รีวิว OPPO Find X9 Pro สมาร์ตโฟนแฟลกชิป กล้อง 200MP Hasselblad Telephoto ซูมไกลสุด 120x Super Zoom เอาอยู่ทุกคอนเสิร์ต เก็บครบทุกโมเมนต์ และ OPPO Enco X3s หูฟังไร้สายพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน เสียงใสคมชัดด้วย Dynaudio

ทุกครั้งที่ OPPO เปิดตัวมือถือรุ่นเรือธง สิ่งที่หลาย ๆ คนรอคอยก็คือ เรื่องของกล้องถ่ายภาพ ซึ่งการกลับมาของ OPPO Find X Series ในปีนี้อย่าง OPPO Find X9 และ Find X9 Pro ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะรุ่นนี้ถือว่า เป็นการอัปเลเวลการถ่ายภาพบนสมาร์ตโฟนเลยก็ว่าได้ ซึ่งทาง OPPO ประเทศไทย ไม่ปล่อยให้สาวกของ Find X Series รอนาน เพราะหลังจากจัดงานเปิดตัวที่ประเทศจีนไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา ก็พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ประเทศไทยในวันนี้ (29 ตุลาคม 2025) ทันที และตอนนี้ OPPO Find X9 Pro ก็มาอยู่ในมือของทีมงาน Thaimobilecenter เรียบร้อยแล้ว
ฟีเจอร์ที่ถือว่าเป็นจุดขายของ OPPO Find X9 Pro ก็คือ กล้อง Hasselblad Telephoto ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล ที่ทาง OPPO จับมือกับ Hasselblad แบรนด์กล้องระดับตำนาน พัฒนาเซนเซอร์นี้ขึ้นมา และถือว่าเป็นความละเอียดสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนสมาร์ตโฟน OPPO นอกจากนี้ อัลกอริทึม Super Resolution ของ OPPO ยังช่วยเพิ่มความคมชัดเมื่อซูมไกลขึ้น อีกทั้งยังมี Stage Mode ตอบโจทย์ทุกคอนเสิร์ต รวมทั้งยังมากับฟีเจอร์ซูมไกลพิเศษ 120x Super Zoom ที่รองรับทั้งการถ่ายภาพ และวิดีโออีกด้วย
ด้านประสิทธิภาพ รุ่นนี้มาพร้อมกับชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9500 จับคู่กับ RAM 16GB + ROM 512GB พร้อมแบตเตอรี่ขนาดความจุมากถึง 7500 mAh (รุ่น OPPO Find X9 มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 7025 mAh) และระบบปฏิบัติการ ColorOS 16 ที่ติดตั้งระบบ AI อัจฉริยะซึ่งช่วยยกระดับทั้งการแต่งภาพ และประสิทธิภาพการทำงาน บนดีไซน์ใหม่แบบ Unibody Glass ที่บางเพียง 7.99 มิลลิเมตร อีกทั้งยังกันน้ำ และกันฝุ่นด้วยมาตรฐาน IP68 และ IP69 อีกด้วย
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาดูกันว่า OPPO Find X9 Pro รุ่นนี้ จะซูมไกลสมชื่อสโลแกน "ซูมดีทุกคอนเสิร์ต" หรือไม่ และจุดเด่นในด้านอื่น ๆ จะมีอะไรอีกบ้าง มารับชมไปพร้อม ๆ กันกับ รีวิว OPPO Find X9 Pro โดยทีมงาน Thaimobilecenter.com ครับ
แกะกล่อง OPPO Find X9 Pro




สำหรับกล่องแพ็กเกจของ OPPO Find X9 Pro มีการระบุชื่อรุ่น และตัวเลข 9 รวมถึงโลโก้ Hasselblad ที่ด้านหน้ากล่องไว้อย่างชัดเจน ซึ่งอุปกรณ์ภายในกล่องประกอบด้วย
- ตัวเครื่อง OPPO Find X9 Pro สีขาว
- อะแดปเตอร์ชาร์จไว 80W SUPERVOOC
- สายชาร์จ USB-A to USB-C
- เข็มจิ้มถาดใส่ซิมการ์ด
- เคสซิลิโคนสีขาว
- เอกสารต่าง ๆ และคู่มือการใช้งาน
ดีไซน์กล้องใหม่แบบไร้รอยต่อ ตัวเครื่องบางลง พร้อมจอหรี่ได้ต่ำสุด 1 nit

สำหรับดีไซน์ของ OPPO Find X9 Pro เรียกได้ว่า พลิกโฉมจาก Find X8 Pro อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะดีไซน์ของโมดูลกล้องหลัง ซึ่งเปลี่ยนจากดีไซน์วงกลมขนาดใหญ่ มาเป็นดีไซน์ทรงเหลี่ยม พร้อมฝาหลังแบบ Unibody Glass ผลิตจากกระจกชิ้นเดียว ไร้รอยต่อ เชื่อมเลนส์ และบอดี้เข้าด้วยกันอย่างเนียนตา โดย OPPO Find X9 Pro สีที่วางจำหน่ายในไทย มีให้เลือก 2 สีคือ สีขาว Silk White (รุ่นที่กำลังรีวิว) และ สีเทา Titanium Charcoal

หน้าจอมีขนาดอยู่ที่ 6.78 นิ้ว ความละเอียด 2772x1272 พิกเซล พร้อมขอบจอบางเฉียบเพียง 1.15 มิลลิเมตร เท่ากันทุกด้าน บางที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนสมาร์ตโฟน OPPO ส่วนตัวเครื่องบางเพียง 8.25 มิลลิเมตร น้ำหนัก 224 กรัม นอกจากนี้ OPPO Find X9 Pro ยังเป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟน Android เพียงไม่กี่รุ่นที่สามารถหรี่แสงหน้าจอลงเหลือเพียง 1 nit อีกด้วย

นอกจากนี้ หน้าจอของ OPPO Find X9 Pro ยังได้รับการเสริมประสิทธิภาพด้วยการหรี่แสง PWM ความถี่สูง 2160Hz ช่วยลดอาการตาพร่ามัว และบรรเทาอาการปวดตา ทำให้ใช้งานในเวลากลางคืนได้สบายตาขึ้น
ปุ่ม Snap Key ปรับแต่งได้ตามความชอบ

ด้านซ้ายของตัวเครื่อง มีการเพิ่มปุ่มใหม่เข้ามา นั่นก็คือ Snap Key ซึ่งปุ่มนี้ผู้ใช้สามารถเลือกปรับแต่งการใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น การสลับโปรไฟล์เสียง, การเปิด-ปิดไฟฉาย, การเปิดใช้งานเครื่องบันทึกเสียง, เปิดใช้งานฟีเจอร์แปลภาษา รวมถึงการจับภาพหน้าจอ
สำหรับค่าเริ่มต้นของปุ่ม Snap Key จะเชื่อมโยงกับฟีเจอร์ AI Mind Space บน ColorOS 16 นั่นก็คือ กดแตะเพื่อจับภาพหน้าจอ, กดค้างเพื่อบันทึกเสียง และกด 2 ครั้งเพื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์ Mind Space
ปุ่ม Quick Button ถ่ายทันทุกช็อต ไม่พลาดทุกช่วงเวลาสำคัญ

ด้านขวาของตัวเครื่อง OPPO Find X9 Pro จะมาพร้อมปุ่ม Quick Button รุ่นปรับปรุงใหม่ แม่นยำขึ้น และสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวด้วยการปัดเพียง 0.3 มิลลิเมตร
สิ่งที่ปุ่ม Quick Button ทำได้ก็คือ แตะ 2 ครั้งเพื่อเปิดกล้อง, กดเพื่อถ่ายภาพ หรือกดค้างเพื่อถ่ายภาพต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังสามารถปัดปุ่มเพื่อซูมเข้า หรือออก เมื่อถือ OPPO Find X9 Pro ในแนวนอนอีกด้วย
กล้อง Hasselblad Telephoto ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล ซูมไกล 120 เท่า

อย่างที่เกริ่นไว้ในตอนต้นว่า OPPO Find X9 Pro มีจุดขายในเรื่องของกล้องถ่ายภาพ ซึ่งมาพร้อมกับระบบกล้อง Hasselblad Master ที่พัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด ที่ประกอบด้วย กล้องหลัก Ultra XDR ใหม่ล่าสุด ที่สามารถถ่ายทอดช่วงไดนามิกได้เทียบเท่าเซนเซอร์ขนาด 1 นิ้ว อีกทั้งยังมีกล้อง 200MP Hasselblad Telephoto สำหรับการถ่ายภาพซูม มีระยะเลนส์ให้ใช้ครบทุกช่วง และเพิ่มความเหนือชั้นด้วยระบบ AI ที่เข้ามาช่วยในทุกขั้นตอนของการถ่ายภาพ
สำหรับสเปกกล้องของ OPPO Find X9 Pro มีรายละเอียดดังนี้
OPPO Find X9 Pro มาพร้อมกล้องด้านหลัง 4 ตัว ประกอบด้วย
- กล้องหลัก (Main) ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony LYT-828 ขนาด 1/1.28 นิ้ว, ทางยาวโฟกัส 23 มิลลิเมตร, รูรับแสง f/1.5 และระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS
- กล้อง Hasselblad Telephoto ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Samsung ISOCELL HP5 ขนาด 1/1.56 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/2.1, ระบบเลนส์ Periscope ทางยาวโฟกัส 70 มิลลิเมตร และระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS
- กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Samsung ISOCELL JN5 ขนาด 1/2.75 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/2.0, ทางยาวโฟกัส 15 มิลลิเมตร และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง True Color ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.4 และทางยาวโฟกัส 21 มิลลิเมตร
สำหรับส่วนประกอบทุกชิ้น ตั้งแต่การออกแบบเลนส์ ไปจนถึงการปรับเทียบเซนเซอร์ ทาง OPPO ได้ออกแบบร่วมกับแบรนด์ Hasselblad ซึ่งเซนเซอร์ความละเอียด 200 ล้านพิกเซลบนกล้อง Hasselblad Telephoto นั้น ถือว่าเป็นความละเอียดสูงสุดเท่าที่เคยมีมาบนสมาร์ตโฟน OPPO ข้อดีก็คือ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรับแสง จึงสามารถเก็บรายละเอียด และความสว่างได้มากขึ้น แม้จะถ่ายในที่แสงน้อย
การถ่ายภาพในบางสถานการณ์ เช่น การถ่ายช่วงโทนแสงอุ่น หรือแสงน้อยในตอนกลางคืน สมาร์ตโฟนส่วนใหญ่มักจะประสบปัญหาในการแสดงสีสันอย่างแม่นยำ แต่ไม่เป็นปัญหาบน OPPO Find X9 Pro เพราะเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกในอุตสาหกรรมที่มีกล้อง True Color โดยมีเซนเซอร์สเปกตรัม 8 ช่องสัญญาณ ขนาด 2 ล้านพิกเซล วัดความแปรผันของอุณหภูมิสีในโซนต่าง ๆ อย่างแม่นยำ ส่งผลทำให้ได้ภาพที่มีสีสันที่สมจริง และแม่นยำมากขึ้นนั่นเอง


นอกจากนี้ กล้อง Hasselblad Telephoto ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล ยังสามารถเปลี่ยนเป็นเลนส์มาโครได้ด้วยเช่นกัน กับการออกแบบระบบโฟกัสซึ่งเป็น ระบบโฟกัสลอยตัว (Floating Focus Design) ทำให้โฟกัสภาพได้ใกล้สุดที่ระยะ 10 เซนติเมตรเท่านั้น
คมชัดมากขึ้นด้วยกล้อง 200MP Hasselblad Telephoto

เพื่อดึงศักยภาพในการใช้งานกล้อง Hasselblad Telephoto อย่างเต็มที่ สามารถเปิดใช้งานโหมด Hasselblad Hi-Res ได้ แล้วเลือก 200MP ที่ด้านบนของหน้าจอ ซึ่งในโหมดนี้ ภาพถ่ายที่ได้จะมีความละเอียดระดับ 16K และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวในสภาพแวดล้อมที่มีแสงสว่างพอเพียงด้วย
ซูมชัดขึ้น ไกลสุด 120 เท่า




ในด้านการซูมนั้น OPPO Find X9 Pro รองรับการซูมได้หลายระยะ ได้แก่ 1x, 2x, 3x, 6x, 10x, 30x, 60x สูงสุด 120x โดยรองรับการซูมโดยไม่สูญเสียรายละเอียดสูงสุดที่ระยะ 13.2x นอกจากนี้ ยังมาพร้อม Stage Mode โหมดที่ออกแบบมาเพื่อถ่ายคอนเสิร์ตโดยเฉพาะ ซึ่งระบบจะปรับแสงและสีอัตโนมัติให้เห็นศิลปินชัดแม้อยู่ในสภาพแสงคอนทราสต์จัด ๆ หรือมีไฟแฟลชสลับแรง ๆ โดยโหมดนี้รองรับทั้งการถ่ายภาพ และวิดีโอ อีกทั้งชุดไมโครโฟน 4 ตัวบน OPPO Find X9 Pro ยังสามารถเปิดโหมดโฟกัสเสียงระหว่างการแสดงคอนเสิร์ตเพื่อเน้นเสียงของนักร้อง หรือคนบนเวที ในขณะที่เสียงรบกวนรอบข้างจะถูกปรับลดลง เรียกได้ว่านี่คือโหมดที่สายคอนเสิร์ตต้องลอง
และอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่สายวิดีโอจะต้องชอบคือ การถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K 120fps ที่ให้ภาพลื่นไหล และคมกริบในทุกเฟรม จะถ่ายสโลว์โมชัน หรือคอนเทนต์แนวภาพยนตร์ก็ทำได้สบาย
ประมวลผลภาพขั้นสูงด้วย LUMO Imaging Engine

ในด้านการประมวลผลภาพ OPPO มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า LUMO Imaging Engine ซึ่งเป็นชุดซอฟต์แวร์ของระบบถ่ายภาพ ด้วยการประมวลผลขั้นสูงที่จะช่วยในเรื่องของการปรับปรุงคุณภาพของภาพถ่าย ไม่ว่าจะเป็นความชัดเจน, ช่วงไดนามิก และลดการเกิด Noise บนภาพ แต่ยังคงรักษาโทนสีที่สมจริง และเป็นธรรมชาติเอาไว้ได้
โดย LUMO Imaging Engine จะเป็นการประมวลผลแบบคู่ขนาน ช่วยให้ ISP, NPU, GPU และ CPU ทำงานกับภาพเดียวกันไปพร้อม ๆ กัน แต่ละส่วนจะรับหน้าที่ในสิ่งที่ถนัดที่สุด ทำให้การประมวลผลภาพเร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ผลลัพธ์คือประสิทธิภาพที่พัฒนาแบบก้าวกระโดด ลดภาระให้กับ CPU และช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 50%
สำหรับเทคโนโลยีระบบถ่ายภาพ LUMO Imagine Engine ก็ได้แก่
- AI Denoise และ AI Demosaic : จะเป็นการใช้โมเดล AI เพื่อลด Noise ทำให้เก็บรายละเอียดของภาพได้ดีขึ้น
- HyperTone Image Engine : รักษาความสมบูรณ์ของภาพโดยแสดงไฮไลท์ และเงาด้วยโทนสีธรรมชาติ ป้องกันไม่ให้ภาพดูผ่านการประมวลผลมากเกินไป
- Lightning Snap Engine : จับภาพวัตถุที่เคลื่อนไหวรวดเร็วได้อย่างชัดเจน โดยถ่ายภาพได้สูงสุด 10 ภาพต่อวินาที
ปกติแล้ว สมาร์ตโฟนส่วนใหญ่ในท้องตลาด ไม่ว่าจะติดตั้งเซนเซอร์กล้องความละเอียดสูงแค่ไหนก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้บันทึกภาพด้วยความละเอียดดั้งเดิม เนื่องจากข้อจำกัดในการประมวลผล ทำให้สุดท้ายแล้วได้ภาพความละเอียดที่ 12 ล้านพิกเซลเท่านั้น แต่เทคโนโลยี LUMO Imaging Engine ทำให้ OPPO Find X9 Pro เป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของโลก ที่ค่าเริ่มต้นของภาพถ่ายอยู่ที่ 50 ล้านพิกเซล คมชัดระดับ 8K ความละเอียดของภาพจึงสูงกว่าภาพ 12 ล้านพิกเซลถึง 4 เท่า แม้จะคร็อปภาพ ภาพที่ได้ก็ยังคมชัดอยู่
ทั้งนี้ ฟีเจอร์ดังกล่าวสามารถปิดใช้งานได้ ด้วยการเข้าไปที่ กล้อง > การตั้งค่า > รูปแบบ > มาตรฐาน
โหมด Hasselblad Portrait อัปเดตใหม่ ถ่ายภาพพอร์ตเทรตดูดีทุกสภาพแสง




สำหรับโหมด Hasselblad Portrait นั้น สามารถเลือกทางยาวโฟกัสได้อย่างอิสระตั้งแต่ 1x (23 มิลลิเมตร) ไปจนถึง 3.6x (มิลลิเมตร) ซึ่งเทคโนโลยี LUMO Imagine Engine จะช่วยตัดขอบวัตถุให้คมชัดขึ้นแม้ว่าจะเป็นเพียงเส้นผม รวมถึงโบเก้ที่ได้ก็จะคล้ายกับเลนส์ Hasselblad รุ่นคลาสสิกอีกด้วย
โดยโหมดดังกล่าวจะให้โทนสีผิวธรรมชาติ สวยละมุนแบบไม่ต้องแต่งเพิ่ม ซึ่งโหมดนี้ออกแบบมาเพื่อให้ "ทุกคนดูดีได้ในทุกสภาพแสง" ไม่ว่าจะเป็นแสงกลางวัน แสงไฟเวที หรือแสงนีออนยามค่ำคืน ทำให้ภาพที่ได้มีมิติ แสงไล่โทนสวย ไม่ฟุ้ง ไม่แข็ง เหมือนภาพจากกล้องโปรที่ผ่านการรีทัชอย่างดี ใครที่ชอบถ่ายพอร์ตเทรตแนวอบอุ่น หรือโทนภาพยนตร์ รับรองว่าหลงรักแน่นอน
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ OPPO Find X9 Pro







แรงด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9500 รุ่นล่าสุด

มากันที่เรื่องของการประมวลผลกันบ้าง OPPO Find X9 Pro ถือว่าเป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟนรุ่นแรก ๆ ที่ใช้ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9500 ซึ่งสร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรม All-Big Core ขนาด 3 นาโนเมตร โดยเป็นชิปเซ็ตแบบ 8-Core ประกอบด้วย 1x Ultra Core, 3x Premium และ 4x Pro ความเร็วสูงสุด 4.21GHz พร้อม GPU รุ่นใหม่ Mali-G1 Ultra รองรับ Ray Tracing ที่ 100fps และ AI NPU ที่ทรงพลัง
นอกจากนี้ ระบบ Trinity Engine ของ OPPO ยังช่วยรีดพลังการประมวลผลสูงสุดแต่ยังคงความเสถียร เครื่องตอบสนองไวแม้เปิดหลายแอปพร้อมกัน



มาทดสอบการเล่นเกมกันบ้าง กับเกม PUBG Mobile, ROV และ Genshin Impact แม้จะตั้งค่ากราฟิกไว้ที่ระดับสูง แต่ก็ยังเล่นได้อย่างลื่นไหลโดยที่เฟรมเรตมีการแกว่งน้อยมาก นอกจากนี้หน้าจอยังตอบสนองต่อการสัมผัสที่ฉับไว ไม่มีปัญหาเวลาเล่นเกมที่ต้องการความเร็ว และความแม่นยำสูง อย่างเช่น เกมแนวชูตติ้ง
นอกจากนี้ OPPO Find X9 Pro ยังมาพร้อมกับระบบระบายความร้อน Vapor Champer ที่ออกแบบใหม่ทั้งหมดด้วยตาข่ายสแตนเลสสตีล 0.025 มิลลิเมตร ซึ่งช่วยลดความหนาลง ทำให้การถ่ายเทความร้อนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากจะช่วยไม่ทำให้ตัวเครื่องร้อนจัดตอนเล่นเกมแล้ว ยังป้องกันปัญหาความร้อนสะสมขณะใช้งานหนักอย่างเช่น การบันทึกวิดีโอ 4K อีกด้วย
แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ใช้งานได้นาน 2 วัน

ด้านแบตเตอรี่ OPPO Find X9 Pro มาพร้อมกับขนาดความจุมากถึง 7,500 mAh มากกว่า OPPO Find X8 Pro ที่มีความจุแบตเตอรี่เพียง 5,910 mAh อย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 80W SUPERVOOC พร้อมชาร์จไร้สาย 50W AIRVOOC และ 10W Reverse Wireless Charging
ColorOS 16 พร้อมระบบ AI อัจฉริยะ ลื่นไหล และฉลาดกว่าเดิม

นอกจากกล้องแล้ว Find X9 Pro ยังมาพร้อมระบบปฏิบัติการ ColorOS 16 ที่พัฒนาให้ตอบสนองลื่นขึ้นกว่าเดิม แอนิเมชันเนียนตา การเปิดสลับแอปทำได้ต่อเนื่อง และมีระบบ AI เข้ามาช่วยจัดการทุกอย่างให้ง่ายขึ้น
โดยระบบปฏิบัติการ ColorOS ได้มีการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ตั้งแต่ ColorOS 14 เป็นต้นมา ซึ่ง ColorOS 16 เวอร์ชันล่าสุด ก็ได้มีการต่อยอด และยกระดับประสบการณ์การใช้งาน AI ให้ดีขึ้น ซึ่งฟีเจอร์ OPPO AI บน ColorOS 16 ก็ได้แก่
AI Mind Space

AI Mind Space เปรียบเสมือนผู้ช่วยส่วนตัว ที่คอยเก็บข้อมูลสำคัญจากบทความ รูปภาพ หรือเสียง แล้วจัดระเบียบให้อัตโนมัติ สามารถเรียกดูภายหลังหรือถามข้อมูลจาก Gemini ได้ทันที ซึ่ง AI Mind Space ไม่ใช่แค่ทำการเก็บข้อมูลเท่านั้น แต่ยังเข้าใจเนื้อหาที่ถูกเก็บบันทึกด้วย ยกตัวอย่างเช่น เห็นโปสเตอร์คอนเสิร์ต ก็สามารถเปิดกล้องแล้วเรียกใช้ฟีเจอร์ AI Mind Space ซึ่งระบบจะจดจำรายละเอียดสำคัญ ๆ เช่น วันที่และเวลาให้อัตโนมัติ และแนะนำให้เพิ่มข้อมูลดังกล่าวลงในปฏิทินได้ทันที
สำหรับวิธีการเรียกใช้ฟีเจอร์ AI Mind Space เพียงแค่ปัด 3 นิ้ว หรือกดปุ่ม Snap Key
AI Recorder เครื่องบันทึกเสียงดิจิทัล

เวลาที่ต้องเข้าประชุม หรือฟังบรรยาย ฟีเจอร์ AI Recorder จะทำหน้าที่ถอดเสียงพูดแบบสด ๆ ในขณะที่กำลังบันทึกเสียงไปพร้อม ๆ กัน และที่สำคัญก็คือ สามารถจดจำได้ว่า ใครกำลังพูดอยู่ในสถานการณ์ตอนนั้นอีกด้วย
และเมื่อบันทึกเสียงเสร็จแล้ว ระบบจะทำการสร้างชื่อเรื่อง และสรุปเนื้อหาสำคัญแบบสั้น ๆ ให้ทันที ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกรูปแบบการสรุปที่ต้องการได้ เช่น สรุปการประชุม, สรุปการสัมภาษณ์ หรือสรุปการบรรยาย เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถแชร์ข้อมูลออกเป็นไฟล์เสียง, PDF หรือเอกสาร Word
AI Portrait Glow ปรับภาพพอร์ตเทรตในที่แสงน้อยให้สว่างขึ้น


ColorOS 16 ได้ต่อยอดชุดเครื่องมือแก้ไขภาพด้วย AI ที่มีอยู่เดิม ด้วยฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด นั่นก็คือ AI Portrait Glow ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับแก้ไขภาพถ่ายบุคคลที่มีแสงไม่ดี ใบหน้ามืดกว่าปกติ เครื่องมือนี้จะช่วยปรับแสงให้ตัวแบบอัตโนมัติ



ตัวอย่างภาพถ่ายที่ปรับด้วย AI Portrait Glow
ระบบความปลอดภัยครบ พร้อมฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือ 3D Ultrasonic

สำหรับระบบความปลอดภัยบน OPPO Find X9 Pro ให้มาครบทั้งระบบสแกนใบหน้าที่รวดเร็ว และใช้งานง่าย รวมถึงระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอก็มีมาให้เช่นกัน ซึ่งระบบสแกนลายมือบน OPPO Find X9 Pro จะเป็นแบบอัลตราโซนิก 3 มิติรุ่นล่าสุด ปลดล็อกอุปกรณ์ได้เร็วขึ้น 35% และเชื่อถือได้มากขึ้น 33% เมื่อเทียบกับเครื่องสแกนแบบออปติคัลทั่วไป อีกทั้งยังสามารถสแกนได้แม้มือเปียกอีกด้วย
ราคาและโปรโมชันของ OPPO Find X9 Pro
ล่าสุดวันนี้ (29 ตุลาคม 2025) ทาง OPPO (ประเทศไทย) ก็ได้เปิดตัว และเปิดราคาของ OPPO Find X9 Series อย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีรายละเอียดดังนี้

OPPO Find X9
- OPPO Find X9 รุ่น RAM 12GB+ROM 256GB ราคา 29,999 บาท
- OPPO Find X9 รุ่น RAM 16GB+ROM 512GB ราคา 34,999 บาท
พร้อมโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อล่วงหน้าระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม - 6 พฤศจิกายน 2568 ได้แก่
- Trade Up สูงสุด 6,000 บาท เมื่อนำเครื่องเก่ามาแลกเครื่องใหม่
- เปลี่ยนเครื่องใหม่ 1 ครั้ง ภายใน 180 วัน
- ฟรี E-VIP Card 2 ปี มูลค่า 15,999 บาท
- ฟรีหูฟัง OPPO Enco Air4 Pro มูลค่า 2,999 บาท
- ใช้งาน Google AI Pro ฟรี 3 เดือน มูลค่า 2,250 บาท
- ฟรีเคส Light Luxury Magnetic Case มูลค่า 1,099 บาท

OPPO Find X9 Pro
- OPPO Find X9 Pro รุ่น RAM 16GB+ROM 512GB ราคา 42,999 บาท
พร้อมโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อล่วงหน้าระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม - 6 พฤศจิกายน 2568 ได้แก่
- Trade Up สูงสุด 10,000 บาท เมื่อนำเครื่องเก่ามาแลกเครื่องใหม่
- เปลี่ยนเครื่องใหม่ 1 ครั้ง ภายใน 180 วัน
- ฟรี E-VIP Card 2 ปี มูลค่า 19,999 บาท
- ฟรีหูฟัง OPPO Enco X3s มูลค่า 4,999 บาท
- ใช้งาน Google AI Pro ฟรี 3 เดือน มูลค่า 2,250 บาท
- ฟรีเคส Light Luxury Magnetic Case มูลค่า 1,099 บาท

นอกจากนี้ทาง OPPO ยังได้นำชุด Teleconverter Kit มาวางจำหน่ายด้วย ในราคา 6,999 บาท
ท่านใดสนใจจับจองเป็นเจ้าของ ก็สามารถหาซื้อได้ที่ OPPO Brand Shop สาขาที่ร่วมรายการ และช่องทางออนไลน์ OPPO Official

สรุปคุณสมบัติเด่นของ OPPO Find X9 Pro
- ตัวเครื่องมีคุณสมบัติของการทนน้ำ-ทนฝุ่นในระดับ IP66/IP68/IP69
- ปุ่ม Snap Key ที่สามารถปรับแต่งได้
- โมดูลกล้องหลังถูกปรับแต่งอย่างประณีต
- ตัวเครื่องบางเพียง 8.25 มิลลิเมตร
------------------------------
- จอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 2772x1272 พิกเซล, อัตราส่วน 20:9, 450PPI
- อัตราการรีเฟรช (Refresh Rate) 1-120Hz
- มาตรฐานการแสดงผล HDR10+, HDR Vivid, Dolby Vision
- มาตรฐานถนอมสายตา T?V Rheinland Intelligent Eye Care 5.0ฃ
- 2,160Hz PWM Dimming
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแบบ 3D Ultrasonic Fingerprint Scanner
------------------------------
- ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Dimensity 9500
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR5X ขนาด 16GB
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูล (ROM) แบบ UFS 4.1 ขนาด 512GB
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 16 พร้อมครอบทับด้วย ColorOS 16
------------------------------
- แบตเตอรี่ความจุ 7,510 mAh
- ระบบชาร์จแบตเตอรี่แบบ 80W SUPERVOOC พร้อมอะแดปเตอร์และสายชาร์จในชุดจำหน่าย
- ระบบชาร์จไร้สาย 50W AIRVOOC และ 10W Reverse Wireless Charging
------------------------------
กล้องตัวหลักด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วย
- กล้องหลัก (Main) ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony LYT-828 ขนาด 1/1.28 นิ้ว, ทางยาวโฟกัส 23 มิลลิเมตร, รูรับแสง f/1.5 และระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS
- กล้อง Hasselblad Telephoto ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Samsung ISOCELL HP5 ขนาด 1/1.56 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/2.1, ระบบเลนส์ Periscope ทางยาวโฟกัส 70 มิลลิเมตร และระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS
- กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Samsung ISOCELL JN5 ขนาด 1/2.75 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/2.0, ทางยาวโฟกัส 15 มิลลิเมตร และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง True Color ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.4 และทางยาวโฟกัส 21 มิลลิเมตร
พร้อมการถ่ายภาพสไตล์ Hasselblad อันเป็นเอกลักษณ์, ซูมโดยไม่สูญเสียรายละเอียดที่ 13.2 เท่า และซูมได้ไกลสูงสุด 120 เท่า (120x Digital Zoom) และรองรับการบันทึกวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K (60fps) ได้ทั้งกล้องหน้า-กล้องหลัง
กล้องด้านหน้าความละเอียด 50 ล้านพิกเซล
พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Samsung 5KJN5 ขนาด 1/2.75 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f/2.0, ทางยาวโฟกัส 21 มิลลิเมตร, ระบบโฟกัสอัตโนมัติ และโครงสร้างแบบ 5 ชิ้นเลนส์
------------------------------
- ลำโพงเสียงแบบคู่
- ไมโครโฟน 4 ตัว
- รองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi 7, 5G และ 4G LTE
- AI LinkBoost พร้อม OPPO RF Chip
- รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด (Dual Nano-SIM)
- เชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 6.0 และ NFC
- ระบุตำแหน่ง และนำทางผ่านระบบดาวเทียม GPS (L1+L5), GLONASS (G1), BDS (B1i+B1c+B2a+B2b),
Galileo (E1+E5a+E5b), QZSS (L1+L5) และ NavIC (L5)
- พอร์ต USB Type-C 3.2 Gen 1
รีวิว OPPO Enco X3s

นอกจากสมาร์ตโฟน OPPO Find X9 Pro แล้ว ทาง OPPO ยังได้เปิดตัวหูฟังไร้สายเรือธงพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนรุ่นใหม่ นั่นก็คือ OPPO Enco X3s กับสโลแกน ดื่มด่ำกับโลกแห่งเสียง ผ่านหูฟังไร้สายระดับแฟลกชิป โดยสามารถตัดเสียงรบกวนได้สูงสุดถึง 55dB อีกทั้งยังจับมือกับแบรนด์ลำโพง Dynaudio ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงในการปรับจูนเสียง ทำให้ได้เสียงที่คมชัด สมดุล อีกด้วย มาดูกันว่า ฟีเจอร์เด่น ๆ ของหูฟัง OPPO Enco X3s รุ่นนี้มีอะไรบ้าง
ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ป้องกันน้ำและฝุ่น IP55




หูฟัง OPPO Enco X3s แต่ละข้าง มีน้ำหนักเพียง 4.7 กรัม อีกทั้งยังออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ จึงสวมใส่สบาย แน่นกระชับกับรูปทรงหูของแต่ละคน นอกจากนี้ยังรองรับการป้องกันน้ำ และฝุ่นตามมาตรฐาน IP55 อีกด้วย
ระบบตัดเสียงรบกวนระดับแฟลกชิป

OPPO Enco X3s มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) ระดับแฟลกชิป ที่สามารถตัดเสียงรบกวนได้สูงสุด 55dB และครอบคลุมช่วงความถี่กว้างพิเศษ 5,500Hz ซึ่งนอกจากจะบล็อกเสียงเครื่องยนตร์ความถี่ต่ำจากเครื่องบิน หรือรถไฟได้แล้ว ยังสามารถลดเสียงรบกวนในชีวิตประจำวัน เช่น เสียงสนทนา รวมถึงเสียงประกาศต่าง ๆ ได้ ซึ่งวิธีการเปิดโหมด ANC ก็ง่าย ๆ แค่แตะที่หูฟัง ก็สามารถเปิดใช้งานได้เลยทันที
นอกจากนี้ หูฟัง OPPO Enco X3s ยังมาพร้อมกับ Adaptive Mode หรือโหมดปรับอัตโนมัติ ด้วยการเพิ่มช่องทางเสียงโปร่งใสแยก ควบคู่ไปกับช่องทางการตัดเสียงรบกวน ทำให้ได้เสียงที่สบายหูขึ้น และรับรู้ถึงสภาพแวดล้อมรอบข้างไปพร้อม ๆ กัน
คุณภาพเสียงจากแบรนด์ Dynaudio ปรับแต่งเสียงได้ตามใจ

OPPO Enco X3s ปรับจูนโดยแบรนด์เครื่องเสียงสัญชาติเดนมาร์ก นั่นก็คือ Dynaudio ทำให้ได้เสียงกลางที่เข้มข้น เสียงร้องที่มีมิติ และเก็บรายละเอียดเสียงเครื่องดนตรีได้อย่างสมจริง
นอกจากนี้ ยังสามารถปรับแต่งเสียงในระบบ Sound Master EQ ได้ 3 รูปแบบคือ Ultimate sound, Pure vocals และ Thundering bass รวมถึงเปิดใช้งาน Dynaudio Featured หรือ EQ อื่น ๆ ใน Sound Master EQ ได้ผ่านแอปพลิเคชัน HeyMelody
ควบคุมการใช้งานเต็มรูปแบบผ่านแอป HeyMelody

สำหรับการจับคู่หูฟัง OPPO Enco X3s กับ OPPO Find X9 Pro ก็ได้ทำง่าย ๆ เพียงแค่เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ส่วนอุปกรณ์ Android รุ่นอื่น ๆ และระบบ iOS ให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่มีชื่อว่า HeyMelody ก็สามารถควบคุมการใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ บนหูฟัง OPPO Enco X3s ได้
แอปพลิเคชัน HeyMelody มีฟีเจอร์อะไรบ้าง?
- ตรวจสอบระดับแบตเตอรี่
- สลับโหมดตัดเสียงรบกวน
- ปรับแต่งเสียงต่าง ๆ ผ่านฟีเจอร์ Golden Sound 2.0, Sound Master EQs, Hi-Res Mode และอื่น ๆ
- ทดสอบความพอดีของหูฟัง
- อัปเดตเฟิร์มแวร์ของหูฟัง
- ฟีเจอร์ค้นหาตำแหน่งของหูฟัง
ฟีเจอร์ Live Translation แปลภาษาแบบเรียลไทม์

สำหรับฟีเจอร์ Live Translation จะเป็นการแปลเสียงจากภาษาหนึ่งไปยังอีกภาษาหนึ่งแบบเรียลไทม์ พร้อมบันทึกเสียงอัตโนมัติ ทำให้สามารถย้อนกลับไปตรวจสอบเนื้อหาต้นฉบับและคำแปลได้ตลอดเวลา ซึ่งฟีเจอร์นี้ จะอยู่ในแอป HeyMelody โดยเบื้องต้นรองรับการแปลภาษาจีน, อังกฤษ, สเปน, อาหรับ และเยอรมัน
สรุปคุณสมบัติเบื้องต้นของหูฟัง OPPO Enco X3s

- ขนาดหูฟัง : 31x20.6x24.2 มิลลิเมตร
- ขนาดเคสชาร์จ : 65.4x52.4x25.3 มิลลิเมตร
- น้ำหนักเฉพาะตัวหูฟัง : 4.7 กรัม
- น้ำหนักเคสชาร์จ : 39.57 กรัม
- ไดรเวอร์เสียงเบสขนาด 11 มม. และ Planar Tweeter ขนาด 6 มิลลิเมตร
- Frequency Response Range : 15Hz-40KHz
- รองรับ Bluetooth เวอร์ชัน 5.4
- ระยะสัญญาณ Bluetooth 10 เมตร
- Bluetooth Codec : LHDC 5.0/AAC/SBC
- แบตเตอรี่ รองรับการใช้งานสูงสุด 45 ชั่วโมง เมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จ และปิดระบบ ANC, AAC
ราคา และโปรโมชัน ของหูฟัง OPPO Enco X3s

สำหรับราคาของหูฟัง OPPO Enco X3s นั้นก็ได้ประกาศออกมาพร้อมกันกับการเปิดตัวของ OPPO Find X9 Series โดยมีราคาอยู่ที่ 4,999 บาท พร้อม Bundle Promotion รับส่วนลด 1,000 บาท เมื่อซื้อคู่กับสมาร์ตโฟน OPPO
วันที่ : 29/10/2025


