ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 25/08/2021


 

รีวิว (Review) OnePlus Nord 2 5G

สมาร์ทโฟน A.I. Lite Flagship พร้อมชิปตัวท็อป พลังชาร์จ 65W จอลื่น กล้องดี มีความพรีเมียม ในราคาที่เอื้อมถึง
 

25 สิงหาคม 2021 - เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา OnePlus เพิ่งจะเปิดตัว และวางจำหน่าย OnePlus Nord CE 5G ในประเทศไทย ในฐานะสมาร์ทโฟน 5G ระดับกลางราคาหมื่นต้น ๆ ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากผู้ใช้ชาวไทยไม่น้อย และล่าสุดวันนี้ (25 สิงหาคม 2021) ทาง OnePlus ก็ได้สานต่อความสำเร็จของสมาร์ทโฟน Nord Series ในไทย ด้วยการเปิดตัว OnePlus Nord 2 5G ที่มีความโดดเด่นทั้งคุณสมบัติ และราคา ซึ่งเราจะนำมารีวิวให้ได้ชมกันในครั้งนี้ครับ

OnePlus Nord 2 5G ถือเป็นรุ่นต่อยอดของ OnePlus Nord อย่างเป็นทางการ โดยในรุ่นนี้ได้มีการปรับปรุงคุณสมบัติต่าง ๆ ให้มีความเป็น "Lite Flagship" มากยิ่งขึ้น โดยเลือกใช้ชิปเซ็ตตัวท็อปของค่าย MediaTek อย่าง Dimensity 1200-AI ที่สำคัญยังเป็นรุ่นพิเศษที่ OnePlus ได้ร่วมมือกับทาง MediaTek พัฒนาขึ้นมาเพื่อสมาร์ทโฟนรุ่นนี้โดยเฉพาะ โดยปรับปรุงความสามารถด้านการประมวลผลด้วย A.I. ให้ดียิ่งขึ้น ทั้งในการเล่นเกม, ถ่ายรูป และการแสดงผล

 

นอกจากชิปเซ็ตที่พัฒนามาเป็นพิเศษแล้ว OnePlus Nord 2 5G ยังคงรักษาจุดเด่นเดิมเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ Fluid AMOLED ที่มีอัตราการรีเฟรช (Refresh Rate) ที่ 90Hz โดยมีความกว้าง 6.43 นิ้ว กับความละเอียดระดับ FHD+ พร้อมรองรับการแสดงผลคอนเทนต์แบบ HDR10+ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติใหม่เพิ่มเข้ามาคือ A.I. Color Boost และ A.I. Resolution Boost ที่ช่วยปรับปรุงสีสันให้สวยงามยิ่งขึ้น และช่วยเพิ่มความละเอียดการแสดงผลของแอปพลิเคชันยอดนิยมหลาย ๆ ตัวได้

ขณะเดียวกัน OnePlus Nord 2 5G ยังมีหน่วยความจำ ROM แบบ UFS 3.1 ซึ่งมีความเร็วในการอ่าน-เขียนข้อมูลสูงกว่าหน่วยความจำ ROM ในสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ ณ ปัจจุบัน และนิยมใช้กันในสมาร์ทโฟนระดับเรือธง ทำให้ OnePlus Nord 2 5G สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลฉับไวได้ในระดับเดียวกับเรือธง โดยทำงานคู่กับหน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR4x ขนาดสูงสุด 12GB นอกจากนี้ ยังมีการเสริมประสบการณ์การใช้งานในภาพรวมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ด้วยลำโพงเสียงแบบคู่ และระบบสั่น Haptics 2.0 ที่ช่วยให้การตอบสนองนุ่มนวล และละเอียดอ่อนยิ้งขึ้น อีกทั้งยังสามารถรองรับการใช้งานบนเครือข่าย 5G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิมการ์ด ให้ผู้ใช้ได้สัมผัสความเร็วของเทคโนโลยี 5G ได้แบบไม่มีข้อจำกัด

สำหรับแบตเตอรี่ของ OnePlus Nord 2 5G นั้น จะเป็นแบตเตอรี่คู่ (Dual Cell) ที่มีความจุรวม 4,500 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ Warp Charge 65 ด้วยกำลังไฟถึง 65W ที่สามารถชาร์จ 0-100% ได้ในเวลาเพียง 35 นาทีเท่านั้น อีกทั้งยังมีระบบถนอมแบตเตอรี่เมื่อชาร์จทิ้งไว้ในเวลากลางคืนอีกด้วย

 

ด้านการถ่ายรูป นอกจากจะได้เทคโนโลยี A.I. มาช่วยแล้ว OnePlus Nord 2 5G ยังเลือกใช้ฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ด้วย โดยชุดกล้องหลัง 3 ตัว (A.I. Triple Camera) ที่กล้องตัวหลักนั้นเลือกใช้เซนเซอร์รับภาพ Sony IMX766 ที่มีความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันสั่นแบบ OIS เสริมด้วยกล้องเลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้อง Mono สำหรับจับภาพขาว-ดำ ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าเป็นเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX615 ที่มีความละเอียดสูงถึง 32 ล้านพิกเซล แถมยังมีระบบกันสั่นแบบ EIS ด้วย

จากคุณสมบัติทั้งหมดนี้ จะเห็นว่า OnePlus Nord 2 5G มีการพัฒนาจากรุ่นก่อนขึ้นมาหลายอย่างทีเดียว และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปชม รีวิว OnePlus Nord 2 5G โดยทีมงาน Thaimobilecenter กันได้เลยครับ

 

รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

สำหรับ OnePlus Nord 2 5G ที่เราได้นำมารีวิวในครั้งนี้ เป็นกล่องพิเศษที่มีเคสกันกระแทกมาให้ด้วย กล่องจึงมีชนาดใหญ่กว่าปกติ


เมื่อเปิดกล่องออกมาก็จะพบกับกล่องของตัวเครื่อง OnePlus Nord 2 5G และเคสกันกระแทกของแท้จาก OnePlus 3 ชิ้น 3 ลวดลาย


ก่อนอื่นเราไปดูรายละเอียดของตัวเครื่องกันก่อน OnePlus Nord 2 5G เป็นสมาร์ทโฟนที่มีขนาดค่อนข้างกะทัดรัดเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน โดยมีหน้าจอแสดงผลแบบ Fluid AMOLED ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ (2400x1080 พิกเซล) ในสัดส่วนแบบ 20:9 และรองรับ Refresh Rate สูงสุด 90Hz เพื่อการแสดงผลที่ลื่นไหลสบายตา ที่มุมซ้ายบนของหน้าจอติดตั้งกล้องหน้าที่ใช้เซนเซอร์รับภาพ Sony IMX615 ที่มีความละเอียดสูงถึง 32 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.45 และระบบกันสั่น EIS


ด้านหลังของตัวเครื่องเป็นผิวด้าน สามารถป้องกันการเกิดรอยนิ้วมือ และคราบมันได้ดี และมีโลโก้ OnePlus สลักอยู่ตรงกลาง สำหรับเครื่องที่ทางทีมงานได้รับมารีวิวในครั้งนี้เป็น สีเทา Gray Sierra


ชุดกล้องหลังของ OnePlus Nord 2 5G เป็นกล้อง A.I. จำนวน 3 ตัว (AI Triple Camera) โดยมีเลนส์ขนาดใหญ่ 2 เลนส์ และเลนส์ขนาดเล็ก 1 เลนส์ ได้แก่ :

- กล้องตัวที่ 1 แบบ Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX766 ขนาด 1/1.56 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f1.88, ทางยาวโฟกัส 24 มิลลิเมตร, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์
- กล้องตัวที่ 2 แบบ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.25, มุมรับภาพ 119.7 องศา และระบบป้องกันการสั่นแบบ EIS
- กล้องตัวที่ 3 แบบ Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4


ด้านล่างของหน้าจอมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วฝังเอาไว้ (In-Display Fingerprint Sensor)


กรอบตัวเครื่องของ OnePlus Nord 5G ใช้วัสดุที่มีความแข็งแรง โดยมีปุ่มปรับระดับเสียงอยู่ที่ด้านซ้าย ส่วนด้านขวามีปุ่ม Power และปุ่ม Alert Slider


ปุ่ม Alert Slider ถือเป็นเอกลักษณ์ของสมาร์ทโฟน OnePlus โดยปุ่มนี้จะทำให้ผู้ใช้สลับระหว่างโหมดเปิดเสียง, โหมดสั่น และโหมดเงียบได้อย่างรวดเร็ว


ด้านบนของตัวเครื่องมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน ส่วนด้านล่างมีช่องลำโพง, พอร์ต USB Type-C, ไมโครโฟน และถาดใส่ซิมการ์ด โดยลำโพงด้านล่างนี้จะทำงานร่วมกับลำโพงสนทนาด้านบน กลายเป็นลำโพงเสียงแบบคู่ ส่วนถาดใส่ซิมการ์ดเป็นแบบ Dual-Slot ที่รองรับซิมการ์ด 5G ได้ 2 ใบ แต่ไม่รองรับการ์ด microSD


สำหรับอุปกรณ์อื่น ๆ ภายในกล่อง ประกอบด้วย คู่มือการใช้งาน และเอกสารประกอบ, เข็มถอดถาดใส่ซิมการ์ด, เคสซิลิโคนใส, สายเคเบิล USB Type-C และอแดปเตอร์ชาร์วไจ Warp Charge 65


ส่วนเคสที่มากับกล่องชุดพิเศษ จะมีด้วยกัน 3 แบบ 3 สไตล์ซึ่งจะแตกต่างกันที่วัสดุ และผิวสัมผัส


ชิ้นแรกเป็น Quantum Bumper Case ลาย Doodle Chaos โดยลวดลายบนตัวเคสจะซ้อนทับกัน 2 ชั้น ทำให้ดูมีมิติ แปลกตาไม่เหมือนใคร


ชิ้นต่อมาเป็น Sandstone Bumper Case สีดำ โดยเคสประเภทนี้จะมีผิวด้านคล้ายกระดาษทราย ทำให้ทนทานต่อรอยขีดข่วนเป็นพิเศษ และจับติดมือยิ่งขึ้น โดยตัวเคสจะแข็งกว่าแบบ Quantum Bumper Case เล็กน้อย


ชิ้นสุดท้ายเป็น Sandstone Bumper Case เช่นกัน แต่เป็นสี Desert Mirage ที่ดูคล้ายหาดทรายริมทะเล ให้อารมณ์ที่สดใส มีชีวิตชีวา


เปิดเครื่อง พร้อมทดสอบการใช้งานด้านซอฟต์แวร์

OnePlus Nord 2 5G มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 11 ที่ถูกครอบทับด้วย OxygenOS 11.3 ซึ่งมีดีไซน์แบบ Flat Art ดูเรียบง่ายสบายตาตามสมัยนิยม


นอกจากแอปพลิเคชันพื้นฐาน และบริการของ Google แล้ว ก็แทบไม่มีแอปพลิเคชันอื่นใดติดตั้งมาให้จากโรงงานเลย ระบบจึงดูโล่งมาก ๆ ซึ่งถือเป็นข้อดี เพราะเราสามารถเลือกติดตั้งเฉพาะแอปพลิเคชันที่ต้องการจริง ๆ ได้ และไม่ต้องมาไล่ลบแอปพลิเคชันที่เราไม่ต้องการทีหลัง


เมื่อเลื่อนปุ่ม Alert Slider ขึ้น หรือลง จะเป็นการสลับระหว่างโหมดเสียง, โหมดสั่น และโหมดเงียบอย่างรวดเร็ว ซึ่งสะดวกกว่าการเปลี่ยนที่แผงทางลัดมาก


ในส่วนของการปรับแต่งธีม OnePlus Nord 2 5G ไม่มีร้านค้าธีมติดตั้งมาด้วย แต่เราสามารถปรับแต่งหน้าตาของ UI ได้ค่อนข้างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นภาพพิ้นหลัง, ไอคอน, ฟอนต์ และอื่น ๆ


สำหรับวอลเปเปอร์ สามารถเลือกได้จากวอลเปเปอร์ของระบบที่มีมาให้อยู่แล้ว หรือจะใช้รูปถ่ายจากในเครื่องก็ได้


เปลี่ยนรูปแบบนาฬิกา Always-On Display และเอฟเฟกต์การสแกนนิ้วได้ แต่มีให้เลือกไม่เยอะเท่าไหร่


สามารถเลือกปรับรูปทรงของไอคอนแบบกลม หรือแบบเหลี่ยม, ปรับเปลี่ยนคู่สีของธีม และฟอนต์ตัวอักษรของระบบได้


และสามารถปรับสีของไฟแจ้งเตือนบริเวณขอบหน้าจอ (Horizon Light) ได้ด้วย


แน่นอนว่าโหมดมืด หรือ Night Mode ก็มีให้ใช้เช่นกัน และสามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติได้


OnePlus Nord 2 5G รองรับ Refresh Rate 90Hz ซึ่งทำให้การแสดงผลมีความลื่นไหล สบายตายิ่งขึ้น แต่ถ้าใครไม่ชอบก็สามารถปรับเป็นมาตรฐาน 60Hz ได้ ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดแบตเตอรี่ขึ้นเล็กน้อยด้วย นอกจากนี้ หากใครยังไม่ชินกับรูกล้องบนหน้าจอ ก็สามารถเปิดใช้งานแถบสีดำด้านบนเพื่อปกปิดรูกล้องได้


OnePlus Nord 2 5G มากับฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ Zen Mode ที่สนับสนุนให้เราลดการใช้งานสมาร์ทโฟนลง แล้วทำสมาธิเพื่อให้จิตใจผ่อนคลาย เพราะบางครั้งข่าวสารต่าง ๆ บนโลกโซเชียลก็มีเป็นมลพิษต่อจิตใจมากเกินไป ทำให้เรารู้สึกหดหู่ และเครียดโดยไม่รู้ตัว ซึ่ง Zen Mode จะช่วยให้เราถอยออกมาจากบรรยากาศที่ไม่ดีนี้ได้


เมื่อเข้าสู่ Zen Mode เราจะไม่สามารถใช้งานสมาร์ทโฟนได้เลย แต่ยังคงรับสายโทรศัพท์ได้อยู่ และจะไม่สามารถออกจาก  Zen Mode กลางคันได้ จึงควรตัดสินใจให้ดีก่อนใช้งาน โดยเราสามารถเลือกระยะเวลาได้ตั้งแต่ 1 นาที ไปจนถึง 120 นาที


เมื่อ Zen Mode เริ่มขึ้น จะมีการเล่นเสียงเพลง และบรรยากาศธรรมชาติคลอไปจนกว่าจะหมดเวลา พร้อมทั้งเก็บสถิติการใช้งาน Zen Mode ให้ด้วย


ไม่มีแอปพลิเคชันสำหรับเล่นเพลงโดยเฉพาะติดตั้งมาให้ แต่สามารถเล่นผ่านแอปพลิเคชัน YouTube Music ได้


สำหรับไฟล์วิดีโอ สามารถเลือกเล่นได้จากอัลบั้ม ซึ่งจะไม่มีตัวเลือกในการปรับแต่งใด ๆ เลย


อีกทางเลือหนึ่ง คือการเล่นผ่าน Google Photos ซึ่งมีลูกเล่นเยอะกว่ามาก ไม่ว่าจะเป็นการตัดคลิป, ใส่ฟิลเตอร์, คร็อปตัด, ปรับองศา และอื่น ๆ


ในส่วนของอัลบั้มรูป จะมีตัวเลือกในการแต่งรูปเบื้องต้นให้ใช้ แต่ก็ไม่ถึงกับหวือหวามากนัก


ด้านความปลอดภัย OnePlus Nord 2 5G รองรับทั้งการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ และสแกนใบหน้า สามารถเพิ่มลายนิ้วมือได้หลายลายนิ้วมือ ส่วนใบหน้าจะมีได้แค่ใบหน้าเดียวเท่านั้น


มีตัวช่วยในการเล่นเกม ที่มีการเก็บสถิติระยะเวลาการเล่นของแต่ละเกมเอาไว้ด้วย เพื่อให้เราวางแผนจัดสรรเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ


โหมด Pro Gaming หรือโหมดการเล่นเกมขั้นสูงที่จะ บล็อกการรบกวนทุกอย่างขณะเล่น ไม่ว่าจะเป็นข้อความ, การโทร หรือการแจ้งเตือน นอกจากนี้ยังบล็อกแถบนำทาง, ท่าทาง (Gesture) หรือแม้กระทั่ง Game Assistant ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เผลอไปเรียกใช้ฟังก์ชันเหล่านี้โดยไม่ได้ตั้งใจ เหมาะสำหรับแมทช์การเล่นที่ซีเรียสจริงจัง


หากไม่ได้เปิดโหมด Pro Gaming เราจะสามารถเรียกใช้ตัวช่วยในการเล่นเกม (Game Assistant) ได้ด้วยการปัดนิ้วลงมาจากมุมขวาบนของหน้าจอ โดยมีทางลัดการตั้งค่า และเครื่องมือต่าง ๆ ให้เลือกใช้ พร้อมทั้งแสดงอุณหภูมิของ CPU และแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่


หนึ่งในเครื่องมือที่น่าสนใจคือการบันทึกวิดีโอขณะเล่น ที่เราไม่ต้องไปหาโหลดจากที่ไหนให้เสียเวลา แต่ระหว่างการบันทึก Refresh Rate ของหน้าจอจะถูกปรับเป็น 60Hz โดยอัตโนมัติ เพื่อให้วิดีโอที่บันทึกมีคุณภาพสูงสุด และไม่รบกวนสมรรถนะของตัวเครื่อง


สำหรับคนมือหนัก หรือมือเบา ยังมีฟีเจอร์ปรับความไวต่อการสัมผัสหน้าจอขณะเล่น โดยปรับได้ถึง 5 ระดับให้เลือกปรับกันตามสะดวก


ขณะเดียวกัน เรายังแชทผ่าน Facebook Messenger ระหว่างเล่นเกมได้ด้วย โดยจะแสดงขึ้นมาเป็นหน้าต่าง Pop-up ทำให้แชทไปเล่นไปกับเพื่อนได้โดยไม่ต้องสลับหน้าจอ


นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกให้แสดง FPS ของตัวเกม และอัตราการใช้งานของ GPU กับ CPU ได้อีกด้วย


สำหรับสมรรถนะในการเล่นเกมของ OnePlus Nord 2 5G นั้น เราได้เลือกเกมที่มีกราฟิกระดับกลางถึงระดับสูงมาทดสอบ 3 เกมด้วยกัน ได้แก่ PUBG Mobile, RoX, และ Genshin  Imapct โดยตั้งค่ากราฟิกของแต่ละเกมไว้ดังนี้ :


การตั้งค่ากราฟิกเกม PUBG Mobile


การตั้งค่ากราฟิกเกม RoX


การตั้งค่ากราฟิกเกม Genshin Impact


จากการเล่นเกมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาราว 2 ชั่วโมง พบว่า OnePlus Nord 2 5G สามารถส่งมอบประสบการณ์การเล่นเกมได้อย่างดีเยี่ยม ในระดับที่ใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟนเรือธง ด้วยขุมพลังของชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 1200-AI ที่ได้รับการปรับแต่งมาเป็นพิเศษ ทำให้การเล่นเกมมีความลื่นไหลไม่ขาดตอน แม้จะตั้งค่ากราฟิกไว้ที่ระดับสูงก็ตาม ขณะเดียวกัน จอ Fluid AMOLED ยังถ่ายทอดกราฟิกออกมาได้อย่างสวยงาม คมชัด และมีการตอบสนองที่ฉับไวติดมือ ยิ่งทำให้เรารู้สึกอินกับการเล่นมากขึ้น นอกจากนี้ ลำโพงสเตอริโอยังให้เสียงที่ดัง หนักแน่น และมีมิติพอสมควร จนพอจะแยกทิศทางของเสียงขณะเล่นเกมได้

อย่างไรก็ดี หน้าจอของ OnePlus Nord 2 5G มีความกว้างเพียง 6.43 นิ้ว ซึ่งออกจะเล็กไปหน่อยสำหรับการเล่นเกม เพราะทำให้ควบคุมค่อนข้างยาก โดยเฉพาะกับผู้ที่มีมือใหญ่ ส่วนหน้าต่างของ Game Assistant ก็มีขนาดค่อนข้างเล็ก ทำให้ใช้งานไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควร

จากการทดสอบ ตัวเครื่องมีการสะสมความร้อนบ้างเล็กน้อยเมื่อเล่นเกมไปนาน ๆ ซึ่งก็ไม่ถึงกับรบกวนการเล่น แต่ถ้าเป็นเกมหนัก ๆ อย่าง Genshin Impact ที่ปรับกราฟิกสูงสุด เครื่องจะร้อนมากจนรู้สึกได้ แต่ก็ยังไม่ร้อนเท่ากับชิปเซ็ตตัวท็อปของค่ายอื่น รวมแล้วถือว่าจัดการความร้อนได้ค่อนข้างดี ดังนั้น หากต้องการสมาร์ทโฟนสำหรับเล่นเกมดี ๆ สักเครื่อง OnePlus Nord 2 5G ก็เป็นทางเลือกที่ดีครับ


จากการตรวจสอบด้วยแอปพลิเคชัน OnePlus Nord 2 5G ใช้ชิปเซ็ตประมวลผล MT6893Z A/CZA ซึ่งเป็นรหัสของ MediaTek Dimensity 1200-AI มีหน่วยประมวลผล 8-แกน (Octa-Core) และมีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 3 GHz มากับหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G77 MC9, หน่วยความจำแรม (RAM) 8 GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) 128 GB นอกจากนี้ยังมีรุ่น RAM 12 GB กับ ROM 256 GB ให้เลือกด้วย


OnePlus Nord 2 5G มีเซ็นเซอร์ Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor และ Magnetic Sensor ส่วนหน้าจอแสดงผลรองรับการสัมผัสได้พร้อมกันได้ 10 จุด


ระบบการนำทางเป็นระบบ Dual GPS (L1+L5) พร้อมระบบ A-GPS, GLONASS, Galileo, Beidou และ NavIC ซึ่งสามารถจับสัญญาณดาวเทียมในที่กลางแจ้งได้ดี โดยจากภาพตัวอย่างจะเห็นว่าจับสัญญาณดาวเทียมได้ทั้งหมด 48 ดวง และมีความแม่นยำในระดับบวกลบ 1 เมตร แต่อย่างไรก็ดีคุณภาพของสัญญาณดาวเทียม GPS ขึ้นอยู่กับพื้นที่และสภาพอากาศด้วย ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่และช่วงเวลา


OnePlus Nord 2 5G รองรับมาตรฐาน Widevine DRM L1 สามารถรับชมคอนเทนต์สตรีมมิ่งแบบ HD ได้


ปิดท้ายกันด้วยผลทดสอบ Benchmark จากการทดสอบโดย Geekbench 5 สามารถทำคะแนนในส่วน Single-Core ได้ 680 คะแนน และในส่วน Multi-Core ได้ 2514 คะแนน ส่วนการทดสอบของ 3DMark ด้วยชุดทดสอบ Wild Life สามารถทำได้ 4181 คะแนน จัดว่าอยู่ในระดับบน ๆ ของวงการ


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

การถ่ายรูปถือเป็นจุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของ OnePlus Nord 2 5G เลยก็ว่าได้ โดยตัวเครื่องจะมากับชุดกล้องหลัง 3 ตัว (A.I. Triple Camera) ดังนี้ :

- กล้องตัวที่ 1 แบบ Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX766 ขนาด 1/1.56 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f1.88, ทางยาวโฟกัส 24 มิลลิเมตร, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์
- กล้องตัวที่ 2 แบบ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.25, มุมรับภาพ 119.7 องศา และระบบป้องกันการสั่นแบบ EIS
- กล้องตัวที่ 3 แบบ Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4


ในโหมด รูปถ่าย หรือโหมดอัตโนมัติ จะมีระบบวิเคราะห์ภาพถ่ายด้วย A.I. Photo Enhancement ซึ่งสามารถวิเคราะห์สถานการณ์การถ่ายภาพที่แตกต่างกันได้ถึง 22 แบบ และจะตกแต่งภาพให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ พร้อมกันนี้ ยังมี A.I. Dazzling Color ที่ช่วยเพิ่มความสดของสีสันในภาพ ทำให้ดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น ผู้ใช้สามารถเปิดใช้เอฟเฟกต์บิวตี้ และฟิลเตอร์ในโหมดนี้ได้


โหมด รูปคน หรือโหมด Portrait จะเป็นโหมดที่สามารถถ่ายวัตถุ หรือคน ให้มีเอฟเฟกต์ละลายหลัง สามารถปรับระดับความเบลอ, ใส่ฟิลเตอร์ และเปิดบิวตี้ได้


โหมด HD พิเศษ คือโหมดสำหรับถ่ายภาพเต็มความละเอียด 50 ล้านพิกเซล สามารถซูม และใส่ฟิลเตอร์ได้


โหมด ผู้เชี่ยวชาญ หรือโหมดโปร จะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ตั้งค่าการถ่ายรูปได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นค่า ISO, Shutter Speed, การชดเชยแสง, หรือ White Balance ที่สำคัญคือสามารถถ่ายเป็นไฟล์ RAW ได้ด้วย


โหมด กลางคืน เป็นโหมดที่ช่วยให้ภาพถ่ายดูสว่าง และคมชัดขึ้นในเวลากลางคืน สามารถซูม หรือถ่ายในมุมมองกว้างพิเศษ (Ultra Wide) ได้นอกจากนี้ยังมีโหมดขาตั้งกล้อง ที่จะเปิดหน้ากล้องทิ้งไว้นานสุด 45 วินาที เพื่อถ่ายดวงดาว หรือแสงไฟในเมืองยามค่ำคืน


สำหรับการถ่ายวิดีโอ OnePlus Nord 2 5G มีระบบ A.I. Video Enhancement ที่ช่วยปรับปรุงความสว่าง, สี และคอนทราสต์ของวิดีโอได้แบบเรียลไทม์ สามารถถ่ายวิดีโอแบบละลายหลัง (โบเก้), ใส่ฟิลเตอร์, และเปิดเอฟเฟกต์บิวตี้ได้ โดยรองรับความละเอียดสูงสุด 4K ที่ 30 fps หรือ 1080p ที่ 60 fps


และมีโหมด วิดีโอแบบมุมมองคู่ ที่จะถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้า และกล้องหลังพร้อมกัน ซึ่งน่าจะเหมาะกับการทำคอนเทนต์ประเภท Vlog


กล้องหน้าสามารถเปิดเอฟเฟกต์บิวตี้ และฟิลเตอร์ต่าง ๆ ในโหมดอัตโนมัติได้เลย และมีฟีเจอร์ เซลฟี่มือโปร ซึ่งจะเป็นการจำลองแสงไฟบนใบหน้าหลาย ๆ แบบ ช่วยแก้หน้ามืด หรือช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับใบหน้าแล้วแต่สถานการณ์ แต่เอฟเฟกต์จะไม่เข้มเท่ากับฟีเจอร์ Portrait Lighting ของสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น ๆ


โหมด รูปคน จะมีฟีเจอร์เหมือนกับโหมดอัตโนมัติ แต่จะปรับระดับความเบลอของฉากหลังได้ด้วย


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 3 ตัว (A.I. Triple Camera) ความละเอียด 50+8+2 ล้านพิกเซล



ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล


สรุปผลการทดสอบของ OnePlus Nord 2 5G


OnePlus Nord 2 5G อาจเรียกได้ว่าเป็น "รุ่นปรับปรุงใหม่" ของรุ่นที่แล้ว โดยมีการแก้ไขจุดอ่อนเดิม ไม่ว่าจะเป็นการรองรับ 5G ที่รองรับคลื่นความถี่ในไทยแล้ว และใช้พร้อมกันได้ 2 ซิม, ลำโพงที่อัปเกรดเป็นแบบคู่, ชิปเซ็ตที่ขยับจากระดับกลางไปเป็นระดับท็อป และหน่วยความจำที่เร็วขึ้น ทำให้การกลับมาในครั้งนี้มีความเป็น "Lite Flagship" ที่แท้จริง และน่าใช้งานกว่าเดิมมาก

OnePlus Nord 2 5G ใช้ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Dimensity 1200-AI ที่ปรับแต่งมาเพื่อรุ่นนี้โดยเฉพาะ ทำให้ทำงานร่วมกับระบบต่าง ๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมทั้งอัปเกรดความสามารถด้าน A.I. มาช่วยสนับสนุนการทำงานรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงผล, การถ่ายรูป และการเล่นเกม ทำให้พิเศษกว่าสมาร์ทโฟนที่ใช้ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 1200 รุ่นอื่น ประกอบกับหน่วยความจำ ROM มาตรฐาน UFS 3.1 ที่มีความเร็วในการอ่าน-เขียนข้อมูลสูง ทำให้ OnePlus Nord 2 5G สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลไม่แพ้สมาร์ทโฟนเรือธง ขณะเดียวกัน หน้าจอแสดงผล Fluid AMOLED ที่มีอัตราการรีเฟรช 90Hz และลำโพงสเตอริโอที่ให้เสียงคุณภาพสูง ก็ช่วยให้ผู้ใช้รู้สึกดื่มด่ำกับความบันเทิงได้มากขึ้นด้วย

ด้วยประสิทธิภาพที่สูง การเล่นเกมบน OnePlus Nord 2 5G จึงไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด สามารถปรับกราฟิกสูงสุดได้เกือบทุกเกม ยกเว้นบางเกมที่ตัวชิปอาจจะยังไม่รองรับ หน้าจอมีการตอบสนองที่ฉับไว ติดมือ เหมาะสำหรับการเล่นเกมทุกแนว แต่ด้วยหน้าจอที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนักที่ 6.43 นิ้ว ก็อาจจะทำให้การบังคับไม่เต็มไม้เต็มมือเสียทีเดียว

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ OnePlus Nord 2 5G คือระบบ Warp Charge 65 ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มได้ในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ถือว่าเร็วมากเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนทุกระดับ ช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะ แต่จากการทดสอบ จำเป็นต้องใช้ทั้งสายชาร์จ และอแดปเตอร์ของ OnePlus โดยเฉพาะเท่านั้น จึงจะชาร์จได้แบบเต็มสปีด

 

สมาร์ทโฟนบางรุ่นในปัจจุบันมักจะมีดีเลย์ตอนกดชัตเตอร์ ทำให้เราพลาดจังหวะดี ๆ ไป แต่ไม่ใช่กับ OnePlus Nord 2 5G เพราะการถ่ายรูปของเรือธงรุ่นเล็กรุ่นนี้มีการตอบสนองเร็วมาก เรียกได้ว่ากดแล้วถ่ายทันทีไม่มีดีเลย์ ภาพถ่ายที่ได้จึงเป็นภาพในจังหวะที่กดถ่ายจริง ๆ นอกจากนี้ระบบกันสั่น OIS และระบบ A.I. ยังช่วยให้ภาพที่ได้มีความคมชัด แม้วัตถุหรือมือจะไม่นิ่งก็ตาม

นอกจากการประมวลผลที่ฉับไวแล้ว ภาพถ่ายในโหมด Ultra Wide ยังมีคุณภาพสูงใกล้เคียงกับโหมดปกติ ทำให้สามารถสนุกกับการถ่ายภาพ Ultra Wide ได้เต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับสภาพแสง และยังมีระบบ A.I. Dazzling Color ที่ช่วยเร่งสีสันในภาพให้สดขึ้น สามารถแก้ภาพที่มีบรรยากาศหม่น ๆ ให้ดูสดใสขึ้นได้พอสมควร

ในการถ่ายรูปบุคคล OnePlus Nord 2 5G ให้โทนสีผิวที่เป็นธรรมชาติ แม้จะเปิดใช้เอฟเฟกต์บิวตี้ก็ไม่ได้ทำให้หน้าขาวจนผิดสังเกต เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบภาพถ่าย Portrait สไตล์สมจริง ไม่ฉูดฉาด แต่การตัดขอบเบลอฉากหลังยังมีจุดที่ไม่ค่อยเนียนอยู่บ้างโดยเฉพาะบริเวณเส้นผม ซึ่งเป็นจุดที่ตัดขอบเบลอได้ยากอยู่แล้ว

สำหรับโหมดกลางคืน OnePlus Nord 2 5G ก็ทำได้ดีเช่นกัน โดยสามารถดึงสีสันของแสงไฟออกมาได้อย่างโดดเด่น แต่อาจจะดูฉูดฉาดไปสักหน่อย ส่วนโหมดขาตั้งกล้องก็ให้ผลลัพธ์ที่ดี แต่ใช้งานค่อนข้างยาก เพราะจำเป็นต้องถือสมาร์ทโฟนไว้นิ่ง ๆ นาน 20-45 วินาที แม้จะมีระบบกันสั่น OIS และ EIS ช่วย ก็ยังทำให้ภาพเบลออยู่ดี จึงควรหาที่พักแขน หรือหาขาตั้งกล้องจริง ๆ มาใช้เลยจะดีกว่า

จุดเด่นในการถ่ายภาพอีกอย่างหนึ่งของ OnePlus Nord 2 5G คือทางเลือกในการถ่ายภาพที่ยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นการที่สามารถเปิดเอฟเฟกต์บิวตี้ได้ทั้งในโหมดอัตโนมัติ และโหมดบุคคล, สามารถซูม และถ่ายมุมมอง Ultra Wide ได้ในโหมดกลางคืน ไปจนถึงสามารถซูม และใส่ฟิลเตอร์ในโหมด HD พิเศษได้ ส่วนการถ่ายวิดีโอก็มีความสามารถครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเอฟเฟกต์บิวตี้, ฟิลเตอร์ และโบเก้ละลายหลังได้แบบเรียลไทม์

สำหรับกล้องหน้ามีความละเอียดสูงถึง 32 ล้านพิกเซล ประกอบกับระบบกันสั่นแบบ EIS ทำให้ภาพเซลฟี่มีความคมชัด อีกทั้งยังมีแฟลชบนหน้าจอช่วยให้หน้าไม่มืด โดยรวมถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่เหมาะกับการถ่ายเซลฟี่ โดยให้โทนที่สมจริง ดูเป็นผู้ใหญ่

 

จากคุณสมบัติทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ก็พอจะสรุปได้ว่า OnePlus Nord 2 5G เป็นสมาร์ทโฟนประสิทธิภาพสูงที่พร้อมตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานทั่วไป, การถ่ายรูป ไปจนถึงการเล่นเกมกราฟิกหนัก ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่ดูดีทั้งสเปก และดีไซน์ ในราคาที่ไม่แรงมากครับ

 

สำหรับท่านใดที่สนใจ OnePlus Nord 2 5G ก็พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ เฉพาะช่องทางออนไลน์ที่ Lazada, Shopee และ Thisshop โดยมี ให้เลือก 2 เฉดสี และ 2 รุ่นความจุ ดังนี้ :

- สีฟ้า Blue Haze รุ่น RAM 8 GB + ROM 128 GB ราคา 17,990 บาท (เริ่มวางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้) 
- สีเทา Gray Sierra
รุ่น RAM 12 GB + ROM 256 GB ราคา 18,990 บาท (เริ่มวางจำหน่าย 26 สิงหาคม 2564)

 

โดยท่านที่ซื้อ OnePlus Nord 2 5G ระหว่างวันที่ 26 สิงหาคม - 5 กันยายน 2564 รับฟรีของแถมสุดพิเศษเป็นบัตรประกันจอแตก และ GIFT BOX รวมมูลค่า 5,999 บาท

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณ OnePlus ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง OnePlus Nord 2 5G มาให้ทางทีมงานได้รีวิวให้ทุกท่านได้รับชมกัน สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ


จุดเด่นของ OnePlus Nord 2 5G

- ตัวเครื่องมีดีไซน์เหมาะมือ ให้ความรู้สึกพรีเมียม และไม่เป็นรอยนิ้วมือ พร้อมด้านหลังตัวเครื่องที่ครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5
- มีปุ่ม Alert Slider ด้านข้าง สำหรับสลับระหว่างโหมดเปิดเสียง, เงียบ และโหมดสั่นได้อย่างรวดเร็ว
- หน้าจอแสดงผลแบบ Fluid AMOLED ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ (2400x1080 พิกเซล : 410 ppi) พร้อมอัตราการรีเฟรช (Refresh Rate) สูงสุดที่ 90Hz, รองรับการแสดงผลช่วงสีแบบ sRGB และ Display P3 และครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint Sensor)
- ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Dimensity 1200-AI ความเร็ว 3.0 GHz ซึ่งพัฒนามาเพื่อใช้กับ OnePlus Nord 2 5G โดยเฉพาะ โดยมีการอัปเกรดการประมวลผลของ A.I. ให้ดียิ่งขึ้น และทำงานร่วมกับระบบต่าง ๆ ของ OnePlus Nord 2 5G ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G77 MC9
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 8 GB หรือ 12 GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) แบบ UFS 3.1 ขนาด 128 GB หรือ 256 GB
- แบตเตอรี่ Li-Ion ความจุ 4500 mAh (Dual Cell Bettery) พร้อมระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ Warp Charge 65 ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่จากระดับ 1-100% ได้ภายในเวลา 30 นาที
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 พร้อมครอบทับด้วย OxygenOS 11.3 พร้อมการอัปเดตซอฟต์แวร์ 2 ปี และแพทช์รักษาความปลอดภัย 3 ปี
 

กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (A.I. Triple Camera) ประกอบด้วย

> กล้องตัวที่ 1 แบบ Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX766 ขนาด 1/1.56 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.0 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f1.88, ทางยาวโฟกัส 24 มิลลิเมตร, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์
> กล้องตัวที่ 2 แบบ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.25, มุมรับภาพ 119.7 องศา และระบบป้องกันการสั่นแบบ EIS
> กล้องตัวที่ 3 แบบ Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4

มีระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ Multi Autofocus (PDAF+CAF), ไฟแฟลชในตัว (Dual LED Flash), ระบบ A.I. Photo Enhancement, รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD (3840x2160 พิกเซล : 30 fps) และรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ Slow Motion (Full HD 1080P ที่ 120 fps หรือ HD 720P ที่ 240 fps)
 

กล้องด้านหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล

พร้อมเซนเซอร์รับภาพ Sony IMX615 ขนาด 1/2.8 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.45, ฟีเจอร์ Group Shot 2.0 และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดระดับ 1080P FHD (1920x1080 พิกเซล : 30 fps)
 

- ลำโพงเสียงแบบคู่ (Dual-Stereo Speakers) พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน (Noise Cancellation)
- ระบบการสั่นแบบ Haptic 2.0 พร้อมมอเตอร์แบบ X-Axis Linear Motor
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ 5G, 4G/4G+, 3G, EDGE, GPRS และ Wi-Fi 6 (2.4/5 GHz)
- เทคโนโลยี LTE/LTE-A 4x4 MIMO และ Wi-Fi 6 2x2 MIMO

- รองรับการใช้งาน 5G ได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด
- รองรับการระบุตำแหน่งด้วยระบบดาวเทียม GPS+A-GPS, GLONASS, Galileo, Beidou และ NavIC
- รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง
Bluetooth 5.2 และ NFC
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C (USB 2.0) พร้อมรองรับ OTG (USB On-The-Go)
- รองรับมาตรฐานความปลอดภัย Widevine DRM L1 สามารถรับชมภาพยนตร์สตรีมมิ่งแบบ HD ได้
- ตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีฟ้า Blue Haze (รุ่น 8GB+128GB) และ สีเทา Gray Sierra (รุ่น 12GB+256GB)
- ราคาถือว่าเหมาะสมเมื่อเทียบกับคุณสมบัติโดยรวม


จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ OnePlus Nord 2 5G

- ไม่รองรับการเพิ่มหน่วยความจำเสริมด้วยการ์ดแบบ microSD หรือแบบอื่น ๆ
- ไม่รองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย
- ราคาระหว่างรุ่นความจุ 8GB+128GB กับ 12GB+256GB ต่างกันเพียง 1,000 บาท


สรุปคุณสมบัติเครื่อง

ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ OnePlus Nord 2 5G ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ OnePlus Nord 2 5G 8GB+128GB
สรุปคุณสมบัติ (สเปก) และราคา ของ OnePlus Nord 2 5G 12GB+256GB

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเครื่องทดสอบจากศูนย์บริการ คุณสมบัติบางอย่างอาจแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจถูกแก้ไขให้ดีขึ้นแล้วในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองเพื่อความมั่นใจครับ *

 

 

วันที่ : 25/08/2021