ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 14/12/2019


 

รีวิว (Review) Vivo Y15 2020

รุ่นเล็กน้องใหม่ ได้ 3 กล้อง แบตใหญ่ เมมเยอะ จอกว้าง ดีไซน์หรูดูแพง ในราคาไม่ถึง 5 พันบาท ด้วยกล้อง AI Triple Camera ผสานกล้องหน้า AI Face Beauty, แบตเตอรี่จุใจ 5000 mAh, จอ Halo FullView ใหญ่ 6.35 นิ้ว, ชิปเซ็ต Helio P22, RAM 4GB+ROM 64GB และเซนเซอร์สแกนนิ้ว บนบอดี้ Magical Color Fusion เงางามไล่เฉด ในราคาเพียง 4,999 บาท


14 ธันวาคม 2019 - ล่าสุดนี้ทางค่าย Vivo ก็ได้เปิดตัวอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กน้องใหม่จากตระกูล Y-Series ประจำปี 2020 ในชื่อ Vivo Y15 2020 เพิ่มเติม กับจุดเด่นของตระกูลอย่างแบตเตอรี่ความจุมากถึง 5000 mAh พร้อมระบบ AI ที่ช่วยจัดการพลังงานให้สามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องตลอดวัน

พร้อมกับอีกหนึ่งจุดขายสำคัญอย่างระบบกล้องหลังทั้ง 3 ตัว (AI Triple Camera) แบ่งออกเป็น กล้องตัวหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล, กล้องตัวที่สองแบบมุมกว้างพิเศษ AI Super Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เก็บภาพมุมกว้างสุด 120 องศา และกล้องตัวที่สามแบบ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล สำหรับเบลอฉากหลัง ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียดคมชัดที่ 16 ล้านพิกเซล และรองรับเทคโนโลยี AI Face Beauty สำหรับปรับแต่งใบหน้าของตัวแบบให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ผ่านการวิเคราะห์โดยปัญญาประดิษฐ์ พร้อมโหมดการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait Bokeh) รวมถึงรองรับฟังก์ชันการสแกนใบหน้า (Face Access) เพื่อปลดล็อกตัวเครื่อง ควบคู่กับเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner) ที่ด้านหลังตัวเครื่องอีกด้วย

Vivo Y15 2020 มาในดีไซน์จอไร้ขอบทรงหยดน้ำแบบ Halo FullView Display ขนาด 6.35 นิ้ว มีอัตราส่วนการแสดงผลที่ 19.3:9 พร้อมความละเอียดระดับ HD+ บนตัวเครื่องดีไซน์เงางามคล้ายกระจก ที่มีการไล่เฉดเล่นกับแสงตามมุมที่ตกกระทบแบบ Magical Color Fusion โดยได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติของแสงที่กระทบบนพื้นผิวทะเลสาบ ที่เพิ่มความพรีเมียมให้กับตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี กับตัวเลือก 2 สี ได้แก่ Phantom Black และ Burgundy Red

 

ด้านสเปกพื้นฐานมาพร้อมกับชิปเซ็ต MediaTek (MT6762) Helio P22 แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็ว 2.0 GHz พร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แบบ IMG PowerVR GE8320 จับคู่กับหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาดมาตรฐานที่ 4GB และมีหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาดกำลังดีที่ 64GB โดยสามารถเพิ่มการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ได้อีก 256GB อีกทั้งยังเลือกใช้ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple-Slot ที่สามารถใช้งาน 2 ซิมการ์ด + 1 microSD Card ได้พร้อมกัน โดยทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 9 ที่พัฒนาอยู่บนพื้นฐานของ Android 9.0 Pie

จากข้อมูลในข้างต้นก็กล่าวได้ว่า Vivo Y15 2020 มีจุดเด่นที่น่าสนใจอยู่หลายด้านเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์ตัวเครื่องที่ดูสวยหรูพรีเมียมเทียบชั้นรุ่นใหญ่ หรือกล้องหลัง AI 3 ตัว รวมไปถึงฟีเจอร์ที่จัดมาให้แบบครบครัน กับราคาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยที่เพียง 4,999 บาท ซึ่งการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ดีไซน์ตัวเครื่องจะสวยงามขนาดไหน และฟีเจอร์ที่มีอยู่จะตอบสนองต่อการใช้งานได้ดีเพียงใด ขอเชิญทุกท่านรับชมรีวิว Vivo Y15 2020 พร้อมกันได้เลยค่ะ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

Vivo Y15 2020 มาในแพ็กเกจสีขาว พร้อมระบุชื่อรุ่น และความจุตัวเครื่องไว้อย่างชัดเจน


ภายในกล่องมีอุปกรณ์พื้นฐานมาให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น อะแดปเตอร์ 5V/2A, สายเชื่อมต่อแบบ microUSB, เคสใส, เข็มสำหรับถอดถาดซิมการ์ด และคู่มือการใช้งาน


ภาพตัวอย่างการสวมใส่เคสใสที่แถมมาให้ภายใน แพ็กเกจ


Vivo Y15 2020 มาพร้อมหน้าจอแสดงผล IPS LCD Halo FullView Display ขนาด 6.35 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.3:9 โดยมีพื้นที่การแสดงผลคิดเป็น 89% ความละเอียดระดับ HD+ (720x1544 พิกเซล : 268 ppi) และครอบทับด้วยกระจกขอบโค้งแบบ 2.5D บนตัวเครื่องมีขนาด 159.43x76.77x8.92 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 190.5 กรัม


ที่ด้านบนประกอบไปด้วยกล้องหน้าสำหรับเซลฟี่ ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสง F/2.0 และรองรับเทคโนโลยี AI Face Beauty สำหรับปรับแต่งใบหน้าของตัวแบบให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ผ่านการวิเคราะห์โดยปัญญาประดิษฐ์ พร้อมลำโพงสนทนาที่ด้านบน และติดตั้งเซ็นเซอร์ Proximity สำหรับปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน กับเซ็นเซอร์ Ambient Light สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอ และแผงปุ่มกดให้เหมาะสม


พร้อมกับรองรับระบบสแกนใบหน้าแบบ Face Access ในการปลดล็อกตัวเครื่องอีกด้วย ซึ่งสามารถปลดล็อกได้อย่างรวดเร็วทันใจ


ด้านหน้าส่วนล่างประกอบด้วย ปุ่มกดแบบ On-Screen ประกอบด้วย ปุ่ม Recent App, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ


หรือเลือกใช้งานวิธีควบคุมแบบ Gestures ซึ่งเป็นการลาก และปัดบริเวณขอบหน้าจอเพื่อสั่งการได้ด้วย


ที่ด้านบนของตัวเครื่องไม่มีปุ่มสั่งการใดๆ


ที่ด้านล่างประกอบด้วยช่องสำหรับเชื่อมต่อหูฟัง ขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา, พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ microUSB และลำโพงเสียงภายนอก


ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีถาดใส่ซิมการ์ด nanoSIM แบบ Triple-Slot ซึ่งรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด และการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ที่ความจุสูงสุด 256GB ได้ในเวลาเดียวกัน


ด้านขวาของตัวเครื่อง มีปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง หรือล็อกหน้าจอ และปุ่มปรับระดับเสียง


Vivo Y15 2020 มีตัวเครื่องดีไซน์เงางามคล้ายกระจก พร้อมการไล่เฉดสีเล่นกับแสงตามมุมที่ตกกระทบได้แบบ Magical Color Fusion ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติของแสงที่กระทบบนพื้นผิวทะเลสาบ โดยตัวเครื่องที่ทางทีมงานนำมารีวิวให้ได้ชมกันเป็นสี Phantom Black


Vivo Y15 2020 มีกล้องหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) แบ่งออกเป็น กล้องตัวหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงที่ F/2.2 ส่วนกล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้างพิเศษ AI Super Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงที่ F/2.2 และกล้องตัวที่สามเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างที่ F/2.4 สำหรับเบลอฉากหลัง ส่วนทางด้านของเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner) อยู่ถัดลงมาด้านล่าง


เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่างๆ


Vivo Y15 2020 ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชัน 9.0 Pie ครอบทับด้วย Funtouch OS 9 ที่เป็นเวอร์ชันล่าสุด และสามารถใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด พร้อมรองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G LTE ได้ทั้ง 2 ซิมการ์ด (Dual 4G)


มีหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB ที่สามารถเพิ่ม microSD Card ได้อีก 256GB และหน่วยความแรม (RAM) ขนาด 4GB


เมื่อกดปุ่ม Recent Apps จะพบกับหน้าแอปพลิเคชันทั้งหมดที่เปิดใช้งานเอาไว้ ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกปิดแอปพลิเคชันที่เปิดค้างเอาไว้ได้ เพียงแค่เลื่อนหน้าต่างแอปนั้นๆ ไปยังด้านบน หรือปิดแอปพลิเคชันทั้งหมดภายในครั้งเดียวได้อย่างง่ายดาย ด้วยการกดปุ่มไอคอน X ที่ด้านล่าง


เมื่อกดค้างที่หน้าจอจะเป็นการเข้าสู่เมนูการ ปรับแต่งหน้าจอ โดยผู้ใช้สามารถปรับตำแหน่งของไอคอน พร้อมเลือกใช้งาน Widget และเอฟดฟ็กต์ในการเลื่อนหน้าจอที่ต้องการได้


เมื่อลากจากขอบด้านบนของหน้าจอลงมาจะพบกับ Notification Center ซึ่งเป็นหน้าศูนย์รวมการแจ้งเตือนต่างๆ และเมื่อลากจากขอบด้านล่างของหน้าจอขึ้นจะพบกับ Toggle Switch ปุ่มลัดสำหรับการเปิด-ปิดฟังก์ชันต่างๆ มากมาย เช่น การใช้งานอินเทอร์เน็ต, Bluetooth หรือการเปิด-ปิด Dark Mode


นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถปรับแต่งตำแหน่งของ คีย์ลัดเองได้ด้วย


เมื่อปัดไปทางขวาจากหน้าโฮมจะเจอกับหน้า Card พื้นที่การแสดงข้อมูลต่างๆ และคอยแนะนำฟีเจอร์ อย่างเช่น สภาพอากาศปัจจุบัน, จำนวนก้าว หรืออีเวนท์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ และยังสามารถจัดการแอปพลิเคชันที่แสดงภายในหน้า Card ได้


รวมทั้ง Shortcuts ทางลัดเข้าถึงแอปพลิเคชัน และเครื่องมือต่างๆ เช่น Speed up สำหรับเข้าสู่แอปพลิเคชัน Google, การเคลียร์พื้นที่หน่วยความจำ RAM, เครื่องคิดเลข หรือบันทึกเสียง เป็นต้น โดยผู้ใช้สามารถปรับแต่ง และจัดตำแหน่งของการ์ดได้ด้วยตนเอง จากการกดเครื่องหมาย + ที่ด้านบน


แอปพลิเคชัน i Manager เครื่องมือสำหรับจัดการประสิทธิภาพภายในตัวเครื่อง ทั้งการล้างพื้นที่ (การเคลียร์แรม), ตั้งค่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตของแต่ละแอปพลิเคชัน หรือการจำกัดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้


สำหรับบริการต่างๆ จากทาง Google รวมถึงแอปพลิเคชันพื้นฐาน ก็มีการติดตั้งมาไว้ให้ได้ใช้งานอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Calculator, Recorder, Compass, Feedback และ FM Radio


Vivo Y15 2020 สามารถปรับตั้งค่าการแสดงผลของหน้าจอได้อย่างหลากหลาย ได้แก่ การปรับความสว่างแบบอัตโนมัติ, โหมด Eye Protection และการปรับอุณหภูมิสีของหน้าจอที่เลือกระดับได้ตามที่ต้องการ


รองรับฟังก์ชัน Dark Mode ในการเปลี่ยนพื้นหลังให้กลายเป็นสีดำ


และด้วยดีไซน์ของ Vivo Y15 2020 ที่เป็นแบบ Halo FullView Display ในอัตราส่วน 19.3:9 จึงสามารถปรับให้บางแอปพลิเคชันสามารถแสดงผลในสัดส่วนแบบเต็มหน้าจอได้ด้วย


และเลือกการแสดงผลของรอยบากที่ด้านบนในแต่ละแอ ปพลิเคชันได้


ในเมนู Home Screen สามารถตั้งค่าจำนวนการแสดงผลของไอคอนบนหน้าจอได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ 4x5, 4x6 (ค่าเริ่มต้น) และ 5x6


สามารถปรับค่าความโค้งมนของไอคอนได้


รวมถึงขนาดของไอคอน


สามารถเปิด-ปิด ฟังก์ชัน Lockscreen Magazine ในการเปลี่ยนภาพล็อกหน้าจอทุกครั้งที่เปิดการทำงาน


และรูปแบบของหน้า Lockscreen


สามารถเปลี่ยนธีม และภาพพื้นหลังได้


และยังสามารถเปลี่ยนธีมของตัวเครื่องได้ผ่านแอ ปพลิเคชัน i Theme


รวมถึง Font ตัวอัปษรรูปแบบต่างๆ และการตั้งค่าอื่นๆ บนหน้าจอ


สามารถสลับตำแหน่งของปุ่ม Navigation Buttons ให้เหมาะกับการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคน รวมถึงปรับเฉดสีแทบ Navigation ได้ตามใจชอบ


หรือเลือกใช้งานวิธีควบคุมแบบ Navigation Gestures ซึ่งเป็นการลาก และปัดบริเวณขอบหน้าจอเพื่อสั่งการได้ พร้อมกับเลือกสไตล์ของ Navigation Gestures ได้ 2 รูปแบบ หรือไม่แสดงปุ่มใดๆ


สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยของ Vivo Y15 2020 มีทั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง (Fingerprint Scanner) โดยสามารถตั้งค่าการใช้งานเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือสำหรับปลุกการทำงานของเครื่อง หรือปลดล็อกหน้าจอได้ พร้อมทั้งสามารถเพิ่มลายนิ้วมือได้มากกว่า 1 ลายนิ้วมือ ซึ่งจากการทดสอบตัวเซ็นเซอร์ก็สามารถปลดล็อกหน้าจอได้รวดเร็วทันใจ


และระบบการปลดล็อกด้วยใบหน้า (Facial Access) ที่สามารถปลดล็อกได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถลงทะเบียนได้เพียง 1 ใบหน้าเท่านั้น


สำหรับฟังก์ชันการใช้งานอัจฉริยะ มาให้ใช้งานบน Vivo Y15 2020 ด้วยเช่นกัน ซึ่งประกอบไปด้วย โหมด Smart Wake, Smart turn on/off screen และ Smart Callซึ่ง Smart Wake เป็นการวาดตามรูปแบบต่างๆ เพื่อเปิดใช้งานคีย์ลัด เช่น การวาดตัวอักษร C เพื่อเข้าสู่ฟังก์ชันการโทรศัพท์ หรือการวาดตัวอักษร m เพื่อเข้าสู่แอปพลิเคชัน i Music สำหรับฟังเพลง


Smart turn on/off screen การเปิด-ปิด หน้าจอแบบอัจฉริยะ โดยสามารถตั้งค่าให้หน้าจอติดเมื่อยกตัวเครื่องขึ้น หรือสัมผัสหน้าจอ 2 ครั้งติดกันเพื่อเป็นการล็อกหน้าจอ และ Smart Call การโทรอัจฉริยะ


รวมทั้งยังมีโหมดการใช้งานมือเดียว One-handed ซึ่งเป็นการปรับขนาดของแผงตัวเลขโทรศัพท์, แป้นพิมพ์รหัสผ่านให้เล็กลง ซึ่งช่วยให้ใช้งานมือถือด้วยมือเดียวอย่างสะดวกขึ้น และ Smart Click ในการเปิดใช้งานฟังก์ชันเฉพาะในขณะล็อกหน้าจอ


และสามารถเปิดใช้ฟังก์ชัน Easy Touch ปุ่มคีย์ลัดที่สามารถเลื่อนเปลี่ยนตำแหน่งได้


Vivo Y15 2020 ยังมาพร้อมระบบผู้ช่วยอัจฉริยะใหม่ล่าสุดอย่าง Jovi AI Assistant ที่รองรับฟังก์ชัน Smart Camera ด้วยเทคโนโลยี Smart Face Beauty ในการปรับโครงหน้าได้ทุกส่วนตามที่ต้องการด้วยปัญญาประดิษฐ์


และ Smart Scene เพื่อให้จัดการตารางเวลาได้ง่ายขึ้น รวมถึงแจ้งเตือนข่าวสารต่างๆ และการพยากรณ์อากาศ


Vivo Y15 2020 มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุมากถึง 5000 mAh พร้อมระบบ AI จัดการพลังงานภายในเครื่อง และโหมดประหยัดพลังงานแบบ Low Power Mode ที่เมื่อเปิดใช้งานสัญลักษณ์แบตเตอรี่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง


รวมถึงโหมดประหยัดพลังงานขั้นสุดอย่าง Super Power- Saving Mode ที่ช่วยยืดระยะเวลาในการใช้งานให้นานมากขึ้น แต่แลกกับการใช้งานได้เพียงฟังก์ชันพื้นฐานเท่านั้น


ฟังก์ชัน Do Not Disturb สำหรับปิดการแจ้งเตือนทั้งหมดแบบไม่มีการสั่นเตือน ยกเว้นการตั้งปลุกที่ผู้ใช้ตั้งค่าเอาไว้ โดยจะมีสัญลักษณ์รูปพระจันทร์ที่ด้านบนเมื่อเปิดการใช้งาน


Vivo Y15 2020 มาพร้อมฟังก์ชันเอาใจสายโซเชียลอย่าง App Clone สำหรับโคลนนิ่งแอปพลิเคชัน ซึ่งในเบื้องต้นนั้นสามารถโคลนนิ่งได้เฉพาะแอปพลิเคชันโซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น Facebook และ Line จึงทำให้ผู้ใช้สามารถล็อกอินแอปพลิเคชันเหล่านี้ได้พร้อมกันถึง 2 แอคเคานท์


ฟังก์ชัน Smart Split สำหรับแบ่งหน้าจอการใช้งานพร้อมกัน 2 แอปพลิเคชัน โดยเน้นไปที่แอปพลิเคชันเกี่ยวกับ Message โดยสามารถตอบแชทได้โดยไม่ต้องออกจากหน้าแอปพลิเคชันที่ใช้งานอยู่


และสำหรับสามารถเปิดใช้งานฟังก์ชัน Smart Split ได้ทั้งหมด 3 รูปแบบ


ตัวอย่างการใช้งานฟังก์ชัน Screen-Split ที่รองรับทั้งในแนวตั้ง และแนวนอน


สามารถบันทึกภาพสกรีนช็อตได้อย่างรวดเร็ว ผ่านการกดปุ่ม Power พร้อมกับปุ่มลดเสียง หรือลาก 3 นิ้ว จากบริเวณด้านล่างหน้าจอไปยังด้านบน


และยังสามารถบันทึกภาพสกรีนช็อตแบบยาวได้ด้วย


ตัวอย่างการบันทึกภาพสกรีนช็อตแบบยาว


ในส่วนของเว็บเบราว์เซอร์ก็ตอบสนองต่อการใช้งาน ได้ดี ไหลลื่น และสามารถแสดงเนื้อหาทั้งหมดได้อย่างถูกต้องครบถ้วน


พร้อมฟังก์ชัน Ad Block Mode ในการปิดไม่ให้มีการแสดงโฆษณาบนบราว์เซอร์อีกด้วย


ทางด้านอัลบั้มภาพถ่ายนั้นสามารถแสดงภาพถ่ายได้ หลักๆ 2 แบบ คือ แสดงแบบรวมภาพทั้งหมด กับแบบแยกอัลบั้ม


สำหรับบริการ vivoCloud ก็มีให้ใช้งานบน Vivo Y15 2020 เช่นเดียวกัน โดยผู้ใช้สามารถสำรองข้อมูลต่างๆ ภายในตัวเครื่อง เช่น ข้อความ SMS, รายชื่อผู้ติดต่อ และบุ๊คมาร์คของเว็บเบราวเซอร์ ไปยังระบบคลาวอินเทอร์เน็ตของ Vivo ได้


Vivo ได้ทำการรวบรวมแอปพลิเคชันเด่นมาให้ได้ดาวน์โหลดบน Vivo Y15 2020 กันผ่านทาง Vivo App Store


Vivo Y15 2020 รองรับการเล่นเพลง และไฟล์เสียงต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชัน i Music พร้อมเทคโนโลยี DeepField สำหรับช่วยขับเสียงร้องให้มีความชัดเจน พร้อมปรับเสียงเบสให้มีอิมแพคมากยิ่งขึ้น


สามารถปรับค่า Equalizer และเลือกใช้หูฟังต่างๆ ของ Vivo ได้


ที่สำคัญ Vivo Y15 2020 ยังรองรับฟังก์ชันเพื่อความเป็นส่วนตัวอย่าง Privacy and App Encryption สำหรับล็อกแอปพลิเคชันต่างๆ ภายในตัวเครื่อง รวมถึง File Safebox ที่เปรียบเสมือนตู้นิรภัยประจำสมาร์ทโฟน โดยผู้ใช้สามารถย้ายไฟล์รูปภาพ, ไฟล์เสียง, ไฟล์เอกสาร และไฟล์ประเภทอื่นๆ เข้าไปเก็บไว้ได้ ซึ่งจำเป็นต้องทำการยืนยันตัวตนเพื่อเข้าใช้งาน


Vivo Y15 2020 ยังมาพร้อมกับฟังก์ชัน Ultra Game Mode ซึ่งเป็นโหมดพิเศษที่ถูกออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ พร้อมรองรับระบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกม ป้องกันปัญหาเฟรมเรตตกระหว่างเล่นเกมได้ดีขึ้น และฟังก์ชัน 4D Game Vibration ในการสั่นตามเหตุการณ์ในเกม ซึ่งช่วยเพิ่มอรรถรสให้กับการเล่นเกมอีกด้วย


รวมถึงป้องกันการโดนขัดจังหวะขณะเล่นเกม ยกตัวอย่างเช่น การโชว์เบอร์โทรสายเรียกเข้าในรูปแบบ Pop-Up เท่านั้น ทำให้เกมไม่ถูกสลับไปยังหน้ารับสายสนทนา


สำหรับเซ็นเซอร์ในเครื่อง Vivo Y15 2020 นั้นประกอบด้วย Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor และ Magnetic Sensor


สามารถจับสัญญาณดาวเทียม GPS ในที่กลางแจ้งได้ พร้อมรองรับระบบดาวเทียม GLONASS ของรัสเซีย โดยจากภาพตัวอย่างการทดสอบข้างต้นจะเห็นว่าสามารถจับสัญญาณดาวเทียมได้ทั้งหมด 42 ดวง และมีความแม่นยำในระดับบวกลบ 2 เมตร แต่อย่างไรก็ดีคุณภาพของสัญญาณดาวเทียม GPS ก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ ที่กำลังใช้งานอยู่ หรือสภาพอากาศด้วยนั่นเอง


Vivo Y15 2020 มาพร้อมชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek (MT6762) Helio P22 แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.0 GHz โดยมีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) IMG PowerVR GE8320, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB, หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB ที่สามารถเพิ่ม microSD ได้อีก 256GB และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ที่ครอบทับด้วย Funtouch OS 9


Vivo Y15 2020 มีผลทดสอบจากแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark ที่ 95,540 คะแนน และผลทดสอบจาก Geekbench 4 ในด้านการประมวลผลแบบแกนเดี่ยว (Single-Core) ที่ 839 คะแนน และในด้านการประมวลผลหลายแกน (Multi-Core) ที่ 3,626 คะแนน


สำหรับการทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน 3D Mark แบบ OpenGL ES 3.1 ได้ 463 คะแนน


Vivo Y15 2020 รองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด


จากการทดสอบด้วยการเล่นเกมที่มีกราฟิกแบบสาม มิติอย่าง Marvel Future Fight, PUBG Mobile และ ROV ก็พบว่า Vivo Y15 2020 นั้นสามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้ค่อนข้างดี แต่ก็มีอาการหน่วง หรือกระตุก และการสะสมความร้อนให้เห็นบ้าง


Vivo Y15 2020 มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD Halo FullView Display ความละเอียดระดับ  HD+ และมีอัตราส่วนแบบ 19.3:9 จึงสามารถเปิดเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดระดับ HD 720p ได้อย่างเต็มอรรถรส และให้มุมมองที่กว้างเต็มตาเป็นพิเศษ


การใช้งานกล้องดิจิทัลสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

Vivo Y15 2020 มาพร้อมกับระบบกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ความละเอียด 13 + 8 + 2 ล้านพิกเซล ที่มีเลนส์มุมกว้างพิเศษแบบ AI Super Wide-Angle และเลนส์ Depth โดย Interface ของแอปพลิเคชันกล้องมีการดีไซน์เรียบหรู สบายตา และมีเมนูให้ได้เลือกใช้อย่างชัดเจน โดยสามารถเลือก เปิด-ปิด ไฟแฟลช, โหมด HDR และ Live Photo ได้


รวมถึงเมนูที่ด้านล่างอย่าง การตั้งเวลาถ่ายภาพ, Filter, Portrait Bokeh, โหมดมุมกว้าง AI Super Wide-Angle และสัดส่วนภาพถ่ายแบบ Full Screen


ตัวอย่างการถ่ายในมุมมองปกติ และมุมกว้างแบบ AI Super Wide-Angle


การถ่ายภาพในโหมด Portrait Bokeh สามารถปรับค่าความเบลอได้ระหว่าง F0.95 - F16


และสามารถปรับเลือกจุดโฟกัสใหม่ รวมถึงค่าความเบลอในภายหลังได้ด้วย


รวมถึงโหมด Beauty ที่สามารถเลือกปรับได้ถึง 6 ระดับ และปรับค่า Skin Tone ได้


และรองรับการถ่ายภาพในโหมด PANO รวมถึง DOC


สำหรับการถ่ายโหมด Pro บน Vivo Y15 2020 มาพร้อมกับรายละเอียดการตั้งค่าต่างๆ ที่ครบครัน และครอบคลุมสำหรับช่างภาพแทบทั้งหมด


การถ่ายวิดีโอบน Vivo Y15 2020 รองรับการบันทึกในมุมกว้างแบบ AI Super Wide-Angle โดยสามารถบันทึกความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD 1080p


รองรับฟังก์ชัน SLO-MO และ Time-Lapse


ทางด้านกล้องดิจิทัลด้านหน้ามาพร้อมความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และมีหน้าตา Interface ที่สามารถใช้งานได้ง่ายเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งแสดงไอคอนเอาไว้ให้ใช้งานได้ทันที ไม่ว่าจะเป็น เปิด-ปิด ไฟแฟลชหน้าจอ, โหมด HDR, โหมด Portrait และ Live Photo รวมถึงสามารถปรับค่าอื่นๆ ได้ที่เมนูตั้งค่า


ใส่ฟีลเตอร์แบบต่างๆ


รวมถึงการจับเวลาถ่ายภาพ และถ่ายเซลฟี่ในสัดส่วน Full Screen


กล้องหน้าของ Vivo Y15 2020 มาพร้อมเทคโนโลยี AI Face Beauty ที่สามารถเลือกปรับแต่งความสวยแบบอัตโนมัติ (AI) หรือเลือกได้เองถึง 6 ระดับ พร้อมกับปรับค่า Skin Tone ได้ด้วย


ฟังก์ชันสำหรับถ่ายเซลฟี่ในมุมกว้างก็มีให้ใช้ งานบน Vivo Y15 2020 ด้วยเช่นกัน


การถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้าของ Vivo Y15 2020 ก็สามารถบันทึกความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD 1080p


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ความละเอียดระดับ 13+8+2 ล้านพิกเซล ของ Vivo Y15 2020

ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายมุมกว้างแบบ AI Super Wide-Angle


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายมุมกว้างแบบ AI Super Wide-Angle


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait Bokeh ที่ระดับ F0.95


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait Bokeh ที่ระดับ F8.0


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait Bokeh ที่ระดับ F0.95


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait Bokeh ที่ระดับ F5.6


ภาพถ่ายในเวลากลางคืน


ภาพถ่ายในเวลากลางคืนมุมกว้างแบบ AI Super Wide-Angle


ภาพถ่ายในเวลากลางคืน


ภาพถ่ายในเวลากลางคืนมุมกว้างแบบ AI Super Wide-Angle


ภาพถ่ายในเวลากลางคืน


ภาพถ่ายในเวลากลางคืนมุมกว้างแบบ AI Super Wide-Angle

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซลของ Vivo Y15 2020

ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายจากโหมด Beauty แบบอัตโนมัติ (AI)


ภาพถ่ายจากโหมด Beauty ที่ระดับ 3


ภาพถ่ายจากโหมด Beauty ที่ระดับ 6


ภาพถ่ายจากโหมด Beauty แบบอัตโนมัติ (AI) พร้อมปรับค่า Skin Tone ที่ระดับ 0%


ภาพถ่ายจากโหมด Beauty แบบอัตโนมัติ (AI) พร้อมปรับค่า Skin Tone ที่ระดับ 50%


ภาพถ่ายจากโหมด Beauty แบบอัตโนมัติ (AI) พร้อมปรับค่า Skin Tone ที่ระดับ 100%


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait


สรุปผลการทดสอบของ Vivo Y15 2020

จากการทดสอบทั้งหมดในข้างต้นพอจะกล่าวได้ว่า Vivo Y15 2020 เป็นสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นอีกหนึ่งรุ่นที่มีความน่าสนใจ ด้วยแบตเตอรี่ที่มีความจุมากกว่าสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ในท้องตลาดถึง 5000 mAh พร้อมระบบ AI ที่ช่วยจัดการพลังงานให้สามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องตลอดวัน ไม่ว่าจะเป็น การเล่นเกม, ดูภาพยนตร์, ดูซีรีส์เรื่องโปรด หรือการใช้งานทั่วๆ ไป โดยไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดเร็ว

และสามารถตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพด้วย กล้องหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ที่ประกอบไปด้วย กล้องตัวหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล, กล้องตัวที่สองแบบมุมกว้างพิเศษ AI Super Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล สามารถเก็บภาพมุมกว้างสุด 120 องศา และกล้องตัวที่สามแบบ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล สำหรับเบลอฉากหลังในโหมด Portrait Bokeh ที่สามารถเลือกจุดโฟกัสใหม่ พร้อมปรับค่ารูรับแสงได้ตั้งแต่ F0.95 - F16 ทั้งก่อน และหลังถ่ายภาพ ส่วนทางด้านกล้องหน้ามีความละเอียดคมชัดที่ 16 ล้านพิกเซล พร้อมรองรับเทคโนโลยี AI Face Beauty สำหรับปรับแต่งใบหน้าของตัวแบบให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ซึ่งผ่านการวิเคราะห์โดยปัญญาประดิษฐ์ และรองรับการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอเหมือนกล้องหลัง

การดีไซน์ของ Vivo Y15 2020 โดดเด่นที่หน้าจอไร้ขอบทรงหยดน้ำแบบ Halo FullView Display ขนาด 6.35 ในอัตราส่วน 19.3:9 ที่ให้มุมมองที่กว้างเต็มตาเป็นพิเศษ พร้อมความละเอียดระดับ HD+ ครอบทับด้วยกระจกขอบนูนแบบ 2.5D บนตัวเครื่องเงางามคล้ายกระจก พร้อมการไล่เฉดสีเล่นกับแสงตามมุมที่ตกกระทบได้แบบ Magical Color Fusion ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติของแสงที่กระทบบนพื้นผิวทะเลสาบ

คุณสมบัติพื้นฐานของ Vivo Y15 2020 ก็จัดมาให้อย่างครบครัน ตั้งแต่ชิปเซ็ต MediaTek (MT6762) Helio P22 แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็ว 2.0 GHz ทำงานร่วมกับหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB ที่ ถือเป็นขนาดมาตรฐานของสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน พร้อมด้วย ROM ความจุภายในตัวเครื่อง 64GB ที่สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้อีก 256GB จึงสามารถเก็บไฟล์ข้อมูล, ไฟล์ภาพถ่าย, แอปพลิเคชัน และเกม ได้เพียงพอในการใช้งานพื้นฐาน รวมถึงหมดปัญหาการเลือกใช้งานในช่องซิมการ์ดที่ 2 เนื่องจาก Vivo Y15 2020 มาพร้อมกับถาดใส่ซิมการ์ด nanoSIM แบบ Triple-Slot ที่สามารถใช้งาน 2 ซิมการ์ด + 1 microSD Card ได้ในเวลาเดียวกัน และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ครอบทับด้วย Funtouch 9 ที่มาพร้อม Dark Mode นอกจากนี้ยังรองรับระบบผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Jovi AI Assistant อีกด้วย

 

และ Vivo Y15 2020 ยังตอบโจทย์การใช้งานด้านความบันเทิงโดยเฉพาะการเล่นเกมได้เป็นอย่างดี ด้วยฟีเจอร์เอาใจเกมเมอร์อย่าง Ultra Game Mode โหมดพิเศษที่ถูกออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ ยกตัวอย่างเช่น การโชว์เบอร์โทรสายเรียกเข้าในรูปแบบป็อบอัปเท่านั้น ทำให้เกมไม่ถูกสลับไปยังหน้ารับสายสนทนา และการย่อขนาดคีย์บอร์ดภายในเกมให้มีขนาดเล็กลง เพื่อป้องกันปัญหาคีย์บอร์ดบดบังการแสดงผล นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกม และป้องกันปัญหาเฟรมเรตตกระหว่างเล่นเกมได้ดีขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังรองรับฟีเจอร์ 4D Game Vibration ในการสั่น ตามเหตุการณ์ในเกม ซึ่งช่วยเพิ่มอรรถรสให้กับการเล่นเกมนั่นเอง

นอกจากนี้ยังรองรับฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวก ในด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น การเชื่อมต่อบนเครือข่าย 4G LTE ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิมการ์ด (Dual 4G), App Clone สำหรับใช้งานแอปพลิเคชันประเภทโซเชียลมีเดียได้พร้อมกัน 2 แอคเคานท์ อย่างเช่น เช่น Facebook หรือ Line ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถล็อกอินแอปพลิเคชันเหล่านี้ได้พร้อมกันถึง 2 แอคเคานท์ในเวลาเดียวกัน และฟังก์ชัน Screen-Split ในการ ใช้งานพร้อมกัน 2 แอปพลิเคชันได้พร้อมกัน รวมถึงสามารถบันทึกภาพสกรีนช็อตแบบยาวได้

และ Vivo Y15 2020 ก็ให้ความสนใจในด้านความปลอดภัย ด้วยฟังก์ชันที่ช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัวอย่าง Privacy and App Encryption สำหรับล็อกแอปพลิเคชันต่างๆ ภายในตัวเครื่อง รวมถึง File Safebox ที่เปรียบเสมือนตู้นิรภัยประจำสมาร์ทโฟน โดยผู้ใช้สามารถย้ายไฟล์รูปภาพ, ไฟล์เสียง, ไฟล์เอกสาร และไฟล์ประเภทอื่นๆ เข้าไปเก็บไว้ได้ ซึ่งจำเป็นต้องทำการยืนยันตัวตนเพื่อเข้าใช้งาน อีกด้วย

 

และจากการทดสอบทั้งหมดพอจะสรุปได้ว่า Vivo Y15 2020 เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่มีฟีเจอร์ตอบโจทย์ทุกการใช้งานในราคาสบาย กระเป๋า พร้อมแบตเตอรี่อึด ที่สามารถใช้งานได้ตลอดวัน โดยเฉพาะด้านความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม หรือชมภาพยนตร์ / ซีรีส์เรื่องโปรดได้แบบต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดเร็ว และมีหน้าจอขนาดใหญ่ให้มุมมองกว้างเต็มตาเป็นพิเศษ รวมถึงชื่นชอบการถ่ายภาพด้วยฟังก์ชันที่ครบครัน  บนการดีไซน์ตัวเครื่องเงางามแบบไล่เฉดที่กำลังเป็นที่นิยม

สำหรับ Vivo Y15 2020 เปิดราคาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยที่ 4,999 บาท กับตัวเลือก 2 สีได้แก่ Phantom Black และ Burgundy Red ท่านใดที่สนใจ ก็สามารถสั่งซื้อ และแวะเวียนเข้าไปทดลองใช้งานเบื้องต้นได้แล้ววันนี้ที่ Vivo Brand Shop และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง Vivo ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง Vivo Y15 2020 มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีค่ะ

 


จุดเด่นของ Vivo Y15 2020

- ตัวเครื่องดีไซน์เงางามคล้ายกระจกแบบ Mirror Finish
- บอดี้สีไล่เฉด (Gradient) ที่สามารถสะท้อนเล่นกับแสงในมุมต่างๆ แบบ Magical Color Fusion โดยได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติของแสงที่กระทบบนพื้นผิวทะเลสาบ
- หน้าจอแสดงผล IPS LCD Halo FullView Display ขนาด 6.35 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.3:9 โดยมีพื้นที่การแสดงผลคิดเป็น 89% ความละเอียดระดับ HD+ (720x1544 พิกเซล) และครอบทับด้วยกระจกขอบโค้งแบบ 2.5D
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek (MT6762) Helio P22 ความเร็ว 2.0 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แบบ IMG PowerVR GE8320
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB
- รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ความจุ 256GB
- ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple-Slot รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด (Dual nanoSIM) และ microSD Card ได้ในเวลาเดียวกัน
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie พร้อมครอบทับด้วย Funtouch OS 9

กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ประกอบด้วย

- กล้องตัวหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงที่ f/2.2
- กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้าง AI Super Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงที่ f/2.2 เก็บภาพมุมกว้างสุด 120 องศา
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างที่ f/2.4 สำหรับเบลอฉากหลัง

ซึ่งรองรับการโฟกัสภาพแบบ PDAF, ฟังก์ชัน Live Photo, HDR,โหมดหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait) พร้อม Portrait Light Effect, โหมด Bokeh ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้ที่ F/0.95 - F/16 และเทคโนโลยี AI Face Beauty ปรับโครงสร้างใบหน้าได้อิสระ

กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/2.0 โดยรองรับเทคโนโลยี AI Face Beauty สำหรับปรับแต่งใบหน้าของตัวแบบให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ผ่านการวิเคราะห์โดยปัญญาประดิษฐ์ และการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait)

- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner) ที่ด้านหลังตัวเครื่อง
- ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Access)
- ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ Jovi AI Assistant
- ฟังก์ชัน App Clone สำหรับใช้งานแอปพลิเคชันประเภทโซเชียลมีเดียได้พร้อมกัน 2 แอคเคานท์
- ช่องเสียบหูฟังมาตรฐานแบบ 3.5 มิลลิเมตร
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมระบบการชาร์จแบบ 5V/2A
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ 4G LTE, 3G, EDGE, GPRS และ WiFi
- ระบบ GPS+A-GPS ในตัว พร้อมรองรับระบบดาวเทียม GLONASS ของประเทศรัสเซีย, Beidou ของประเทศจีน และ Galileo ของสหภาพยุโรป
- มี 2 สีมาตรฐานให้เลือก ได้แก่ Phantom Black และ Burgundy Red
- ราคา 4,999 บาท ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณสมบัติโดยรวม


จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Vivo Y15 2020

- หน้าจอแสดงผลมีความละเอียดเพียงแค่ระดับ HD+
- ด้านหลังตัวเครื่องมีพื้นผิวแบบกระจกที่มีความมันวาว จึงอาจเกิดคราบเปื้อน หรือรอยนิ้วมือได้ง่าย และเสี่ยงต่อการตกแตกได้ง่าย
- ตัวเครื่องมีการสะสมความร้อน เมื่อมีการประมวลผลหนักๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน
- หน้าจอ Halo FullView Display ในอัตราส่วน 19.3:9 ยังไม่สามารถใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันทั้งหมดได้
- ตัวเครื่องค่อนข้างหนา และมีน้ำหนักพอสมควร
- ไม่รองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง

 


โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางศูนย์ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง บ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *


สรุปคุณสมบัติตัวเครื่อง

ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ Vivo Y15 2020 ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ Vivo Y15 2020

 

 

วันที่ : 14/12/2019