ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 30/06/2021

 

รีวิว (Review) OnePlus Nord CE 5G

สมาร์ทโฟน Lite Flagship ตัวแรงราคาดี มีชิปเกมมิ่ง พร้อมจอ 90Hz Fluid AMOLED บวก 3 กล้อง 64MP และแบตพลังชาร์จ 30W ในราคาพิเศษจาก dtac เริ่มเพียง 6,490 บาท
 

30 มิถุนายน 2021 - ช่วงนี้กระแสสมาร์ทโฟน 5G ราคาราว 1 หมื่นบาทกำลังมาแรงเป็นพิเศษ เรียกว่ามีการเปิดตัวรุ่นใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับผู้ใช้งานที่มีงบประมาณไม่สูงมากนัก ล่าสุดทาง OnePlus ประเทศไทยได้เปิดตัวอีกหนึ่งรุ่น Lite Flagship จากตระกูล Nord Series อย่าง OnePlus Nord CE 5G ที่มาในสโลแกน "ประสบการณ์ที่ดีกว่า" เพื่อเกมเมอร์ตัวจริง ด้วยชิปตัวแรง รองรับ 5G แบตเตอรี่ชาร์จไว และกล้องความละเอียดสูง

ตัวอักษร CE ในชื่อรุ่นของ OnePlus Nord CE 5G นั้นย่อมาจากคำว่า Core Edition ที่หมายถึงแก่นที่สำคัญ ซึ่งมากับชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 750G พร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 619 ที่พัฒนาขึ้นเพื่อการเล่นเกมที่ดีกว่าเดิม ทำงานร่วมกับ RAM ขนาดสูงสุด 12 GB อีกทั้งยังมีหน้าจอแบบ 90Hz Fluid AMOLED Punch-Hole Display ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ ที่มีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz ช่วยให้การเล่นเกม หรือใช้งานต่าง ๆ ลื่นไหลกว่าเดิม พร้อมรองรับการแสดงผลคอนเทนต์แบบ HDR10+

OnePlus Nord CE 5G มีแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh ที่มาพร้อมระบบช่วยรักษาสุขภาพแบตเตอรี่ และมีเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Warp Charge 30T Plus เวอร์ชันอัปเกรด ที่ช่วยย่นเวลาในการชาร์จได้เป็นอย่างดี โดยทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ซึ่งถูกครอบทับด้วย OxygenOS 11

 

อีกหนึ่งจุดเด่นของ OnePlus Nord CE 5G คือการถ่ายภาพ ด้วยกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมกล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้อง Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล โดยรอบรับฟังก์ชันการถ่ายภาพครบครัน ไม่ว่าจะเป็น การถ่ายภาพมุมกว้างสุด 119 องศา หรือการถ่ายภาพเวลากลางคืนในโหมด Nightscape และรองรับการถ่ายวิดีโอระดับ 4K

จากข้อมูลในข้างต้นก็กล่าวได้ว่า OnePlus Nord CE 5G มีจุดเด่นที่น่าสนใจหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์ตัวเครื่องที่เรียบหรูดูดีมีความพรีเมียม, การประมวลผลที่รวดเร็วไหลลื่นทุกการใช้งาน, ฟีเจอร์ที่จัดมาให้แบบครบครัน และระบบการถ่ายภาพที่ดีกว่าเดิม กับราคาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเริ่มที่ xx,xxx บาท ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ดีไซน์ตัวเครื่องจะสวยงามขนาดไหน และฟีเจอร์ที่มีอยู่จะตอบโจทย์การใช้งานได้ดีเพียงใด ขอเชิญทุกท่านรับชมรีวิว OnePlus Nord CE 5G ไปพร้อมกันได้เลยค่ะ


รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

OnePlus Nord CE 5G มากับแพ็กเกจสีดำแบบด้าน มีลวดลายแบบสะท้อนแสงคำว่า Nord และโลโก้ OnePlus


ภายในกล่องมีอุปกรณ์พื้นฐานมาให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น อะแดปเตอร์ WarpCharge 30W (5V/6A), สายเชื่อมต่อแบบ USB Type-C, เคส, สติกเกอร์โลโก้ Nord, เข็มสำหรับถอดถาดซิมการ์ด และคู่มือการใช้งาน


ภาพตัวอย่างการใส่เคสที่แถมมาในแพ็กเกจ


OnePlus Nord CE 5G มาพร้อมหน้าจอแสดงผล 90Hz Fluid AMOLED Punch-Hole Display ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 410 ppi) ในอัตราส่วน 20:9 พร้อมรองรับการแสดงผลคอนเทนต์แบบ HDR10+ บนตัวเครื่องขนาด 159.2x73.5x7.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 170 กรัม


โดยหน้าจอรองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz ซึ่งจะช่วยให้การใช้งานต่าง ๆ โดยเฉพาะการเล่นเกมเป็นไปอย่างลื่นไหลกว่าที่เคย


และรองรับฟังก์ชัน Ambient Display ในการแสดงวันที่ เวลา และการแจ้งเตือนต่าง ๆ ขณะล็อกหน้าจอ


ที่ด้านบนหน้าจอมีเพียงลำโพงสำหรับสนทนา และเซนเซอร์ต่าง ๆ สำหรับกล้องหน้าฝังอยู่บนจอ (In-Display Selfie) ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ด้วยเซนเซอร์ Sony IMX471 และรองรับระบบกันสั่นแบบ EIS


และมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่อยู่ใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint Sensor)


ด้านหน้าส่วนล่างใช้ปุ่มกดแบบ On-Screen ประกอบด้วย ปุ่มย้อนกลับ, ปุ่มโฮม และปุ่ม Recent Apps


โดยเลือกใช้งานวิธีควบคุมแบบ Gestures ซึ่งเป็นการลาก และปัดบริเวณขอบหน้าจอเพื่อสั่งการได้


ที่ด้านบนของตัวเครื่องมีไมโครโฟนตัวที่สอง


ที่ด้านล่างประกอบด้วย ลำโพงเสียงตัวหลัก, พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา และช่องเชื่อมต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร


ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีปุ่มปรับระดับเสียง และถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Dual nano-SIM โดยไม่รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD


สำหรับที่ด้านขวาตัวเครื่องมีปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดเครื่อง และล็อกหน้าจอ


OnePlus Nord CE 5G มีฝาหลังดีไซน์เงางาม ด้วยวัสดุแบบ AG Matte พร้อมคุณสมบัติลดการเกิดรอยนิ้วมือ โดยสีที่ทางทีมงานนำมารีวิวให้ได้ชมกันนั้นเป็นสีดำ (Charcoal Ink)


ที่ด้านหลังติดตั้งกล้องทั้งหมด 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย

 

- กล้องตัวหลัก (Main) ความละเอียดระดับ 64 ล้านพิกเซล พร้อมเม็ดพิกเซลขนาด 0.7 ไมครอน (64MP) หรือ 1.4 ไมครอน (4-in-1 Pixels 16MP), รูรับแสงขนาด f1.79, ทางยาวโฟกัส 26 มิลลิเมตร และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.25 และมุมรับภาพ 119 องศา
- กล้อง Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4

พร้อมระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF+CAF, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ EIS, โหมดถ่ายภาพกลางคืน Nightscape, โหมด UltraShot HDR, AI Beauty ปรับผิวให้เนียนสวย, ฟังก์ชัน Smart Scene Recognition และถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K (30 fps)


เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่าง ๆ

OnePlus Nord CE 5G ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย OxygenOS 11 เวอร์ชันใหม่ ที่มี User Interface แบบเรียบง่ายสบายตา พร้อมไอคอนดีไซน์สไตล์ minimal โดยเครื่องที่ได้มาทดสอบนี้เป็นรุ่นหน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB พร้อมหน่วยความจำภายในตัวเครื่อง (ROM) แบบ UFS 2.1 ขนาด 128GB (อีกรุ่นที่มีวางจำหน่ายพร้อมกันในไทยคือรุ่น RAM 12GB + ROM 256GB) แต่ไม่รองรับการใส่การ์ด microSD หรือแบบอื่น ๆ


และสามารถใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด พร้อมรองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G แบบ Dual 4G LTE รวมถึงการใช้งานบนเครือข่าย 5G ที่ใช้งานได้ทันทีหลังแกะกล่อง


เมื่อลากจากขอบด้านบนของหน้าจอลงมาจะพบกับ Toggle Switch ปุ่มลัดสำหรับการเปิด-ปิดฟังก์ชันต่างๆ มากมาย เช่น การใช้งานอินเทอร์เน็ต, Bluetooth หรือการหมุนหน้าจออัตโนมัติ รวมถึง Notification Center แถบการแจ้งเตือนต่างๆ


โดยสามารถปรับตำแหน่งของคีย์ลัดต่าง ๆ ได้ตามที่ต้องการ


สามารถปรับค่าการแสดงผลต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น ความสว่างอัตโนมัติ, การตั้งค่าพักหน้าจอ และการตั้งค่าขั้นสูง


โดยประกอบไปด้วย การแสดงผลสีของหน้าจอทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่ Vivid, Natural และ Advance ที่สามารถปรับรูปแบบการแสดงสีสันได้เพิ่มเติมอีก 3 แบบ ได้แก่ AMOLED Wide Gamut, sRGB และ Display P3 รวมถึงอุณหภูมิของสี


เลือกใช้งานค่า Refresh Rate สูงสุดที่ระดับ 90Hz โดยจะช่วยให้การใช้งานต่างๆ โดยเฉพาะการเล่นเกมลื่นไหลกว่าเดิม

สำหรับ Refresh Rate เป็นค่าความเร็วในการเปลี่ยนภาพของหน้าจอแสดงผล กล่าวคืออัตราความเร็วในการเปลี่ยนภาพนิ่งที่เรียงต่อกันจนกลายมาเป็นภาพเคลื่อนไหว ซึ่งแน่นอนว่ายิ่งค่า Refresh Rate มาก ก็จะทำให้การเปลี่ยนภาพของหน้าจอมีความลื่นไหลมากยิ่งขึ้นไปด้วยนั่นเอง และโดยปกติแล้วหน้าจอสมาร์ทโฟนที่เราใช้งานกันจะมีค่า Refresh Rate อยู่ที่ประมาณ 60 Hz


รองรับการใช้งานแบบ Dark Mode ในการเปลี่ยนพื้นหลังเป็นสีดำ


พร้อมฟังก์ชัน Vision comfort และ Reading Mode ที่ช่วยให้ใช้งานได้สบายตายิ่งขึ้น


เลือกเปิด หรือปิดฟังก์ชัน Ambient Display ในการแสดงวันที่ เวลา และการแจ้งเตือนต่าง ๆ ขณะล็อกหน้าจอ


ผู้ใช้ OnePlus Nord CE 5G สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลต่าง ๆ ในตัวเครื่องได้หลากหลายที่เมนู Customization ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้ฟีเจอร์ Canvas ในการเปลี่ยนภาพถ่ายเป็นลายเส้นการ์ตูนในหน้า Lockscreen, การเปลี่ยนภาพพื้นหลัง, เลือกรูปแบบนาฬิกาในหน้า Ambient Display, รูปแบบ Animation การสแกนลายนิ้วมือ, ไฟวิ่งแจ้งเตือนที่ด้านข้างหน้าจอ, โทนสีเมนูต่าง ๆ ในเครื่อง, รูปแบบของไอคอน และรูปแบบ Font


OnePlus Nord CE 5G มาพร้อมฟังก์ชัน Dual-channel Network Acceleration ได้พร้อมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


และรองรับบริการชำระเงินผ่านระบบ NFC


สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยบน OnePlus Nord CE 5G มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint) โดยสามารถตั้งค่าการใช้งานเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือสำหรับปลุกการทำงานของเครื่อง พร้อมทั้งสามารถเพิ่มลายนิ้วมือได้มากกว่า 1 ลายนิ้วมือ ซึ่งจากการทดสอบตัวเซนเซอร์ก็สามารถปลดล็อกหน้าจอได้รวดเร็วทันใจ


และการปลดล็อกด้วยใบหน้า (Facial Unlock) ที่สามารถปลดล็อกได้อย่างรวดเร็ว


ผู้ใช้สามารถเลือกการควบคุมด้วยปุ่ม Navigation Buttons หรือเลือกใช้งานการควบคุมแบบ Gestures ในการปัดหน้าจอจากด้านข้างลักษณะต่างๆ เพื่อสั่งการ


OnePlus Nord CE 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน พร้อมเปิดใช้งานในโหมดประหยัดพลังงานอย่าง Battery Saver ที่ช่วยจัดการพลังงานให้ใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น


และรองรับเทคโนโลยีการชาร์จความเร็วสูงแบบ Warp Charge 30T Plus (5V/6A) ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่จากระดับ 0-70% ได้ในเวลา 30 นาที ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการชาร์จได้เป็นอย่างดี


OnePlus Nord CE 5G รองรับฟีเจอร์ Parallel Apps สำหรับโคลนนิ่งแอปพลิเคชัน ซึ่งในเบื้องต้นนั้นสามารถโคลนนิ่งได้เฉพาะแอปพลิเคชันโซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น Facebook, Line และ Instagram จึงทำให้ผู้ใช้สามารถล็อกอินแอปพลิเคชันเหล่านี้ได้พร้อมกันถึง 2 แอคเคานท์


นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Split Screen ที่สามารถแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งานสองแอปพลิเคชันได้พร้อม ๆ กัน


สำหรับเซนเซอร์ในเครื่อง OnePlus Nord CE 5G นั้นประกอบด้วย Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor และ Magnetic Sensor


สามารถจับสัญญาณดาวเทียม GPS พร้อมรองรับระบบดาวเทียม GLONASS ของรัสเซีย โดยจากภาพตัวอย่างการทดสอบข้างต้นจะเห็นว่าสามารถจับสัญญาณดาวเทียมได้มีความแม่นยำ ในระดับบวกลบ 10 เมตร แต่อย่างไรก็ดีคุณภาพของสัญญาณดาวเทียม GPS ก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ ที่กำลังใช้งานอยู่ หรือสภาพอากาศด้วยนั่นเอง


OnePlus Nord CE 5G มาพร้อมชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 750G บนเทคโนโลยีการผลิตระดับ 8nm แบบ 8-แกน (Octa-Core) ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.2GHz พร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 619 ที่พัฒนาขึ้นเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ มีหน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB, หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 2.1 ขนาด 128GB และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ซึ่งถูกครอบทับด้วย User Interface แบบ OxygenOS 11


OnePlus Nord CE 5G มีผลทดสอบจากแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark ที่ 387,652 คะแนน และผลทดสอบจาก Geekbench 5 ในด้านการประมวลผลแบบแกนเดี่ยว (Single-Core) ที่ 635 คะแนน และในด้านการประมวลผลหลายแกน (Multi-Core) ที่ 1,811 คะแนน


สำหรับการทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน 3D Mark แบบ OpenGL ES 3.1 ได้ผลการทดสอบที่ 2,759 คะแนน


OnePlus Nord CE 5G รองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด



และยังมาพร้อมกับฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ตัวจริง อย่าง Pro Gaming Mode ที่ช่วยในเรื่องของภาพให้ออกมาสมจริง พร้อมเพิ่มอรรถรสเวลาเล่นเกม และสามารถบล็อกการแจ้งเตือน Pop-up ต่าง ๆ ขณะเล่นเกม รวมถึงการล็อกระดับความสว่างของหน้าจอได้


หากปิดโหมด Pro Gaming Mode มาเป็น Gaming Mode แบบปกติ ก็จะยังมีการแจ้งเตือนแบบ Pop-up โดยไม่ตัดเข้าหน้าจอการโทรแต่อย่างใด


ทดสอบการเล่นเกมที่มีกราฟิกแบบสามมิติอย่าง Marvel Future Fight, A3 : Still Alive, PUBG Mobile และ Cookie Run : Kingdom พร้อมเปิดการแสดงผลกราฟิกในระดับสูงสุด และเปิดค่าเฟรมเรทจะดับสูง (60fps) โดยแต่ละเกมมีการตั้งค่าดังนี้

*หมายเหตุ : ปรับการแสดงผลระดับสูงสุดเท่าที่ตัวเครื่องรองรับ



การตั้งค่าของเกม Marvel Future Fight


การตั้งค่าของเกม A3 : Still Alive



การตั้งค่าของเกม PUBG Mobile


การตั้งค่าของเกม Cookie Run : Kingdom


จากการทดสอบเล่นเกมบน OnePlus Nord CE 5G พบว่าตัวเครื่องสามารถแสดงผลได้อย่างไหลลื่น ด้วยหน้าจอที่มี Refresh Rate ระดับ 90Hz และมีการตอบสนองต่อการควบคุมฉับไว สามารถกดสลิกต่าง ๆ หรือเล็งศัตรูได้อย่างง่ายดาย ไม่พลาดทุกเหตุการณ์สำคัญ



Marvel Future Fight



A3 : Still Alive



PUBG Mobile



Cookie Run : Kingdom


อีกทั้งยังมีแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh จึงสามารถเล่นเกมได้ยแบบาว ๆ พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Warp Charge 30T Plus จึงทำให้เล่นเกมได้ยาวนานต่อเนื่อง แต่ก็มีการสะสมความร้อนให้ได้เห็นบ้างเมื่อใช้งานเวลานาน หรือใช้งานขณะชาร์จ







OnePlus Nord CE 5G มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลไร้ขอบแบบ 90Hz Fluid AMOLED Punch-Hole Display ขนาด 6.43 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 คมชัดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 108 ppi) จึงสามารถเปิดเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดระดับ Full HD 1080p ได้อย่างคมชัดเต็มอรรถรส และให้มุมมองที่กว้างเต็มตาเป็นพิเศษ


กล้องดิจิทัล การถ่ายภาพนิ่ง และภาพวิดีโอ

OnePlus Nord CE 5G มาพร้อมกับชุดกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ซึ่งประกอบไปด้วย

- กล้องตัวหลัก (Main) ความละเอียดระดับ 64 ล้านพิกเซล พร้อมเม็ดพิกเซลขนาด 0.7 ไมครอน (64MP) หรือ 1.4 ไมครอน (4-in-1 Pixels 16MP), รูรับแสงขนาด f1.79, ทางยาวโฟกัส 26 มิลลิเมตร และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.25 และมุมรับภาพ 119 องศา
- กล้อง Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4


โดย Interface ของแอปพลิเคชันกล้องมีการดีไซน์เรียบหรู สบายตา และมีเมนูให้ได้เลือกใช้อย่างชัดเจน ซึ่งรองรับฟังก์ชันพื้นฐานครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพมุมกว้างแบบ Ultra-Wide (0.6x) พร้อมฟังก์ชัน Smart Scene Recognition ในการตรวจจับซีนรูปแบบต่าง ๆ พร้อมปรับภาพให้สวยงามโดยอัตโนมัติ


รองรับการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอในโหมด Portrait โดยสามารถเปิดฟังก์ชัน AI Beauty เพื่อช่วยปรับให้ผิวแลดูเนียนสวยได้อีกด้วย


อีกหนึ่งจุดเด่นของ OnePlus Nord CE 5G ก็คือโหมดถ่ายภาพกลางคืนอย่าง Nightscape ด้วยเทคโนโลยีการรวมภาพ 8 ภาพที่มีระดับแสงแตกต่างกัน รวมออกมาเป็น 1 ภาพผลลัพธ์ จึงทำให้ได้ภาพที่มีความคมชัด มีรายละเอียดต่าง ๆ ครบ อีกทั้งยังรองรับการถ่ายภาพในมุมกว้างพิเศษแบบ Ultra-Wide ในโหมดนี้ได้อีกด้วย


สำหรับการถ่ายวิดีโอบน OnePlus Nord CE 5G รองรับความคมชดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD (30fps)


ด้านการถ่ายเซลฟี่ OnePlus Nord CE 5G ก็มีโหมดยอดนิยมอย่าง Portrait ในการถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอให้ใช้ด้วยเช่นกัน โดยสามารถเลือกปรับระดับ AI Beauty สำหรับช่วยให้ใบหน้ามีผิวเนียนได้ทั้งหมด 3 ระดับ


ด้านการถ่ายวิดีโอก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยรองรับความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD 1080p ที่ 60fps เรียกได้ว่าเหมาะกับสายทำคอนเทนต์ ในการถ่าย Vlog เป็นอย่างดี


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ความละเอียดระดับ 64 + 8 + 2 ล้านพิกเซล ของ OnePlus Nord CE 5G

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ตัวอย่างภาพถ่ายมุมกว้างแบบ Ultra-Wide


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ตัวอย่างภาพถ่ายมุมกว้างแบบ Ultra-Wide


ภาพถ่ายจากโหมด Portrait พร้อมเปิด AI Beauty


ตัวอย่างภาพถ่ายในเวลากลางคืนจากโหมด Nightscape


ภาพถ่ายในเวลากลางคืนจากโหมด Nightscape มุมกว้างแบบ Ultra-Wide


ภาพถ่ายในเวลากลางคืนจากโหมด Nightscape


ภาพถ่ายในเวลากลางคืนจากโหมด Nightscape มุมกว้างแบบ Ultra-Wide


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ของ OnePlus Nord CE 5G

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดปกติ


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด AI Beauty ที่ระดับ 2


ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Portrait พร้อมเปิด AI Beauty ที่ระดับ 2


สรุปผลการทดสอบของ OnePlus Nord CE 5G

จากที่มีโอกาสได้ใช้งาน OnePlus Nord CE 5G มาระยะหนึ่งก็พอจะสรุปได้ว่า OnePlus Nord CE 5G เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนสเปกแรงในราคาสบายกระเป๋า และเน้นการเล่นเกม หรือชมคอนเทนต์ต่าง ๆ บนมือถือ ด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 750G พร้อมกับหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 619 ที่มีประสิทธิภาพดีกว่ารุ่นก่อนหน้า 20% และ 10% ตามลำดับ โดยอัปเกรดให้รองรับการเล่นเกมได้ดีกว่าเดิม ประมวลภาพกราฟิกต่าง ๆ ได้ดีขึ้น จึงรองรับการเล่นเกมตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงเกมที่เน้นกราฟิกได้แบบไม่มีสะดุด นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G เพื่อประสบการณ์การใช้งานความเร็วในระดับกิกกะบิต (Gbps) ด้วยเช่นกัน

 

อีกทั้งยังมีหน้าจอแบบ 90Hz Fluid AMOLED Punch-Hole Display ขนาด 6.43 นิ้ว ที่ตอบโจทย์เกมเมอร์ด้วยค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz ที่ช่วยเพิ่มความลื่นไหล ไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญ พร้อมความคมชัดระดับ Full HD+ และรองรับการแสดงผลคอนเทนต์แบบ HDR10+ จึงสามารถเล่นเกม หรือรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ ได้อย่างเต็มตา เต็มอารมณ์ รวมถึงมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint) ที่ทำงานร่วมกับระบบสแกนใบหน้า บนตัวเครื่องบางเฉียบเพียง 7.9 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนักเบาเพียง 170 กรัม จึงสามารถถือใช้งานได้อย่างคล่องตัว และไม่เมื่อยมือเมื่อถือใช้งานติดต่อกันเป็นเวลานาน พร้อมฝาหลังที่ผลิตจากวัสดุแบบ AG Matte ที่มีความเงางาม กระทบกับแสงเป็นสีสันสะดุดตา และมีคุณสมบัติลดการเกิดรอยนิ้วมือ

นอกจากจะมีทั้งชิปตัวแรง กับหน้าจอลื่นแล้ว OnePlus Nord CE 5G ก็ยังมีอีกหนึ่งฟีเจอร์เด่นที่เหมาะกับเกมเมอร์ ซึ่งก็คือแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh ที่มาพร้อมระบบรักษาสุขภาพแบตเตอรี่ จึงสามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่อง และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Warp Charge 30T Plus (5V/6A) ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่จากระดับ 0-70% ได้ในเวลา 30 นาที ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการชาร์จได้เป็นอย่างดี

 

OnePlus Nord CE 5G ยังตอบโจทย์ด้านการถ่ายภาพ ด้วยชุดกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ที่มีกล้องหลัก (Main) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมกล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้อง Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ซึ่งมากับฟังก์ชันการถ่ายภาพครบครัน ได้แก่ โหมด Portrait สำหรับถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ, ฟังก์ชัน AI Beauty สำหรับปรับผิวให้เนียนสวย, โหมดถ่ายภาพกลางคืน NightScape, โหมด UltraShot HDR, AI Beauty สำหรับปรับผิวให้เนียนสวย, ฟังก์ชัน Smart Scene Recognition และถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K (30 fps) 

ส่วนทางด้านกล้องหน้ามีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ด้วยเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX471 พร้อมระบบกันสั่นแบบ EIS, เทคโนโลยี AI Beauty สำหรับปรับแต่งใบหน้าของตัวแบบให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ผ่านการวิเคราะห์โดยปัญญาประดิษฐ์, โหมด Portrait และรองรับการถ่ายวิดีโอคมชัดสูงสุดที่ระดับ Full HD 1080p 60fps เรียกได้ว่าเหมาะกับสายทำคอนเทนท์ ในการถ่าย Vlog ด้วยเช่นกัน

โดยทั้งหมดนี้ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ที่ถูกครอบทับด้วย OxygenOS 11 ซึ่งออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานในปัจจุบัน ทั้งรูปแบบ UI/UX แบบมินิมอลเรียบง่ายสบายตา และฟีเจอร์ต่าง ๆ อีกทั้งยังการันตีการอัปเดตซอฟต์แวร์ 2 ปีเต็ม พร้อมการอัปเดตความปลอดภัย 3 ปีเต็มเทียบเท่ารุ่นเรือธง

 

สำหรับ OnePlus Nord CE 5G เปิดราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว เริ่มที่ 12,990 บาท ในรุ่น RAM 8GB + ROM 128 GB กับตัวเลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ (Charcoal Ink) และสีฟ้า (Blue Void) ส่วน OnePlus Nord CE 5G รุ่น RAM 12GB + ROM 256 GB มีราคาอยู่ที่ 15,990 บาท มีให้เลือกเฉพาะสีดำ (Charcoal Ink) โดยจะเริ่มวางจำหน่าย และเปิดให้สั่งจองตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป

OnePlus Nord CE 5G เปิดให้สั่งจองตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน - 6 กรกฎาคม 2564 ที่ AIS, DTAC, TrueMove H, COM7, Jaymart, TG FONE, OnePlus Experience Zone by TG Fone, Lazada, Shopee, Thisshop และ JD Central พร้อมลุ้นรับ Nintendo Switch + Ringfit 15 รางวัล ประกาศรางวัล ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2564 เวลา 18.00 น. ที่ FB OnePlus Thailand นอกจากนี้การสั่งจองในช่วงเวลาดังกล่าว ลูกค้าจะได้รับของสมนาคุณรวมมูลค่ากว่า 7,488 บาท ได้แก่

- บัตรประกันจอแตก มูลค่า 4,999 บาท
- กล่อง Gift Box มูลค่า 499 บาท
- รับฟรี หูฟัง OnePlus Buds Z มูลค่า 1,990 บาท (ของแถมมีจำนวนจำกัด)

*โปรโมชั่นเฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

และสำหรับศูนย์บริการหลังการขาย ลูกค้าสามารถเข้าไปใช้บริการที่ศูนย์ร่วมกับ OPPO ทุกสาขาทั่วประเทศ

 

พิเศษ! เมื่อสั่งซื้อ OnePlus Nord CE 5G ผ่านเครือข่าย dtac สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 6,490 บาท พร้อมแพ็กเกจรายเดือน เริ่มต้น 699 บาท ตั้งแต่ 30 มิถุนายน - 6 กรกฏาคม 2564 นี้เท่านั้น (รายละเอียดเพิ่มเติม)

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง OnePlus ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง OnePlus Nord CE 5G มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน และขอขอบคุณสถานที่สวย ๆ ของร้านลาภปาก (Laappaak Dining room) สำหรับวันนี้ทางทีมงานต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีค่ะ


จุดเด่นของ OnePlus Nord CE 5G

- ตัวเครื่องมีความโค้งมนบางเบา ด้วยความหนา 7.9 มิลลิเมตร กับน้ำหนัก 170 กรัม พร้อมครอบทับด้วยกระจกหน้าจอขอบนูนแบบ 2.5D และพื้นผิวด้านหลังแบบด้านที่มีคุณสมบัติป้องกันรอยนิ้วมือ
- มี 2 สีมาตรฐานให้เลือก (Blue Void และ Charcoal Ink)
- หน้าจอแสดงผล 90Hz Fluid AMOLED Punch-Hole Display ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ (2400x1080 พิกเซล : 410 ppi) พร้อมอัตราการรีเฟรช (Refresh Rate) ที่ 90 Hz, อัตราส่วนแบบ 20:9, รองรับช่วงสีแบบ sRGB กับ Display P3 และรองรับการแสดงผลคอนเทนต์แบบ HDR10+
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint Sensor) พร้อมระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 750G ความเร็ว 2.2GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 619
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB หรือ 12GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) แบบ UFS 2.1 ขนาด 128GB หรือ 256GB
- แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh พร้อมระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ Warp Charge 30T Plus (5V/6A) ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ระดับ 0-70% ได้ภายในเวลา 30 นาที
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 พร้อมครอบทับด้วย OxygenOS 11
 

กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย

> กล้องตัวหลัก (Main) ความละเอียดระดับ 64 ล้านพิกเซล พร้อมเม็ดพิกเซลขนาด 0.7 ไมครอน (64MP) หรือ 1.4 ไมครอน (4-in-1 Pixels 16MP), รูรับแสงขนาด f1.79, ทางยาวโฟกัส 26 มิลลิเมตร และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์
> กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.25 และมุมรับภาพ 119 องศา
> กล้อง Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4

- มาพร้อมระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ Multi Autofocus (PDAF+CAF) และไฟแฟลชในตัว (LED Flash)
- ฟีเจอร์ Nightscape, UltraShot HDR, Portrait, Panorama, Pro Mode, Smart Scene Recogonition และ Filters
- รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD (3840x2160 พิกเซล : 30 fps)
 

กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX471 ขนาด 1/3.0 นิ้ว (เม็ดพิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน), รูรับแสงขนาด f2.4, ระบบป้องกันการสั่นแบบ EIS และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 1080P FHD (1920x1080 พิกเซล : 60 fps)
 

- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ 5G, 4G LTE, 3G WCDMA, EDGE, GPRS และ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (2.4/5.0 GHz)
- เชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.1 และ NFC
- รองรับการระบุตำแหน่งด้วยระบบดาวเทียม GPS, A-GPS, Glonass, Galileo, BeiDou และ NavIC
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C (USB 2.0) พร้อมรองรับ OTG (USB On-the-Go)
- พอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- ฟังก์ชัน Parallel Apps สำหรับใช้งานแอปพลิเคชันประเภทโซเชียลมีเดียได้พร้อมกัน 2 แอคเคานท์
- ลำโพงเสียงแบบ Super Linear Speaker พร้อมไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน (Noise Cancellation)
- ราคา 12,990 บาท (รุ่น RAM 8GB + ROM 128GB) กับ 15,990 บาท (รุ่น RAM 12GB+ROM 256GB) ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณสมบัติโดยรวม

 


จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ OnePlus Nord CE 5G

- ลำโพงเป็นแบบเดี่ยว
- ตัวเครื่องไม่มีคุณสมบัติของการป้องกันน้ำ หรือป้องกันฝุ่น
- ไม่รองรับการเพิ่มหน่วยความจำด้วยการ์ดแบบ microSD หรือแบบอื่น ๆ
- ตัวเครื่องมีการสะสมความร้อนเมื่อใช้งานติดต่อกันเป็นเวลานาน
- กล้องถ่ายภาพไม่มีระบบป้องกันการสั่นด้วยฮาร์ดแวร์ หรือเลนส์


สรุปคุณสมบัติเครื่อง

ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ OnePlus Nord CE 5G ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ OnePlus Nord CE 5G 8GB+128GB
สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ OnePlus Nord CE 5G 12GB+256GB

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางผู้ผลิต เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *

 


 

วันที่ : 30/06/2021