มีความคมชัดเพียงแค่ระดับ HD+ (1600x720 พิกเซล : 269 ppi) และรองรับค่า Refresh Rate ในระดับมาตรฐานที่ 60Hz โดยมีกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล ที่รองรับฟังก์ชันยอดนิยมในปัจจุบัน ด้วยโหมดถ่ายภาพบุคคล Portrait พร้อม Face Beauty สำหรับปรับผิวให้เนียนสวย และปรับโทนสีแบบใหม่ ๆ ได้ด้วย Style รวมถึงโหมด Night สำหรับการถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อย หรือเวลากลางคืน

 

ทางด้านกล้องหลังก็ครบครัน ด้วยการใช้ชุดกล้องคู่ (Multi Camera) ความละเอียด 50 + 2 ล้านพิกเซล ที่รองรับระบบการโฟกัสดวงตา (AI Eye Autofocus) ช่วยให้โฟกัสใบหน้าของตัวแบบได้รวดเร็ว พร้อมโหมดถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ Portrait Bokeh ที่สามารถปรับระดับความเบลอ รวมถึงรูปแบบของ Bokeh ได้ พร้อมการจัดแสง Portrait Light Effect ทั้งหมด 6 รูปแบบ โดยทำงานร่วมกับโหมด Face Beauty ที่ช่วยปรับผิวให้เนียนสวย พร้อมฟังก์ชัน Posture ในการแนะนำท่าทางในการโพส, โหมด Night สำหรับถ่ายภาพเวลากลางคืน พร้อม Stylish Night Filters สำหรับปรับโทนสีของภาพให้มีความน่าสนใจมากขึ้นทั้งหมด 4 รูปแบบ และรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD 1080P พร้อมโหมด Face Beauty รวมถึงฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่าง Dual-View Video

vivo Y30 5G มากับเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side Fingerprint Scanner) พร้อมระบบสแกนใบหน้า (Face Unlock) ที่สามารถปลดล็อกหน้าจอได้อย่างรวดเร็วทันใจ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 12 ที่ถูกครอบทับด้วย Funtouch OS 12 เวอร์ชันล่าสุด ซึ่งมากับ UI/UX ดีไซน์เรียบหรูสบายตา  นอกจากนี้ยังตอบโจทย์การใช้งานด้านความบันเทิงโดยเฉพาะการเล่นเกมได้เป็นอย่างดี ด้วยฟีเจอร์เอาใจเกมเมอร์อย่าง Ultra Game Mode โหมดพิเศษที่ถูกออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ ยกตัวอย่างเช่น การโชว์เบอร์โทรสายเรียกเข้าในรูปแบบ Pop-Up เท่านั้น ทำให้เกมไม่ถูกสลับไปยังหน้ารับสายสนทนา และการย่อขนาดคีย์บอร์ดภายในเกมให้มีขนาดเล็กลง เพื่อป้องกันปัญหาคีย์บอร์ดบดบังการแสดงผล

 

สำหรับ vivo Y30 5G เปิดราคาจำหน่ายอย่างทางการในประเทศไทยแล้วที่ 8,699 บาท กับตัวเลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ (Starlight Black) และสีรุ้งไล่เฉด (Rainbow Fantasy) โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2022 เป็นต้นไป ที่ร้าน vivo Brand Shop รวมทั้งที่หน้าร้านศูนย์บริการ AIS, TrueMove H และ dtac ทุกสาขา

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง vivo ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง vivo Y30 5G รุ่นใหม่นี้มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีค่ะ


จุดเด่นของ vivo Y30 5G

- ดีไซน์ตัวเครื่องบางเฉียบเพียง 8.25 มิลลิเมตร และเบาเพียง 198 กรัม
- จอแสดงผลแบบ Halo FullView Display (IPS LCD) ขนาด 6.51 นิ้ว พร้อมอัตราส่วนการแสดงผลแบบ 20:9 และพื้นที่แสดงผล 88.99% 
- ประมวลผลด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 700 (MT6833) 
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G57 MC2
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 6GB พร้อมเทคโนโลยี Extended RAM 2.0 ที่สามารถขยาย RAM แบบเสมือน (Virtual RAM) เพิ่มได้อีก 2GB ด้วย Internal Storage (ROM)
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB
- รองรับการเพิ่มหน่วยความจำภายนอกด้วยการ์ดแบบ microSD ได้สูงสุดที่ขนาด 1 TB
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมระบบชาร์จแบบ 10W (5V/2A) และฟังก์ชัน Reverse Charging
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 12 พร้อมครอบทับด้วย Funtouch OS 12

------------------------------------------------------

กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Multi Camera) ประกอบด้วย

- กล้อง Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.8 และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4

รวมทั้งรองรับระบบการโฟกัสดวงตา (AI Eye Autofocus), โหมดถ่ายภาพความละเอียดสูง 50MP, โหมดบุคคล Portrait Bokeh ที่สามารถปรับระดับความเบลอ รวมถึงรูปแบบของ Bokeh ได้ พร้อม Portrait Light Effect 6 รูปแบบ, โหมด Face Beauty เพื่อปรับผิวให้เนียนสวย พร้อมฟังก์ชัน Posture ในการแนะนำท่าทางในการโพส, โหมด Night สำหรับถ่ายภาพเวลากลางคืน พร้อม Stylish Night Filters สำหรับปรับโทนสีของภาพให้มีความน่าสนใจมากขึ้นทั้งหมด 4 รูปแบบ และรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD 1080p พร้อมโหมด Face Beauty รวมถึง Dual-View video

กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

พร้อมรูรับแสงขนาด f2.0, รองรับโหมด Face Beauty สำหรับปรับผิวให้สวยเป็นธรรมชาติ พร้อม Pose Master ในการแนะนำท่าโพสที่สวยงามให้กับผู้ถ่าย, โหมดถ่ายภาพบุคคล Portrait, โหมด Night สำหรับถ่ายเซลฟี่เวลากลางคืน หรือที่แสงน้อย และการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD 1080P พร้อม Face Beauty รวมถึง Dual-View Video

------------------------------------------------------

- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side Mounted Fingerprint Sensor) พร้อมระบบสแกนใบหน้า (Face Wake)
- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ Wi-Fi Dual Band (2.4/5 GHz), 5G (NA/NSA), 4G LTE, 3G, EDGE และ GPRS
- รองรับการใช้งานระบบซิมคู่ (Dual SIM : Nano SIM + Nano SIM) บนถาดแบบ Hybrid Slot
- เชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.1
- ระบุตำแหน่ง และนำทางด้วยระบบดาวเทียม GPS+A-GPS, Glonass, Galileo, BeiDou และ QZSS
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C (USB 2.0) พร้อมรองรับการใช้งาน OTG (USB On-the-Go)
- พอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ (Jovi)
- ฟังก์ชัน App Clone สำหรับใช้งานแอปพลิเคชันประเภทโซเชียลมีเดียได้พร้อมกัน 2 แอคเคานท์
- ราคา 8,699 บาท ถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับคุณสมบัติโดยรวม


จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ vivo Y30 5G

- ตัวเครื่องใช้วัสดุประเภทพลาสติก
- ไม่รองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง
- จอแสดงผลที่คมชัดระดับ HD+ อาจยังไม่มากนักเมื่อเทียบกับขนาดของหน้าจอ
- หน้าจอแสดงผลมี Refresh Rate สูงสุดที่ 60Hz
- ตัวเครื่องมีการสะสมความร้อนเมื่อใช้งานติดต่อกันเป็นเวลานาน
- ลำโพงเป็นแบบเดี่ยว
- ถาดซิมการ์ดเป็นแบบ Hybrid Slot


โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางผู้ผลิต เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *


วันที่ : 22/07/2022