รีวิว (Review) Samsung Galaxy Buds Live
หูฟังถั่วไร้สายมหัศจรรย์ ฟังก์ชันสดใหม่ เสียงใสเบสแน่น ใส่สบายโค้งรับสรีระใบหู ดีไซน์สวยเด่นดูดีไม่ซ้ำใครในราคา 6,990 บาท
12 กันยายน 2020 - ภายในงาน Galaxy Unpacked 2020 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา นอกจากจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์พระเอกอย่าง Samsung Galaxy Note20 Series เรือธงรุ่นท็อปใหม่ล่าสุดของทาง Samsung แล้ว ก็ยังมีการเปิดตัวหูฟังไร้สายรุ่นต่อยอดตัวไฮไลท์อย่าง Samsung Galaxy Buds Live ออกมาด้วยเช่นกัน
Galaxy Buds Live หูฟังไร้สายแบบ Open Type มาในดีไซน์คล้ายเมล็ดถั่วอันเป็นเอกลักษณ์ ที่เข้ารูปรับกับใบหูได้เป็นอย่างดี กับขนาดกะทัดรัดเพียง 16.5 มิลลิเมตร น้ำหนักเบา 5.6 กรัม และมี Dynamic Driver ขนาด 12 มิลลิเมตร ที่พัฒนาร่วมกับบริษัทชั้นนำด้านเสียงอย่าง AKG พร้อมไมโครโฟนทั้งหมด 3 ตัว ที่รองรับระบบ Active Noise Cancelling การตัดเสียงรบกวนภายนอก อีกทั้งยังช่วยให้เสียงพูดขณะคุญโทรศัพท์คมชัดมากขึ้น โดยไม่ต้องตะโกน หรือพูดเสียงดังแต่อย่างใด และได้รับการปรับจูนเสียงจากทาง AKG โดยสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 6 ชั่วโมง และสูงสุด 29 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จไฟ
นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ Charging Case ที่รองรับการชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ต USB Type-C และแบบไร้สายมาตรฐาน Qi Wireless Charging พร้อมไฟ LED แสดงสถานะของแบตเตอรี่ โดยการชาร์จ 5 นาที สามารถเล่นเพลงได้นาน 1 ชั่วโมง และรองรับการสั่งการผ่านการสัมผัส โดยสามารถตั้งค่าปุ่มลัดในการเปิดใช้งาน Spotify ได้เพียงการแตะที่ตัวหูฟัง 1, 2, 3 และ 4 ครั้ง ตามที่เราตั้งค่าไว้
หูฟัง Samsung Galaxy Buds Live เปิดราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยที่ 6,990 บาท ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ดีไซน์ตัวเครื่องจะสวยงามขนาดไหน และฟีเจอร์ที่มีอยู่จะตอบโจทย์การใช้งานได้ดีเพียงใด ขอเชิญทุกท่านรับชมรีวิว Galaxy Buds Live ไปพร้อมกันได้เลยค่ะ
รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์
Samsung Galaxy Buds Live มาในแพ็กเกจสีขาวสะอาดตา
ภายในกล่องแพ็กเกจประกอบด้วย Galaxy Buds Live พร้อมคู่มือการใช้งาน, สายชาร์จแบบ USB Type-C และจุกซิลิโคน 2 อัน
Galaxy Buds Live มากับตัวเคสทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาดกะทัดรัด ไม่เล็ก และไม่ใหญ่จนเกินไป ที่ผลิตจากวัสดุประเภทพลาสติกที่มีความเงางาม พร้อมน้ำหนักเบา สามารถพกพาติดตัวไปไหนมาไหนได้สะดวก โดยสีที่ทางทีมงานนำมารีวิวในวันนี้เป็นสี Mystic Black
และมีไฟ LED แสดงสถานะแบตเตอรี่ของตัวเคสอยู่ที่ด้านหน้า ซึ่งไฟแต่ละสีมีความหมายดังนี้
สีแดง : แบตเตอรี่น้อยกว่า 30%
สีเหลือง : แบตเตอรี่ระดับ 30% - 60%
สีเขียว : แบตเตอรี่มากกว่า 60%
ส่วนที่ด้านหลังของตัวเคสมีพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C สำหรับชาร์จแบตเตอรี่
เมื่อเปิดฝาเคสออกจะพบกับหูฟัง Galaxy Buds Live อยู่ด้านใน ซึ่งยึดติดกับตัวเคสด้วยแม่เหล็ก ช่วยให้หูฟังไม่หลุดจากเคสโดยง่าย
ตัวหูฟัง Galaxy Buds Live มีดีไซน์แปลกใหม่คล้ายเมล็ดถั่ว โดยไม่มีก้านหูเหมือนกับหูฟังไร้สายแบรนด์อื่น ในขนาด 16.5 มิลลิเมตรที่รับกับสรีระ พร้อมแนบกับใบหูได้เป็นอย่างดี กับน้ำหนักเบาเพียง 5.6 กรัม จึงสามารถสวมใส่ได้สบาย โดยตัวหูฟังมีความเงางามเหมือนกับตัวเคส ซึ่งเพิ่มความพรีเมียมได้เป็นอย่างดี และมี Dynamic Driver ขนาด 12 มิลลิเมตร พร้อมไมโครโฟน รวมถึงหน่วยตรวจจับเสียงพูดในตัว
เมื่อสวมใส่หูฟังจะเห็นได้ว่าทรงเมล็ดถั่วของหูฟังเข้ากับใบหูได้อย่างพอดิบพอดี
เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมทดสอบฟังก์ชันต่างๆ ของ Samsung Galaxy Buds Live
หูฟังไร้สาย Samsung Galaxy Buds Live รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านทาง Bluetooth ร่วมกับแอปพลิเคชัน Galaxy Wearable โดยมีขั้นตอนในการเชื่อมต่อดังนี้
เมื่อติดตั้งแอปพลิเคชัน Galaxy Wearable เรียบร้อยแล้ว ให้ทำการเปิด Bluetooth บนสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มการเชื่อมต่อกับ Galaxy Buds Live พร้อมกดเพิ่มอุปกรณ์ที่ต้องการเชื่อมต่อ โดยจะมีให้เลือกเพิ่มด้วยตนเอง หรือให้ค้นหาโดยอัตโนมัติ พร้อมกับเปิดฝาตัวเคส Galaxy Buds Live ออก ซึ่งจะเป็นการเริ่มค้นหาอุปกรณ์ใกล้เคียงเพื่อทำการเชื่อมต่อในทันที
เมื่อสมาร์ทโฟนค้นหา Galaxy Buds เจอแล้ว ให้ทำการจับคู่กัน เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น
หลังจากจับคู่กันเรียบร้อย จะมีหน้าต่างสอนวิธีการสวมใส่หูฟังที่ถูกต้องให้ เนื่องจากการดีไซน์ที่เป็นรูปแบบใหม่ใครหลายคนอาจจะสับสนว่าต้องใส่อย่างไร
การเชื่อมต่อในครั้งต่อไปสามารถทำได้อย่างง่าย ดาย เพียงแค่เปิดฝาเคสเท่านั้น
สำหรับสมาร์ทโฟน Samsung จะมี Widget ที่บอกสถานะแบตเตอรี่ของตัวเคส และหูฟังด้วย
หน้าหลักของแอปพลิเคชัน Galaxy Wearable มีดีไซน์เรียบง่าย พร้อมแสดงจำนวนแบตเตอรี่ของตัวเคส และหูฟัง Galaxy Buds Live ไว้ด้านบนสุด ถัดลงมาเป็นการตั้งค่าต่างๆ ได้แก่ การเปิด/ปิดฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนภายนอก (Active Noise Cancelling) พร้อมการปรับ Equalizer ตามที่ต้องการ
Touch Controls สำหรับตั้งค่าการแตะสั่งการหูฟังตามแต่ละจำนวนครั้ง (1, 2, 3 และ 4 ครั้ง) ได้แก่ การเปิด/ปิดฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนภายนอก (Active Noise Cancelling), Voice Command, การลดเสียง และการเปิดแอปพลิเคชัน Spotify โดยสามารถตั้งค่าหูฟังได้ทั้ง 2 ข้าง
โดยคำสั่งที่เป็นพื้นฐานได้แก่
แตะ 1 ครั้ง : เล่น/หยุดเพลงชั่วคราว
แตะ 2 ครั้ง : รับโทรศัพท์
แตะแล้วค้างไว้ประมาณ 1 วินาที : เปิด/ปิดฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนภายนอก
(Active Noise Cancelling)
ฟังก์ชัน Read Notification Aloud สำหรับพูดแจ้งเตือนต่างๆ ขณะฟังเพลง ทั้งสายเรียกเข้า, นาฬิกาปลุก หรือข้อความ
พร้อมตั้งค่าการใช้งาน Bixby Voice Wake-Up ได้
รวมถึงการใช้งานแบบ Gaming Mode
และรองรับฟังก์ชัน Find My Earbuds สำหรับสั่งการให้หูฟังทั้ง 2 ข้างส่งเสียงแจ้งเตือนเพื่อให้เราทราบตำแหน่งนั่นเอง โดยสามารถกดเลือก Mute เสียงทีละข้างได้
พร้อมกับ Tips และคู่มือการใช้งานเบื้องต้นของ Galaxy Buds Live ที่ช่วยให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น
การชาร์จแบตเตอรี่
หูฟังไร้สาย Galaxy Buds Live สามารถใช้งานได้ประมาณ 6 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และเมื่อเก็บตัวหูฟังเข้าไปในเคส จะเริ่มการชาร์จแบตให้ตัวหูฟังทันที ซึ่งเป็นกระบวนการชาร์จซ้ำ และใช้งานต่อได้อีก รวมแล้วสามารถใช้งานได้สูงสุดที่ประมาณ 29 ชั่วโมง (เมื่อปิดฟังก์ชัน Active Noise Cancelling และ Bixby Voice Wake-Up) จึงมั่นใจได้เลยว่าสามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน นอกจากนี้ตัวเคสจะมีไฟ LED แสดงสถานะแบตเตอรี่ โดยระหว่างชาร์จไฟสถานะจะแสดงเป็นสีแดง และเมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% ไฟ LED จะเปลี่ยนเป็นสีเขียว
Galaxy Buds Live รองรับการชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และเทคโนโลยีชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi Wireless Charging ที่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย และการชาร์จเพียง 5 นาทีก็สามารถนำมาฟังเพลงได้นาน 1 ชั่วโมงอีกด้วย เรียกได้ว่าตอบโจทย์การใช้งานในเวลาเร่งรีบได้เป็นอย่างดี
และแน่นอนว่า Galaxy Buds Live สามารถชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายผ่านสมาร์ทโฟน Samsung ที่รองรับฟังก์ชัน Wireless PowerShare ได้ (สมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy Note20, Galaxy Z Fold2, S20, Z Flip, Note10, S10 และ Fold)
ทดสอบคุณภาพเสียงของ Samsung Galaxy Buds Live
Galaxy Buds Live มี Dynamic Driver ขนาด 12 มิลลิเมตร และได้รับการปรับจูนเสียงจากทาง AKG มีคุณภาพเสียงดี สามารถเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน แต่ระดับเบสอาจจะน้อยไปสักหน่อย ซึ่งผู้ใช้สามารถไปปรับ Equalizer เป็น Bass Boost เพื่อเพิ่มความหนักของเบสอีกระดับหนึ่ง รวมถึงมีเวทีเสียงที่ค่อนข้างกว้าง มีมิติของเสียงในระดับดี สามารถแยกซ้าย-ขวาได้อย่างแม่นยำ และเสียง กับภาพสามารถซิงค์กันได้อย่างสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม หรือดูหนัง สำหรับฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนจากภายนอก (Active Noise Cancelling) ที่เป็นจุดเด่นของ Galaxy Buds Live ก็ทำได้ในระดับกลางๆ สามารถตัดเสียงภายนอกได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งผู้ใช้อาจต้องเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้นด้วย
สรุปผลการทดสอบของ Samsung Galaxy Buds
Live
จากการทดสอบทั้งหมดในข้างต้นก็พอจะสรุปได้ว่าหูฟังถั่วมหัศจรรย์อย่าง Samsung Galaxy Buds Live รุ่นนี้นั้นมีความน่าสนใจมากเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่การดีไซน์แบบแปลกใหม่สำหรับหูฟังไร้สาย ที่ไม่มีก้านหูฟัง พร้อมรูปร่างที่คล้ายกับเมล็ดถั่ว ซึ่งแนบเข้ากับสรีระของใบหูได้พอดี แต่ก็อาจจะไม่พอดีสำหรับท่านที่มีใบหูเล็ก โดยมีขนาด 16.5 มิลลิเมตร น้ำหนักเบา 5.6 กรัม และตัวเคสทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาดกะทัดรัดที่สามารถพกพาติดตัวไปไหนมาไหนได้สะดวก
Galaxy Buds Live มีคุณภาพเสียงดี สามารถเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน พร้อมรองรับการปรับ Equalizer ให้ตรงตามชอบของแต่ละคนได้ รวมถึงรองรับฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนจากภายนอก (Active Noise Cancelling) ที่ช่วยตัดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ในระดับหนึ่ง และเทคโนโลยี Voice Pick-up Unit (VPU) ช่วยให้เสียงคุยโทรศัพท์คมชัด โดยไม่ต้องพูดเสียงดังจนเกินไป
อีกทั้งยังใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน และหากแบตเตอรี่หมดระหว่างวันก็สามารถชาร์จได้อย่างง่ายดาย ทั้งผ่านสาย USB Type-C และแบบไร้สายมาตรฐาน Qi Wireless Charging ซึ่งหากท่านใช้สมาร์ทโฟน Samsung ก็สามารถใช้ฟังก์ชัน Wireless PowerShare ได้ เรียกได้ว่าสะดวกสบายไม่น้อย แต่การชาร์จไร้สายนี้ก็ติดตรงที่ต้องใช้งานกับสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ๆ ในตระกูล Galaxy Note20, Galaxy Z Fold2, S20, Z Flip, Note10, S10 และ Fold เท่านั้น รวมไปถึงสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นๆ ที่สามารถแชร์พลังงานแบบไร้สายผ่านมาตรฐานเดียวกันนี้ได้
สำหรับการตั้งค่าด้านอื่นๆ จำเป็นต้องติดตั้งแอปพลิเคชัน Galaxy Wearable ไม่ว่าจะเป็น การเปิด/ปิดฟังก์ชันการตัดเสียงรบกวน, การแตะสั่งงาน หรือการปรับ Equalizer ซึ่งผู้ที่ไม่ได้ติดตั้งแอปนี้ก็สามารถใช้งานหูฟัง Galaxy Buds Live ได้ปกติ เพียงแต่จะตั้งค่าต่างๆ เพิ่มเติมไม่ได้นั่นเอง
Samsung Galaxy Buds Live เปิดราคาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยที่ 6,990 บาท กับตัวเลือก 3 สี ได้แก่ Mystic Bronze, Mystic Black และ Mystic White พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ Samsung Experience Store และร้านค้าที่ร่วมรายการ รวมถึงช่องทางออนไลน์
สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง Samsung ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่ง Samsung Galaxy Buds Live มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีค่ะ
จุดเด่นของ Samsung Galaxy Buds Live
- รูปลักษณ์ของตัวหูฟังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยดีไซน์คล้ายเม็ดถั่ว ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ตัวหูฟังมีความโค้งมนเข้ากับสรีระใบหูของผู้ใช้งาน
- ตัวหูฟังมีขนาด 16.5x27.3x14.9 มิลลิเมตร
และมีน้ำหนัก 5.6 กรัม
- ตัวเคสมีขนาด 50x50.2x27.8 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 42.2 กรัม
- Dynamic Driver ขนาด 12 มิลลิเมตร ที่พัฒนาร่วมกับ AKG
- มีลำโพงเบสโดยเฉพาะ
- ตอบสนองย่านความถี่เสียงที่ 2Hz - 20,000Hz
- รองรับฟอร์แมตเสียง SBC และ AAC
- ระบบตัดเสียงรบกวนจากภายนอก (Active Noise Cancelling)
- เทคโนโลยี Voice Pick-up Unit (VPU) ช่วยให้เสียงสนทนาโทรศัพท์คมชัด
- ไมโครโฟน 3 ตัว (2 ตัวภายนอก และ 1 ตัวด้านในหูฟัง)
- เรียกใช้ Bixby ด้วยเสียง (Bixby Voice Wake-up) สามารถควบคุมสมาร์ทโฟนได้โดยไม่ต้องแตะ
- เรียกใช้ Spotify โดยแตะค้างไว้
- แบตเตอรี่หูฟังความจุ 60 mAh
- แบตเตอรี่เคสความจุ 472 mAh
- ฟังเพลงยาวนานต่อเนื่อง 6 ชั่วโมง และสูงสุด 29 ชั่วโมง
เมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จไฟ (ปิดฟังก์ชัน Active Noise Cancelling และ
Bixby Voice Wake-Up)
- ชาร์จแบตเตอรี่ 5 นาที สามารถฟังเพลงได้นาน 1 ชั่วโมง
- รองรับการชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ต USB Type-C
- รองรับการชาร์จแบตเตอรี่ไร้สาย Qi Wirelwss Charging
- รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 ระยะ 10 เมตร
- เซนเซอร์ Accelerometer, IR, Hall, Touch, Grip และ VPU (Voice Pickup
Unit)
- คุณสมบัติป้องกันน้ำกระเซ็นในระดับ IPX2
- รองรับการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน Android OS เวอร์ชัน 5.0 ขึ้นไป พร้อมมี
RAM ตัวเครื่องมากกว่า 1.5GB
- รองรับการใช้งานร่วมกับ iPhone 7 หรืออุปกรณ์ iOS 10 ขึ้นไป
- แถมฟรีปลอกรูหู 2 ขนาดในชุดจำหน่ายมาตรฐาน
- มี 3 สีมาตรฐานให้เลือก (Mystic Bronze, Mystic Black และ Mystic White)
- ราคา 6,990 บาท
จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ
Samsung Galaxy Buds Live
- ตัวเคส กับหูฟังมีผิวมันเงา จึงเกิดรอยนิ้วมือง่าย
- สำหรับคนที่มีใบหูเล็กอาจจะสวมหูฟังได้ไม่ถนัด
- หูฟังตอบสนองต่อการสัมผัสเพื่อสั่งการได้รวดเร็ว
หากทำการขยับหูฟังขณะฟังเพลง ก็อาจเป็นการกดหยุดเพลงได้โดยไม่ได้ตั้งใจ
โปรดทราบ
* หูฟังที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงหูฟังทดสอบจากทางผู้ผลิต เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง บ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในผลิตภัณฑ์ทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อหูฟังรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *
วันที่ : 13/09/2020