ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 30/04/2021


 

รีวิว (Review) Samsung Galaxy A52 5G

สมาร์ทโฟน 5G ราคาดี มีกล้องโปร จอลื่น ลำโพงคู่ ชาร์จไว และใส่ชิปเกมมิ่ง ด้วยจอ 120Hz Super AMOLED Infinity-O ผสานสแกนนิ้วใต้จอ, ชิปเซ็ต Snapdragon 750G, กล้อง Super AI Camera Pro+ 64MP พร้อมกันสั่น OIS และแบตเตอรี่ 25W Super Fast Charging จุใจ 4500 mAh บนตัวเครื่องกันน้ำ IP67 ดีไซน์ใหม่ ในราคาเอื้อมถึงที่ 13,499 บาท
 

30 เมษายน 2021 - เรียกได้ว่ามีการเปิดตัวออกมาอย่างต่อเนื่องสำหรับสมาร์ทโฟน Samsung ในตระกูล Galaxy A-Series ที่ล่าสุดมีการเปิดตัวออกมาพร้อมกันถึง 3 รุ่น ได้แก่ Samsung Galaxy A52 | A52 5G | A72 ที่มาพร้อมกับการดีไซน์ใหม่หมดจด พร้อมฟีเจอร์ครบครัน ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ และในวันนี้ทางทีมงานจะมารีวิวรุ่น Galaxy A52 5G ให้ได้ชมกัน ซึ่งนับเป็นมือถือ 5G รุ่นที่ 3 จากตระกูล Galaxy A-Series 

Samsung Galaxy A52 5G มากับสโลแกน "สายทำคอนเทนต์ต้องโดน ด้วย Super AI Camera Pro+" ชูโรงด้านการถ่ายภาพด้วยกล้องหลัง 4 ตัว ในดีไซน์ใหม่ ด้วยกล้องตัวหลักความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล จับคู่กับกล้อง Ultra-Wide, กล้อง Macro และกล้อง Depth เรียกว่ารองรับการถ่ายภาพครบทุกระยะ พร้อมมีระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS (Optical Image Stabilization) และการบันทึกวิดีโอคมชัดระดับสูงสุดที่ระดับ 4K รวมถึงโหมดกันสั่นอย่าง Super Steady

 

การดีไซน์โดดเด่นที่หน้าจอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้าแบบ Super AMOLED Infinity-O Display ขนาด 6.5 นิ้ว คมชัดระดับ FHD+ (2400x1080 พิกเซล) พร้อมรองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz ผนวกกับกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล และเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ รวมถึงตัวเครื่องที่มีคุณสมบัติป้องกันน้ำ-ฝุ่นตามมาตรฐาน IP67 ใกล้เคียงรุ่นท็อป

ภายในประมวลผลด้วยชิปเซ็ตรุ่นใหม่ที่เด่นทั้งเรื่อง 5G และการเล่นเกมอย่าง Qualcomm Snapdragon 750G จับคู่กับหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB กับหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB โดยมีแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 25W Super Fast Charging และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ที่ครอบทับด้วย One UI 3.1 เวอร์ชันใหม่

เรียกได้ว่า Samsung Galaxy A52 5G มีจุดเด่นที่น่าสนใจในหลายด้านเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์ใหม่หมดจด พร้อมฟีเจอร์ที่ให้มาแบบจัดเต็ม และกล้องหลังระดับโปรที่มีฟีเจอร์ลูกเล่นต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น กับราคาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยที่ 13,499 บาท ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ดีไซน์ตัวเครื่องจะสวยงามขนาดไหน และฟีเจอร์ที่มีอยู่จะตอบโจทย์การใช้งานได้ดีเพียงใด ขอเชิญทุกท่านรับชม รีวิว Samsung Galaxy A52 5G ไปพร้อมกันได้เลยค่ะ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

Samsung Galaxy A52 5G มาพร้อมกับหน้าจอ Super AMOLED Infinity-O Display ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ (2400x1080 พิกเซล : 407 ppi) พร้อมครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5 บนตัวเครื่องขนาด 159.9x75.1x8.4 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 189 กรัม และรองรับคุณสมบัติป้องกันน้ำ-ฝุ่นมาตรฐาน IP67


รองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุดที่ 120Hz ซึ่งช่วยให้การแสดงผลลื่นไหลมากขึ้นกว่าเดิม


พร้อมฟังก์ชัน Always-On Display ในการแสดงเวลา วันที่ รวมถึงการแจ้งเตือนขณะปิดหน้าจอ


และระบบสแกนใบหน้า (Face Recognition) สำหรับปลดล็อกหน้าจอ


รวมถึงรองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ (On-Screen Fingerprint)


Samsung Galaxy A52 5G มาในดีไซน์จอไร้ขอบ ไร้รอยบาก โดยที่ตรงกลางด้านบนสุดของหน้าจอมีกล้องหน้าเซลฟี่ ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล (f2.2) เหนือขึ้นไปบริเวณขอบหน้าจอด้านบนจะมีการติดตั้งลำโพงสำหรับสนทนา และ Proximity Sensor สำหรับปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน กับ Light Sensor สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอ และแผงปุ่มกดให้เหมาะสม


ด้านหน้าส่วนล่างประกอบด้วย ปุ่มกดแบบ On-Screen ประกอบด้วย ปุ่ม Recent App, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ


โดยผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนมาใช้ Full Screen Gestures ในการใช้นิ้วลาก และปัดบริเวณขอบหน้าจอเพื่อสั่งการแบบต่าง ๆ ได้ด้วย


ด้านซ้ายของตัวเครื่องไม่มีปุ่มสั่งการใด ๆ


ด้านขวาตัวเครื่องมีปุ่ม Power สำหรับล็อกหน้าจอ, เปิด-ปิด เครื่อง และเรียกใช้งาน Bixby พร้อมปุ่มปรับระดับเสียง


ด้านบนตัวเครื่องมีไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน พร้อมถาดใส่ซิมการ์ด nanoSIM แบบ Hybrid-Slot โดยในช่องที่สองต้องเลือกใช้งานระหว่างซิมการ์ดที่สอง หรือหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card


และที่ด้านล่างตัวเครื่องมีลำโพงเสียงตัวหลัก, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา และช่องเชื่อมต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร


สำหรับ Samsung Galaxy A52 5G มีฝาหลังแบบพลาสติก (Glastic) พร้อมผิวสัมผัสแบบด้าน โดยตัวเครื่องที่ทางทีมงานนำมารีวิวให้ได้ชมกันเป็นสีฟ้า (Awesome Blue)


มีการติดตั้งกล้อง 4 ตัว (Quad Camera : Super AI Camera Pro+) ซึ่งประกอบไปด้วย

- กล้อง Wide (Main) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.8, เซนเซอร์รับภาพขนาด 1/1.7 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน, ทางยาวโฟกัส 25 มิลลิเมตร (81 องศา), ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2 , เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน และมุมรับภาพ 123 องศา
- กล้อง Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4
- กล้อง Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และระยะโฟกัสที่ 4 เซนติเมตร

พร้อมรองรับฟีเจอร์ Single Take, โหมดถ่ายภาพกลางคืน AI Night Mode, โหมด Portrait สำหรับถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ, เทคโนโลยี AI Scene Optimizer ในการตรวจจับซีนต่าง ๆ, ฟังก์ชัน My Filter สำหรับสร้างฟิลเตอร์เองได้จากภาพในเครื่อง, โหมด Beauty ปรับผิวให้เนียนสวย และถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD พร้อมระบบป้องกันการสั่นไหวอย่าง Super Steady รวมถึงโหมด Pro Video 


เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่าง ๆ

Samsung Galaxy A52 5G มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย User Interface แบบ One UI 3.1 เวอร์ชันใหม่ล่าสุด โดยรองรับการใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด พร้อมรองรับการสแตนด์บายแบบ Dual 4G LTE และการสนทนาผ่านระบบ VoLTE


และรองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G (Standby บนเครือข่าย 5G ได้เพียงซิมเดียว)


เครื่องที่ได้มาทดสอบนี้มีหน่วยความแรม (RAM) ขนาด 6GB (รุ่นที่วางจำหน่ายจริงมี RAM ขนาด 8GB) พร้อมหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB โดยสามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกได้สูงสุดที่ขนาด 1TB


เมื่อลากจากขอบด้านบนของหน้าจอลงมาจะพบกับ Notification Center ซึ่งเป็นหน้ารวมสำหรับการแสดงแจ้งเตือนต่าง ๆ และเมื่อปัดลงอีกหนึ่งครั้งจะเป็นการขยายหน้าจอปุ่มลัดสำหรับการเปิด-ปิดฟังก์ชัน ต่าง ๆ มากมาย เช่น การใช้งานอินเทอร์เน็ต, Bluetooth หรือการหมุนหน้าจออัตโนมัติ


โดยผู้ใช้ยังสามารถปรับแต่งตำแหน่งของคีย์ลัด เองได้ตามความถนัด


เมื่อปัดหน้าจอไปทางขวาจะสามารถเลือกแสดงเป็น Google Discover หน้าที่รวบรวมข่าวสารที่ได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ โดยอ้างอิงจากการค้นหาของผู้ใช้ หรือ Samsung FREE ที่รวบรวมข่าวสาร และเกมที่น่าสนใจไว้


สามารถเลือกตั้งค่าการแสดงผลแบบปกติ หรือแบบ Dark Mode ที่จะปรับพื้นหลังให้เป็นสีดำ


พร้อมฟังก์ชันการตัดแสงสีฟ้า Eye comfort shield


รองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz


และมีโหมดการแสดงผลมาตรฐานมาให้เลือก 2 แบบด้วยกัน ได้แก่ ธรรมชาติ (Natural) และโหมดสดใส (Vivid) ที่สามารถปรับตั้งค่า White Balance ได้


พร้อมโหมด Easy ที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ


สามารถตั้งค่าใช้งาน Edge Panels เพื่อเข้าสู่เมนูลัด เพียงปัดนิ้วจากด้านขวาของหน้าจอ พร้อมเลือกแอปพลิเคชันที่ต้องการใช้งานได้ตามความถนัดของแต่ละคน


และฟังก์ชัน Brief pop-up การแจ้งเตือนในรูปแบบ pop-up


พร้อม Edge Lighting ไฟวิ่งรอบหน้าจอเมื่อมีการแจ้งเตือน


สามารถสลับตำแหน่งของปุ่ม Navigation Buttons ให้เหมาะกับการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนได้ หรือเลือกใช้งานการควบคุมแบบ Full Screen Gestures ในการปัดหน้าจอขึ้นลักษณะต่าง ๆ เพื่อสั่งการ โดยสามารถเลือกให้แสดง หรือปิด Gesture hints ได้


รองรับฟังก์ชัน Always-On Display สามารถเลือกการแสดงผล และดีไซน์ได้ตามที่ต้องการ รวมถึงเลือกให้แสดง Notification ต่าง ๆ ในหน้า Always-On ขณะปิดหน้าจอ


และเลือกเปลี่ยนสี / ดีไซน์ของนาฬิกาได้ด้วย โดยสามารถเลือกซื้อเพิ่มได้ที่ Galaxy Store


สำหรับรูปแบบของ Screen Lock มีด้วยกัน 4 รูปแบบ


รองรับการปลดล็อกหน้าจอด้วยเซนเซอร์สแกนลายนิ้ว มือที่ฝังอยู่บนหน้าจอ ที่สามารถเพิ่มลายนิ้วมือได้มากกว่า 1 ลายนิ้วมือ ซึ่งจากการทดสอบตัวเซ็นเซอร์ก็สามารถปลดล็อกหน้าจอได้รวดเร็ว


และการสแกนใบหน้า (Face Recognition) ที่สามารถระบุได้ว่าเราสวมใส่แว่นตาเป็นประจำหรือไม่ เพื่อความสะดวกสำหรับผู้ที่สวมแว่นตาโดยเฉพาะ


Samsung Galaxy A52 5G รองรับเทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้สายระยะใกล้แบบ NFC จึงสามารถใช้บริการแตะจ่ายเงินผ่านมือถือด้วยบริการต่าง ๆ ได้


รองรับฟังก์ชัน Smart Pop-up View สำหรับการย่อแอปพลิเคชันให้เป็นหน้าต่างขนาดเล็กที่สามารถเลื่อนตำแหน่งได้อย่าง อิสระ, ปรับขนาดได้ และทำงานอย่างอื่นไปพร้อม ๆ กันได้


รองรับฟังก์ชัน Link to Windows ในการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับคอมพิวเตอร์แบบไร้สาย เพื่อเรียกดูข้อมูลต่าง ๆ ที่อยู่ในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ได้


มีฟังก์ชัน Motions and Gestures ในการตรวจจับท่าทางเพื่อสั่งการ


รองรับฟังก์ชัน One-Handed Mode สำหรับย่อหน้าต่างให้มีขนาดเล็กลงมาเพื่อช่วยให้ใช้งานมือถือด้วยมือเดียวอย่างสะดวก ขึ้น


สามารถใช้งานแอปพลิเคชันโซเชียลเน็ตเวิร์ก หรือแอปพลิเคชันแชทได้พร้อมกัน 2 แอคเคานท์ ผ่านฟังก์ชัน Dual Messenger


Samsung Galaxy A52 5G มีแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh ตามลำดับ พร้อมโหมดประหยัดพลังงาน (Power Saving) ที่ช่วยยืดระยะเวลาในการใช้งานให้นานกว่าเดิม


และรองรับระบบการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 25W Super Fast Charging ช่วยย่นระยะเวลาในการชาร์จให้รวดเร็วยิ่งขึ้น


รองรับฟังก์ชัน Split-Screen View ที่สามารถแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งานสองแอปพลิเคชันได้พร้อม ๆ กัน โดยรองรับการใช้งานทั้งในแนวตั้ง และแนวนอน


Galaxy Gift หนึ่งในจุดขายสำคัญของสมาร์ทโฟน Samsung ก็มีให้บริการ กับศูนย์รวมโปรโมชั่น, ส่วนลด หรือของฟรี ต่าง ๆ มากมาย เพื่อผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน Samsung โดยเฉพาะ ทั้งอาหาร, ขนม, เครื่องดื่ม, ที่พัก, บัตรชมภาพยนตร์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, สมาร์ทโฟน, อุปกรณ์เสริม และอีกมากมาย


นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Game Launcher ที่รวมเกมทั้งหมดภายในเครื่องมารวมไว้ในที่เดียวกัน พร้อมฟังก์ชันเพิ่มเติม เช่นฟังก์ชันประหยัดพลังงานขณะเล่นเกม หรือปิดการแจ้งเตือนขณะเล่นเกม

และยังมีฟังก์ชันปรับค่าประสิทธิภาพ ให้เราเลือกได้ว่าจะให้ระบบรันเกมโดยลดประสิทธิภาพลงเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ หรือรันโดยเน้นประสิทธิภาพการเล่นเกมขั้นสูงสุดโดยไม่ต้องสนใจแบตเตอรี่ และสามารถตั้งค่าแยกเฉพาะแต่ละเกมได้ด้วย ฟังก์ชันนี้จะช่วยให้เราปรับประสิทธิภาพการเล่นเกมให้เหมาะกับสถานการณ์มากขึ้น เช่นการเปิดบอททิ้งไว้ ซึ่งเราไม่ได้ต้องการกราฟิกสวย ๆ หรือความลื่นไหล แต่ต้องการเปิดทิ้งไว้ให้นานที่สุด ในทางกลับกัน เมื่อเราเล่นเกมด้วยตัวเอง เราก็ต้องการให้ตัวเกมลื่นไหลที่สุด และมีกราฟิกสวยงาม เป็นต้น



เมื่อเล่นเกมในโหมด Game Launcher จะมีเมนูลัดเพิ่มเข้ามาในแถบนำทาง ซึ่งสามารถเลือกตั้งค่าการบล็อกการแจ้งเตือนต่าง ๆ และการโทรได้ พร้อมเมนูลัดเพิ่มเข้ามาในแถบนำทาง ซึ่งสามารถเลือกตั้งค่าการบล็อกการแจ้งเตือนต่าง ๆ และการโทรได้ นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกแสดงการแจ้งเตือนต่าง ๆ แบบ Pop-Up ขณะเล่น และการล็อกหน้าจออัตโนมัติเมื่อเปิดเกมทิ้งไว้ระยะเวลาหนึ่ง


โดยในโหมดล็อกหน้าจอ ระบบจะลดความสว่างของหน้าจอ, ล็อกการสัมผัส และลดเฟรมเรตของตัวเกมลง แต่เกมจะยังคงรันต่อไปเรื่อย ๆ เหมาะสำหรับการเปิดบอททิ้งไว้ เพราะประหยัดพลังงานกว่าการเปิดเกมไว้ตลอด และช่วยป้องกันการสัมผัสปุ่มต่าง ๆ โดยไม่ตั้งใจได้


สำหรับเซ็นเซอร์ในเครื่อง Samsung Galaxy A52 5G นั้นประกอบด้วย Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor และ Magnetic Sensor


สามารถจับสัญญาณดาวเทียม GPS ในที่กลางแจ้งได้ดี โดยจากภาพตัวอย่างการทดสอบข้างต้นจะเห็นว่าสามารถจับสัญญาณดาวเทียมได้ทั้งหมด 50 ดวง และมีความแม่นยำในระดับบวกลบ 3 เมตร แต่อย่างไรก็ดีคุณภาพของสัญญาณดาวเทียม GPS ก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ ที่กำลังใช้งานอยู่ หรือสภาพอากาศด้วยนั่นเอง


Samsung Galaxy A52 5G เครื่องที่ได้มาทดสอบนี้ มาพร้อมชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 750G ผลิตบนเทคโนโลยีระดับ 8nm มี 8-แกน (Octa-Core) ความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.2 GHz โดยมีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) แบบ Adreno 619, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB  (รุ่นที่วางจำหน่ายจริงมี RAM ขนาด 8GB), หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย One UI 3.1 เวอร์ชันใหม่


Samsung Galaxy A52 5G มีผลทดสอบจากแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark ที่ 303,207 คะแนน และผลทดสอบจาก Geekbench 5 ในด้านการประมวลผลแบบแกนเดี่ยว (Single-Core) ที่ 413 คะแนน และในด้านการประมวลผลหลายแกน (Multi-Core) ที่ 1,508 คะแนน


สำหรับการทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน 3D Mark แบบ OpenGL ES 3.1 ได้คะแนนการทดสอบที่ 1,734 คะแนน


รองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด


จากการทดสอบด้วยการเล่นเกมที่มีกราฟิกแบบสาม มิติอย่าง Marvel Future Fight, A3 : Still Alive และ Cookie Run Kingdom พร้อมกับเปิดการแสดงผลกราฟิกระดับสูงสุด รวมถึงการแสดงผลที่ 60fps ก็พบว่าสามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างไหลลื่น ไม่มีอาการหน่วง หรือกระตุก แต่ก็มีการสะสมความร้อนให้เห็นบ้าง


Samsung Galaxy A52 5G มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED Infinity-O Display ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 407 ppi) ในอัตราส่วนแบบ 20:9 จึงสามารถเปิดเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดระดับ Full HD 1080p ได้อย่างคมชัดเต็มอรรถรส และให้มุมมองที่กว้างเต็มตาเป็นพิเศษ

บวกกับลำโพง Stereo แบบคู่ พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos รองรับไฟล์เสียงคุณภาพสูงแบบ UHQ 24-bit และ PCM 24-bit จึงสามารถใช้งานด้านความบันเทิงได้อย่างเต็มอารมณ์


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

Samsung Galaxy A52 5G มีกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera : Super AI Camera Pro+) ซึ่งประกอบไปด้วย

- กล้อง Wide (Main) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.8, เซนเซอร์รับภาพขนาด 1/1.7 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน, ทางยาวโฟกัส 25 มิลลิเมตร (81 องศา), ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2 , เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน และมุมรับภาพ 123 องศา
- กล้อง Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4
- กล้อง Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และระยะโฟกัสที่ 4 เซนติเมตร


โดย Interface ของแอปพลิเคชันกล้องมีการดีไซน์สะอาดตา และมีเมนูให้ได้เลือกใช้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น การเปิด-ปิด ไฟแฟลช, การตั้งเวลาถ่ายภาพ, สัดส่วนภาพถ่าย และฟังก์ชัน Motion Photo ซึ่งในโหมดการถ่ายภาพปกติมีเทคโนโลยี Scene Optimizer ที่เป็นการนำเอาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยวิเคราะห์สภาพแวดล้อม และวัตถุที่อยู่ตรงหน้า เพื่อปรับแต่งการตั้งค่าของกล้องให้เหมาะสมแบบอัตโนมัติ


รองรับการถ่ายภาพมุมกว้างแบบ Ultra-Wide ที่ 123 องศา


พร้อมใส่ฟิลเตอร์แบบต่าง ๆ ได้


มีฟังก์ชัน My Filter สำหรับสร้างฟิลเตอร์ใหม่จากภาพที่บันทึกไว้ในเครื่อง


และสามารถปรับค่าผิวสวยในโหมด Beauty ที่สามารถปรับโครงสร้างต่าง ๆ บนใบหน้า รวมถึงค่าผิวเนียนได้ตามต้องการ


การถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait) ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้ 7 ระดับ พร้อมปรับค่า Skin Tone ได้ 8 ระดับ


และสามารถปรับระดับความเบลอ รวมถึงรูปแบบของ Bokeh ในภายหลังได้อีกด้วย


รองรับโหมด Single Take ที่กดถ่ายเพียงแค่ครั้งเดียว เราก็จะได้ผลลัพธ์เป็นเซ็ตรูป กับวิดีโอหลากหลายรูปแบบ พร้อมการแนะนำช็อตที่ดีที่สุด และสำหรับภาพบุคคลเราก็สามารถเลือกสีพื้นหลังได้ด้วย โดยสามารถบันทึกได้นาน 10 วินาที


โหมด Macro สำหรับถ่ายภาพระยะใกล้สุด 4 เซนติเมตร


ถ่ายภาพในเวลากลางคืนได้ด้วย AI Night Mode พร้อมเก็บภาพในมุมกว้างแบบ Ultra-Wide ได้ด้วย


สำหรับการถ่ายโหมด Pro มาพร้อมกับรายละเอียดการตั้งค่าต่าง ๆ ที่ครบครัน และครอบคลุมสำหรับช่างภาพแทบทั้งหมด


ด้านการถ่ายวิดีโอรองรับความละเอียดสูงสุดที่ ระดับ 4K UHD (30fps) โดยสามารถถ่ายในมุมมองปกติ และมุมกว้างด้วยเลนส์ Ultra-Wide ได้


พร้อมรองรับระบบกันสั่นแบบ Super Steady


สามารถใส่ฟิลเตอร์แบบต่าง ๆ ได้


รวมถึงฟังก์ชัน My Filter


รวมถึงปรับค่าผิวสวยในโหมด Beauty (รองรับความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD)


รองรับโหมด Pro สำหรับการถ่ายวิดีโอ ที่สามารถปรับตั้งค่าได้หลากหลาย โดยเลือกรูปแบบการรับเสียงของไมโครโฟน และความดังของเสียงที่บันทึกได้


รองรับการถ่ายวิดีโอแบบ Super Slow-mo, Slow-Motion


และ Hyperlapse


กล้องหน้าของ Samsung Galaxy A52 5G มีความคมชัด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f2.2


โดย Interface ของแอปพลิเคชันกล้องมีการดีไซน์สะอาดตา และมีเมนูให้ได้เลือกใช้อย่างชัดเจน เหมือนกับกล้องหลัง ได้แก่ การเปิด-ปิด ไฟแฟลช, การตั้งเวลาถ่ายภาพ, สัดส่วนภาพถ่าย และ Motion Photo


สามารถใส่ฟิลเตอร์แบบต่าง ๆ ได้


พร้อมฟังก์ชัน My Filter สำหรับสร้างฟิลเตอร์ตามภาพที่บันทึกไว้ในเครื่อง


สามารถปรับค่าผิวเนียนในโหมด Beauty ได้ 3 ระดับ และปรับสัดส่วนใบหน้า, ขนาดกราม และขนาดของดวงตาได้


รองรับการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอในโหมด Portrait ที่สามารถปรับระดับความเบลอได้ 7 ระดับ พร้อมปรับค่า Skin Tone ได้ 8 ระดับ


และสามารถปรับระดับความเบลอ รวมถึงรูปแบบของ Bokeh ในภายหลังได้อีกด้วย


รองรับฟังก์ชัน Single Take เหมือนกับกล้องหลัง


ด้านการถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้ารองรับความ ละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD 30fps


สามารถเพิ่มฟีเตอร์แบบต่าง ๆ ได้


พร้อมฟังก์ชัน My Filter


สามารถปรับค่า Skin Tone ได้ 8 ระดับ (ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD)


และฟังก์ชัน Slow-Motion กับ Hyperlapse


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera : Super AI Camera Pro+) ความละเอียดระดับ 64+12+5+5 ล้านพิกเซล ของ Samsung Galaxy A52 5G

ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพมุมกว้างแบบ Ultra-Wide


ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพมุมกว้างแบบ Ultra-Wide


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait


ภาพถ่ายจากโหมด Macro


ภาพถ่ายในเวลากลางคืนจากโหมด Night


ภาพถ่ายในเวลากลางคืนจากโหมด Night มุมกว้างแบบ Ultra-Wide


ภาพถ่ายในเวลากลางคืนจากโหมด Night


ภาพถ่ายในเวลากลางคืนจากโหมด Night มุมกว้างแบบ Ultra-Wide


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า ความละเอียด 32 ล้านพิกเซลของ Samsung Galaxy A52 5G

ภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ภาพถ่ายจากโหมด Beauty ที่ระดับ 2


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait


สรุปผลการทดสอบของ Samsung Galaxy A52 5G

จากที่มีโอกาสได้ใช้งาน Samsung Galaxy A52 5G มาระยะหนึ่งก็พอจะสรุปได้ว่า Galaxy A52 5G เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟน 5G รุ่นใหม่ที่มีความครบเครื่องน่าสนใจ ในราคาที่เอื้อมถึงได้ไม่ยาก จากการใช้ชิปเซ็ตตัวแรงรุ่นใหม่ของทาง Qualcomm อย่าง Snapdragon 750G ที่รองรับการเชื่อมต่อ 5G พร้อมตอบโจทย์การใช้งานในระดับกิกะบิตต่อวินาที (Gbps) เทียบเท่ากับการเชื่อมต่อแบบไฟเบอร์ รวมทั้งตอบโจทย์บรรดาคอเกมได้เป็นอย่างดี พร้อมใช้งานได้ลื่นไหลด้วย RAM ขนาด 8GB และมี ROM ขนาด 128GB ที่สามารถเพิ่ม microSD Card ได้สูงสุดถึง 1TB จึงสามารถเก็บไฟล์ข้อมูล, ไฟล์ภาพถ่าย, แอปพลิเคชัน หรือเกมได้อย่างเต็มที่ แต่ติดตรงที่รุ่นนี้เลือกใช้ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid-Slot จึงต้องเลือกการใช้งานในช่องซิมการ์ดที่ 2 ระหว่างซิมการ์ด หรือการ์ดหน่วยความจำ และมีแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh พร้อมโหมด Power Saving ที่ช่วยยืดเวลาในการใช้งานให้นานกว่าเดิม อีกทั้งยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 25W Super Fast Charging ที่ช่วยย่นระยะเวลาในการชาร์จให้เร็วยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดีอะแดปเตอร์ที่แถมมาให้นั้นเป็นแบบ 15W ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ถือว่าเร็วเพียงพอสำหรับการใช้งาน แต่หากต้องการชาร์จด้วยความเร็วเต็มที่ด้วยกำลังไฟ 25W ก็คงต้องซื้ออะแดปเตอร์แบบ 25W Super Fast Charging แยกด้วยตนเองในภายหลัง โดยทั้งหมดนี้ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ที่ถูกครอบทับด้วย One UI 3.1 เวอร์ชันล่าสุด

Samsung Galaxy A52 5G ตอบโจทย์การใช้งานเพื่อความบันเทิงได้เป็นอย่างดี ด้วยหน้าจอไร้ขอบแบบ Super AMOLED Infinity-O Display ขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว มีความคมชัดระดับ FHD+ (2400x1080 พิกเซล : 407 ppi) ทั้งยังรองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz ที่ช่วยให้การแสดงผลลื่นไหลมากขึ้นกว่าเดิม บวกกับลำโพง Stereo แบบคู่ พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos โดยรองรับไฟล์เสียงคุณภาพสูงแบบ UHQ 24-bit และ PCM 24-bit จึงสามารถชมภาพยนตร์, ซีรีส์เรื่องโปรด รวมถึงเล่นเกมได้อย่างเต็มอารมณ์ รวมถึงมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ ที่ทำงานร่วมกับระบบสแกนใบหน้าในการปลดล็อกหน้าจออีกด้วย

 

นอกจากนี้ Samsung Galaxy A52 5G ยังถือเป็นรุ่นประเดิมของ Galaxy A Series ที่มาพร้อมคุณสมบัติการป้องกันน้ำ-ฝุ่นตามมาตรฐาน IP67 โดยมาฝาหลังดีไซน์ใหม่ด้วยวัสดุแบบ Glastic กับผิวสัมผัสด้าน ที่ช่วยป้องกันการเกิดรอยนิ้วมือ มีการติดตั้งกล้องทั้งหมด 4 ตัว ที่มาพร้อมฟังก์ชันครบครันตอบโจทย์สายคอนเทนต์สำหรับคนยุคใหม่ ด้วยกล้องตัวหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ที่มีระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS ประกบกับกล้อง Ultra-Wide 12 ล้านพิกเซล, กล้อง Macro 5 ล้านพิกเซล และกล้อง Depth 5 ล้านพิกเซล ซึ่งรองรับการถ่ายภาพในทุกระยะ รวมถึงรองรับฟีเจอร์ Single Take ที่กดถ่ายเพียงแค่ครั้งเดียว เราก็จะได้ผลลัพธ์เป็นเซ็ตรูป กับวิดีโอหลากหลายรูปแบบ พร้อมการแนะนำช็อตที่ดีที่สุด, โหมดถ่ายภาพกลางคืน AI Night Mode, โหมด Portrait สำหรับถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ, เทคโนโลยี AI Scene Optimizer ในการตรวจจับซีนต่าง ๆ, ฟังก์ชัน My Filter สำหรับสร้างฟิลเตอร์เองได้จากภาพในเครื่อง, โหมด Beauty ปรับผิวให้เนียนสวย และถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD พร้อมระบบป้องกันการสั่นไหวอย่าง Super Steady รวมถึงโหมด Pro Video ที่สามารถตั้งค่าต่าง ๆ ได้ครบครันสำหรับตากล้องตัวจริง

ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียดอยู่ที่ 32 ล้านพิกเซล โดยรองรับโหมดถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait) ที่ปรับระดับความเบลอได้ พร้อมโหมด Beauty ปรับค่าผิวเนียน รวมถึงส่วนต่าง ๆ บนใบหน้า, ฟังก์ชัน Single Take เหมือนกล้องหลัง และถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้าความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD พร้อมปรับค่าผิวเนียนได้

สำหรับ Samsung Galaxy A52 5G มีตัวเลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ Awesome Violet, Awesome Blue, Awesome Black และ Awesome White โดยมีราคาอยู่ที่ 13,499 บาท พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ร้าน Samsung Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่ Samsung Online Store พร้อมโปรโมชั่นดี ๆ มากมาย

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง Samsung ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง Samsung Galaxy A52 5G มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน  และขอขอบคุณสถานที่สวย ๆ ของร้าน HARIO CAFE Bangkok สำหรับวันนี้ทางทีมงานต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีค่ะ

 


จุดเด่นของ Samsung Galaxy A52 5G

- ฝาหลังผิวสัมผัสแบบด้านดีไซน์ใหม่ สามารถป้องกันการเกิดรอยนิ้วมือได้เป็นอย่างดี
- ตัวเครื่องมีคุณสมบัติของการป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67 (กันน้ำได้ลึกสูงสุด 1.0 เมตร เป็นเวลาสูงสุด 30 นาที)
- มี 4 สีมาตรฐานให้เลือก (Awesome Violet, Awesome Black, Awesome White และ Awesome Blue)
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED Infinity-O Display ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ (2400x1080 พิกเซล : 407 ppi) พร้อมค่า Refresh Rate สูงสุด 120Hz, อัตราส่วนแบบ 20:9, ความสว่างสูงสุด 800 nits, โหมด Eye Comfort Shield สำหรับถนอนสายตา และครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint Scanner) พร้อมระบบสแกนใบหน้า (Face Recognition)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 750G (SM7225) ความเร็ว 2.2 GHz บนสถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 8nm
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 619
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB
- รองรับการเพิ่มหน่วยความจำภายนอกด้วย microSD Card ได้สูงสุดที่ขนาด 1TB
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 พร้อมครอบทับด้วย One UI 3.1
- ฟีเจอร์ Super AI Game Booster+ และ Frame Booster
- แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 25W Super Fast Charging ที่ชาร์จแบตเตอรี่ได้ 50% ภายในเวลา 30 นาที

กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera : Super AI Camera Pro+) ประกอบด้วย

> กล้อง Wide (Main) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.8, เซนเซอร์รับภาพขนาด 1/1.7 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน, ทางยาวโฟกัส 25 มิลลิเมตร (81 องศา), ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
> กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2 , เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน และมุมรับภาพ 123 องศา
> กล้อง Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4
> กล้อง Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 และระยะโฟกัสที่ 4 เซนติเมตร 

พร้อมรองรับฟีเจอร์ Single Take, โหมดถ่ายภาพกลางคืน AI Night Mode, โหมด Portrait สำหรับถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ, เทคโนโลยี AI Scene Optimizer ในการตรวจจับซีนต่าง ๆ, ฟังก์ชัน My Filter สำหรับสร้างฟิลเตอร์เองได้จากภาพในเครื่อง, โหมด Beauty ปรับผิวให้เนียนสวย และถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD (30fps) พร้อมระบบป้องกันการสั่นไหวอย่าง Super Steady รวมถึงโหมด Pro Video

กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล

พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/2.8 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.2, ทางยาวโฟกัส 26 มิลลิเมตร, รองรับโหมดถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait) ปรับระดับความเบลอได้ พร้อมโหมด Beauty ปรับค่าผิวเนียน รวมถึงส่วนต่าง ๆ บนใบหน้า, ฟังก์ชัน Single Take และถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้าความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD (30fps) พร้อมปรับค่าผิวเนียนได้

- ลำโพงเสียงแบบคู่ (Stereo Speakers) พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos
- รองรับไฟล์เสียงคุณภาพสูงแบบ UHQ 24-bit และ PCM 24-bit
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ 5G NR, 4G LTE, 3G, EDGE, GPRS และ Wi-Fi 2.4/5 GHz
- รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.0 และ NFC
- รองรับบริการแตะจ่ายเงินผ่านมือถือ
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C (USB 2.0) พร้อมรองรับการใช้งาน OTG (USB On-the-Go)
- พอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- รองรับการระบุตำแหน่งด้วยระบบดาวเทียม GPS+A-GPS, Glonass, Beidou และ Galileo
- ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ Bixby
- ฟังก์ชัน Dual Messenger สำหรับใช้งานแอปพลิเคชันประเภทโซเชียลมีเดียได้พร้อมกัน 2 แอคเคานท์
- ราคา 13,499 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลกับคุณสมบัติโดยรวม


จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Samsung Galaxy A52 5G

- อะแดปเตอร์ 25W Super Fast Charging ต้องซื้อแยกต่างหาก (ที่แถมมาให้ในกล่องเป็นอะแดปเตอร์แบบ 15W)
- ฝาหลังไม่ได้ใช้วัสดุประเภทกระจก (ใช้เป็น Glastic)
- ถาดใส่ซิมการ์ดเป็นแบบ Hybrid Slot จึงจำเป็นต้องเลือกระหว่างซิมการ์ดที่ 2 หรือ microSD Card
- ตัวเครื่องมีการสะสมความร้อนเมื่อใช้งานติดต่อกันเป็นเวลานาน


โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางผู้ผลิต เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *


 

วันที่ : 30/04/2021