ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 03/05/2022
realme 9 4G


 

รีวิว realme 9 สมาร์ทโฟนกล้อง 108MP มีจอลื่น 90Hz พร้อมแบตใหญ่ชาร์จไว 33W บนดีไซน์ Ripple Holographic สวยบางเฉียบ ในราคาเริ่มเพียง 7,999 บาท

 

3 พฤษภาคม 2022 - หากพูดถึงสมาร์ทโฟนที่มีความสามารถครบเครื่องในราคาที่คุ้มค่าน่าสนใจในช่วงต้นปีนี้ หนึ่งในนั้นก็ต้องมีตระกูล realme 9 Series อยู่ในใจใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน และหลังจากที่ก่อนหน้านี้ทาง realme ได้นำสมาร์ทโฟน realme 9 Pro Series ที่มาพร้อมกับกล้องระดับเรือธงในราคา Mid-Range เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย ล่าสุดก็ได้มีการนำสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อย่าง realme 9 มาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก โดยยังคงมาพร้อมกับจุดเด่นด้านการถ่ายภาพเช่นเคย แต่ครั้งนี้อัปเกรดความละเอียดของของกล้องให้สูงขึ้นเป็น 108 ล้านพิกเซล ด้วยเซนเซอร์รับภาพตัวใหม่ล่าสุดอย่าง Samsung ISOCELL HM6 เพื่อตอบโจทย์การถ่ายภาพทุกสถานการณ์ตามสโลแกน “Capture the Spark”

นอกเหนือจากกล้องถ่ายภาพความละเอียดสูงแล้ว realme 9 ยังพกพาความน่าสนใจมารอบด้าน เริ่มตั้งแต่ดีไซน์ตัวเครื่องแบบ Ripple Holographic Design ที่มีความสวยงามบางเฉียบเพียง 7.99 มิลลิเมตร, สีสันที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากทะเลทราย สามารถสะท้อนเล่นกับแสงได้คล้ายกับระลอกคลื่นของทะเลทราย, หน้าจอแสดงผล Super AMOLED แบบ 90Hz เที่ใช้งานได้อย่างลื่นไหล, แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000 mAh ที่มีระบบชาร์จไว 33W Dart Charge พร้อมเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอที่มีฟีเจอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในตัว

ด้านประสิทธิภาพการทำงานก็ถือว่ากำลังดี เพียงพอสำหรับการใช้งานทุกรูปแบบ ด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 680 ผสานกับหน่วยความจำ RAM ขนาดสูงสุด 8 GB และหน่วยความจำ ROM ขนาด 128 GB บนระบบปฏิบัติการ Android 12 ซึ่งครอบทับด้วย realme UI 3.0 ที่สดใหม่

และทั้งหมดนี้สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ในราคาเริ่มเพียง 7,999 บาท เท่านั้น (รุ่น RAM 8GB) เรียกว่าใครก็เอื้อมถึงได้ไม่ยาก สำหรับตัวเครื่องจริงของ realme 9 จะมีความสวยงามเพียงใด และจะมีฟีเจอร์อะไรที่น่าสนใจบ้าง เราไปติดตามรีวิวจากทีมงาน Thaimobilecenter กันได้เลยครับ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

realme 9 มาพร้อมกับกล่องผลิตภัณฑ์สีเหลืองอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมตัดขอบด้านล่างด้วยสีดำ โดยที่ด้านบนจะมีการประทับชื่อรุ่นเลข 9 ไว้อย่างเด่นชัด


พลิกมาดูที่ด้านหลังของกล่องผลิตภัณฑ์จะพบกับจุดเด่น 4 อย่างของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ได้แก่ กล้องหลัง AI Triple Camera ความละเอียดสูง 108 ล้านพิกเซล, ชิปเซ็ตประมวลผล Snapdragon 680, หน้าจอ 90Hz Super AMOLED และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000 mAh


ที่ด้านบนของกล่องผลิตภัณฑ์จะมีสติกเกอร์ที่บ่งบอกถึงสี และรุ่นความจุ โดย realme 9 ที่อยู่ในมือทีมงานวันนี้เป็นสีทอง Sunburst Gold ในรุ่น RAM 8GB + ROM 128GB



อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วยคู่มือการใช้งานแบบด่วน (Quick Guide), เข็มถอดถาดใส่ซิมการ์ด, เคสซิลิโคนแบบใส, สายเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และอแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่แบบ 33W Dart Charge ซึ่งรองรับการจ่ายไฟสูงสุดแบบ 11V/3A


realme 9 มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (2400x1080 พิกเซล) ที่มีค่าความหนาแน่นพิกเซลระดับ 408 PPI พร้อมพื้นที่ในการแสดงผลเมื่อเทียบกับตัวเครื่อง (Screen-to-Body Ratio) ระดับ 90.8% ครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5 พร้อมค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz เพื่อช่วยให้การแสดงผลเป็นไปอย่างลื่นไหล ไม่ว่าจะเป็นการท่องเว็บไซต์, การเล่นเกม หรือการเล่นโซเชียลมีเดีย และค่า Touch Sampling Rate ระดับ 360Hz ช่วยให้ทุกการสัมผัสสามารถตอบสนองได้อย่างฉับไว

นอกจากนี้ หน้าจอแสดงผลของ realme 9 ยังมาพร้อมกับค่าความสว่างสูงสุดระดับ 1000 nits ช่วยให้ใช้งานกลางแจ้งได้อย่างอย่างสะดวก รวมทั้งสามารถปรับค่าความสว่างได้อัตโนมัติทั้งหมด 10,240 ระดับ จึงช่วยให้ใช้งานในทุกสภาพแสงได้อย่างสบายตา


ที่ด้านบนของหน้าจอแสดงผลมาพร้อมกับกล้องหน้า AI Beauty Camera ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่ใช้เซนเซอร์รับภาพ Sony IMX471 พร้อมรูรับแสงขนาด f2.45 บนโครงสร้างแบบ 5 ชิ้นเลนส์ และถัดมาจะเป็นลำโพงเสียงสำหรับสนทนา


ที่ด้านล่างของหน้าจอแสดงผลมาพร้อมกับปุ่มควบคุมแบบสัมผัส ประกอบไปด้วย ปุ่ม Recent Apps สำหรับเรียกดูแอปพลิเคชันล่าสุดที่เปิดใช้งาน, ปุ่ม Home สำหรับย้อนกลับไปยังหน้าโฮมสกรีน และปุ่ม Back สำหรับย้อนกลับ

 

ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่องประกอบไปด้วยถาดใส่ซิมการ์ดแบบ 3-Card Slot (Triple Slot) ซึ่งสามารถใส่ซิมการ์ดแบบ Nano SIM ได้ทั้งหมด 2 ซิมการ์ด และสามารถใส่การ์ดหน่วยความจำเสริมแบบ microSD Card ได้พร้อมกัน ถัดลงมาเป็นปุ่มปรับระดับเสียง


ที่ด้านบนของตัวเครื่องติดตั้งไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวน

 


ที่ด้านขวาของตัวเครื่องมาพร้อมกับปุ่ม Power สำหรับล็อกหน้าจอแสดงผล หรือเปิด-ปิด การทำงานของตัวเครื่อง


ที่ด้านล่างของตัวเครื่องประกอบไปด้วย พอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และลำโพงเสียงตัวหลักของตัวเครื่อง


ฝาหลังของตัวเครื่อง realme 9 มาพร้อมกับดีไซน์แบบ Ripple Holographic ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแสงแดดจากทะเลทราย ซึ่งฝาหลังจะดูมีความพริ้วไหวราวกับมีชีวิต สามารถเปลี่ยนสี และสีท้อนแสงเงาได้คล้ายกับระลอกคลื่นของทะเลทราย โดยกว่าจะออกมาเป็นฝาหลังสวย ๆ แบบนี้ก็เรียกได้ว่าต้องผ่านกระบวนการผลิตอย่างปราณีตถึง 6 ชั้น ไม่ว่าจะเป็น การเคลือบ Plasma Atom และ UV-nano Imprinting Process เข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้พื้นผิวแบบ 3 มิติพร้อมเอฟเฟกต์แสงลูกฟูกแบบไดนามิค โดย realme 9 จะมีให้เลือกทั้งหมด 3 เฉดสี ได้แก่ สีทอง Sunburst Gold ที่ทุกท่านกำลังได้รับชมในบทความรีวิวฉบับนี้, สีขาว Stargaze White และสีดำ Meteor Black


นอกจากฝาหลังที่สวยงามดูพลิ้วไหวราวกับคลื่นบนทะเลทรายแล้ว realme 9 ยังมาพร้อมกับตัวเครื่องที่มีความบางเฉียบเพียง 7.99 มิลลิเมตร และ น้ำหนักเบาเพียง 178 กรัม ช่วยให้การถือใช้งานด้วยมือเดียวได้โดยที่ไม่รู้สึกเมื่อย หรือหนักแต่อย่างใด


ที่ด้านบนมาพร้อมกับกล้องหลัง 3 ตัวแบบ AI Triple Camera ซึ่งกล้องแต่ละตัวมีรายละเอียดดังนี้

- กล้อง ProLight (Wide) ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Samsung ISOCELL HM6 ขนาด 1/1.67 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.64 ไมครอน (หรือ 1.92 ไมครอน แบบ 9-in-1 Pixel Binning), รูรับแสงขนาด f1.75, มุมรับภาพ 83.63 องศา (ทางยาวโฟกัส 26 มิลลิเมตร), ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ Dual Pixel PDAF และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Super Wide (Ultra Wide) ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/4 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.2, มุมรับภาพ 120 องศา และโครงสร้างแบบ 5 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4, ระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร, มุมรับภาพ 88.8 องศา และโครงสร้างแบบ 3 ชิ้นเลนส์

รวมทั้งมีไฟแฟลชในตัว (LED Flash), เทคโนโลยี Nanopixel Plus, เทคนิคการรวมพิกเซลแบบ 9-in-1 Pixel Binning, ระบบซูมแบบ 3x In-Sensor Ultra Zoom, โหมด Street Photo Mode 2.0 และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 1080P FHD (30 fps)


กล้องถ่ายภาพของ realme 9 ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะครั้งนี้มาพร้อมกับกล้องหลังตัวหลัก 108MP ProLight ที่ใช้เซนเซอร์รับภาพ Samsung ISOCELL HM6 รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งมาพร้อมกับจุดเด่นทั้งหมด 3 อย่าง ได้แก่


1. Nonapixel Plus Technology
เทคโนโลยีรวม 9 พิกเซลเข้าด้วยกันให้เป็นพิกเซลใหญ่ ช่วยให้กล้องมีความไวต่อแสงมากยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกับอัลกอริทึมที่สามารถปรับ ISO ให้เหมาะสมกับสภาพแสงได้อย่างอัจฉริยะแล้ว ทำให้ภาพถ่ายกลางคืนจาก realme 9 จะมีความสว่างคมชัดมากขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง

2. โฟกัสแม่นยำขึ้น 9 เท่า
เซ็ยนเซอร์ Samsung ISOCELL HM6 มาพร้อมกับระบบโฟกัสแบบ PDAF ที่สามารถตรวจจับจุดโฟกัสบนพิกเซลได้ครอบคลุม 100% และมีความแม่นยำในการโฟกัสที่ดีขึ้นกว่าเซ็นเซอร์รับภาพ 108 ล้านพิกเซลอย่าง HM2 ที่ใช้ในมือถือรุ่นก่อน ๆ ถึง 9 เท่า ซึ่งจะส่งผลให้ลดอัตราการเบลอของการถ่ายภาพต่าง ๆ และยังช่วยให้ถ่ายภาพได้อย่างง่ายมากขึ้นด้วย

3. 3x In-Sensor Ultra Zoom
แม้ว่า realme 9 จะไม่มีกล้องเลนส์ซูมแบบ Telephoto แต่ก็ทดแทนด้วยเทคโนโลยีการซูมแบบพิเศษที่ทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์รับภาพ Samsung ISOCELL HM6 ที่จะช่วยให้ผู้ถ่ายสามารถเข้าใกล้รายละเอียดต่าง ๆ บนภาพได้มากขึ้น สามารถจัดองค์ประกอบภาพได้หลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม


เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่าง ๆ

realme 9 มาพร้อมกับระบปฏิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย realme UI 3.0 เวอร์ชันใหม่ล่าสุด


หน้าโฮมสกรีนของ realme 9 มีการจัดเรียงไอคอนของแอปพลิเคชันทั้งหมดในตัวเครื่อง เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปิดใช้งานได้อย่างสะดวก


เมื่อปัดไปที่ด้านซ้ายของหน้าจอจะพบกับ Google Discover ซึ่งเป็นหน้าที่รวบรวมข้อมูลข่าวสารอัปเดตล่าสุดส่งตรงให้กับผู้ใช้


เมื่อปัดนิ้วจากบนลงล่างจะพบกับแถบ Functions สำหรับรวบรวมคีย์ลัดสำหรับการตั้งค่าแบบเร่งด่วน โดยผู้ใช้สามารถปรับแต่งตำแหน่งการจัดเรียงไอคอนได้ด้วยตนเอง


ในส่วนของแอปพลิเคชันที่ติดตั้งมาให้กับ realme 9 ประกอบไปด้วย แอปพลิเคชันพื้นฐานจาก Google, แอปพลิเคชันเครื่องมือพื้นฐานของสมาร์ทโฟน และแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, TikTok และ Twitter


มาพร้อมกับแอปพลิเคชัน Soloop Cut ที่ช่วยให้การตัดต่อเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้วด้วยฟีเจอร์ AI Cut ที่เพียงผู้ใช้เลือกรูป และวิดีโอ ระบบก็จะทำการตัดต่อ พร้อมใส่เอฟเฟกต์ เสียงเพลง และ Transition ให้อย่างสวยงามแบบอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมี Template ให้ผู้ใช้เลือกใช้งานอย่างหลากหลาย


สามารถปรับเปลี่ยนวอลเปเปอร์, รูปแบบ Always-On Display, ธีม, ไอคอน, สีของธีมตัวเครื่อง, ขนาดตัวอักษร, แอนิเมชันการสแกนลายนิ้วมือ และสีสันของการแจ้งเตือนแบบ Edge lighting


รองรับการใช้งานร่วมกับ Dark Mode สำหรับปรับธีมการแสดงผลให้อยู่ในโทนสีดำ เพื่อช่วยให้ใช้งานได้อย่างสบายตา และประหยัดการใช้พลังงานมากยิ่งขึ้น


สามารถปรับค่า Refresh Rate ได้ทั้งหมด 3 ระดับ ได้แก่ Auto Select สำหรับปรับค่า Refresh Rate ให้เหมาะสมแบบอัตโนมัติ, High สำหรับปรับค่า Refresh Rate อยู่ในระดับสูงเพื่อช่วยให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหล และ Standard สำหรับปรับค่า Refresh Rate ระดับ 60Hz เพื่อประหยัดการใช้พลังงาน


มาพร้อมกับระบบเสียงแบบ Real Sound Technology ซึ่งสามารถปรับการเล่นเสียงได้ทั้งหมด 4 รูปแบบ ได้แก่ Smart สำหรับปรับเสียงให้เหมาะสมกับคอนเทนต์แบบอัตโนมัติ, Movie สำหรับปรับการเล่นเสียงให้เหมาะกับการรับชมภาพยนตร์, Game สำหรับปรับการเล่นเสียงให้เหมาะกับการเล่นเกม และ Music สำหรับปรับการเล่นเสียงให้เหมาะสมกับเสียงเพลง


มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 5000mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็ว 33W Dart Charge พร้อมฟีเจอร์ Power saving mode และ Super power saving mode สำหรับช่วยประหยัดการใช้พลังงานแบเตตอรี่


มาดูที่ฟีเจอร์พิเศษกันบ้าง realme 9 มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่าง Flexible windows ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปิดใช้งานแอปพลิเคชันแบบหน้าต่างลอย และสามารถย่อขยายหน้าต่างแอปพลิเคชันได้อย่างอิสระ


Quick Launch ฟีเจอร์สำหรับเปิดใช้งานแอปพลิเคชันที่ตั้งค่าไว้แบบเร่งด่วนเพียงสแกนลายนิ้วมือจาก หน้าล็อกสกรีน


Smart Sidebar สำหรับเข้า ถึงคีย์ลัด และแอปพลิเคชันเพียงลากแถบจากขอบด้านข้างตัวเครื่อง


ในส่วนของความปลอดภัย รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ และระบบสแกนใบหน้าแบบ 2 มิติ


มาพร้อมกับ App Lock สำหรับล็อกแอปพลิเคชันที่ต้องการ จะต้องใส่รหัสผ่าน หรือลงทะเบียนยืนยันตัวตนผ่านระบบ Biometrics ก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้


ความพิเศษของระบบสแกนลายนิ้วมือของ realme 9 ก็คือ สามารถตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้เพียงแค่นำนิ้วมือไปวางไว้บนไอคอนที่ปรากฏ เท่านั้น (สามารถเปิดใช้งานได้ที่ realme Lab > Heart rate measurement) โดยการวัดอัตราการเต้นหัวใจแต่ละครั้ง จะใช้เวลาประมาณ 15 วินาที ซึ่งหลังจากที่วัดค่าเสร็จเรียบร้อย ผู้ใช้สามารถบันทึกกิจกรรม หรือความรู้สึกที่เกิดขึ้น ระหว่างการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ เพื่อนำมาตรวจสอบข้อมูลแบบย้อนหลังได้อย่างสะดวก


มาดูที่ประสิทธิภาพการทำงานกันบ้าง realme 9 ขับเคลื่อนการทำงานด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 680 ที่ผลิตด้วยสถาปัตยกรรมระดับ 6 นาโนเมตร ทำงานคู่กับหน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X Dual-Channel ขนาด 8GB พร้อมหน่วยความจำภายในแบบ UFS 2.2


ทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลโดยรวมด้วย แอปพลิเคชัน AnTuTu พบว่า สามารถทำคะแนนได้ทั้งหมด 276,921 คะแนน


ทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลของหน่วยประมวล ผลกลาง (CPU) ด้วยแอปพลิเคชัน Geekbench 5 พบว่า สามารถทำคะแนนการประมวลผลแบบแกนเดี่ยว (Single-Core) ได้ทั้งหมด 378 คะแนน และสามารถทำคะแนนการประมวลผลแบบหลายแกน (Multi-Core) ได้ ทั้งหมด 1,549 คะแนน


ทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลของหน่วยประมวล ผลกราฟิก (GPU) ด้วยแอปพลิเคชัน 3D Mark ในด่าน Wild Life พบว่า สามารถทำคะแนนได้ทั้งหมด 447 คะแนน




เมื่อลองนำไปเล่นเกมยอดนิยมอย่าง Free Fire Max ก็พบว่า realme 9 สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหล ไม่มีอาการกระตุก หรือหน่วงให้พบเจอ รวมทั้งยังสามารถตอบสนองต่อการสัมผัสได้อย่างฉับไวด้วยค่า Touch Sampling Rate ระดับสูง 360Hz อย่างไรก็ดี หากเป็นเกมที่บริโภคทรัพยากรระดับสูงอย่าง Seven Knight 2 พบว่า จะเริ่มมีอาการหน่วงให้เห็นบ้างหากปรับกราฟิกในระดับสูง โดยแนะนำให้ปรับกราฟิกอยู่ในระดับเริ่มต้น ก็จะสามารถเล่นได้ค่อนข้างลื่นไหลครับ



ทดสอบการจับสัญญาณ GPS ในที่โล่งแจ้ง พบว่ามีค่าความแม่นยำ +- ไม่เกิน 3 เมตร ซึ่งถือว่ามีประสิทธิภาพดีตามมาตรฐาน ด้วยการรองรับระบบดาวเทียมชั้นนำของโลกครบถ้วน ทั้ง GPS+A-GPS, Glonass, Galileo และ BeiDou


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ


มาดูที่การถ่ายภาพกันบ้าง สำหรับอินเทอร์เฟสกล้องของ realme 9 มาพร้อมกับการจัดวาง Layout ที่ช่วยให้ใช้งานได้อย่างสะดวก โดยที่ด้านบนผู้ใช้สามารถเปิด-ปิดการตั้งค่าต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น ไฟแฟลช, HDR, AI Scene Enhancement และสัดส่วนของภาพถ่าย


ที่ด้านล่างสามารถปรับระยะของกล้องถ่ายภาพ ด้วยการแตะที่ไอคอนรูปต้นไม้ รวมทั้งยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Retouch เพื่อช่วยปรับแต่งใบหน้าของผู้ถูกถ่ายให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ


มาพร้อมกับโหมด Portrait สำหรับถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้อย่างเป็นธรรมชาติ และสามารถปรับระดับการเบลอของฉากหลังแบบจำลองค่ารูรับแสงได้ตั้งแต่ F0.95 - F16


มาพร้อมกับโหมด Street Photography 2.0 ท่ีจะช่วยให้การถ่ายภาพเป็นเรื่องที่สนุกมากยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมกับฟิลเตอร์ 90s pop ที่ช่วยปรับโทนสีของ ภาพถ่ายให้มีกลิ่นอายคล้ายกับยุค 90s พร้อมฟีเจอร์ Peak&Zoom ที่ช่วยให้การซูมภาพ และการซูมภาพเป็นเรื่องง่าย เพียงกดปุ่มชัตเตอร์ค้างไว้ และเลื่อนไปยังตำแหน่งต่าง ๆ


โหมด Night สำหรับถ่ายภาพกลางคืนให้มีความคมชัดโดยที่ไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง สามารถใช้ได้กับกล้องทุกเลนส์


โหมด 108MP สำหรับถ่ายภาพเต็มความละเอียด 108 ล้านพิกเซล ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการถ่ายภาพขนาดใหญ่เพื่อนำไปคร็อปภาพเฉพาะส่วนที่ต้องการ


รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดระดับ 1080P (Full HD) ที่ระดับ 30FPS



ในส่วนของกล้องหน้าเซลฟี่ ผู้สามารถเปิด-ปิด การตั้งค่าต่าง ๆ ได้คล้ายกับกล้องหลัง เริ่มตั้งแต่ การเปิดใช้งานแฟลชจากหน้าจอ, การเปิดใช้งาน HDR, การตั้งเวลาถ่ายภาพ และการตั้งสัดส่วนของภาพถ่าย


สามารถปรับแต่งส่วนต่าง ๆ ของใบหน้าได้อย่างสวยงามเป็นธรรมชาติ


มาพร้อมกับโหมด Portrait สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอ พร้อมเบลอฉากหลังแบบจำลองค่ารูรับแสงได้ตั้งแต่ F0.95 - F16


โหมด Night สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่ในที่แสงน้อยได้อย่างคมชัด


รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 1080P (Full HD) ที่ความเร็ว 30fps


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ความละเอียดระดับ 108+8+2 ล้านพิกเซล ของ realme 9









ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดปกติ

 




ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง Super Wide





ตัวอย่างภาพถ่ายแบบ Ultra Macro

 






ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Night






ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Portrait

 





ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Street Photography 2.0 พร้อมเปิดฟิลเตอร์ 90s Pop


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า ความละเอียด 16 ล้านพิกเซลของ realme 9



ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดปกติ




ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดปกติพร้อมเปิดฟีเจอร์ Retouch




ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Portrait พร้อมเปิดฟังก์ชัน Retouch


สรุปผลการทดสอบของ realme 9

จากที่มีโอกาสได้ใช้งาน realme 9 มาพักใหญ่ ก็พบว่านี่คืออีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจในงบหลักพัน ที่ครั้งนี้มาพร้อมกับจุดเด่นด้านการถ่ายภาพความละเอียดสูงระดับ 108 ล้านพิกเซล ที่ใช้เซนเซอร์รับภาพ Samsung ISOCELL HM6 รุ่นใหม่ล่าสุด ทำให้ถ่ายภาพได้อย่างคมชัดในทุกช็อต นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับโหมดการถ่ายภาพที่ตอบโจทย์การบันทึกความประทับใจในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็น Street Photography 2.0 ที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการตั้งค่าต่าง ๆ ของกล้องถ่ายภาพได้ด้วยตนเอง รวมทั้งยังมีฟิลเตอร์ให้เลือกใช้งานอย่างหลากหลายโดยเฉพาะ 90s Pop ที่ปรับเปลี่ยนโทนสีให้มีความคลาสสิกราวกับยุค 90s พร้อม Night Mode สำหรับถ่ายภาพกลางคืนให้มีความสว่างคมชัดเพียงปลายนิ้ว

นอกเหนือจากกล้องถ่ายภาพที่สวยงามแล้ว ดีไซน์ตัวเครื่องก็มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ โดยมาพร้อมกับฝาหลังแบบ Ripple Holographic Design ที่ได้รับแรงบันดาลใจของสีสันมาจากแสงแดดจากทะเลทราย สามารถสะท้อนเปลี่ยนแสง และเงาได้คล้ายกับระลอกคลื่นของทะเลทราย รวมทั้งตัวเครื่องยังมีความบางเฉียบเพียง 7.99 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบาเพียง 178 กรัม ช่วยให้จับถือใช้งานได้อย่างสะดวก และถนัดมือมากยิ่งขึ้น


ทางด้านคุณสมบัติด้านการใช้งานก็ถือว่าครบเครื่อง เริ่มตั้งแต่ หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ที่มีค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz ที่ช่วยให้แสดงผลได้อย่างลื่นไหลเนียนตา พร้อมค่า Touch Sampling Rate ระดับ 360Hz ที่สามารถตอบสนองต่อการสัมผัสได้อย่างฉับไว พร้อมค่าความสว่างสูงสุดระดับ 1,000 nits และระบบปรับค่าความสว่างแบบอัตโนมัติได้อย่างละเอียดถึง 10,240 ระดับ โดยภายในขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 680 ที่ผลิตด้วยสถาปัตยกรรมระดับ 6 นาโนเมตร ผสานหน่วยความจำ RAM ขนาดสูงสุด 8 GB พร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000 mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็วแบบ 33W Dart Charge ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้เต็ม 100% ได้ในเวลา 75 นาที

 

สำหรับท่านในที่สนใจ realme 9 เครื่องนี้ ก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แล้วในราคาเบา ๆ เริ่มต้นเพียง 7,999 บาท สำหรับรุ่น RAM 6GB+ROM 128GB หรือ 8,999 บาท สำหรับรุ่น RAM 8GB+ROM 128GB 

 

นอกจากนี้ยังมีโปรโมชัน Online Exclusive สำหรับท่านที่ Pre-Order ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ Shopee, Lazada และ JD Central ระหว่างวันที่ 5-15 พฤษภาคม 2565 สามารถซื้อ realme 9 รุ่น RAM 6GB+ROM 128GB ได้ในราคาพิเศษที่ 7,499 บาท (จากปกติ 7,999 บาท) พร้อมรับฟรีลำโพง realme Bluetooth Speaker 3W, ร่ม realme Umbrella และ realme Gift Box รวมมูลค่า 1,798 บาท

 

รวมทั้งมีโปรโมชัน Online Exclusive สำหรับท่านที่สั่งซื้อ realme 9 รุ่น RAM 8GB+ROM 128GB ผ่านช่องทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป สามารถซื้อได้ในราคาพิเศษที่ 8,799 บาท (จากปกติ 8,999 บาท) พร้อมรับฟรีลำโพง realme Bluetooth Speaker 3W มูลค่า 499 บาท

โดย realme 9 รุ่น RAM 8GB+ROM 128GB จะเริ่มวางจำหน่ายแบบออฟไลน์ ณ ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป พร้อมรับฟรี realmeow Gift Box มูลค่า 1,299 บาท

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง realme ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง realme 9 มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ


จุดเด่นของ realme 9

- ฝาหลังแบบ Ripple Holographic Design ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีสัน และระลอกคลื่นของทะเลทราย พร้อมกระบวนการเคลือบผิวสัมผัสแบบ 6 ชั้น
- พื้นผิวแบบ Dynamic 3D Ripple Texture ผสานเทคโนโลยีการเคลือบผิวแบบ Plasma Atom-Coating และกระบวนการ UV-Nano Imprinting
- ตัวเครื่องมีความบางเพียง 7.99 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 178 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED 90Hz Ultra Smooth Disply Display ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (2400x1080 พิกเซล : 409 ppi) พร้อมอัตราส่วนแบบ 20:9, สัดส่วนจอแสดงผลกับตัวเครื่องที่ 90.8%, ค่า Refresh Rate ระดับสูงสุดที่ 90Hz, ค่า Touch Sampling Rate ระดับ 360Hz, ความสว่างสูงสุด 1000 nits และครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5
- ระบบปรับความสว่างหน้าจอแสดงผลอัตโนมัติ 10,240 ระดับ
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint Sensor) พร้อม Heart Rate Monitor และระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 680 ที่ผลิตด้วยสถาปัตยกรรมระดับ 6 นาโนเมตร
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 610
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X Dual-Channel ขนาด 8GB พร้อมเทคโนโลยี Dynamic RAM Expansion ในการเพิ่ม RAM เสมือน (Virtual RAM) จากหน่วยความจำภายใน (ROM) ได้สูงสุด 5GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) แบบ UFS 2.2 ขนาด 128GB
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 33W Dart Charge ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ 50% ในเวลา 31 นาที และสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้เต็ม 100% ในเวลา 75 นาที
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 12 พร้อมครอบทับด้วย realme UI 3.0

กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ประกอบด้วย

- กล้อง ProLight (Wide) ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Samsung ISOCELL HM6 ขนาด 1/1.67 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.64 ไมครอน (หรือ 1.92 ไมครอน แบบ 9-in-1 Pixel Binning), รูรับแสงขนาด f1.75, มุมรับภาพ 83.63 องศา (ทางยาวโฟกัส 26 มิลลิเมตร), ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ Dual Pixel PDAF และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Super Wide (Ultra Wide) ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/4 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.2, มุมรับภาพ 120 องศา และโครงสร้างแบบ 5 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4, ระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร, มุมรับภาพ 88.8 องศา และโครงสร้างแบบ 3 ชิ้นเลนส์

รวมทั้งมีไฟแฟลชในตัว (LED Flash) เทคโนโลยี Nanopixel Plus, เทคนิคการรวมพิกเซลแบบ 9-in-1 Pixel Binning, ระบบซูมแบบ 3x In-Sensor Ultra Zoom, โหมด Street Photo Mode 2.0 และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 1080P FHD (30 fps)

กล้องดิจิทัลด้านหน้าฝังบนจอ (AI Beauty Selfie) ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/3.09 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน, รูรับแสงขนาด 2.45 และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงุดระดับ 1080P FHD (30 fps)

- ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ Wi-Fi, 4G LTE, 3G WCDMA และ 2G EDGE/GPRS
- รองรับการใช้งานระบบซิมคู่ (3-Card Slot : Nano SIM + Nano SIM + microSD Card)
- ระบุตำแหน่ง และนำทางด้วยระบบดาวเทียม GPS+A-GPS, Glonass, Galileo และ BeiDou
- เชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.1
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- พอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- ฟังก์ชัน App Lock และ Private Safe เพื่อความเป็นส่วนตัว
- ฟังก์ชัน Quick Launch สำหรับเข้าถึงแอปพลิเคชันที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วเมื่อสแกนลายนิ้วมือจากหน้าล็อกสกรีน
- ฟังก์ชัน Smart Sidebar สำหรับเข้าถึงแอปพลิเคชัน และคีย์ลัดเพียงลากแถบจากขอบหน้าจอ
- ฟังก์ชัน Dark Mode สำหรับการเปลี่ยนพื้นหลังแอปพลิเคชันต่าง ๆ ให้เป็นสีดำ
- ฟังก์ชัน Split Screen สำหรับใช้งานพร้อมกัน 2 หน้าจอ
- ฟีเจอร์ Multi-Screen Interaction สำหรับแชร์หน้าจอจากสมาร์ทโฟนไปแสดงผลที่หน้าจอทีวี หรือจอมอนิเตอร์อื่นๆ โดยไม่ต้องใช้สาย
- ราคาเริ่มต้นที่ 7,999 บาท ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณสมบัติโดยรวม

 

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ realme 9

- ไม่รองรับการใช้งานร่วมกับเครือข่าย 5G
- ตัวเครื่องไม่มีคุณสมบัติของการป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่น
- ไม่มีกล้องเลนส์ซูมไกลแบบ Telephoto แต่ทดแทนด้วยเทคโนโลยี 3x In-Sensor Ultra Zoom เพื่อช่วยซูมภาพระยะไกลจากเซ็นเซอร์ความละเอียดสูง
- กล้องไม่มีระบบป้องกันการสั่นในเชิงฮาร์ดแวร์ เช่น OIS หรือแบบอื่น ๆ
- ลำโพงเสียงเป็นแบบเดี่ยว

 

สรุปคุณสมบัติเครื่อง

ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ realme 9 ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ realme 9

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางผู้ผลิต เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *


วันที่ : 03/05/2022