ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 18/11/2019
Vivo Y19


 

รีวิว (Review) Vivo Y19

สมาร์ทโฟนตัวคุ้มรุ่นใหม่ จอใหญ่ แบตชาร์จเร็วไซส์จุใจ กล้อง 3 ตัว เมมเยอะ ในราคาไม่ถึง 7 พันบาท ด้วยจอ Halo FullView FHD+ ใหญ่ 6.53 นิ้ว, แบตเตอรี่ Dual-Engine Fast Charging จุใจ 5000 mAh, กล้อง AI Triple Camera ผสานกล้องหน้า 16MP, ชิปเซ็ต Helio P65, ROM 128GB+RAM 6GB และเซนเซอร์สแกนนิ้ว บนตัวเครื่องโค้งมน 3D Micro Arc ไล่เฉดสีเงางาม ในราคาเพียง 6,999 บาท

18 พฤศจิกายน 2019 - สวัสดีครับ กลับมาพบกับรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่น่าสนใจโดยทีมงาน Thaimobilecenter กันอีกเช่นเคย สำหรับช่วงปลายปีแบบนี้ตลาดสมาร์ทโฟนในบ้านเราก็ยังคงมีการแข่งขันที่ดุเดือดเช่นเคย โดยเฉพาะในตลาดระดับกลาง และระดับเริ่มต้น ที่มีราคาไม่เกิน 10,000 บาท Vivo ก็เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่พยายามมัดใจผู้ใช้ในตลาดดังกล่าวด้วยสมาร์ทโฟน S Series และ Y Series และล่าสุดก็เพิ่งจะเปิดตัวพร้อมวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Vivo Y19 กันไปสดๆ ร้อนๆ ซึ่งเราจะนำมารีวิวให้ทุกท่านได้ชมกันในครั้งนี้ครับ

Vivo Y19 เป็นสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น-กลาง ที่มีราคาย่อมเยาเพียง 6,999 บาท ที่ต่อยอดความสำเร็จมาจาก Vivo Y17 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานโดยรวม ทั้งด้านการเล่นโซเชียลมีเดีย, ดูหนัง, ฟังเพลง และการทำงานทั่วๆ ไป โดยมีจุดเด่นคือแบตเตอรี่ชาร์จเร็ว ที่มีความจุสูงถึง 5,000 mAh เพื่อรองรับการใช้งานที่ยาวนานไม่มีขาดช่วง อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ Reverse Charging ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้อุปกรณ์อื่นได้ผ่านสาย OTG ทำให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งานมากขึ้น ตัวเครื่องมีดีไซน์สวยงามด้วยความโค้งมนแบบ 3D Micro Arc พร้อมการไล่เฉดสีแสงเงาแบบ Shimmering Color และมีขนาดเหมาะมือ

ในส่วนของการแสดงผลเป็นหน้าจอแบบ Halo FullView กว้าง 6.53 นิ้ว ซึ่งมีรอยบากทรงหยดน้ำด้านบน ความละเอียดสูงสุดระดับ FHD+ (2340x1080 พิกเซล) ในอัตราส่วนการแสดงผลแบบ 19.5:9 จึงรองรับคอนเทนต์ต่างๆ ได้อย่างเต็มตาทัั้งในแนวตั้ง และแนวนอน ตัวเครื่องมีหัวใจการทำงานเป็นชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek Helio P65 ความเร็ว 2.0 GHz ซึ่งเป็นชิปเซ็ตรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2019 และมีจุดเด่นด้านการประหยัดพลังงาน พร้อมด้วยหน่วยความจำ RAM และ ROM ขนาด 6/128 GB ซึ่งถือว่ามากพอสมควรสำหรับสมาร์ทโฟนในช่วงราคาเดียวกัน อีกทั้งซอฟต์แวร์ยังมีความสดใหม่ โดยเป็นระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย UI เฉพาะตัวของ Vivo อย่าง Funtouch OS 9.2 เวอร์ชันล่าสุด

ด้านการถ่ายภาพ Vivo Y19 รองรับการเซลฟี่ด้วยกล้องหน้า AI ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหลังเป็นกล้องแบบ 3 ตัว (AI Triple Camera) ที่ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล, กล้องตัวที่สองแบบ Super Wide-Angle มุมกว้าง 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้องตัวที่สามแบบ Super Macro Camera ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล จึงรองรับการถ่ายภาพได้แทบทุกระยะ พร้อมระบบประมวลผลภาพด้วย AI, ระบบแนะนำการจัดวางองค์ประกอบภาพ, เอฟเฟกต์บิวตี้ที่ปรับแต่งได้อย่างละเอียด ตั้งแต่ความกระจ่างใสของผิว ไปจนถึงรูปหน้า และฟีเจอร์อื่นๆ อีกมากมาย

จากคุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้น หลายๆ ท่านน่าจะมองเห็นความสามารถในภาพรวมของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้กันแล้ว ส่วนความสามารถโดยละเอียดจะเป็นอย่างไร เราไปดูกันใน รีวิว Vivo Y19 โดยทีมงาน Thaimobilecenter กันได้เลยครับ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์


Vivo Y19 มีหน้าจอแสดงผลประเภท IPS LCD แบบ Halo FullView อัตราส่วน 19.5:9 กว้าง 6.53 นิ้ว มีความละเอียดสูงสุดระดับ FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) พื้นที่แสดงผลครอบคลุมพื้นที่ 90.3% ของตัวเครื่องด้านหน้า และมีรอยบากทรงหยดน้ำสำหรับติดตั้งกล้องหน้าด้านบน พร้อมทั้งมีการติดฟิล์มกันรอยหน้าจอมาให้จากโรงงาน


ตัวเครื่อง ด้านหลังมีการไล่เฉดสีอ่อนๆ และมีลายคลื่นสะท้อนแสงแบบ 3D Micro Arc ให้ความรู้สึกที่ละมุนละไม กล้องดิจิทัลทั้ง 3 ตัวติดตั้งอยู่ที่มุมซ้ายบน โดยจัดเรียงในแนวตั้ง พร้อมไฟแฟลช LED ส่วนฐานกล้องนูนขึ้นมาเล็กน้อย สำหรับเครื่องที่นำมารีวิวในครั้งนี้เป็น สี ขาว Spring White


รอยบากทรงหยดน้ำด้านบนของหน้าจอ ติดตั้งกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.0 เหนือขึ้นไปเป็นตำแหน่งของลำโพงสนทนา



กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย :

- กล้องตัวหลัก ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.78
- กล้องเลนส์ Super Wide-Angle มุมกว้าง 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
- กล้องเลนส์ Super Macro Camera ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4


ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีถาดใส่ซิมการ์ดอยู่ด้านบน ส่วนด้านขวามีปุ่ม Power (ปุ่มสั้น) และปุ่มปรับระดับเสียง (ปุ่มยาว)


ด้านบนเป็นเฟรมโล่ง ไม่มีโมดูลใดๆ อยู่ภายนอก ส่วนด้านล่างมีช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร, ไมโครโฟนตัวหลัก, พอร์ตเชื่อมต่อ microUSB และช่องลำโพงเสียงภายนอก


ถาดใส่ซิมของ Vivo Y19 เป็นแบบ Triple Slot สามารถติดตั้งซิมการ์ดแบบ nanoSIM ได้ 2 ซิมพร้อมกัน และติดตั้งหน่วยความจำเสริม microSD ได้ โดยไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง


สำหรับอุปกรณ์เสริมภายในกล่อง ประกอบด้วย สายเคเบิล Micro-USB, เคสซิลิโคนใส, เข็มดันถาดซิมการ์ด, และอแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่แบบ Dual-Engine Fast Charging (9V2A)


เปิดเครื่อง พร้อมทดสอบการใช้งานด้านซอฟต์แวร์


Vivo Y19 มาพร้อมกับซอฟท์แวร์ใหม่ล่าสุดจากโรงงาน โดยเป็นระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย Funtouch OS 9.2 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด ตามแบบฉบับของ สมาร์ทโฟน Vivo


เมื่อปัดนิ้วจากด้านบนลงมาจะเป็นการเปิด เมนูแจ้งเตือน ซึ่งจะแสดงการแจ้งเตือนของระบบ และแอปพลิเคชันต่างๆ เราสามารถกดที่แถบแจ้งเตือนเพื่อเข้าสู่แอปพลิเคชันนั้นๆ ได้ทันที ส่วนแถบค้นหาด้านบนสามารถใช้ค้นหาแอปพลิเคชัน, ไฟล์ และรายชื่อผู้ติดต่อได้ หากแอปพลิเคชันที่ค้นหาไม่มีอยู่ในเครื่อง จะมีตัวเลือกให้ดาวน์โหลดผ่าน V-Appstore หรือ ค้นหาด้วย Google


หากปัดนิ้วจากขอบล่างหน้าจอขึ้นมา จะเป็นการเปิด ศูนย์ทาง ลัด ซึ่งรวมทางลัดของแอปพลิเคชันที่เพิ่งเปิดล่าสุด และการตั้งค่าที่ใช้บ่อยๆ เอาไว้ เช่น การปรับระดับเสียง, ปรับความสว่างของหจ้าจอ, เปิด-ปิด WiFi, ใช้ไฟฉาย เป็นต้น


เมื่อปัดนิ้วบนหน้าจอหลักไปทางซ้าย จะแสดงรายการแอปพลิเคชัน ทั้งหมดที่ติดตั้งไว้ในตัวเครื่อง หากจำนวนแอปแสดงจนเต็มหน้า ก็จะเพิ่มหน้าใหม่โดยอัตโนมัติไปเรื่อยๆ ตามลำดับ


หากปัดจอไปทางขวา หรือกดปุ่มข้างตัวเครื่องด้านซ้าย จะเป็นการเปิดหน้าต่าง ผู้ช่วยอัจฉริยะ Jovi  ซึ่งจะรวมข้อมูล และการแจ้งเตือนสำคัญๆ เอาไว้ เช่น การเตือนการดื่มน้ำ, การพยากรณ์อากาศ, สิ่งที่ต้องทำ, ทางลัดการเข้าถึงแอปพลิเคชัน และการนับก้าว เป็นต้น ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าจะให้แสดงข้อมูลของอะไรบ้างในเมนู การ จัดการการ์ด


ฟีเจอร์หนึ่งที่น่าสนใจของ Jovi คือการแสดงตารางแข่งฟุตบอล หรือบาสเก็ตบอลในลีกต่างๆ พร้อมทั้งอัปเดตผลการแข่งขันแบบสดๆ ให้ชมกันอีกด้วย


เมื่อกดค้างตรงพื้นที่ว่างบนหน้าจอหลักจะเข้าสู่ เมนูการปรับแต่งหน้าจอ ซึ่งเราสามารถเพิ่มวิดเจ็ต และปรับแต่งแอนิเมชันการเปลี่ยนหน้าได้


หากกดที่ไอคอนของแอปพลิเคชันใดๆ ค้างไว้ จะเข้าสู่ หน้าการ จัดการแอป ซึ่งเราสามารถกดที่ปุ่มกากบาทเพื่อลบแอป หรือเขย่าสมาร์ทโฟนเพื่อให้ไอคอนจัดเรียงกันโดยอัตโนมัติ



สำหรับภาพวอลเปเปอร์, ธีม และแบบอักษร (fonts) สามารถเลือกดาวน์โหลดได้ผ่านแอปพลิเคชัน i Theme ซึ่งเป็นร้านค้าธีมของ Vivo โดยตรง ภายในร้านมีคอนเทนต์ให้เลือกหลายแบบหลายสไตล์ให้เปลี่ยนกันแบบไม่มีเบื่อ มีทั้งที่ฟรี และต้องเสียเงินซื้อ สามารถเลือกดาวน์โหลดไปใช้กันได้กันได้ตามใจชอบครับ


นอกจากการปรับแต่งหน้าจอแล้ว ยังมีตัวเลือกการตั้งค่าในส่วนอื่นๆ อีก เช่น การเปลี่ยนรูปแบบของปุ่มนำทาง ซึ่งเปลี่ยนได้ทั้งลักษณะของปุ่ม และลำดับ อีกทั้งยังเปลี่ยนรูปแบบของปุ่มนำทางเป็นแบบลากนิ้วแทนการกดปุ่มได้


เมื่อใช้สมาร์ทโฟนเวลากลางคืน หรือในสภาพแวดล้อมที่มืด แสงจ้าจากหน้าจออาจทำให้ปวดตาได้ ในกรณีนี้เราสามารถเปิดใช้งาน โหมดมืด เพื่อเปลี่ยนโทนสีของอินเทอร์เฟซให้มืดลงได้ ช่วยให้ใช้งานได้สบายตายิ่งขึ้น และมองเห็นตัวหนังสือได้ชัดเจนยิ่งขึ้น หากต้องการใช้งานเป็นประจำ ก็สามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดโหมดมืดโดยอัตโนมัติได้


นอกจากโหมดมืดแล้ว ยังมีฟังก์ชัน ถนอมสายตา ที่จะ ช่วยตัดแสงสีฟ้าจากหน้าจอ และทำให้หน้าจอมีโทนสีที่อุ่นขึ้น ช่วยลดอาการล้าของดวงตาได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งเราสามารถเปิดใช้งานด้วยตัวเอง หรือตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติก็ได้เช่นกัน


สำหรับเครื่องมือพื้นฐานต่างๆ ในเครื่อง จะรวมกันไว้ในโฟลเดอร์ เครื่อง มือ ซึ่งได้แก่เครื่องคิดเลข, บันทึกเสียง, เข็มทิศ และวิทยุ FM ส่วน ข้อเสนอแนะ จะเกี่ยวข้องกับการเปิดใช้งานบัตรประกันอิเล็กทรอนิคส์


ส่วนบริการต่างๆ ของ Google ก็มีติดตั้งมาให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Gmail, YouTube, Maps, Google Photos ไปจนถึง Assistant และ Chrome พร้อมให้ใช้งานได้ทันที


นอกจาก Play Store แล้ว Vivo Y19 ยังมี V-Appstore ติดตั้งมาในเครื่องด้วย ซึ่งแอปพลิเคชันส่วนใหญ่ในนี้จะเป็นแอปพลิเคชันที่มีอยู่แล้วใน Play Store แต่จะมีการคัดแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยม และน่าสนใจมานำเสนออีกทีหนึ่ง


สำหรับฟังก์ชันสำคัญอย่างการโทรนั้น ก็มีหน้าอินเตอร์เฟซที่สะอาด และเรียบง่าย ตัวเลขมีขนาดไม่ใหญ่มากแต่ยังมองเห็นได้ชัดเจน และไม่เป็นอุปสรรคต่อการกด


อีกฟีเจอร์หนึ่งที่น่าสนใจคือ โหมดมอเตอร์ไซค์ เมื่อเข้าสู่โหมดนี้ Vivo Y19 จะปฏิเสธสายโทรเข้าทั้งหมด และตอบกลับด้วย SMS โดยอัตโนมัติ หรือเลือกรับสายเฉพาะบางเบอร์ พร้อมทั้งปิดการแจ้งเตือน ช่วยให้เรามีสมาธิในการขับขี่อย่างเต็มที่ และช่วยให้การเดินทางของเราปลอดภัยยิ่งขึ้น


Vivo Y19 มีแอปพลิเคชัน i Manager สำหรับปรับปรุงระบบของตัวเครื่องให้ทำงานราบรื่นอยู่เสมอ โดยสามารถล้างข้อมูลที่ไม่จำเป็น, สแกนไวรัส, ตรวจสอบปริมาณการใช้ข้อมูลอินเทอร์เน็ต และการจัดการแอปพลิเคชัน เมื่อเปิดแอปขึ้นมา ตัวแอปจะตรวจสอบสถานะการทำงานของระบบทันที หากผลการประเมินต่ำกว่า 100 เราสามารถกดปุ่ม การปรับให้เหมาะ สม เพื่อให้ระบบจัดการโดยอัตโนมัติได้ ซึ่งใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น


ในส่วนของเมนู ล้างพื้นที่ จะแสดงการปริมาณพื้นที่หน่วยความจำภายในที่ใช้ไปแล้ว และที่ยังเหลืออยู่ ซึ่งเราสามารถเลือกลบไฟล์แคช หรือข้อมูลตกค้างของแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อเคลียร์หน่วยความจำในเครื่องได้


 เมนู การตรวจสอบความปลอดภัย จะเป็นการสแกนหาไวรัส และการตั้งค่าของระบบบางอย่างที่มีแนวโน้มจะกลายเป็นช่องโหว่ด้านความปลอดภัย นอกเหนือไปจากการสั่งสแกนด้วยตัวเองแล้ว ระบบยังมีการสแกนหายไฟล์อันตรายแบบ Real-Time อยู่ในเบื้องหลังอีกด้วย



ใน ตัวจัดการแอป เป็นเมนูสำหรับอัปเดตแอปในเครื่อง, ถอนการติดตั้ง และปรับเปลี่ยนสิทธิการเข้าถึงของแอปในเครื่อง


นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ยังมีตัวเลือกในการจัดการระบบอื่นๆ อีกหลายอย่างด้วยกัน


สำหรับการ ซ่อนแอป จะเป็นการซ่อนแอปพลิเคชันที่เราเลือกจากหน้าจอหลัก และยังตั้งรหัสผ่านในการเปิดใช้งานแอปเพื่อเสริมการป้องกันอีกชั้นหนึ่งได้


การเข้ารหัสแอป เป็นฟังก์ชันการปกป้องแอปด้วยรหัสผ่าน และจะล็อกอัตโนมัติทันทีที่เราปิดใช้งาน หรือเปิดค้างไว้ในระยะเวลาหนึ่ง


อีกฟีเจอร์หนึ่งของ Vivo Y19 คือ Easy Share ที่ช่วยให้เราส่งไฟล์ในเครื่องไปยังสมาร์ทโฟน Vivo เครื่องอื่นได้อย่างรวดเร็ว และง่ายดาย วิธีใช้งานก็ไม่ยุ่งยาก เพียงเลือกไฟล์ที่จะส่ง และกด Send จะปรากฏ QR Code ขึ้นมา จากนั้นให้ผู้รับเปิดแอปพลิเคชัน Easy Share กดปุ่ม Receive และสแกน QR Code บนสมาร์ทโฟนของผู้ส่ง ก็เริ่มส่งไฟล์กันได้ทันที


Vivo Y19 รองรับการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนลายนิ้วมือ โดยตำแหน่งของเซ็นเซอร์จะอยู่ที่ด้านหลังตัวเครื่อง สามารถสแกนและปลดล็อกได้อย่างรวดเร็วเพียงเสี้ยววินาทีครับ


นอกจากการสแกนลายนิ้วมือแล้ว ยังมี ระบบ สแกนใบหน้า ให้ใช้งานคู่ไปกับการสแกนนิ้วด้วย เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว


ในส่วนของการท่องอินเทอร์เน็ต Vivo Y19 มีเบราว์เซอร์พื้นฐานคือ Vivo Browser ซึ่งมีการออกแบบหน้าอินเทอร์เฟซแบบเฉพาะตัว แต่ก็ใช้งานไม่ยาก และมีการแสดงผลหน้าเว็บไซต์ถูกต้องครบถ้วน และทำงานได้รวดเร็วไม่แพ้เบราว์เซอร์ยอดนิยมอื่นๆ


ในเมนูการตั้งค่า มีตัวเลือกให้ปรับแต่งหลายอย่าง ฟังก์ชันที่น่าสนใจคือ โหมดกลางคืน ที่จะทำให้หน้าต่างของเบราว์เซอร์เปลี่ยนเป็นโทนสีมืด ช่วยให้อ่านบทความบนเว็บไซต์ได้สบายตายิ่งขึ้นเมื่ออยู่ในที่แสงน้อย


และยังมีโหมดที่จะไม่แสดงรูปภาพ ที่ช่วยประหยัดข้อมูลอินเทอร์เน็ตได้อีกทางหนึ่ง


และยังเปลี่ยนวอลเปเปอร์ของเบราว์เซอร์ได้อีกด้วย


หากต้องการดูรูปที่ถ่ายไว้ สามารถเข้าไปดูได้ที่ อัลบั้ม ซึ่งจะมีการแบ่งเป็นหมวดหมู่เอาไว้ตามวันที่ถ่าย หรือแบ่งตามอัลบั้มที่เราสร้างไว้


นอกจากการเลือกดูภาพแล้ว เรายังสามารถแต่งรูปได้ด้วย ซึ่งมีตัวเลือกให้ใช้หลากหลาย และหากภาพนั้นๆ ถ่ายด้วยเอฟเฟกต์โบเก้ จะมีตัวเลือกให้แก้ไขระดับความเบลอ และเปลี่ยนตำแหน่งโฟกัสได้ ด้วย


ปรับองศาความเอียงของรูป และตัดรูปตามสัดส่วนที่มีให้เลือกหลากหลายทั้งในแนวตั้ง และแนวนอน


สามารถเพิ่มเอฟเฟกต์แสง และฟิลเตอร์ เพื่อช่วยสร้างอารมณ์ต่างๆ ให้กับภาพได้ โดยมีหลายแบบหลายสไตล์ให้เลือกใช้งาน


สามารถเพิ่มเอฟเฟกต์โมเสค และใส่ฟิลเตอร์เมคอัพเพิ่มความโดดเด่นของตัวแบบได้


อีกทั้งยังปรับแต่งความสว่าง, ความเข้ม, ความคมชัด, สีสัน และคุณสมบัติอื่นๆ พร้อมดูรายละเอียดของรูปถ่ายได้อีกด้วย


สำหรับการฟังเพลง Vivo Y19 มีแอปพลิเคชันพื้นฐานติดตั้งมาให้อยู่แล้ว ซึ่งก็คือ i Music มีดีไซน์สะอาดตา และเข้าใจได้ไม่ยาก ที่แผงควบคุมด้านล่างมีทางลัดการตั้งค่าสำหรับเรียกดู Playlist,  เล่นเพลงแบบวนซ้ำ (ซ้ำเพลงเดียว / ซ้ำทั้งอัลบั้ม / สุ่มลำดับเพลง) และตัวเลือกการตั้งค่าเพิ่มเติมอื่นๆ


สำหรับแอปพลิเคชันการเล่นวิดีโอของ Vivo Y19 มีปุ่มควบคุมการทำงานพื้นฐานครบถ้วน สามารถเล่นวิดีโอความละเอียดระดับ Full HD ได้อย่างราบรื่น


เมื่อกดที่ไอคอนสามจุดบริเวณมุมขวาบน จะมีเมนูการตั้งค่าต่างๆ ขึ้นมา ได้แก่ ปรับความสว่าง, การปรับขนาดของภาพ, ปรับความเร็วในการเล่น (4 ระดับ) และเปิด-ปิดซับไตเติ้ล (ถ้ามี)


ไอคอน TV ที่อยู่ข้างๆ จะเป็นการเปิดวิดีโอบนอุปกรณ์อื่นเช่นสมาร์ททีวี ซึ่งเราจำเป็นจะต้องเชื่อมต่อ Vivo Y19 เข้ากับอุปกรณ์ปลายทางก่อน จึงจะสามารถทำได้


ด้วยความที่หน้าจอของ Vivo Y19 มีอัตราส่วน 19.5:9 เมื่อเปิดวิดีโอที่มีอัตราส่วนไม่เท่ากัน เช่น 4:3 หรือ 16:9 จะเหลือขอบสีดำด้านข้างเอาไว้ ซึ่งเราสามารถขยายภาพให้ขอบดำหายไปได้ 2 แบบ ได้แก่ ตัด และ ยืด


แบบ ตัด ภาพจะขยายจนไม่เหลือขอบสีดำอยู่เลย แต่บางส่วนของภาพจะล้นออกไปจากจอ


แบบ ยืด จะเป็นการยืดภาพออกมาถมขอบสีดำทั้งหมด โดยที่ภาพจะไม่ล้นออกไป แต่สัดส่วนของภาพจะผิดไปจากเดิม


หากเราต้องการดูวิดีโอพร้อมกับใช้แอปพลิเคชันอื่นไปด้วย ก็สามารถเปิดวิดีโอเป็นหน้าต่าง Pop-up ที่จะลอยอยู่เหนือแอปพลิเคชันอื่นๆ บนหน้าจอได้


ในส่วนของการเล่นเกม Vivo Y19 มีฟีเจอร์ Ultra Game Mode ซึ่ง เราสามารถเข้าไปตั้งค่าปิดกั้นสายโทรเข้า, บล็อกการแจ้งเตือน, เร่งประสิทธิภาพการประมวลผลเกม และอื่นๆ


เมื่อเปิดเกมขึ้นมา ระบบจะหยุดการทำงานของแอปพลิเคชันพื้นหลัง และเร่งความเร็วในการประมวลผลของ CPU และ GPU ขึ้น โดยเราสามารถตั้งค่าต่างๆ อย่างเร่งด่วนได้ที่เมนู pop-up ทางซ้าย


ขณะเล่นเกม สามารถปัดขอบจอด้ายซ้ายไปทางขวาเพื่อเปิดเมนูทางลัดการตั้งค่าได้โดยไม่ต้องออกจาก เกม หรือสลับหน้าจอไปตั้งค่า ใหม่ ซึ่งการตั้งค่าแต่ละส่วนมีรายละเอียดดังนี้ :

การโทรในเบื้องหลัง : เมื่อเปิดใช้จะสามารถรับสายได้ โดยสายที่รับจะอยู่ในเบื้องหลัง และจะเปิดลำโพงอัตโนมัติ
การบล็อกการแจ้งเตือน :
เมื่อเปิดใช้จะปิดกั้นการแจ้งเตือนทุกรูปแบบขณะเล่นเกม
สายที่ปฏิเสธ :
เปิดโหมด AFK (Away From Keyboard) โดยเกมจะยังเล่นต่อไปตามปกติ แต่จะปิดหน้าจอเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ เหมาะสำหรับเกมที่ต้องปล่อยบอทฟาร์มของหรือเก็บเลเวล
โหมด E-sport :
จะเปิดใช้งานได้กับบางเกมเท่านั้น เช่น PUBG Mobile และ RoV เมื่อเปิดใช้งานโปรแกรมเบื้องหลังทั้งหมดจะหยุดทำงานโดยสมบูรณ์ พร้อมเร่งการทำงานของ CPU เพื่อรักษาเฟรมเรทของเกม โดย CPU จะทำงานเต็มที่แม้จะเกิดความร้อนสูง และจะลดขนาดการแจ้งเตือนให้เล็กลงเพื่อป้องกันการกดพลาด
การเล่นอัตโนมัติ :
เมื่อเปิดใช้งานหน้าจอจะดับลงพร้อมกับล็อกการสัมผัสหน้าจอ โดยที่ตัวเกมจะยังคงเล่นอยู่ตามปกติ เหมาะสำหรับการปล่อยบอทเก็บเลเวล หรือฟาร์มไอเทม


ในการรีวิวครั้งนี้ ทางทีมงานได้เลือกเกมมาทดสอบ 3 เกมด้วยกัน ได้แก่ PUBG Mobile, RoV และ Chess Rush ซึ่ง Vivo Y19 สามารถรับมือกับเกมทั้ง 3 เกมได้ค่อนข้างดี แต่ยังมีข้อจำกัดบางอย่างที่ในการตั้งค่ากราฟิกระดับสูงๆ เช่น ไม่ สามารถเปิดเฟรมเรตสูงในเกม RoV ได้ ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นในสมาร์ทโฟนระดับกลางทั่วไป ขณะเดียวกัน ในส่วนของเกม PUBG Mobile ก็สามารถปรับกราฟิกสูงสุดได้แค่ในระดับ HD เท่านั้น โดยมีเฟรมเรตที่ลื่นไหลและคงที่ แต่ก็ไม่สูงมาก ส่วนเกมเบาๆ อย่าง Chess Rush ที่ไม่ได้ต้องการพลังการประมวลผลสูงมาก สามารถเปิดกราฟิกในระดับสูงสุด พร้อมทั้งเปิดเฟรมเรตสูงสุดได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ สำหรับการทัช มีการตอบสนองที่ค่อนข้างไว แต่รู้สึกได้ว่ายังไม่ลื่นเท่ากับสมาร์ทโฟน Vivo รุ่นอื่นๆ อย่างไรก็ดี ตัวเครื่องมีการสะสมความร้อนระหว่างเล่นน้อยมาก โดยรวมแล้วถือ ว่า Vivo Y19 เป็นสมาร์ทโฟนที่สามารถเล่นเกมทั่วๆ ไปได้ และไม่ร้อน แต่อาจจะยังมีพลังการประมวลผลด้านกราฟิกที่ยังไม่สูงเท่าไรนัก เมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนระดับกลางทั่วๆ ไปครับ


 Vivo Y19 วัดค่า benchmark จากแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark ได้ 182989 คะแนน และจากแอปพลิเคชัน Geekbench 5 ได้ 365 คะแนนสำหรับการประมวลผลแกนเดี่ยว (Single-Core) และ 1306 คะแนนสำหรับการประมวลผลหลายแกน (Multi-Core)


สำหรับการทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน 3D Mark แบบ OpenGL ES 3.1 ได้คะแนนการทดสอบที่ 1086 คะแนน ส่วนการทดสอบแบบ Vulkan ได้คะแนนการทดสอบที่ 1102 คะแนน ส่วนการทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน PCMark ทำได้ 8218 คะแนน


Vivo Y19 ใช้ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Helio P65 (MT6768) แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.0 GHz มีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G52 MC2, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6 GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128 GB


สำหรับเซ็นเซอร์ในเครื่อง Vivo Y19 นั้นประกอบด้วย Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor และ Magnetic Sensor ส่วนหน้าจอแสดงผลรองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด


ระบบ GPS สามารถจับสัญญาณดาวเทียมในที่กลางแจ้งได้ดี โดยจากภาพตัวอย่างจะเห็นว่าจับสัญญาณดาวเทียมได้ทั้งหมด 42 ดวง และมีความแม่นยำในระดับบวกลบ 2 เมตร แต่อย่างไรก็ดีคุณภาพของสัญญาณดาวเทียม GPS ขึ้นอยู่กับพื้นที่และสภาพอากาศด้วย ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่และช่วงเวลา


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

กล้องถ่ายภาพด้านหลังของ Vivo Y19 เป็นกล้อง หลังแบบ 3 ตัว (Triple Camera) ซึ่งประกอบไปด้วย

- กล้องตัวหลัก ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.78
- กล้อง Super Wide-Angle มุมกว้าง 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
- กล้อง Super Macro Camera ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

อีกทั้งยังมีระบบวิเคราะห์ภาพถ่ายด้วย AI ที่จะทำงานโดยอัตโนมัติ โดยมีเมนูลัดสำหรับเปิดโหมด มุมมองกว้าง พิเศษ (Super Wide), เปิดใช้เอฟเฟกต์เบลอฉากหลัง (มัว) ที่เปิดได้ทั้งโหมดปกติ และโหมด Portrait และเปิด โหมด Super Macro สำหรับถ่ายภาพระยะประชิด  พร้อมด้วยโหมดโปร และโหมดการถ่ายภาพอื่นๆ แต่ไม่มีโหมดการถ่ายภาพกลางคืน ส่วนฟีเจอร์เสริมอย่างเอฟเฟกต์บิวตี้นั้นสามารถปรับแต่งได้อย่าง ละเอียด ไม่ว่าจะเป็นสีผิว หรือโครงหน้า สำหรับการถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหลัง รองรับการบันทึกวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดคือ 1080p (FHD) และ 4K (UHD) และถ่ายวิดีโอในมุมมองกว้างพิเศษได้


กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 มีเอฟเฟกต์ AI Face Beauty ปรับแต่งใบหน้าให้สวยงามทั้งความกระจ่างใสของผิว และรูปหน้า รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD 1080p   


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 16+8+2 ล้านพิกเซล

ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิด AI


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิด AI


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิด AI และซูม 2 เท่า


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิด AI


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิด AI


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิด AI


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิดมุมมองกว้าง (Super Wide) เวลากลางวัน เปิด AI


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิด AI


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิดมุมมองกว้าง (Super Wide) เวลากลางวัน เปิด AI


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิด AI


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เปิดมุมมองกว้าง (Super Wide) เวลากลางวัน เปิด AI


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิด AI


ถ่ายด้วยโหมด Super Macro เวลากลางวัน เปิด AI


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิดใช้เอฟเฟกต์เบลอฉากหลัง เปิด AI และเปิดเอฟเฟกต์บิวตี้ระดับปานกลาง


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิดใช้มุมมองกว้าง (Super Wide) เปิด AI และเปิดเอฟเฟกต์บิวตี้ระดับปานกลาง


ถ่ายด้วยโหมดบุคคล เวลากลางวัน เปิดใช้เอฟเฟกต์เบลอฉากหลัง เปิด AI และเปิดเอฟเฟกต์บิวตี้ระดับสูงสุด


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิดใช้เอฟเฟกต์เบลอฉากหลัง เปิด AI และเปิดเอฟเฟกต์บิวตี้ระดับต่ำสุด


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิดใช้เอฟเฟกต์เบลอฉากหลัง เปิด AI และเปิดเอฟเฟกต์บิวตี้ระดับปานกลาง


ถ่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ เวลากลางวัน เปิดใช้เอฟเฟกต์เบลอฉากหลัง เปิด AI และเปิดเอฟเฟกต์บิวตี้ระดับสูงสุด


ถ่ายด้วยโหมดบุคคล เวลากลางวัน เปิดใช้เอฟเฟกต์เบลอฉากหลัง เปิด AI และเปิดเอฟเฟกต์บิวตี้ระดับต่ำสุด


ถ่ายด้วยโหมดบุคคล เวลากลางวัน เปิดใช้เอฟเฟกต์เบลอฉากหลัง เปิด AI และเปิดเอฟเฟกต์บิวตี้ระดับกลาง


ถ่ายด้วยโหมดบุคคล เวลากลางวัน เปิดใช้เอฟเฟกต์เบลอฉากหลัง เปิด AI และเปิดเอฟเฟกต์บิวตี้ระดับสูงสุด


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

ถ่ายด้วยโหมดบุคคล ไมมีเอฟเฟกต์บิวตี้



ถ่ายด้วยโหมดบุคคล และเปิดเอฟเฟกต์บิวตี้ระดับกลาง


ถ่ายด้วยโหมดบุคคล และเปิดเอฟเฟกต์บิวตี้ระดับสูงสุด


ถ่ายด้วยโหมดบุคคล เปิดเอฟเฟกต์บิวตี้ระดับกลาง


ถ่ายด้วยโหมดภาพบุคคล และเปิดใช้เอฟเฟกต์ไฟสตูดิโอภาพพื้นหลังแบบแสงธรรมชาติ


ถ่ายด้วยโหมดภาพบุคคล และเปิดใช้เอฟเฟกต์ไฟสตูดิโอภาพพื้นหลังแบบไฟสตูดิโอ


ถ่ายด้วยโหมดภาพบุคคล และเปิดใช้เอฟเฟกต์ไฟสตูดิโอภาพพื้นหลังแบบไฟสเตอริโอ


ถ่ายด้วยโหมดภาพบุคคล และเปิดใช้เอฟเฟกต์ไฟสตูดิโอภาพพื้นหลังแบบลูปไลท์


ถ่ายด้วยโหมดภาพบุคคล และเปิดใช้เอฟเฟกต์ไฟสตูดิโอภาพพื้นหลังแบบแสงรุ้ง


ถ่ายด้วยโหมดภาพบุคคล และเปิดใช้เอฟเฟกต์ไฟสตูดิโอภาพพื้นหลังแบบขาวดำ


ถ่ายด้วยโหมดเซลฟี่ AR


ถ่ายด้วยโหมดเซลฟี่ AR


สรุปผลการทดสอบของ Vivo Y19

หลังจากที่ทางทีมงานได้ใช้งาน Vivo Y19 มาระยะหนึ่ง ก็สามารถบอกได้ว่านี่คือสมาร์ทโฟนที่มีคุณสมบัติรองรับการใช้งานได้ครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง, ฟังเพลง, เล่นโซเชียลมีเดีย, การเล่นเกม, ถ่ายรูป หรือการใช้งานทั่วๆ ไป โดยตัวเครื่องมีดีไซน์ภายนอกที่สวยงามโค้งมนน่าจับถือแบบ 3D Micro Arc พร้อมการเคลือบพื้นผิวแบบ Shimmer Color ไล่เฉดสี และซ่อนลวดลายสะท้อนแสงโค้งแบบตัว S ดูโดดเด่นไม่แพ้สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ขนาดของตัวเครื่องสามารถถือได้เต็มมือพอดี และมีน้ำหนักที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป หน้าจอแสดงผลมีขนาดใหญ่ 6.53 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (2340x1080 พิกเซล) ในอัตราส่วนแบบ 19.5:9 โดยเป็นจอแบบ Halo FullView ที่มีรอยบากทรงหยดน้ำด้านบน สามารถรองรับคอนเทนต์ความบันเทิงต่างๆ ได้เป็นอย่างดีทั้งในแนวตั้ง และแนวนอน

ในด้านประสิทธิภาพ Vivo Y19 เลือกใช้ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Helio P65 แบบ Octa-Core ความเร็ว 2.0 GHz ซึ่งเป็นชิปเซ็ตรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2019 และมีหน่วยความจำ RAM และ ROM ขนาด 6/128 GB ซึ่งค่อนข้างมากทีเดียวเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นอื่นๆ ในท้องตลาด จึงรองรับการใช้งานทั่วไปได้อย่างราบรื่น อีกทั้งยังมีแบตเตอรี่ความจุสูงพิเศษถึง 5,000 mAh ทำให้ใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน ซึ่งหากไม่ได้เล่นเกมติดต่อกันเป็นเวลานานก็อาจจะไม่จำเป็นต้องชาร์จระหว่างวันเลย หรือหากชาร์จก็สามารถชาร์จได้อย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยี Dual-Engine Fast Charging (9V2A) ที่มีระบบความปลอดภัยถึง 9 ชั้น

อย่างไรก็ตาม ชิปเซ็ต MediaTek Helio P65 ที่มากับหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G52 MC2 ยังมีประสิทธิภาพด้านการเล่นเกมที่เป็นรองชิปเซ็ตระดับกลางรุ่นอื่นๆ อยู่บ้าง ถึงแม้จะรองรับเกมส่วนใหญ่บน Play Store ได้ โดยที่ยังมีค่าเฟรมเรตในระดับที่น่าพอใจ แต่ก็ไม่สามารถปรับการตั้งค่ากราฟิกเป็นระดับสูงได้ และยังมีข้อจำกัดในบางเรื่อง เช่น เปิดโหมดเฟรมเรตสูงในเกม RoV ไม่ได้ ประสบการณ์การเล่นเกมโดยรวมจึงอาจจะยังไม่เต็มที่เท่าที่ควร แต่ก็ชดเชยด้วยระยะเวลาการเล่นที่ยาวนานจากแบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAh และชิปเซ็ต MediaTek Helio P65 ที่มีอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานต่ำ อีกทั้งแทบไม่มีปัญหาเรื่องการสะสมความร้อนระหว่างเล่นเกมอีกด้วย โดยรวมแล้วจึงน่าจะเหมาะกับการเล่นเกมเรื่อยๆ ยาวๆ และเกมที่เน้นการเปิดบอทฟาร์มเป็นหลักมากกว่า

ในส่วนของคุณสมบัติด้านการถ่ายภาพ Vivo Y19 มากับฮาร์ดแวร์ที่เหมาะกับการถ่ายภาพหลากหลายรูปแบบ โดยกล้องหลังเป็นกล้อง 3 ตัว (Triple Camera) ความละเอียดสูงสุด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.78 เสริมด้วยกล้อง Super Wide-Angle มุมกว้าง 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 และกล้อง Super Macro Camera ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 จึงรองรับการถ่ายรูปได้เกือบทุกระยะ ทั้งในมุมกว้าง และแบบ Close Up ที่เน้นรายละเอียดเล็กๆพร้อมกันนี้ยังมีโหมดถ่ายภาพบุคคล และโหมดโปรให้ใช้งาน ที่น่าสนใจคือเอฟเฟกต์การเบลอฉากหลังที่เปิดใช้ได้ทั้งในโหมดถายถ่ายแบบธรรมดา และโหมดภาพถ่ายบุคคล กับเอฟเฟกต์บิวตี้ที่ปรับแต่งได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นโทนสีผิว, ความเรียบเนียน, ดวงตา, รูปคาง และอื่นๆเรียกได้ว่ามีฟังก์ชันการถ่ายรูปครบครันตามที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ต้องการ ส่วนคุณภาพของรูปถ่ายที่ออกมาก็นับว่าค่อนข้างน่าพอใจ สามารถถ่ายทอดสีสัน และรายละเอียดได้อย่างคมชัด ตามมาตรฐานของสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น อย่างไรก็ดี ยังมีการตัดขอบเบลอฉากหลังที่ผิดพลาดอยู่บ้าง และยังมีการวัดแสงไม่คงที่ ทำให้ภาพมีความเข้มของแสง และเงาไม่เท่ากัน แม้จะถ่ายจากมุม และภายใต้สภาพแวดล้อมเดียวกัน อีกทั้งยังไม่มีโหมดกลางคืนให้ใช้งาน

จากข้อคิดเห็นในการใช้งานข้างต้นของทางทีมงาน สามารถสรุปได้ว่า Vivo Y19 เป็นสมาร์ทโฟนราคาหลักพันที่ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้ครบทุกด้าน ไม่ว่าจะดูหนัง, ฟังเพลง, เล่นเกม และถ่ายรูป เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนสำหรับใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน โดยมีประสิทธิภาพในระดับที่สูงขึ้นมาอีกระดับ และมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานตลอดวันครับ


Vivo Y19 มีตัวเครื่องให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ (Magnetic Black) และสีขาว (Spring White) โดยวางจำหน่ายในราคาเพียง 6,999 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณสมบัติโดยรวม ท่านใดที่สนใจ ก็สามารถแวะไปสอบถาม และจับจองเป็นเจ้าของกันได้ที่ Vivo Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศครับ

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณ Vivo ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง Vivo Y19 มาให้ทางทีมงานได้รีวิวกันในโอกาสนี้ครับ


จุดเด่นของ Vivo Y19

- ดีไซน์ตัวเครื่องแบบ Shimmering Color Design ไล่เฉดสีต่างกันตามมุมที่แสงตกกระทบ พร้อมความโค้งมนแบบ 3D Micro Arc ทำให้ตัวเครื่องมีความหรูหรา และน่าใช้งานยิ่งขึ้น
- ตัวเครื่องขนาด 162.15×76.47×8.89 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนัก 193 กรัม ถือว่ากำลังเหมาะมือ
- หน้าจอแสดงผล IPS LCD ขนาด 6.53 นิ้ว แบบ Halo FullView ความละเอียดระดับ Full HD+ (2340x1080 พิกเซล) ในอัตราส่วนในการแสดงผลแบบ 19.5:9
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek Helio P65 ความเร็ว 2.0 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แบบ Mali-G52 MC2
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6 GB แบบ LPDDR4X
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128 GB

- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie พร้อมครอบทับด้วย Funtouch 9.2

- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย

กล้องตัวหลัก ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.78
กล้อง Super Wide-Angle มุมกว้าง 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
กล้อง Super Macro Camera ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

- มีระบบวิเคราะห์ภาพถ่ายด้วย AI, รองรับมุมมองกว้างพิเศษ (Super Wide-angle), เอฟเฟกต์เบลอฉากหลัง , โหมด Super Macro สำหรับถ่ายภาพระยะประชิด, โหมดพาโนราม่า และโหมดโปร รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด Full HD 1080p
- เอฟเฟกต์ไฟสตูดิโอสำหรับการถ่ายภาพ Portrait ใช้ได้ทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง

- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 มีเอฟเฟกต์ AI Face Beauty ปรับแต่งใบหน้าให้สวยงามทั้งความกระจ่างใสของผิว และรูปหน้า รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด Full HD 1080p   

- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง
- ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า
- แบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAh พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง Dual-Engine Fast Charging (9V2A)
-
ฟีเจอร์ Reverse Charging รองรับการชาร์จแบตเตอรี่ให้อุปกรณ์อื่นได้ผ่านสาย OTG
- ฟีเจอร์ Game Center และ Ultra Game Mode ที่สามารถบล็อกการแจ้งเตือน Pop-up ต่างๆ พร้อมกับเร่งประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่องขณะเล่นเกมได้
- พอร์ตเชื่อมต่อ microUSB (USB 2.0)
- รองรับระบบระบุตำแหน่ง และนำทางด้วยดาวเทียม GPS, GLONASS, Beidou, Galileo
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ Wi-Fi 2.4/5GHz, 4G/4G+, 3G, EDGE และ GPRS
- รองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth 5.0
- ถาดซิมการ์ดแบบ Triple Slot สามารถติดตั้ง 2 ซิมการ์ด พร้อมกับติดตั้งหน่วยความจำเสริม microSD ได้
- ช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
- ตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว Spring White และ สีดำ Magnetic Black
- ราคา 6,999 บาท ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณสมบัติโดยรวม

 

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Vivo Y19

- หน้าจออัตราส่วน 19.5:9 ยังไม่สามารถใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันทั้งหมดได้
- ซอฟต์แวร์ของกล้องมีการวัดแสงที่ยังไม่แม่นยำเท่าที่ควร และไม่มีโหมดการถ่ายรูปกลางคืน
- พอร์ตเชื่อมต่อยังคงเป็นแบบ microUSB
- ไม่รองรับการตั้งค่ากราฟิกระดับสูงในบางเกม

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้ เป็นเครื่องทดสอบจากศูนย์บริการ คุณสมบัติบางอย่างอาจแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจถูกแก้ไขให้ดีขึ้นแล้วในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองเพื่อความมั่นใจครับ *


 

วันที่ : 18/11/2019