รีวิว OPPO A96 ดีไซน์ใหม่ เมมใหญ่จุใจแบบดับเบิ้ล 256GB พร้อมแบตอึดชาร์จไว 33W จอลื่นคมชัด ชิปเร็วแรง และกล้อง 50MP ในราคาไม่ถึงหมื่น
7 มิถุนายน 2022 - สมาร์ทโฟน OPPO A Series เป็นอีกหนึ่งไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานมาโดยตลอด ด้วยคุณสมบัติภายในตัวเครื่องที่ครบครันตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ในราคาวางจำหน่ายสบายกระเป๋า ซึ่งล่าสุดนี้ทาง OPPO ประเทศไทยได้มีการวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนรุ่นอัปเกรดใหม่ล่าสุดนั่นคือ OPPO A96 ที่มาพร้อมกับสโลแกน เพิ่มความจุ เติมความจอย
สำหรับสโลแกน เพิ่มความจุ เติมความจอย หมายถึงการที่ OPPO A96 ได้รับการอัปเกรดความจุภายในตัวเครื่อง (ROM) เป็นขนาด 256GB จากที่โดยปกติแล้วสมาร์ทโฟน A Series รวมถึงสมาร์ทโฟนในกลุ่มราคาไม่เกิน 10,000 บาท จะมีความจุอยู่ที่ 128GB ซึ่งหน่วยความจำที่เยอะขึ้นก็จะช่วยให้ผู้ใช้เก็บภาพถ่าย, คลิปวิดีโอ รวมไปถึงติดตั้งแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้อย่างจุใจโดยที่ไม่ต้องคอยลบ พร้อมเติมทุกความจอยด้วยคุณสมบัติที่ใช้งานได้อย่างลื่นไหลกับหน้าจอแสดงผลแบบ 90Hz Punch-Hole ที่มีเทคโนโลยี Adaptive Refresh Rate ซึ่งช่วยปรับการแสดงผลให้เหมาะสมกับคอนเทนต์ รวมถึง RAM ขนาด 8GB และแบตเตอรี่ขนาด 5000 mAh ที่รองรับการใช้งานที่ยาวนานตลอดวัน พร้อมระบบชาร์จเร็ว 30W SUPERVOOC ช่วยเติมพลังแบตเตอรี่กลับเข้าสู่ตัวเครื่องได้ในเวลาไม่กี่อึดใจ
ด้านการถ่ายภาพก็ถือว่าจัดเต็มมาไม่แพ้กัน ด้วยกล้องหลังคู่ความละเอียด 50+2 ล้านพิกเซล ที่มีเทคโนโลยี AI Natural Retouching ที่ช่วยปรับแต่งใบหน้าให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ พร้อม AI Palette ที่ช่วยปรับแต่งโทนสีของภาพถ่ายให้สวยงามอย่างง่ายดาย ส่วนตัวเครื่องจริงของ OPPO A96 จะมีความสวยงามเพียงใด และจะมีฟีเจอร์อะไรที่น่าสนใจบ้างนั้น เราไปติดตามกันได้เลยครับ
รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์
OPPO A96
มาพร้อมกับกล่องผลิตภัณฑ์สีฟ้าอมเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ตัดด้วยตัวอักษรชื่อรุ่นสีดำ
อย่างลงตัว
สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วย
- สายเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- อแดปเตอร์สำหรับจ่ายไฟที่มีกำลังการจ่ายไฟสูงสุดระดับ 33W (33W SUPERVOOC)
- เข็มถอดถาดใส่ซิมการ์ด
- เคสใส
- คู่มือการใช้งานแบบด่วน (Quick Start Guide)
- ใบรับประกัน
OPPO A96 มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD (2412x1080 พิกเซล) ที่มีค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz จึงช่วยให้แสดงผลได้อย่างลื่นไหล รวมถึงฟีเจอร์ Adaptive Refresh Rate ช่วยปรับการแสดงผลให้เหมาะสมกับคอนเทนต์แบบอัตโนมัติ และค่า Touch Sampling Rate ระดับ 180Hz เพื่อช่วยตอบสนองต่อการสัมผัสได้อย่างฉับไว ด้านการแสดงผลก็ถือว่าใหญ่เต็มตาด้วยพื้นที่การแสงผลเมื่อเทียบกับตัวเครื่องระดับ 90.8% พร้อมรองรับการแสดงสีสันตามขอบเขตสีแบบ NTSC ได้ 96% กับแบบ DCI-P3 ได้ 100% และมีเทคโนโลยี All-Day AI Eye Comfort ที่จะช่วยให้การแสดงผลดูสบายตามากยิ่งขึ้น
ที่ด้านบนของหน้าจอแสดงผลมาพร้อมกับกล้องหน้าแบบเจาะรู (Punch-Hole) ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่ใช้เซนเซอร์รับภาพ Sony IMX471 พร้อมค่ารูรับแสงขนาด f2.0 ถัดมาเป็นลำโพงสนทนาที่จะทำหน้าที่เป็นลำโพงตัวที่สองเพื่อช่วยขับเสียงร่วมกับลำโพงตัวหลักที่ด้านล่าง เพื่อเล่นเสียงแบบสเตอริโอ
ที่ด้านล่างของหน้าจอแสดงผลมาพร้อมกับปุ่ม
ควบคุมแบบสัมผัสบนหน้าจอ ประกอบไปด้วย ปุ่ม Recent Apps
สำหรับดูแอปพลิเคชันทั้งหมดที่เปิดใช้งาน, ปุ่ม Home
สำหรับย้อนกลับไปยังหน้าโฮมสกรีน และปุ่ม Back สำหรับย้อนกลับ
ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่องมาพร้อมกับปุ่มปรับระดับเสียง และถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple Slot ที่รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ nanoSIM จำนวน 2 ซิมการ์ด พร้อมรองรับการเพิ่มการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card ที่ความจุสูงสุด 1TB
ที่ด้านบนของตัวเครื่องติดตั้งไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวน
ที่ด้านขวาของตัวเครื่องมาพร้อมกับปุ่ม Power
สำหรับเปิด-ปิดเครื่อง หรือล็อกหน้าจอแสดงผล
รวมทั้งยังมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังไว้ในปุ่ม Power (Side
Fingerprint Unlock)
เพื่อช่วยให้วางนิ้วเพื่อปลดล็อกได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
ที่ด้านล่างของตัวเครื่องประกอบไปด้วยพอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB
Type-C และลำโพงเสียง
ที่ด้านหลังของตัวเครื่องมาพร้อมกับบอดี้แบบ OPPO Glow Design ที่มีการใช้เทคนิคการเจียระไนเพชรแบบ OPPO Glow ที่ทำให้สมาร์ทโฟนมีความแวววาวสะดุดตาน่าสัมผัส พร้อมคุณสมบัติป้องกันรอยนิ้วมือ, รอยขีดข่วน และสิ่งสกปรก โดยสีที่ทุกท่านได้รับชมกันในรีวิวนี้คือ สีชมพู Pearl Pink
ตัวเครื่องของ OPPO A96 ยังมาพร้อมกับรูปทรงเพรียวบาง โดยมีความหนาของตัวเครื่องเพียง 8.4 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบา 190.9 กรัม ซึ่งจะช่วยให้การถือใช้งานเป็นไปอย่างกระชับ และสบายมือ ไม่เพียงเท่านั้น OPPO A96 ยังมาพร้อมกับมาตรฐาน Enduring Quality จาก OPPO ที่มีการทดสอบความทนทานในสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าสมาร์ทโฟนจะพร้อมลุยไปทุกที่กับผู้ใช้ โดย OPPO A96 มาพร้อมกับมาตรฐานของการทนฝุ่นในระดับ IP5X, มาตรฐานของการทนน้ำในระดับ IPX4 และผ่านการทดสอบหลัก 6 หมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็น การกันน้ำ การแผ่รังสี สภาพแวดล้อม การตกไม่แรง และการรับสัญญาณ
โดยภายใต้ตัวเครื่องสวย ๆ แบบนี้ยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000 mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็ว 33W SUPERVOOC ซึ่งใช้เวลาชาร์จแบตเตอรี่เพียง 30 นาที ก็สามารถเติมแบตเตอรี่ได้ถึง 55% ส่วนการชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% ใช้เวลาราว 71 นาทีเท่านั้น รวมทั้งยังมาพร้อมกับระบบระบายความร้อนแบบ Multi-cooling System ที่ใช้โครงสร้างกระจายความร้อนแบบ 3D เพื่อช่วยควบคุม และถ่ายเทอุณหภูมิภายในตัวเครื่องให้เหมาะสมกับการใช้งาน
ที่ด้านบนของตัวเครื่องมาพร้อมกับกล้องหลังคู่ (Dual Camera) ประกอบด้วย
- กล้อง Wide (Main) ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/2.7 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.64 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f1.8, มุมรับภาพ 77 องศา (ทางยาวโฟกัส 27 มิลลิเมตร), ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF และโครงสร้างแบบ 5 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/5 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.75 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.4, มุมรับภาพ 88.8 องศา และโครงสร้างแบบ 3 ชิ้นเลนส์
เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่าง ๆ
OPPO A96 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย ColorOS เวอร์ชัน 11.1 ซึ่งแม้ว่าจะยังไม่ใช่เวอร์ชันใหม่ล่าสุดอย่าง ColosOS 12 แต่ก็ยังคงอัดแน่นด้านฟีเจอร์การใช้งานที่สะดวก และลื่นไหล
ในหน้าโฮมสกรีนมีการแสดงแอปพลิเคชันทั้งหมดที่ ติดตั้งเอาไว้ในตัวเครื่อง พร้อมแอปพลิเคชันพื้นฐานจาก Google และแอปพลิเคชันพื้นฐานจากระบบ นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียยอดนิยมอย่าง Facebook, Twitter และ TikTok รวมถึงแอปพลิเคชัน Streaming อย่าง Netflix มาให้เรียบร้อย
เมื่อปัดนิ้วจากบนลงล่างจะพบกับ Notification drawer ที่รวบรวมฟังก์ชันการใช้งาน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตั้งค่าตัวเครื่องได้แบบเร่งด่วน เช่น การเปิด-ปิด Wi-Fi, การเปิด-ปิด Bluetooth หรือการเปิด-ปิด ไฟฉาย ซึ่งผู้ใช้สามารถปรับตำแหน่งการจัดวางของไอคอนได้โดยการแตะไอคอนบริเวณมุมขวาบน
มาพร้อมกับแอปพลิเคชัน Music Party
ที่สามารถเล่นเพลงเดียวกันจากสมาร์ทโฟนหลาย ๆ เครื่องพร้อมกัน
เพื่อช่วยขยายเสียงของเพลงให้ดังกระหึ่มมากยิ่งขึ้น
แอปพลิเคชัน Game Space ที่จะช่วยเพิ่มประสบการณ์การเล่นเกมให้เป็นไปอย่างเต็มอารมณ์มากยิ่งขึ้น ผ่านการปรับแต่งการทำงานของระบบให้เหมาะสมกับการเล่นเกมโดยเฉพาะ ซึ่งผู้ใช้สามารถปรับโหมดการทำงานของตัวเครื่องได้ทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่
- Low power mode : เน้นประหยัดการใช้พลังงาน
เพื่อให้เล่นเกมได้อย่างยาวนาน
- Balanced mode : รักษาความสมดุลระหว่างการใช้พลังงานแบตเตอรี่
และประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่อง
- Pro Gamer mode :
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมาร์ทโฟนให้อยู่ในระดับสูงสุด
เพื่อการเล่นเกมที่ลื่นไหล
สำหรับฟีเจอร์การใช้งานก็ถือว่าอัดแน่นเพื่อตอบ
โจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ โดยรองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด
พร้อมรองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 4G LTE ทั้งสองซิมการ์ด
สามารถปรับเปลี่ยนธีม, ภาพพื้นหลัง, ไอคอน,
รูปแบบการจัดเรียงแอปพลิเคชันที่หน้าโฮมสกรีน, ธีมสีของระบบ, ขนาดตัวอักษร
ไปจนถึงไอคอนของคีย์ลัด Notification drawer
รองรับการทำงานร่วมกับ Dark Mode เพื่อ
ปรับเปลี่ยนการแสดงสีสันให้อยู่ในโทนสีดำ
เพื่อช่วยให้ใช้งานได้อย่างสบายตามากยิ่งขึ้น
มาพร้อมกับ Adaptive Sleep ซึ่ง
เป็นระบบช่วยป้องกันไม่ให้หน้าจอดับลงอัตโนมัติ
หากผู้ใช้กำลังมองหน้าจอแสดงผลอยู่
สามารถปรับเปลี่ยนการแสดงสีสันของหน้าจอได้ ทั้งหมด 2 รูปแบบ ได้แก่ Vivid ที่จะแสดงสีสันได้อย่างสดใส และ Gentle ที่จะช่วยให้การแสดงสีสันเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ
สามารถปรับเปลี่ยนค่า Refresh Rate ของการแสดงผลได้ทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่
- Auto-select สำหรับปรับค่า Refresh Rate
ให้เหมาะสมกับคอนเทนต์ที่กำลังแสดงอยู่แบบอัตโนมัติ
- 90Hz สำหรับปรับค่า Refresh Rate ของหน้าจอให้อยู่ในระดับ 90Hz
เพื่อช่วยให้แสดงผลได้อย่างลื่นไหล
- 60Hz สำหรับปรับค่า Refresh Rate ของหน้าจอให้อยู่ในระดับ 60Hz
เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน
มาพร้อมกับระบบเสียงแบบ Real Sound Technology ซึ่งสามารถปรับการเล่นเสียงได้ทั้งหมด 4 รูปแบบ ได้แก่
- Smart : ปรับการเล่นเสียงให้เหมาะสมกับคอนเทนต์แบบอัตโนมัติ
- Movie : ปรับการเล่นเสียงให้เหมาะกับภาพยนตร์
โดยเน้นไปที่เสียงพูดที่คมชัด และการเล่นเสียงรอบทิศทางแบบ Surround
- Game : ปรับการเล่นเสียงให้เหมาะกับการเล่นเกมได้อย่างเต็มอารมณ์
- Music : ปรับการเล่นเสียงให้เหมาะกับเสียงเพลง
โดยเน้นไปที่เสียงของนักร้อง และเสียงเครื่องดนตรี
OPPO A96 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 5000mAh และมีฟีเจอร์ที่ช่วยจัดการการใช้พลังงานโดยเฉพาะ ได้แก่ Power saving mode เพื่อช่วยประหยัดการใช้พลังงาน และ Super Power Saving Mode เพื่อช่วยประหยัดการใช้พลังงานในระดับสูงสุด
Convenience tools แหล่งรวมฟีเจอร์อำนวยความสะดวกด้านการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น Air Gestures ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมสมาร์ทโฟนเพียงโบกมือขึ้น หรือลง
Smart Sidebar สำหรับเข้าถึง
คีย์ลัด และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
เพียงแค่ลากแถบจากด้านข้างตัวเครื่อง
ในส่วนของความปลอดภัย
มาพร้อมกับระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Facial Recognition Unlock) และ
ระบบสแกนลายนิ้วมือที่ถูกติดตั้งไว้ที่ปุ่ม Power ด้านขวาของตัวเครื่อง
มาพร้อมฟีเจอร์ App Lock สำหรับล็อกแอปพลิเคชันที่ต้องการ ผู้ใช้จะต้องทำการใส่รหัสที่ตั้งไว้จึงจะสามารถใช้งานได้
Private Safe ตู้เซฟแบบเสมือนประจำเครื่องที่ผู้ใช้สามารถเก็บไฟล์, ภาพถ่าย, วิดีโอ หรือไฟล์เสียงไว้ในตู้เซฟแห่งนี้ได้อย่างสะดวก โดยผู้ที่จะสามารถเข้าถึงตู้เซฟของเราได้จะมีเพียงผู้ที่รู้รหัสผ่าน หรือผู้ที่ลงทะเบียนใบหน้า-ลายนิ้วมือ เอาไว้
ในส่วนของประสิทธิภาพการทำงาน OPPO A96
มาพร้อมกับชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 680 4G Octa-Core
Processor ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดระดับ 2.4
GHz โดยทำงานคู่กับหน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X
ขนาด 8GB ที่มีเทคโนโลยี Expansion RAM
สามารถเพิ่ม RAM แบบเสมือนได้สูงสุด 5GB และหน่วยความจำ
ภายในแบบ UFS 2.2 ความจุ 256GB
พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย ColorOS
11
ทดสอบการประมวลผลโดยรวมของตัวเครื่องด้วย
แอปพลิเคชัน AnTuTu พบว่า สามารถทำคะแนนได้ทั้งหมด 278,600
คะแนน
ทดสอบการประมวลผลของหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ด้วยแอปพลิเคชัน Geekbench 5 พบว่า สามารถทำคะแนนการประมวลผลแบบแกนเดี่ยว (Single-Core) ได้ทั้งหมด 383 คะแนน และทำคะแนนการประมวลผลแบบหลายแกน (Multi-Core) ได้ทั้งหมด 1,621 คะแนน
ทดสอบการประมวลผลของหน่วยประมวลกลราฟิก (GPU) ด้วยแอปพลิเคชัน 3DMark พบว่า สามารถทำคะแนนการประมวลผลได้สูงสุด 443 คะแนนในด่าน Wild Life
ทดสอบการเล่นเกมใหม่แกะกล่องอย่าง Apex Legends Mobile กันสักเล็กน้อย ซึ่งถือว่าเป็นเกมที่ค่อนข้างบริโภคทรัพยากรของตัวเครื่องพอสมควร โดยเมื่อลองปรับกราฟิกอยู่ในระดับ Smooth และเฟรมเรทในระดับ Normal ก็พบว่า OPPO A96 สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด แม้จะเป็นจังหวะที่มีการออกสกิล หรือพบศัตรูในแผนที่จำนวนมาก และไม่มีอาการสะสมความร้อนให้พบเจอเมื่อเล่นติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นผลมาจากระบบระบายความร้อนที่ติดตั้งอยู่ในตัวเครื่องนั่นเอง
การระบุตำแหน่ง และการนำทาง มีประสิทธิภาพที่ดี ด้วยการรองรับระบบดาวเทียมชั้นนำของโลกครบครัน ทั้ง GPS+A-GPS, BeiDou, Glonass, Galileo และ QZSS
การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ
สำหรับกล้องถ่ายภาพถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่น ของ OPPO A96 เพราะมาพร้อมกับกล้องหลังแบบคู่ความละเอียด 50+2 ล้านพิกเซล ส่วนทางด้าน UI การถ่ายภาพถูกออกแบบมาให้เน้นใช้งานได้อย่างสะดวก โดยที่ด้านบนผู้ใช้สามารถตั้งค่าต่าง ๆ เกี่ยวกับกล้องถ่ายภาพได้อย่างรวดเร็ว เริ่มตั้งแต่ การเปิด-ปิด ไฟแฟลช, การเปิดใช้งาน HDR, การเปิดใช้งาน AI Scene Enhancement ไปจนถึงการเปิดใช้งานฟิลเตอร์
AI Natural Retouching ที่สามารถปรับแต่งใบหน้าของผู้ถูกถ่ายให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ โดยรองรับการปรับแต่งทั้งหมด 100 ระดับ
มาพร้อมกับโหมดถ่ายภาพแบบ Portrait สำหรับถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ สามารถปรับระดับการเบลอของฉากหลังได้ทั้งหมด 100 ระดับ และสามารถเปิดใช้งานฟีเจอร์ AI Natural Retouching เพื่อปรับแต่งใบหน้าให้มีความสวยงามได้ทั้งหมด 100 ระดับเช่นเดียวกัน
พร้อมฟีเจอร์ Bokeh Flare Portrait ที่จะช่วยให้การถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอมีความสวยงามไปอีกขั้น ผ่านการปรับดวงไฟโบเก้ให้มีดวงกลมสวยราวกับการถ่ายด้วยกล้องโปรแบบ DSLR
มาพร้อมกับโหมด Night สำหรับถ่ายภาพกลางคืน
หรือถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยให้มีความสว่างคมชัดโดยไม่ต้องตั้งค่า
หรือใช้ขาตั้งกล้องให้ยุ่งยาก
ในแถบ More จะมีโหมดการถ่ายภาพที่น่าสนใจถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ ไม่ว่าจะเป็น โหมด Extra HD สำหรับถ่ายภาพเต็มความละเอียด 50 ล้านพิกเซล, โหมด Pano สำหรับถ่ายภาพมุมกว้าง และโหมด Expert ที่ผู้ใช้สามารถตั้งค่าต่าง ๆ ของกล้องถ่ายภาพได้อย่างอิสระ ตอบโจทย์การถ่ายภาพระดับโปร
รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ
Full HD 1080P ที่เฟรมเรท 30FPS
พร้อมรองรับการปรับเปลี่ยนโทนสีของวิดีโอด้วยฟิลเตอร์ รวมถึงฟีเจอร์ AI
Natural Retouching เพื่อปรับแต่งใบหน้าให้มีความสวยงาม
ทางด้านกล้องหน้าผู้ใช้สามารถตั้งค่าแบบเร่ง
ด่วนได้ที่แถบด้านบนเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น การเปิด-ปิด ไฟแฟลช,
การเปิด-ปิดฟีเจอร์ Selfie HDR, การเปิดใช้งานฟิลเตอร์ และการตั้งเวลาถ่ายภาพ
สามารถปรับแต่งส่วนต่าง ๆ
ของใบหน้าให้สวยงามได้อย่างละเอียด
รองรับการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอผ่านโหมด Portrait พร้อมรองรับการปรับระดับการเบลอของฉากหลังได้ทั้ง 100 ระดับ
โหมด Night สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่ในที่แสงน้อยได้อย่างสว่างคมชัด รวมทั้งยังมีฟีเจอร์ 360° Fill Light เพื่อเติมแสงสว่างบนหน้าจอให้การถ่ายภาพกลางคืนคมชัดไปอีกขั้น
รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ
Full HD ที่เฟรมเรท 30FPS พร้อมฟีเจอร์ AI Natural Retouching
ที่สามารถปรับแต่งใบหน้าของผู้ใช้ได้อย่างสวยงาม
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังคู่ (AI Dual Camera) ความละเอียด 50+2 ล้านพิกเซลของ OPPO A96
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องตัวหลัก
ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Night
ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Bokeh Flare
Portrait
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าความละเอียด 16
ล้านพิกเซลของ OPPO A96
ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดปกติ พร้อมเปิดฟีเจอร์ AI Natural Retouching
ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Portrait
สรุปผลการทดสอบของ OPPO A96
เรียกได้ว่าเป็นการสานต่อสมาร์ทโฟนในตระกูล A Series ที่น่าสนใจเลยทีเดียว เพราะครั้งนี้ OPPO A96 ได้รับการอัปเกรดคุณสมบัติเด่นที่สมกับสโลแกน "เพิ่มความจุ เติมความจอย" ด้วยหน่วยความจำภายใน (ROM) ความจุ 256GB ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นความจุที่พบหาได้ยากในสมาร์ทโฟนระดับราคาไม่เกิน 10,000 บาท พร้อมคุณสมบัติที่ครบเครื่องช่วยเติมความจอย ด้วยหน้าจอแสดงผล 90Hz แบบ Punch-Hole ที่ช่วยให้การแสดงผลเป็นไปอย่างลื่นไหลเนียนตา พร้อมเทคโนโลยี Adaptive Refresh Rate ที่ช่วยให้ปรับการแสดงผลให้เหมาะสมกับคอนเทนต์เพื่อช่วยให้ประหยัดพลังงานได้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 5000 mAh เพื่อช่วยให้สมาร์ทโฟนพร้อมใช้งานยาวนานตลอดวัน อีกทั้งยังชาร์จได้เร็วทันใจด้วยเทคโนโลยี 33W SUPERVOOC
ในส่วนของประสิทธิภาพการทำงานก็เรียกว่าเร็วแรงทันใจไม่สะดุด ด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 680 4G ที่ทำงานคู่กับหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB ที่มีเทคโนโลยี RAM Expansion ซึ่งช่วยเพิ่ม RAM แบบเสมือน (Virtual RAM) ได้สูงสุด 5GB พร้อมหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 256GB ที่สามารถเพิ่มการ์ดหน่วยความจำเสริมแบบ microSD ได้สูงสุดถึง 1TB ไปจนถึงระบบปฏิบัติการ ColorOS 11.1 ที่มีฟีเจอร์หลายอย่างซึ่งเข้ามาช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างลื่นไหล และสะดวกมากขึ้นกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็น System Booster ที่จะช่วยปรับการทำงานของ ระบบให้รวดเร็ว, Air Gestures ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมสมาร์ทโฟนโดยใช้การโบกมือ, Anti-peeping for Notifications ที่สามารถซ่อนการแจ้งเตือนเมื่อมีบุคคลอื่นมองหน้าจอสมาร์ทโฟนในระยะ 20-80 เซนติเมตร ไปจนถึง Quick Startup ที่จะช่วยลดระยะเวลาในการเริ่มเกม และโหลดเกมให้สั้นลง
ด้านการถ่ายภาพก็ถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ OPPO A96 โดยมาพร้อมกับระบบกล้องคู่อัจฉริยะความละเอียด 50+2 ล้านพิกเซล ที่มากับโหมดการถ่ายภาพที่น่าสนใจอย่าง AI Natural Retouching ที่จะช่วยปรับแต่งใบหน้าของตัวแบบให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ, Bokeh Flare Portrait ที่ช่วยให้ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ พร้อมปรับแสงไฟโบเก้ให้มีความสวยงามราวกับถ่ายด้วยกล้องระดับโปร ไปจนถึงฟีเจอร์ 360° Fill Light ที่ช่วยให้การถ่ายภาพเซลฟี่ในที่แสงน้อยมีความสว่างคมชัด และ Selfie HDR ที่ช่วยให้การถ่ายภาพเซลฟี่แบบย้อนแสงมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทางด้านดีไซน์ก็เรียกว่าโดดเด่นมีสไตล์ ด้วยบอดี้แบบ OPPO Glow Design ที่ใช้เทคนิคการเจียระไนเพชร ส่งผลให้สมาร์ทโฟนที่โดดเด่นสะดุดตา และยังช่วยป้องกันรอยนิ้วมือ พร้อมคุณสมบัติของการทนฝุ่นในระดับ IP5X และคุณสมบัติของการทนน้ำได้ระดับ IPX4 นอกจากนี้ตัวเครื่องของ OPPO A96 ยังผ่านมาตรฐานทดสอบความทนทานอย่าง Enduring Quality จาก OPPO จึงทำให้ผู้ใช้สามารถมั่นใจได้ว่าสมาร์ทโฟนเครื่องนี้จะพร้อมมอบความสนุกให้กับผู้ใช้ในทุกที่ทุกเวลา
ล่าสุดวันนี้ (1 มิถุนายน 2565) ก็ได้มีการเปิดตัว OPPO A96 อย่างเป็นทางการในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งทาง OPPO (ประเทศไทย) ก็ได้ประกาศราคาวางจำหน่ายของ OPPO A96 ออกมาแล้วที่ 9,999 บาท
โดยมีให้เลือกทั้งหมด 2 เฉดสี ได้แก่ สีชมพู Pearl Pink และสีดำ Starry
Black ท่านใดที่สนใจก็สามารถสั่งจองได้ระหว่างวันที่ 1-9 มิถุนายน
2565 โดยผู้ที่สั่งจองในช่วงเวลาดังกล่าวจะได้รับของสมนาคุณมูลค่ารวมกว่า 5,299 บาท ได้แก่ E-VIP Card
รับประกันจอแตก และ MINI SUIT CASE
สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง OPPO (ประเทศไทย) ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง OPPO A96 มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน สำหรับวันนี้คงต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ
จุดเด่นของ OPPO A96
- ฝาหลังแบบ OPPO Glow Design ที่ใช้เทคนิคการเจียระไนเพชร
ช่วยให้ตัวเครื่องมีความแวววาว ดูสวยงามสะดุดตา และช่วยป้องกันรอยนิ้วมือ
- ตัวเครื่องผ่านการรับรองมาตรฐาน Enduring Quality จาก OPPO
ซึ่งเป็นการทดสอบด้านความทนทานในสถานการณ์ต่าง ๆ
- ตัวเครื่องมีความบาง 8.4 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 190.9 กรัม
- ตัวเครื่องมาพร้อมกับมาตรฐานการทนฝุ่นในระดับ IP5X และมาตรฐานการทนน้ำในระดับ
IPX4
- หน้าจอแสดงผลแบบ 90Hz Punch-Hole Display ขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD พร้อมเทคโนโลยี
Adaptive Refresh Rate, ค่า Touch Sampling
Rate สูงสุด 180Hz, พื้นที่แสดงผล 90.80%, ความสว่างสูงสุด 600 nits, รองรับช่วงสีแบบ NTSC ได้ 96% และรองรับช่วงสีแบบ DCI-P3 ได้ 100%
- ประมวลผลด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 680 (SM6225)
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 610
- ระบบระบายความร้อนแบบ Multi-cooling System
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB พร้อมระบบ RAM Expansion สำหรับช่วยขยายขนาด RAM ด้วย ROM (Virtual RAM) เพิ่มเติมได้สูงสุด 5 GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) แบบ UFS 2.2 ขนาด 256GB
- รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมแบบ microSD ได้สูงสุดที่ขนาด 1 TB
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 33W SUPERVOOC ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้เต็ม 100%
ในเวลาประมาณ 71 นาที รวมทั้งชาร์จเพียง 5 นาที
ก็เพียงพอต่อการสนทนาเป็นระยะเวลานานต่อเนื่อง 3 ชั่วโมง 38 นาที
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ ColorOS 11.1 (พัฒนาอยู่บนพื้นฐานของระบบปฏิบัติการ Android 11)
----------------------------------------------------
กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (AI Dual Camera) ประกอบด้วย
> กล้อง Wide (Main) ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/2.7 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.64 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f1.8, มุมรับภาพ 77 องศา (ทางยาวโฟกัส 27 มิลลิเมตร), ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF และโครงสร้างแบบ 5 ชิ้นเลนส์
> กล้อง Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพขนาด 1/5 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.75 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.4, มุมรับภาพ 88.8 องศา และโครงสร้างแบบ 3 ชิ้นเลนส์
- โหมดการถ่ายภาพแบบ Bokeh Flare Portrait
สำหรับถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลอ
พร้อมปรับดวงไฟโบเก้ให้มีความสวยงามราวกับถ่ายด้วยกล้อง DSLR
- โหมดการถ่ายภาพแบบ AI Color Portrait
สำหรับถ่ายภาพบุคคลแบบดูดสีเฉพาะตัวแบบ
- ฟังก์ชัน AI Portrait Retouching
สำหรับใช้ปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์ฉากเพื่อปรับแต่งใบหน้าของผู้ใช้ให้มีความสวยงาม
เป็นธรรมชาติ
- ฟังก์ชัน AI Palette สำหรับปรับฟิลเตอร์สีของภาพถ่ายให้มีความโดดเด่น
- ฟังก์ชัน Selfie HDR สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่แบบย้อนแสง
และการถ่ายภาพเซลฟี่ในที่แสงน้อยได้อย่างสว่างคมชัด
- รองรับการบันทึกวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 1080P FHD (30 fps)
กล้องดิจิทัลด้านหน้า ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล
พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX471 ขนาด 1/3.09 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.0 และรองรับการบันทึกวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 1080P FHD (30 fps)
----------------------------------------------------
- ลำโพงเสียงแบบคู่ พร้อมระบบเสียงแบบ Dirac HD
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side Mounted Fingerprint Sensor) พร้อมระบบจดจำใบหน้า (Facial Recognition Unlock)
- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ Wi-Fi Dual Band (2.4/5 GHz), 4G LTE, 3G WCDMA และ 2G EDGE/GPRS
- เชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.0
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- พอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- ฟีเจอร์ System Booster, Bullet Screen Message, Quick Startup, Anti-peeping for Notifications, Link Boost 2.0, Air Gestures และ Widevine DRM L1 Classification
จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ OPPO
A96
- ไม่มีกล้องมุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide)
- กล้องหลังไม่รองรับการบันทึกวิดีโอความเร็ว 60 fps
- ไม่รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 5G
สรุปคุณสมบัติเครื่อง
ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ OPPO A96 ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้
สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ OPPO A96
โปรดทราบ
* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางผู้ผลิต เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *
วันที่ : 07/06/2022