ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 02/11/2026

รีวิว TECNO CAMON Slim 5G มือถือดีไซน์บางเฉียบ 6.39 มม. กล้อง Sony 50MP พร้อม Super-Zoom FlashSnap จับภาพเคลื่อนไหวได้อัตโนมัติ
 

ในช่วงหลังมานี้ สมาร์ตโฟนหลายรุ่นเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับดีไซน์ตัวเครื่องที่บาง และน้ำหนักเบามากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ต้องแลกกับข้อจำกัดบางอย่าง โดยเฉพาะเรื่องความจุแบตเตอรี่ที่อาจลดลงตามพื้นที่ภายในตัวเครื่อง ทำให้การออกแบบสมาร์ตโฟนที่ทั้งบาง และมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ กลายเป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่น่าสนใจของผู้ผลิตในปัจจุบัน

และสำหรับใครที่กำลังมองหาสมาร์ตโฟนดีไซน์สวย ตัวเครื่องบาง แต่ยังต้องการสเปกที่รองรับการใช้งานได้ครบครัน วันนี้ทีมงาน ThaiMobileCenter มีสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่จาก TECNO มารีวิวให้ชมกันอีกหนึ่งรุ่น นั่นก็คือ TECNO CAMON Slim 5G ที่มาพร้อมจุดเด่นเรื่องดีไซน์ตัวเครื่องบางเพียง 6.39 มิลลิเมตร แต่ยังใส่แบตเตอรี่ความจุสูงถึง 6,000 mAh มาให้ เรียกได้ว่าเป็นการจับคู่คุณสมบัติที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

นอกจากเรื่องดีไซน์แล้ว TECNO CAMON Slim 5G ยังให้ความสำคัญกับการถ่ายภาพเช่นเดียวกับสมาร์ตโฟนในตระกูล CAMON รุ่นก่อน ๆ โดยรอบนี้มาพร้อม กล้องหลัก Sony's LYTIA 700C ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ที่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS พร้อมฟีเจอร์ Super-Zoom FlashSnap ซึ่งช่วยจับภาพวัตถุหรือบุคคลที่กำลังเคลื่อนไหวได้โดยอัตโนมัติ เหมาะกับการถ่ายภาพในจังหวะที่อาจกดชัตเตอร์ไม่ทัน รวมถึงยังมีกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล มาให้ใช้งานอีกด้วย

ส่วนคุณสมบัติอื่น ๆ ก็ถือว่าให้มาค่อนข้างครบ ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอ AMOLED ความละเอียด 1.5K พร้อมอัตรารีเฟรชสูงสุด 144Hz, ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 7300e ที่รองรับเครือข่าย 5G, ฟีเจอร์ AI สำหรับการถ่ายภาพและการใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมถึงมาตรฐานป้องกันน้ำ และฝุ่นระดับสูงสุด IP69K, IP69, IP68 และ IP66 อีกด้วย

เมื่อดูจากสเปกแล้ว TECNO CAMON Slim 5G ก็เป็นสมาร์ตโฟนอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจในช่วงราคาประมาณ 15,000 บาท โดยเฉพาะคนที่ชอบมือถือดีไซน์บาง และให้ความสำคัญกับการถ่ายภาพ แต่คำถามก็คือ เมื่อนำมาใช้งานจริงแล้ว จะตอบโจทย์ได้ดีแค่ไหน ทั้งเรื่องการจับถือ คุณภาพของกล้อง ประสิทธิภาพการทำงาน และแบตเตอรี่ วันนี้ทีมงาน ThaiMobileCenter จะพาไปทำความรู้จักกับสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ให้มากขึ้น พร้อมแล้วไปชมกันเลย

 

แกะกล่อง TECNO CAMON Slim 5G

ก่อนจะไปดูรายละเอียดของตัวเครื่อง เรามาเริ่มกันที่อุปกรณ์ภายในกล่องกันก่อน โดย TECNO CAMON Slim 5G มาในกล่องบรรจุภัณฑ์สีดำ ซึ่งบนฝากล่องมีลายนูนเป็นรูปตัวเครื่อง ช่วยสื่อถึงดีไซน์ที่เป็นจุดขายหลักของสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี

เมื่อเปิดกล่องออกมา ภายในมีอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับเริ่มต้นใช้งานมาให้ค่อนข้างครบ ประกอบด้วย ตัวเครื่อง TECNO CAMON Slim 5G, เคสใส, คู่มือการใช้งาน, เข็มถอดถาดซิม, สาย USB Type-C และอะแดปเตอร์ชาร์จไฟ ซึ่งถือว่าสะดวกสำหรับผู้ใช้งาน เพราะไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ชาร์จเพิ่มเติมแยกต่างหาก

 

ดีไซน์บางเฉียบ 6.39 มม. พร้อมสี Matisse Black ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร

เริ่มกันที่เรื่องดีไซน์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดขายหลักของ TECNO CAMON Slim 5G โดยสมาร์ตโฟนรุ่นนี้มาพร้อมตัวเครื่องที่มีความบางเพียง 6.39 มิลลิเมตร เท่านั้น ซึ่งถือว่าบางมากเมื่อเทียบกับสมาร์ตโฟนทั่วไปในปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าภายในยังมีแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 6,000 mAh มาให้ด้วย ทำให้เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจสำหรับคนที่ชอบสมาร์ตโฟนตัวเครื่องบาง แต่ไม่อยากแลกกับแบตเตอรี่ที่มีความจุน้อยลง

ในด้านการออกแบบ TECNO CAMON Slim 5G ยังคงนำเอกลักษณ์ของสมาร์ตโฟนตระกูล CAMON มาปรับใช้ โดยเฉพาะเส้นสายบริเวณฝาหลังที่เรียกว่า Swan-Neck Curve ซึ่งเป็นดีไซน์ที่สืบทอดมาจาก CAMON 50 Series โดยจะเห็นเส้นโค้งต่อเนื่องจากบริเวณโมดูลกล้องลงมาบนฝาหลัง ช่วยเพิ่มรายละเอียดให้ตัวเครื่องดูมีมิติมากขึ้น แทนที่จะเป็นฝาหลังเรียบ ๆ แบบสมาร์ตโฟนทั่วไป

สำหรับเครื่องที่ทีมงาน ThaiMobileCenter ได้รับมารีวิวในครั้งนี้เป็น สี Matisse Black ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานของ Henri Matisse ศิลปินชาวฝรั่งเศส โดยเลือกใช้ตัวเครื่องสีดำเป็นหลัก แล้วเพิ่มรายละเอียดตกแต่งด้วยสีเขียวบริเวณโมดูลกล้องและปุ่มด้านข้าง ทำให้ตัวเครื่องดูเรียบ แต่ก็มีลูกเล่นที่ช่วยให้แตกต่างจากสมาร์ตโฟนสีดำทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อมองจากด้านหลังจะเห็นรายละเอียดของสีเขียวที่ตัดกับพื้นผิวสีดำได้อย่างชัดเจน

 

บริเวณฝาหลังมีการจัดวางโมดูลกล้องในแนวตั้งชิดมุมซ้ายบน โดยออกแบบเป็นกรอบทรงแคปซูลที่มีวงกลมเรียงต่อกัน 3 วง พร้อมตกแต่งขอบด้วยสีเขียวให้เข้ากับตัวเครื่อง ขณะที่ด้านข้างของโมดูลกล้องมีไฟแฟลช LED และโลโก้ CAMON วางอยู่ในแนวตั้ง ซึ่งช่วยเพิ่มรายละเอียดให้บริเวณชุดกล้องดูมีเอกลักษณ์มากขึ้น ส่วนบริเวณด้านล่างของฝาหลังมีโลโก้ TECNO จัดวางในแนวตั้งเช่นเดียวกัน

 

เมื่อมองจากด้านข้าง จะเห็นจุดเด่นเรื่องความบางของ TECNO CAMON Slim 5G ได้ค่อนข้างชัดเจน โดยตัวเครื่องเลือกใช้ขอบแบบแบนที่มีการเก็บรายละเอียดบริเวณมุมให้โค้งมน ช่วยให้รูปทรงโดยรวมดูทันสมัย และด้วยความบางเพียง 6.39 มิลลิเมตร จึงเป็นดีไซน์ที่น่าจะถูกใจคนที่ไม่ชอบสมาร์ตโฟนตัวเครื่องหนา โดยเฉพาะผู้ที่ต้องถือใช้งานเป็นเวลานาน หรือพกใส่กระเป๋ากางเกงเป็นประจำ

สำหรับการจัดวางปุ่มควบคุม บริเวณขอบด้านขวาของตัวเครื่องมีปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่ม Power โดยในรุ่นสี Matisse Black จะมีการตกแต่งปุ่มด้วยสีเขียว ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ดีไซน์โดยรวมดูเข้ากันมากขึ้น และยังทำให้ปุ่ม Power มีความโดดเด่นจากขอบตัวเครื่องสีดำอีกด้วย

นอกจากเรื่องความบางและดีไซน์แล้ว TECNO CAMON Slim 5G ยังมีตัวเลือกสีอื่น ๆ ได้แก่ Rebel Pink ที่ใช้สีดำตัดกับสีชมพู, Burgundy Red ที่มาในโทนสีแดงเข้ม และ Gossamer White ซึ่งเป็นสีพิเศษที่มีลวดลายแบบ 3D โดยสี Gossamer White จะวางจำหน่ายตามมาในภายหลัง ทำให้ผู้ใช้งานมีตัวเลือกที่หลากหลายตามความชอบ

 

หน้าจอ AMOLED ความละเอียด 1.5K พร้อม Refresh Rate 144Hz

TECNO CAMON Slim 5G มาพร้อมหน้าจอแบบ AMOLED ความละเอียด 1.5K ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ เพราะนอกจากจะได้หน้าจอที่มีความคมชัดแล้ว เทคโนโลยี AMOLED ยังมีจุดเด่นในเรื่องการแสดงสีสันที่สดใส สีดำที่ดำสนิท และระดับคอนทราสต์ที่สูง เหมาะกับการใช้งานด้านความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นการรับชมวิดีโอ ดูภาพถ่าย หรือเล่นเกม

 

อีกหนึ่งคุณสมบัติที่ให้มาคือ อัตรารีเฟรชสูงสุด 144Hz ซึ่งช่วยให้การแสดงภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอมีความต่อเนื่องมากขึ้น โดยเฉพาะการเลื่อนดูเนื้อหาบนเว็บไซต์ การใช้งานโซเชียลมีเดีย หรือการสลับหน้าต่างแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่สามารถแสดงผลได้อย่างลื่นไหลกว่าหน้าจอที่มีอัตรารีเฟรชต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม ความลื่นไหลที่ได้ก็ขึ้นอยู่กับแอปพลิเคชัน และการรองรับอัตรารีเฟรชของเนื้อหาที่กำลังใช้งานด้วยเช่นกัน

ส่วนการใช้งานกลางแจ้ง หน้าจอ AMOLED ก็มีข้อได้เปรียบในเรื่องสีสันและคอนทราสต์ ซึ่งช่วยให้การรับชมเนื้อหามีความชัดเจน อย่างไรก็ตาม การมองเห็นหน้าจอภายใต้แสงแดดจัดยังขึ้นอยู่กับระดับความสว่างสูงสุดของหน้าจอ รวมถึงสภาพแสงโดยรอบด้วย จึงเป็นอีกหนึ่งส่วนที่ต้องพิจารณาจากการใช้งานจริง

นอกจากนี้ TECNO CAMON Slim 5G ยังมีจุดเด่นเรื่อง การตอบสนองต่อการสัมผัสขณะหน้าจอหรือนิ้วมือเปียกน้ำ เช่น ขณะนิ้วเปียกฝน มีเหงื่อ หรือมีคราบน้ำมันบนหน้าจอ รวมถึงการใช้งานผ่านซองกันน้ำ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่อาจหลีกเลี่ยงการสัมผัสหน้าจอด้วยมือเปียกได้ยาก

 

กล้อง Sony's LYTIA 700C ความละเอียด 50MP พร้อม Super-Zoom FlashSnap จับภาพเคลื่อนไหวได้อัตโนมัติ

กล้องถ่ายภาพ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดขายสำคัญของ TECNO CAMON Slim 5G โดยสมาร์ตโฟนรุ่นนี้มาพร้อมชุดกล้องหลัง 2 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ที่ใช้เซนเซอร์ Sony's LYTIA 700C ขนาด 1/1.56 นิ้ว รูรับแสง f/1.8 พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS และกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 สำหรับถ่ายภาพมุมกว้าง ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายเซลฟี่และวิดีโอคอล

สำหรับกล้องหลัก Sony’s LYTIA 700C มีจุดเด่นอยู่ที่เซนเซอร์ขนาด 1/1.56 นิ้ว ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการรับแสง โดยเฉพาะการถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย อีกทั้งยังมีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS (Optical Image Stabilization) ที่ช่วยลดผลกระทบจากการสั่นของมือขณะถ่ายภาพ รวมถึงเทคโนโลยี Closed Loop Ball Motor ที่เข้ามาช่วยเรื่องการควบคุมระบบโฟกัสและการป้องกันภาพสั่นไหว เพื่อให้การถ่ายภาพในสถานการณ์ต่าง ๆ ทำได้แม่นยำมากขึ้น

นอกจากนี้ TECNO CAMON Slim 5G ยังมีฟีเจอร์ Super-Zoom FlashSnap ที่ออกแบบมาสำหรับการถ่ายภาพวัตถุ หรือบุคคลที่กำลังเคลื่อนไหว โดยสามารถตรวจจับจังหวะการเคลื่อนไหว และถ่ายภาพให้อัตโนมัติได้โดยไม่จำเป็นต้องกดชัตเตอร์เอง ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจสำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬา การเต้น หรือการถ่ายภาพสัตว์เลี้ยงที่มักเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

 

กล้องหลัก Sony 50MP สำหรับการถ่ายภาพในชีวิตประจำวัน

ในส่วนของการถ่ายภาพทั่วไป กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซลของ TECNO CAMON Slim 5G สามารถนำมาใช้งานได้หลากหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ อาคารสถานที่ อาหาร หรือการถ่ายภาพบุคคล โดยมีเซนเซอร์ Sony's LYTIA 700C เป็นหัวใจสำคัญในการรับภาพ พร้อมระบบประมวลผลที่ช่วยจัดการรายละเอียด สีสัน และแสงเงาให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม

 

สำหรับการถ่ายภาพในช่วงกลางคืน หรือบริเวณที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ ตัวเครื่องยังมี โหมด Super Night ที่ช่วยให้สามารถเก็บรายละเอียดของภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น โดยทำงานร่วมกับเซนเซอร์รับภาพและระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS ซึ่งช่วยลดปัญหาภาพเบลอจากการสั่นของมือขณะถ่ายภาพ อย่างไรก็ตาม คุณภาพของภาพถ่ายที่ได้ยังขึ้นอยู่กับปริมาณแสงและการเคลื่อนไหวของวัตถุในขณะถ่ายภาพด้วยเช่นกัน

 

Super-Zoom FlashSnap ถ่ายภาพเคลื่อนไหวอัตโนมัติ ไม่ต้องรอกดชัตเตอร์

หนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าสนใจที่สุดของ TECNO CAMON Slim 5G ก็คือ Super-Zoom FlashSnap ซึ่งเป็นฟีเจอร์สำหรับถ่ายภาพวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหว โดยสามารถใช้งานร่วมกับการซูมภาพได้ เหมาะกับสถานการณ์ที่ต้องการจับภาพในช่วงเวลาสั้น ๆ เช่น จังหวะกระโดด การเต้น การเล่นกีฬา หรือสัตว์เลี้ยงที่กำลังวิ่งเล่น ซึ่งบางครั้งการกดชัตเตอร์ด้วยตัวเองอาจไม่ทันจังหวะที่ต้องการ

วิธีการใช้งานก็ไม่ซับซ้อน โดยเมื่อเข้าสู่โหมด Super-Zoom FlashSnap ให้แตะไอคอนรูปคนบริเวณมุมซ้ายของหน้าจอจนเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เพื่อเปิดการถ่ายภาพอัตโนมัติ จากนั้นเล็งกล้องไปยังบุคคลหรือวัตถุที่ต้องการถ่าย เมื่อระบบตรวจจับจังหวะการเคลื่อนไหวที่เหมาะสมได้ ก็จะทำการถ่ายภาพให้โดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องกดปุ่มชัตเตอร์เอง

ข้อดีของฟีเจอร์นี้คือ ช่วยลดภาระในการกะจังหวะกดชัตเตอร์ โดยเฉพาะเวลาถ่ายภาพที่ไม่สามารถคาดเดาการเคลื่อนไหวล่วงหน้าได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถจับภาพทุกจังหวะได้อย่างสมบูรณ์แบบเสมอไป เพราะยังมีปัจจัยเรื่องความเร็วในการเคลื่อนไหว ระยะห่าง และสภาพแสงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

 

โหมด Portrait รองรับการถ่ายภาพบุคคลหลายระยะ

สำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพบุคคล TECNO CAMON Slim 5G ก็มี โหมด Portrait มาให้ใช้งานเช่นเดียวกัน โดยรองรับการถ่ายภาพบุคคลหลายระยะ ซึ่งช่วยให้สามารถเลือกมุมมองและจัดองค์ประกอบภาพได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพที่ต้องการเก็บบรรยากาศโดยรอบ หรือการถ่ายภาพระยะใกล้ที่ต้องการเน้นตัวแบบให้โดดเด่นมากขึ้น

นอกจากนี้ โหมด Portrait ยังมีระบบจำลองการละลายฉากหลัง เพื่อช่วยแยกตัวแบบออกจากพื้นหลัง ทำให้ภาพถ่ายบุคคลดูมีมิติมากขึ้น โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกจัดองค์ประกอบภาพให้เหมาะกับสถานที่ และลักษณะของภาพที่ต้องการได้ ซึ่งการถ่ายภาพแต่ละระยะก็จะให้มุมมองที่แตกต่างกันออกไป

 

กล้อง Ultra-Wide 8MP สำหรับเก็บภาพมุมกว้าง

นอกเหนือจากกล้องหลักแล้ว TECNO CAMON Slim 5G ยังมีกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 พร้อมระบบโฟกัสอัตโนมัติ และมุมรับภาพกว้าง 112 องศา ซึ่งเหมาะกับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ อาคาร หรือสถานที่ที่มีพื้นที่จำกัด เพราะช่วยให้สามารถเก็บองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในภาพได้กว้างกว่ากล้องหลัก โดยไม่จำเป็นต้องถอยออกไปไกลมากนัก

อย่างไรก็ตาม ด้วยความละเอียดของกล้อง Ultra-Wide ที่ 8 ล้านพิกเซล จึงควรพิจารณาเรื่องรายละเอียดของภาพเมื่อต้องการนำไปครอปหรือขยายเพิ่มเติม โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งด้านความละเอียดและขนาดเซนเซอร์รับภาพ

 

กล้องหน้า 32MP พร้อมมุมรับภาพกว้าง 89 องศา

สำหรับกล้องหน้าของ TECNO CAMON Slim 5G ให้ความละเอียดมาที่ 32 ล้านพิกเซล พร้อมมุมรับภาพกว้าง 89 องศา ซึ่งช่วยให้สามารถเก็บองค์ประกอบภายในภาพได้มากขึ้น เหมาะกับทั้งการถ่ายเซลฟี่คนเดียว และการถ่ายภาพร่วมกับเพื่อน ๆ โดยไม่จำเป็นต้องยื่นแขนออกไปไกลมากนัก

นอกจากนี้ ยังสามารถนำมาใช้งานสำหรับวิดีโอคอล หรือการสร้างคอนเทนต์ผ่านกล้องหน้าได้อีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่ตอบโจทย์การใช้งานสมาร์ตโฟนในชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างครบ

 

เสริมประสิทธิภาพการทำงานด้วยชิป MediaTek Dimensity 7300e รองรับ 5G พร้อม RAM สูงสุด 24GB

มาดูเรื่องประสิทธิภาพการทำงานกันบ้าง โดย TECNO CAMON Slim 5G มาพร้อมชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 7300e ซึ่งเป็นชิปประมวลผลแบบ Octa-Core หรือ 8 แกนประมวลผล พร้อมรองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G โดยชิปเซ็ตรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้มีความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการทำงานและการใช้พลังงาน เพื่อรองรับการใช้งานสมาร์ตโฟนในชีวิตประจำวัน

สำหรับการใช้งานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการเปิดแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดีย การท่องเว็บไซต์ การรับชมวิดีโอ หรือการใช้งานหลายแอปพลิเคชันสลับกัน ก็ถือเป็นรูปแบบการใช้งานที่ชิปเซ็ตระดับนี้ถูกออกแบบมาให้รองรับได้ รวมถึงการประมวลผลภาพถ่ายจากกล้องหลัก Sony 50MP และฟีเจอร์ AI ต่าง ๆ ที่มีมาให้ภายในเครื่องด้วย

 

ในด้านหน่วยความจำ TECNO CAMON Slim 5G มาพร้อม RAM ขนาด 8GB และรองรับเทคโนโลยี Extended RAM ที่สามารถนำพื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่องมาเพิ่มเป็นหน่วยความจำเสมือนได้อีกสูงสุด 16GB ทำให้มีหน่วยความจำรวมสูงสุด 24GB ซึ่งช่วยรองรับการทำงานของแอปพลิเคชันหลายตัว โดยเฉพาะการสลับกลับไปใช้งานแอปที่เปิดค้างไว้ก่อนหน้านี้

ส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่องมีให้เลือก 2 ความจุ ได้แก่ 128GB และ 256GB ซึ่งสามารถเลือกได้ตามลักษณะการใช้งาน โดยรุ่น 128GB เหมาะกับการใช้งานทั่วไป ส่วนรุ่น 256GB จะมีพื้นที่เพิ่มเติมสำหรับจัดเก็บภาพถ่าย วิดีโอ แอปพลิเคชัน และเกมต่าง ๆ ได้มากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ชอบถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอเป็นประจำ

 

ทดสอบประสิทธิภาพด้วยแอปพลิเคชัน Benchmark

สำหรับผลการทดสอบประสิทธิภาพด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำคะแนนได้ 789,704 คะแนน ขณะที่การทดสอบด้วย Geekbench 7 ทำคะแนนแบบ Single-Core ได้ 871 คะแนน และ Multi-Core ได้ 2,886 คะแนน ตามลำดับ

 

ทดสอบประสิทธิภาพด้านการเล่นเกม

มาทดสอบการเล่นเกม Mobile Legends: Bang Bang บน TECNO CAMON Slim 5G กันบ้าง โดยเกมนี้เป็นเกมแนว MOBA ที่ได้รับความนิยม และเหมาะสำหรับใช้ทดสอบประสิทธิภาพของสมาร์ตโฟน โดยเฉพาะเรื่องความลื่นไหลของภาพและการตอบสนองระหว่างการต่อสู้แบบทีม ซึ่งมักมีเอฟเฟกต์สกิลจำนวนมากปรากฏบนหน้าจอพร้อมกัน

ด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 7300e ที่ทำงานร่วมกับ RAM ขนาด 8GB ทำให้ TECNO CAMON Slim 5G มีสเปกที่สามารถรองรับการเล่น Mobile Legends ได้ค่อนข้างดี แต่สำหรับใครที่ต้องการเล่นเกมต่อเนื่องเป็นเวลานาน การปรับกราฟิกให้อยู่ในระดับกลางก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดภาระการประมวลผลของตัวเครื่อง และอาจช่วยลดการใช้พลังงานรวมถึงความร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างเล่นเกมได้ด้วย

 

แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6,000 mAh รองรับการใช้งานได้ตลอดวัน แม้ตัวเครื่องบางเพียง 6.39 มิลลิเมตร

อีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าสนใจของ TECNO CAMON Slim 5G ก็คือเรื่องแบตเตอรี่ เพราะถึงแม้ว่าสมาร์ตโฟนรุ่นนี้จะมีตัวเครื่องบางเพียง 6.39 มิลลิเมตร แต่ทาง TECNO ก็ยังสามารถใส่แบตเตอรี่ความจุสูงถึง 6,000 mAh มาให้ได้ ซึ่งถือว่าเป็นความจุที่ค่อนข้างมากสำหรับสมาร์ตโฟนที่เน้นดีไซน์บางเป็นจุดขายหลัก

สำหรับการใช้งานทั่วไป แบตเตอรี่ขนาด 6,000 mAh ถือว่ามีความจุเพียงพอสำหรับรองรับกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นโซเชียลมีเดีย การท่องเว็บไซต์ การรับชมวิดีโอ การถ่ายภาพ หรือการเล่นเกม โดยทำงานร่วมกับชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 7300e ที่ออกแบบมาให้มีความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและการใช้พลังงาน จึงรองรับการใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน

ส่วนการชาร์จแบตเตอรี่ TECNO CAMON Slim 5G ยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 45W ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่เมื่อเทียบกับการชาร์จแบบทั่วไป เพิ่มความสะดวกสำหรับผู้ที่ต้องใช้งานสมาร์ตโฟนระหว่างวัน โดยเฉพาะในวันที่มีการใช้งานค่อนข้างหนัก และต้องการชาร์จแบตเตอรี่เพิ่มเติมก่อนออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ

 

ฟีเจอร์ AI ครบทั้งการแต่งภาพและช่วยทำงาน พร้อมรองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์ระยะยาว

TECNO CAMON Slim 5G มาพร้อมฟีเจอร์ AI ที่ช่วยในการแต่งภาพถ่ายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น AI Snap Poster สำหรับเปลี่ยนพื้นหลังภาพสินค้าให้เป็นฉากต่าง ๆ, AI Pet Together ที่ช่วยรวมภาพคนกับสัตว์เลี้ยงให้อยู่ในภาพเดียวกัน และ AI LightMaster 2.0 สำหรับลบเงาและแสงสะท้อนที่ไม่ต้องการออกจากภาพถ่าย

นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ AI สำหรับช่วยทำงานและการเรียน ได้แก่ AI Recording Notes ที่ช่วยถอดเสียงบันทึกเป็นข้อความ พร้อมจับคู่ภาพถ่ายไวท์บอร์ดกับช่วงเวลาที่บันทึกเสียง รวมถึง OneTap Transfer สำหรับส่งภาพถ่ายและไฟล์ระหว่างสมาร์ตโฟน โดยสมาร์ตโฟนเครื่องที่รับไฟล์จะต้องติดตั้งแอป Instant Transfer ก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้

 

ในส่วนของการอัปเดตซอฟต์แวร์ ทาง TECNO ระบุว่า TECNO CAMON Slim 5G รองรับ การอัปเดตระบบปฏิบัติการ Android สูงสุด 3 เวอร์ชันใหญ่ พร้อมการอัปเดตความปลอดภัยนาน 5 ปี ช่วยให้สามารถใช้งานสมาร์ตโฟนเครื่องเดิมได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว รวมถึงได้รับการปรับปรุงด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอตามระยะเวลาที่กำหนด

 

ราคา และโปรโมชันของ TECNO CAMON Slim 5G

TECNO CAMON Slim 5G มีสีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Rebel Pink, Matisse Black และ Burgundy Red นอกจากนี้ยังมีสีพิเศษ Gossamer White ที่จะตามมาภายหลังอีกหนึ่งสี โดยราคาของ TECNO CAMON Slim 5G มีรายละเอียดดังนี้

- TECNO CAMON Slim 5G (8GB+128GB) ราคา 14,999 บาท
- TECNO CAMON Slim 5G (8GB+256GB) ราคา 15,999 บาท

 

นอกจากนี้ ทาง TECNO ยังมีโปรโมชันพิเศษในช่วง Pre-Order ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม-5 พฤศจิกายน 2569 เมื่อสั่งซื้อ TECNO CAMON Slim 5G ไม่ว่าจะเป็นความจุใดก็ตาม จะได้รับฟรี TECNO MagBadge มูลค่า 2,399 บาท อีกด้วย

และตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน เป็นต้นไป เมื่อซื้อ CAMON Slim 5G ความจุใดก็ได้ รับสิทธิ์ซื้อ TECNO MagBadge ในราคาพิเศษ เพียง 1,199 บาท จากราคาปกติ 2,399 บาท

 

บทสรุปการใช้งาน TECNO CAMON Slim 5G

หลังจากที่ได้ทำความรู้จักกับ TECNO CAMON Slim 5G กันไปแล้ว ต้องบอกเลยว่า จุดเด่นที่น่าสนใจที่สุดของสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ก็คือ เรื่องของดีไซน์ที่มีความบางเพียง 6.39 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าบางมากเมื่อเทียบกับสมาร์ตโฟนทั่วไปในปัจจุบัน อีกทั้งยังมาพร้อมดีไซน์ฝาหลังที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งสี Matisse Black ที่ได้รับมาทดสอบ เป็นการจับคู่สีดำกับสีเขียวบริเวณโมดูลกล้อง และขอบตัวเครื่อง ทำให้ดูแตกต่างจากสมาร์ตโฟนทั่วไปพอสมควร

และถึงแม้จะเน้นความบางเป็นจุดขายหลัก แต่ TECNO CAMON Slim 5G ก็ไม่ได้ลดทอนสเปกในส่วนอื่น ๆ ลงไป โดยมาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1.5K ที่รองรับอัตรารีเฟรชสูงสุด 144Hz ช่วยให้การแสดงผลมีความคมชัด สีสันสดใส และตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างลื่นไหล ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนดูคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย การรับชมวิดีโอ หรือการเล่นเกม

ส่วนเรื่องกล้องถ่ายภาพก็ถือเป็นอีกหนึ่งจุดขายสำคัญ โดยกล้องหลักใช้เซนเซอร์ Sony's LYTIA 700C ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS และมีฟีเจอร์ Super-Zoom FlashSnap ที่ช่วยจับภาพวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหวได้โดยอัตโนมัติ เหมาะสำหรับการถ่ายภาพคน สัตว์เลี้ยง หรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องการเก็บภาพในจังหวะสำคัญ นอกจากนี้ ยังมีกล้อง Ultra-Wide สำหรับถ่ายภาพมุมกว้าง และกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล สำหรับการถ่ายเซลฟี่อีกด้วย

 

ด้านประสิทธิภาพ TECNO CAMON Slim 5G เลือกใช้ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 7300e 5G ทำงานร่วมกับ RAM ขนาด 8GB พร้อมรองรับ Extended RAM เพิ่มได้อีก 16GB รวมเป็น 24GB ซึ่งเป็นสเปกที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการเล่นโซเชียลมีเดีย การรับชมวิดีโอ การสลับใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ รวมถึงการเล่นเกม โดยสามารถปรับระดับกราฟิกให้เหมาะสมกับเกมที่ต้องการเล่นได้

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจก็คือ แม้ตัวเครื่องจะบางเพียง 6.39 มิลลิเมตร แต่กลับให้แบตเตอรี่ความจุสูงถึง 6,000 mAh มาใช้งาน ซึ่งถือว่าค่อนข้างมากสำหรับสมาร์ตโฟนที่เน้นดีไซน์บาง นอกจากนี้ ยังมาพร้อมมาตรฐานป้องกันน้ำและฝุ่นระดับสูงสุด IP69K/IP69/IP68/IP66 รวมถึงผ่านการทดสอบความทนทานตามมาตรฐานความแข็งแกร่งทางทหาร MIL-STD-810 ทนต่อการตกและแรงกระแทก ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อีกระดับ

ในส่วนของซอฟต์แวร์ก็มีฟีเจอร์ AI ให้เลือกใช้งานค่อนข้างหลากหลาย ทั้งการตกแต่งภาพถ่าย การสร้างภาพโปสเตอร์สินค้า การถอดเสียงบันทึกเป็นข้อความ รวมถึงรองรับการอัปเดตระบบปฏิบัติการ Android สูงสุด 3 เวอร์ชันใหญ่ พร้อมการอัปเดตความปลอดภัยนาน 5 ปี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งข้อดีสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานสมาร์ตโฟนเครื่องเดิมในระยะยาว

โดยรวมแล้ว TECNO CAMON Slim 5G ถือเป็นสมาร์ตโฟนที่มีความโดดเด่นในเรื่องของดีไซน์บางเฉียบ แต่ยังให้สเปกและฟีเจอร์สำหรับการใช้งานมาอย่างครบครัน โดยเฉพาะหน้าจอ AMOLED 144Hz กล้อง Sony 50MP พร้อม Super-Zoom FlashSnap และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6,000 mAh จึงเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสมาร์ตโฟนดีไซน์บาง น้ำหนักเบา พกพาสะดวก และต้องการความสามารถที่ครอบคลุมทั้งการถ่ายภาพ ความบันเทิง และการใช้งานในชีวิตประจำวัน

 

สรุปคุณสมบัติเด่นของ TECNO CAMON Slim 5G

- ดีไซน์ตัวเครื่องบางเฉียบเพียง 6.39 มิลลิเมตร พร้อมดีไซน์โมดูลกล้องแบบ Swan-Neck Curve
- กล้องหลัก Sony’s LYTIA 700C Ultra Night Camera ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/1.56 นิ้ว และระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS
- ฟีเจอร์ Super-Zoom FlashSnap สำหรับจับภาพวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหวได้โดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องกดชัตเตอร์ในจังหวะที่ต้องการถ่ายภาพ
- รองรับการถ่ายภาพ Portrait 3 ระยะโฟกัส พร้อมโหมด Super Night, Live Photo และการถ่ายภาพใต้น้ำ
- รองรับมาตรฐานป้องกันน้ำและฝุ่น IP69K/IP69/IP68/IP66 พร้อมผ่านการทดสอบความทนทานตามมาตรฐาน MIL-STD-810
- รองรับการสัมผัสหน้าจอขณะนิ้วเปียกหรือมีละอองน้ำบนหน้าจอ

------------------------------

- จอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียดระดับ 1.5K
- รองรับอัตราการรีเฟรช (Refresh Rate) สูงสุด 144Hz
- หน้าจอแบบแบน (Flat Screen)

------------------------------

- ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Dimensity 7300e 5G แบบ Octa-Core
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB พร้อมเทคโนโลยี Extended RAM เพิ่มได้อีก 16GB รวมเป็นสูงสุด 24GB
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูล (ROM) ความจุ 128GB หรือ 256GB
- รองรับการอัปเดตระบบปฏิบัติการ Android สูงสุด 3 เวอร์ชันใหญ่ พร้อมการอัปเดตความปลอดภัยนาน 5 ปี
- ผ่านการรับรองความลื่นไหลในการใช้งานระยะยาว 60 เดือน จาก T?V S?D
- แบตเตอรี่ความจุ 6,000 mAh รองรับชาร์จเร็ว 45W

------------------------------

กล้องหลักด้านหลัง 2 ตัว (Dual Camera) ประกอบด้วย

- กล้องหลัก Sony’s LYTIA 700C Ultra Night Camera ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/1.56 นิ้ว และระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS
- กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล สำหรับถ่ายภาพมุมกว้าง
- ฟีเจอร์ Super-Zoom FlashSnap, โหมด Super Night, การถ่ายภาพ Portrait 3 ระยะโฟกัส, Live Photo, โหมดถ่ายภาพใต้น้ำ และระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ EIS สำหรับการบันทึกวิดีโอ

กล้องด้านหน้า ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล

พร้อมรองรับการถ่ายภาพเซลฟี่ด้วยมุมรับภาพ 89 องศา

------------------------------

- รองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G และ 4G LTE
- รองรับฟีเจอร์ OneTap Transfer สำหรับถ่ายโอนภาพถ่ายและไฟล์ระหว่างสมาร์ตโฟน โดยเครื่องที่รับไฟล์ต้องติดตั้งแอป Instant Transfer
- ตัวเครื่องมีขนาด 162.58x77.27x6.39 มิลลิเมตร
- มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Rebel Pink, Matisse Black, Burgundy Red และ Gossamer White

 

 

วันที่ : 02/11/2026

Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy