ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม รีวิวมือถือ mobile review >> รีวิวมือถือ Mobile Review
   
Date : 07/06/2021


รีวิว (Review) Infinix HOT 10S

เกมมิ่งโฟนจอลื่น 90Hz สุดคุ้ม พร้อมแบตเตอรี่ 6000 mAh และชิปเซ็ต Helio G85 ในราคาไม่ถึง 4 พันบาท
 

7 มิถุนายน 2021 - ระยะหลังมานี้สมาร์ทโฟนเกมมิ่งราคาประหยัดได้รับความนิยมมากขึ้น และมีรุ่นใหม่เปิดตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อเอาใจเหล่าเกมเมอร์ที่อยากได้การประมวลผลที่มีประสิทธิภาพ แต่มีงบประมาณจำกัด ซึ่งล่าสุดก็มีตัวเลือกอีกรุ่นหนึ่งที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้นั่นก็คือ Infinix HOT 10S ซึ่งมากับคุณสมบัติ และราคาที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

Infinix HOT 10S เป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่จัดสเปกมาเพื่อรองรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ เริ่มจากหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ยักษ์ถึง 6.82 นิ้ว ที่สามารถถ่ายทอดกราฟิก และอารมณ์ของเกมออกมาได้อย่างเต็มตา พร้อมทั้งมีค่า Refresh Rate ที่ระดับ 90Hz และ Touch Sampling Rate ที่ 180Hz ซึ่งช่วยให้การแสดงผลมีความลื่นไหลเนียนตามากกว่าปกติ และตอบสนองต่อการควบคุมได้อย่างฉับไวในเวลาเดียวกัน ตามมาด้วยหัวใจการประมวลผลของชิปเซ็ต MediaTek Helio G85 ความเร็ว 2.0 GHz ซึ่งเป็นชิปเซ็ตระดับกลางที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมเป็นหลัก ทำงานคู่กับหน่วยความจำ RAM สูงสุด 6 GB และ ROM สูงสุด 128 GB จึงสามารถทำงานได้อย่างราบรื่น และรับมือกับเกมในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้น Infinix HOT 10S ยังมากับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่พิเศษถึง 6,000 mAh เพื่อตอบโจทย์การเล่นเกมแบบมาราธอนอีกด้วย

สำหรับการถ่ายภาพของ Infinix HOT 10S นั้น ถือว่าจัดมาให้กำลังดี โดยเป็นชุดกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล, กล้อง Depth วัดระยะชัดลึก ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และกล้อง AI  โดยมีโหมดถ่ายภาพกลางคืน Super Night ให้ใช้ด้วย ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกใส่ไว้ในตัวเครื่องที่ได้รับแรงบันดาลใจด้านการดีไซน์มาจากพื้นผิวที่คล้ายกระจกของทะเลเกลือ Salar de Uyuni ในประเทศโบลิเวีย และเปิดโอกาสให้เราเป็นเจ้าของกันได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 4,199 บาท เท่านั้น แถมยังมีโปรโมชั่นราคาพิเศษในช่วงแรกที่วางจำหน่าย ทำให้ราคาเริ่มต้นเหลือเพียง 3,659 บาท ซึ่งเป็นราคาที่คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง

จากความสามารถที่กล่าวมา ปฏิเสธไม่ได้ว่า Infinix HOT 10S นั้นเป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่น่าจับตามองอย่างมากในช่วงเวลานี้ ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร และจะตอบโจทย์เกมเมอร์ได้จริงหรือไม่ เราไปติดตามกันต่อใน รีวิว Infinix HOT 10S โดยทีมงาน Thaimobilecenter ได้เลยครับ

 

รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

Infinix HOT 10S เป็นสมาร์ทโฟนที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ด้วยหน้าจอแสดงผล 90Hz Ultra Smooth Display (IPS LCD) ที่กว้างถึง 6.82 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (1640x720 พิกเซล) ในอัตราส่วนแบบ 20.5:9 โดยมีค่า Refresh Rate ที่ 90Hz และ Touch Sampling Rate ที่ 180Hz โดยขอบจอด้านบนติดตั้งกล้องหน้าแบบหยดน้ำ ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เอาไว้


บอดี้ของ Infinix HOT 10S เป็นพลาสติกทั้งหมด ฝาหลังมีพื้นผิวมันวาว มีการไล่เระดับของเฉดสีเล็กน้อย และมีลวดลายฝาหลังเป็นเอกลักษณ์ โดยมีการติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ใกล้ ๆ กับกล้อง สำหรับเครื่องที่นำมารีวิวในครั้งนี้เป็น สีเขียว Morandi Green


กล้องหลังของ Infinix HOT 10S เป็นชุดกล้อง 3 ตัว (Triple Camera) ติดตั้งบนฐานสี่เหลี่ยมขอบโค้งมน พร้อมไฟแฟลช LED 4 ดวง โดยกล้องแต่ละตัวประกอบด้วย :

- กล้องหลัก (Main) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/1.79, เซนเซอร์รับภาพขนาด 1/2.0 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน, โครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์ และระบบระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.4 และเอฟเฟกต์ Bokeh
- กล้อง AI (AI Lens) พร้อมระบบ Intelligent Scene Recognition


Infinix HOT 10S มีตัวเครื่องที่ค่อนข้างหนา โดยพอร์ตเชื่อมต่อ microUSB, ลำโพง, ไมโครโฟน และช่องหูฟังจะอยู่ที่ด้านล่างทั้งหมด ส่วนด้านบนไม่มีอะไรนอกจากพื้นผิวเรียบ ๆ


ปุ่ม Power และปุ่มปรับระดับเสียงจะอยู่ที่ตัวเครื่องด้านขวา ส่วนด้านซ้ายมีช่องใส่ซิมการ์ดอยู่เยื้องไปทางด้านบน


ถาดใส่ซิมของ Infinix HOT 10S เป็นแบบ Triple Slot ที่ใส่ซิมการ์ดแบบ nanoSIM ได้ 2 ใบ พร้อมกับการ์ด microSD ได้พร้อมกัน ไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง


สำหรับอุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่องได้แก่ เคสใสแบบแข็ง, ฟิล์มกันรอย, เข็มถอดถาดซิมการ์ด, อแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่่, สายเคเบิล microUSB, คู่มือการใช้งานเบื้องต้น พร้อมใบรับประกัน และบัตรเชิญเข้าสู่ XCLUB ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ของผู้ใช้สมาร์ทโฟน Infinix


เปิดเครื่อง พร้อมทดสอบการใช้งานด้านซอฟต์แวร์

Infinix HOT 10S มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วยอินเทอร์เฟซ XOS 7.6 ซึ่งออกแบบโดย Infinix เอง และมีหน้าตาที่ไม่ต่างจากอินเทอร์เฟซ Android รุ่นอื่น ๆ มากนัก แม้จะเพิ่งเคยใช้ครั้งแรกก็เข้าใจได้ไม่ยาก


เมื่อปัดนิ้วจากด้านบนลงมาจะเป็นการเปิด แถบเมนูทางลัด โดยมีทางลัดสำหรับการตั้งค่าที่ใช้บ่อย ๆ ส่วนด้านล่างจะแสดงแถบแจ้งเตือนของแอปพลิเคชันต่าง ๆ หากปัดนิ้วลงมาอีกครั้งจะเป็นการขยายเมนูทางลัด


หากกดที่ไอคอนรูปปากกา และกระดาษบริเวณขวาบน จะเป็นการ แก้ไข เมนูทางลัด โดยเราสามารถเลือกไอคอนการตั้งค่าที่เราต้องการเข้ามาไว้ในแถบเมนู หรือลบทางลัดที่มีอยู่แล้วออกจากเมนูก็ได้


หากปัดนิ้วจากแถบนำทางขึ้นมา จะเป็นการแสดงแอปพลิเคชันโดยจัดเรียงตามพจนานุกรม ช่วยให้หาแอปพลิเคชันได้ง่ายขึ้นในกรณีที่มีแอปพลิเคชันติดตั้งอยู่จำนวนมาก


สำหรับการโทรซึ่งเป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่สำคัญ ก็มีอินเทอร์เฟซที่ดูเรียบง่าย มีครบทุกฟังก์ชันพื้นฐานที่จำเป็น


Infinix HOT 10S มีแอปพลิเคชันจาก Google มาให้ครบครัน พร้อมเครื่องมือจิปาถะต่าง ๆ


หากกดค้างลงบนพื้นที่ว่างบนหน้าจอหลัก จะเข้าสู่การปรับแต่งหน้าจอ ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนภาพพื้นหลัง และวิดเจ็ตได้ โดยเราสามารถเลือกดาวน์โหลดได้ตามชอบจาก XTheme ซึ่งให้บรริการโดย Infinix โดยตรง


Infinix HOT 10S มี ธีมสีมืด หรือ Dark Mode ที่จะเปลี่ยนให้อินเทอร์เฟซของระบบมีโทนสีที่มืดลง เหมาะสำหรับการใช้งานในเวลากลางคืน หรือในห้องที่มีแสงน้อย โดยสามารถตั้งเวลาให้เปิดใช้งานโดยอัตโนมัติได้ พร้อมกันนี้ยังมีฟังก์ชัน ถนอมดวงตา ที่จะตัดแสงสีฟ้าบนหน้าจอออก และเพิ่มโทนสีอุ่น ช่วยลดอาการปวดตาเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน ๆ


นอกจากนี้ Infinix HOT 10S ยังรองรับ Refrsh Rate สูงสุด 90Hz ช่วยให้แอนิเมชันต่าง ๆ ลื่นไหลสบายตายิ่งขึ้น แต่หากใครไม่ชิน หรือต้องการประหยัดแบตเตอรรี่ ก็สามารถปรับเป็น 60Hz ปกติได้เช่นกัน


ในด้านความปลอดภัย Infinix HOT 10S รองรับทั้งการสแกนใบหน้า และลายนิ้วมือ โดยเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือจะอยู่ที่ด้านหลังตัวเครื่อง สำหรับลายนิ้วมือสามารถบันทึกได้หลายนิ้ว แต่ในส่วนของใบหน้าจะจดจำได้แค่ใบหน้าเดียวเท่านั้น


สำหรับการดูแลรักษาระบบทั่วไป Infinix HOT 10S มีแอปพลิเคชัน Phone Master ที่ช่วยเคลียร์ไฟล์ขยะ, สแกนไวรัส, จัดสรรการใช้พลังงานแบตเตอรี่ และการดูแลอื่น ๆ


เมนู ไฟล์ขยะ เป็นเมนูสำหรับกำจัดไฟล์ขยะที่ตกค้างอยู่ในเครื่องเพื่อคืนพื้นที่ว่างให้หน่วยความ จำ โดยระบบจะสแกนหาไฟล์ขยะในเครื่องให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าจะลบ หรือไม่ลบไฟล์เหล่านั้นก็ได้


เมนู โปรแกรมป้องกันไวรัส จะเป็นการสแกนไฟล์ในเครื่องทั้งหมดเพื่อหามัลแวร์ หรือไฟล์อันตรายต่าง ๆ และจะลบทิ้งโดยอัตโนมัติหากตรวจพบ การสแกนใช้เวลาเพียงครู่เดียวเท่านั้น


เมนู เพิ่มประสิทธิภาพโทรศัพท์ เป็นฟังก์ชันล้างข้อมูลที่ค้างอยู่บนหน่วยความจำ RAM หากรู้สึกว่าเครื่องหน่วง หรือร้อนผิดปกติเหมือนมีแอปพลิเคชันบางอย่างทำงานอยู่ตลอดเวลา ฟังก์ชันนี้สามารถช่วยแก้ปัญหาให้ได้ในเบื้องต้น


เมนู การระบายความร้อนโทรศัพท์ เป็นการตรวจสอบความ ร้อนของชิ้นส่วนภายใน และแอปพลิเคชันที่ทำงานหนักจนเป็นเหตุให้เครื่องร้อน ซึ่งเราสามารถสั่งหยุดการทำงานของแอปพลิเคชันเหล่านั้นได้ในคลิกเดียว เพื่อลดอุณหภูมิของตัวเครื่องลง


นอกจากนี้ Infinix Hote 10S ยังมีฟีเจอร์ที่ช่วยเสริมความอึดให้กับแบตเตอรี่ขนาด 6,000 mAh นั่นคือ มาราธอน พาวเวอร์ ซึ่งเป็นโหมดประหยัดพลังงานอัจฉริยะ ที่ช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานให้นานขึ้นอีกราว ๆ 4 - 5 ชั่วโมง หรือถ้าต้องการประหยัดพลังงานถึงขีดสุด ก็มีโหมด ประหยัดพลังงาน อัลตร้า ที่สามารถยืดระยะเวลาการใช้งานออกไปได้มากกว่า 100 ชั่วโมงเลยทีเดียว แต่จะตัดฟังก์ชันออกไปทั้งหมด เหลือไว้เพียงการโทร และ SMS เท่านั้น เหมาะสำหรับการเปิดใช้งานในกรณีฉุกเฉินมากกว่า


สำหรับการฟังเพลง Infinix HOT 10S มีแอปพลิเคชัน Boomplay ติดตั้งมาให้ ซึ่งนอกจากจะใช้ฟังเพลงในเครื่องได้แล้ว ยังสามารถสตรีมเพลง และดาวน์โหลดเพลงได้ด้วย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเพลงต่างประเทศในโซนแอฟริกา และอเมริกา นอกจากนี้ยังสามารถปรับ Equalizer และเอฟเฟกต์เสียงต่าง ๆ ได้ด้วย


สำหรับแอปพลิเคชันการเล่นวิดีโอของ Infinix HOT 10S มีปุ่มควบคุมการทำงานพื้นฐานครบครัน แต่ก็มีลูกเล่นไม่มากนัก


หากวิดีโอที่เล่นมีอัตราส่วนไม่พอดีกับหน้าจอ จะเหลือแถบสีดำด้านข้างหรือด้านบนเอาไว้ หากต้องการดูแบบเต็มจอให้กดที่ ไอคอนสี่เหลี่ยม ตรงมุมขวาล่าง ซึ่งจะได้ผลลัพธ์ออกมา 2 แบบคือยืดภาพให้เต็ม หรือขยายภาพออกทุกด้านจนเต็มจอโดยที่มีบางส่วนล้นออกไป


สำหรับการเล่นเกมที่เป็นจุดขายสำคัญของ Infinix HOT 10S นั้น ตัวระบบมี Game Zone และ Dir-link Engine สำหรับปิดกั้นการแจ้งเตือน และเพิ่มพลังการประมวลผลขณะเล่น ไม่น้อยหน้าสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่น ๆ นอกจากนี้ยังสามารถเรียกเมนูลัดขณะอยู่ในเกม เพื่อจับภาพหน้าจอ หรือบันทึกวิดีโอการเล่นอย่างรวดเร็วได้อีกด้วย

ในการทดสอบประสิทธิภาพการเล่นเกมของ Infinix HOT 10S ทางทีมงานได้เลือกทดสอบด้วยเกม 3 เกม ได้แก่ PUBG Mobile, RoV และ Free Fire โดยตั้งค่ากราฟิกของตัวเกมไว้ดังนี้ :


การตั้งค่าของเกม PUBG Mobile


การตั้งค่าของเกม RoV


การตั้งค่าของเกม Free Fire


หลังจากที่ทางทีมงานงานได้ทดลองเล่นทั้ง 3 เกมข้างต้นติดต่อกันราว ๆ 2 ชั่วโมง พบว่า Infinix HOT 10S สามารถเล่นเกมได้ดีอย่างที่คาดหวังเอาไว้ เนื่องจากชิปเซ็ต MediaTek Helio G85 นั้นมีประสิทธิภาพสูงพอสมควรอยู่แล้ว พร้อมกันนี้ หน้าจอที่มีขนาดใหญ่ 6.82 นิ้วยังช่วยให้มองเห็นฉากในเกมได้ชัดขึ้น และมองเห็นศัตรูในระยะไกลได้ง่ายขึ้นด้วย ส่วนการตอบสนองต่อการควบคุมก็ลื่นไหลติดมือ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ทั้งนี้ ตัวเครื่องมีการสะสมความร้อนระหว่างเล่นมากพอสมควร โดยรวมแล้วถือ ว่า Infinix HOT 10S เป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่เล่นเกมได้ดีเกินราคา แม้จะไม่ถึงกับสมบูรณ์แบบ แต่ทำได้ดีกว่าสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ที่มีราคาใกล้ ๆ กันแน่นอนครับ


จากการตรวจสอบด้วยแอปพลิเคชัน Infinix HOT 10S ใช้ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Helio G85 ที่มีหน่วยประมวลผล 8-แกน (Octa-Core) และมีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดที่ 2.0 GHz มากับหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G52 MC2, หน่วยความจำแรม (RAM) 6 GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) 128 GB


Infinix HOT 10S วัดค่า benchmark จากแอปพลิเคชัน Geekbench 5 ได้ 372 คะแนนสำหรับการประมวลผลแกนเดี่ยว (Single-Core) และ 1263 คะแนนสำหรับการประมวลผลหลายแกน (Multi-Core) และจากแอปพลิเคชัน 3D Mark ในชุดทดสอบ Wild Life ได้ 726 คะแนน


Infinix HOT 10S มีเซ็นเซอร์ Accelerometer Sensor, Light Sensor, Orientation Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope Sensor, Sound Sensor และ Magnetic Sensor ส่วนหน้าจอแสดงผลรองรับการสัมผัสได้พร้อมกันได้ 5 จุด


ระบบ GPS สามารถจับสัญญาณดาวเทียมในที่กลางแจ้งได้ดี โดยจากภาพตัวอย่างจะเห็นว่าจับสัญญาณดาวเทียมได้ทั้งหมด 48 ดวง และมีความแม่นยำในระดับบวกลบ 1 เมตร แต่อย่างไรก็ดีคุณภาพของสัญญาณดาวเทียม GPS ขึ้นอยู่กับพื้นที่และสภาพอากาศด้วย ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่และช่วงเวลา


การใช้งานกล้องสำหรับถ่ายภาพ และวิดีโอ

Infinix HOT 10S มีระบบวิเคราะห์ภาพถ่ายด้วย AI เหมือนสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น ๆ ที่จะตกแต่งภาพ ให้เหมาะกับฉากโดยอัตโนมัติ พร้อมโหมดการถ่ายภาพ และวิดีโอทั่วไปอื่น ๆ ซึ่งมีให้เลือกใช้ไม่มากนัก โดยชุดกล้องหลังของ Infinix HOT 10S ประกอบด้วยกล้อง 3 ตัว ดังนี้ :

- กล้องหลัก (Main) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/1.79, เซนเซอร์รับภาพขนาด 1/2.0 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน, โครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์ และระบบระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.4 และเอฟเฟกต์ Bokeh
- กล้อง AI (AI Lens) พร้อมระบบ Intelligent Scene Recognition


ในโหมด AI CAM เป็นโหมดถ่ายรูปแบบอัตโนมัติ สามารถเปิดใช้งานฟิลเตอร์ และเลือกถ่ายแบบเต็มความละเอียดที่ 48 ล้านพิกเซลได้


ส่วนการถ่ายด้วย โหมดรูปบุคคล จะมีการเปิดเอฟเฟกต์ ละลายหลัง (โบเก้) ซึ่งปรับระดับความเบลอได้ตามต้องการ แต่ไม่สามารถเปิดใช้เอฟเฟกต์บิวตี้ได้ในโหมดนี้


สำหรับ โหมดบิวตี้ จะถูกแยกออกมาต่างหาก ซึ่งสามารถปรับระดับความเรียบเนียนของผิวได้ 6 ระดับ และปรับสัดส่วนของร่างกายได้ ช่วยให้ดูผอมเพรียวยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องแต่งภาพให้ยุ่งยาก


สำหรับ โหมดประสิทธิภาพในที่มืด ก็ คือ Night Mode นั่นเอง ซึ่งช่วยให้การถ่ายรูปในที่แสงน้อย หรือในเวลากลางคืนดูสว่าง และมีรายละเอียดชัดขึ้น แต่ไม่มีฟิลเตอร์พิเศษใด ๆ


สำหรับกล้องหน้าของ Infinix HOT 10S มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีฟังก์ชันต่าง ๆ เหมือนกับกล้องหลัง แต่ในโหมดบิวตี้จะปรับได้แค่ความเนียนของใบหน้าเท่านั้น ไม่สามารถปรับรูปร่างได้ และมีลูกเล่นอย่าง AR Stickers ให้ใช้งานด้วย


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 48+2 ล้านพิกเซล และ AI Lens

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดอัตโนมัติ


ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล


สรุปผลการทดสอบของ Infinix HOT 10S

หลังจากที่ได้มีโอกาสใช้งาน Infinix HOT 10S มาระยะหนึ่ง ทางทีมงานรู้สึกประทับใจสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ในหลาย ๆ อย่างด้วยกัน โดยเฉพาะในการเล่นเกมซึ่งสามารถตอบโจทย์ได้อย่างตรงเป้า ด้วยปัจจัยสำคัญ 3 อย่าง ได้แก่ชิปเซ็ตประมวลผล, หน้าจอ และแบตเตอรี่

ในส่วนของชิปเซ็ตประมวลผล Infinix HOT 10S มากับ MediaTek Helio G85 ชิปเซ็ตเพื่อการเล่นเกมระดับกลาง ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงพอที่จะเล่นเกมที่มีกราฟิกสูง ๆ ได้ บนการตั้งค่าระดับกลาง ๆ โดยที่ภาพยังลื่นไหลไม่ชวนให้หงุดหงิด แม้จะไม่ใช่ชิปเซ็ตที่แรงมาก แต่เมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 5,000 บาททั่วไปแล้ว ก็ถือว่าดีกว่ามาก เพราะสมาร์ทโฟนในกลุ่มนี้มักจะให้ชิปเซ็ตมาในระดับเริ่มต้นเท่านั้น เช่น MediaTek Helio G35 ซึ่งมีประสิทธิภาพต่างกันอย่างชัดเจน ทำให้ Infinix HOT 10S เล่นเกมได้ลื่นกว่า และดันกราฟิกได้สูงกว่าคู่แข่งรุ่นอื่น ๆ ในระดับราคาเดียวกัน

 

จุดเด่นถัดมาของ Infinix HOT 10S คือหน้าจอแสดงผลที่มีขนาดใหญ่มาก โดยมีขนาดใหญ่ถึง 6.82 นิ้ว อีกทั้งยังมีค่า Refresh Rate ที่ 90Hz ทำให้การแสดงผลมีความลื่นไหลเนียนตา สามารถมองเห็นฉากในเกมได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเพ่ง แถมยังช่วยให้มองเห็นศัตรูจากระยะไกลได้ง่ายขึ้น และบังคับได้สะดวก ขณะเดียวกัน หน้าจอยังมีค่า Touch Sampling Rate ที่ 180Hz ซึ่งถือว่าสูงพอสมควร จึงสามารถตอบสนองต่อการควบคุมได้อย่างทันทีทันใดไม่มีการหน่วง

สำหรับแบตเตอรี่ Infinix HOT 10S ให้แบตเตอรี่มาแบบจุใจที่ขนาด 6,000 mAh ซึ่งถือว่าสูงมาก พร้อมทั้งมีซอฟต์แวร์ที่ช่วยประหยัดพลังงานในตจึงสามารถเล่นเกมได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน ไม่ต้องคอยกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดกลางคัน หรือจะนำไปเปิดบอททิ้งไว้ก็นับว่าเหมาะสม เพียงแต่ระบบชาร์จจะเป็นแบบ 10W (5V/2A) เท่านั้น จึงอาจจะต้องใช้เวลาชาร์จนานอยู่สักนิด

ในแง่การใช้งานทั่วไป อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า Infinix HOT 10S มีจุดเด่นสำคัญที่หน้าจอขนาดใหญ่ จึงตอบโจทย์การดูหนัง, การเล่นโซเชียล หรือการวิดีโอคอลได้เป็นอย่างดี อีกทั้งแบตเตอรี่ความจุ  6,000 mAh ยังช่วยให้ใช้งานข้ามวันได้อย่างสบาย ๆ ดังนั้นถึงแม้จะไม่ใช่สายเกมก็ยังสามารถใช้งาน Infinix HOT 10S เพื่อความบันเทิงทั่วไป รวมถึงการประชุม/เรียนออนไลน์ได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ดี ด้วยหน้าจอที่เป็นแบบ IPS LCD และมีความสว่างสูงสุดเพียง 440 nits จึงทำให้สู้แสงแดดกลางแจ้งได้ไม่ดีนัก

จุดสังเกตอีกอย่างก็คือ ถึงแม้ Infinix HOT 10S จะมีหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.82 นิ้ว แต่ก็มีความละเอียดเพียงแค่ระดับ HD+ ดังนั้น จึงไม่สามารถถ่ายทอดคอนเทนต์ที่มีความละเอียดสูง ๆ ออกมาได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังทำให้ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ตามไปด้วย ผู้ที่มือเล็กอาจถือไม่ถนัด และอาจจะใหญ่เกินไปสำหรับการใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง

 

ด้านการเล่นเกม และการใช้งานทั่วไปเรียกได้ว่าหายห่วง ส่วนด้านการถ่ายภาพของ Infinix HOT 10S ถือว่าใช้งานทั่วไปได้ดี โดยเป็นชุดกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล ซึ่งสามารถถ่ายภาพภายใต้สภาพแสงทั่วไปได้ดีพอสมควร ให้สีสันที่ค่อนข้างตรง และไม่ค่อยมีปัญหาด้านการวัดแสง อีกทั้งเอฟเฟกต์เบลอฉากหลังแบบโบเก้ในโหมดบุคคลก็สามารถแยกตัวแบบออกจากฉากได้ดี แต่กลับมีโหมดบิวตี้ และโหมดบุคคลแยกกัน ทำให้ถ่ายรูป Portrait ละลายหลัง พร้อมกับเปิดบิวตี้ไปด้วยไม่ได้ ซึ่งน่าเสียดายมาก ๆ ขณะเดียวกัน กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซลของ Infinix HOT 10S ก็ยังถ่ายทอดสีสันออกมาได้ไม่แม่นยำมากนัก และยังแยกโหมดบิวตี้ กับโหมดบุคคลออกจากกันเช่นเดิม แต่ก็พอมีทางออกคือใช้แอปพลิเคชันถ่ายรูปอื่น ๆ แทน ควบคู่ไปกับแอปพลิเคชันแต่งรูป

จากที่กล่าวมาทั้งหมด โดยรวมแล้วถือว่า Infinix HOT 10S คือส่วนผสมที่ลงตัวที่สุดสำหรับการเล่นเกมในราคาไม่เกิน 5,000 บาท ณ ตอนนี้ ด้วยชิปเซ็ตที่แรงกว่า, จอที่ใหญ่กว่า และแบตเตอรี่ที่อึดกว่า ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนเล่นเกมราคาไม่แรง รุ่นนี้คุ้มกับเงินที่จ่ายไปแน่นอนครับ

 

สำหรับท่านใดที่สนใจ Infinix HOT 10S วางจำหน่ายแล้ววันนี้บน Infinix LazMall ใน LAZADA โดยมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีดำ (95° Degree Black), สีเขียว (Morandi Green), สีฟ้า (Heart of Ocean) และ สี ม่วง (7° Purple) สำหรับในช่วง 2 สัปดาห์แรกจะมีการวางจำหน่าย Infinix HOT 10S ในราคาพิเศษ โดยรุ่น RAM 4GB + ROM 64GB ลดเหลือ 3,659 บาท จากปกติ 4,199 บาท และรุ่น RAM 6GB + ROM 128GB ลดเหลือ 4,349 บาท จากปกติ 4,999 บาท

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณ Infinix ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง Infinix HOT 10S มาให้ทางทีมงานได้รีวิวให้ทุกท่านได้ชมกัน สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ


จุดเด่นของ Infinix HOT 10S

- ดีไซน์ฝาหลังได้รับแรงบันดาลใจมาจากพื้นผิวที่คล้ายกระจกของทะเลเกลือ Salar de Uyuni ในประเทศโบลิเวีย
- มี 4 สีมาตรฐานให้เลือก (Morandi Green, 7° Purple, Heart of Ocean และ 95° Black)
- หน้าจอแสดงผล 90Hz Ultra Smooth Display (IPS LCD) ขนาดใหญ่ถึง 6.82 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (1640x720 พิกเซล : 263 PPI) ในอัตราส่วนแบบ 20.5:9 พร้อมค่า Refresh Rate ที่ 90Hz และค่า Touch Sampling Rate ที่ 180Hz
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง พร้อมระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock)
- ใช้ชิปเซ็ตประมวลผล MediaTek Helio G85 แบบ 8-แกน (Octa-Core) ความเร็ว 2.0 GHz ซึ่งเป็นชิปเซ็ตตระกูลเกมมิ่งที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าชิปเซ็ตบนสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น ๆ ในระดับราคาเดียวกัน
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G52 MC2
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 4 GB หรือ 6 GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) แบบ eMMC 5.1 ขนาด 64 GB หรือ 128 GB
- รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD ได้สูงสุดที่ขนาด 512 GB
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 พร้อมครอบทับด้วย XOS 7.6
- ฟีเจอร์ Game Zone และ Dir-Link Engine (Ultimate Game Booster) สำหรับช่วยเร่งประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่องขณะเล่นเกม
- ฟีเจอร์ App Lock, X-Proof และ Xclone
- แบตเตอรี่ความจุ  6,000 mAh พร้อมระบบชาร์จแบบ 10W (5V/2A), ระบบ Safe Charge และฟีเจอร์ Power Marathon

กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย

> กล้องหลัก (Main) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/1.79, เซนเซอร์รับภาพขนาด 1/2.0 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.8 ไมครอน, โครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์ และระบบระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
> กล้อง Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.4 และเอฟเฟกต์ Bokeh
> กล้อง AI (AI Lens) พร้อมระบบ Intelligent Scene Recognition

รวมทั้งมีไฟแฟลช 4 ดวง (Quad LED Flash), ฟีเจอร์ Super Night Scape, ระบบ Eye-Tracking Autofocus, ฟีเจอร์ Auto-Blur Videos, Face Beautification Videos และ Fun Short Videos

กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมโหมดการถ่ายรูปบุคคล (AI Portrait), บิวตี้ และ AR Stickers

- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (2.4/5GHz), 4G/4G+, 3G, EDGE และ GPRS
- ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple Slot
- รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.0
- รองรับการระบุตำแหน่งด้วยระบบดาวเทียม GPS และ A-GPS
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ microUSB พร้อมรองรับการใช้งาน OTG (USB On-the-Go)
- พอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- ระบบเสียงแบบ DTS Audio
- วิทยุ FM ในตัว
- ตัวเครื่องมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ (95 Degree Black), สีเขียว (Morandi Green), สีฟ้า (Heart of Ocean) และ สีม่วง (7 Degree Purple)
- ราคาโปรโมชั่นเครื่องเปล่าเริ่มต้นที่ 3,659 บาท (รุ่น RAM 4 GB + ROM 64 GB) ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณสมบัติโดยรวม


จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Infinix HOT 10S

- จอแสดงผลมีความละเอียดที่ระดับ HD+ ซึ่งถือว่าไม่มากนักหากเทียบกับขนาดของหน้าจอที่ใหญ่ถึง 6.82 นิ้ว
- ไม่มีกล้องมุมกว้างพิเศษ (Ultra Wide)
- ไม่สามารถเปิดใช้เอฟเฟกต์บิวตี้พร้อมกับเบลอฉากหลังได้
- ไม่มีระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง และยังคงใช้พอร์ตเชื่อมต่อแบบ microUSB ไม่ใช่ USB Type-C
- ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ ผู้ที่มีมือเล็กอาจใช้งานมือเดียวไม่สะดวก

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเครื่องทดสอบจากผู้ผลิต เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจถูกแก้ไขให้ดีขึ้นแล้วในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบ หรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่งเพื่อความมั่นใจ *

 

วันที่ : 07/06/2021