รวมมือถือรุ่นใหม่ ปี 2022 ราคาไม่เกิน 7,000 บาท มีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง มาดูกัน
สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านค่ะ กลับมาพบกับทีมงาน Thaimobilecenter พร้อมการอัปเดตข่าวสาร และนานาสาระน่ารู้ในแวดวงสมาร์ทโฟนกันอีกครั้งนะคะ หากท่านใดที่กำลังสนใจจะเลือกซื้อมือถือสักหนึ่งเครื่องในช่วงนี้จะเห็นได้ว่าภายในร้านค้าตัวแทนจำหน่ายหลายๆ แห่ง จะเต็มไปด้วยสมาร์ทโฟนระดับกลางที่มีราคาย่อมเยาให้เลือกสรรกันค่อนข้างมาก ทั้งนี้เพราะแบรนด์ผู้ผลิตส่วนใหญ่เริ่มหันมาเจาะตลาดกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป โดยเน้นการเปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับกลางที่มีราคาวางจำหน่ายย่อมเยา และมีคุณสมบัติตัวเครื่องที่ครอบคุลมทุกการใช้งานเป็นหลัก ส่งผลให้ในปัจจุบันมีมือถือระดับกลางในหลายช่วงราคา และมีคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างกันออกไป
สมาร์ทโฟนระดับกลางบางรุ่นสามารถตอบโจทย์การใช้งานให้กับท่านได้ด้วยคุณสมบัติที่ครบครัน และครอบคลุมในทุกๆ ด้าน เช่น หน้าจอขนาดใหญ่เต็มตาบนการดีไซน์โฉมใหม่ พร้อมหน่วยความจำแรม (RAM) อย่างน้อย 4GB ที่ช่วยให้การใช้งานลื่นไหลไม่ติดขัด, กล้องถ่ายภาพที่จัดเต็มมากขึ้นถึง 3 ตัว (Triple Camera) และ 4 ตัว (Quad Camera) และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner) ที่ช่วยป้องกันข้อมูลภายในตัวเครื่อง ซึ่งคุณสมบัติข้างต้นที่กล่าวมามีอยู่ในราคาหลักพันเท่านั้น วันนี้ทีมงาน Thaimobilecenter จึงได้ทำการคัดเลือกสมาร์ทโฟนที่มีสเปปกครบครันในราคาไม่เกิน 7,000 บาท (อัปเดตล่าสุด ณ วันที่ 29 มีนาคม 2022) มาให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน สมาร์ทโฟนรุ่นใดที่มาพร้อมกับสเปกจัดเต็ม และน่าสนใจมากที่สุดในช่วงนี้บ้าง ติดตามชมไปพร้อมกันได้เลยค่ะ
Samsung Galaxy A13 : 6,499 บาท
FHD+ Infinity-V Display 6.6" | Quad Camera 50MP | 5000 mAh
มาในดีไซน์คล้ายรุ่นพี่ ด้วยการรับเรียงกล้องหลังเป็นรูปตัว L ที่มุมบนซ้าย ทั้งหมด 4 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลัก 50MP (f1.8) + กล้อง Ultra-Wide 5MP (f2.2) + กล้อง Depth 2MP (f2.4) + กล้อง Macro 2MP (f2.4) พร้อมหน้าจอไร้ขอบทรงหยดน้ำแบบ Infinity-V Display ขนาด 6.6 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5 และเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง โดยประมวลผลด้วยชิปเซ็ต Exynos 850 จับคู่กับ RAM ขนาดสูงสุด 6GB + ROM ขนาดสูงสุด 128GB มีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 15W Fast Charging บนระบบปฏิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย One UI 4.0
สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ Samsung Galaxy A13
- หน้าจอแสดงผล Infinity-V Display (TFT) ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Exynos 850
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ 1TB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วย
- กล้องตัวหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล
- กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้าง Ultra Wide ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล เก็บภาพมุมกว้างสุด 123 องศา
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
- กล้องตัวที่สี่เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล โดยมี F/2.2
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 15W Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย One UI 4.1
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
OPPO A53 (4GB+128GB) : 6,499 บาท
90Hz Neo-Display 6.5" | 5000 mAh + 18W | AI 16MP Selfie
มาพร้อมกับความโดดเด่นด้านหน้าจอแสดงผลแบบ Neo-Display ขนาด 6.5 นิ้ว ที่รองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz ภายในขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตประวลผล Qualcomm Snapdragon 460 พร้อมหน่วยความจำ RAM ขนาด 4GB ที่มีเทคโนโลยี RAM+ สำหรับเพิ่มหน่วยความจำ RAM แบบเสมือน รวมถึง Memory Optimization เพื่อช่วยปรับแต่งการทำงานให้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมความจุภายใน 128GB และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5000mAh รองรับชาร์จไว 18W
สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ OPPO A53
- ตัวเครื่องมีขนาด 163.9x75.1x8.4 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 192 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Neo-Display ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (720x1600 พิกเซล : 269 ppi) ในอัตราส่วน 20:9 รองรับค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ประกอบด้วย
- กล้องตัวหลัก Wide (Main) ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
- กล้อง Boke ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
- กล้องดิจิทัลด้านหน้า AI ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charge
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย ColorOS 7.2
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง
- ระบบสแกนใบหน้า (Facial Unlock)
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-FI Dual Band และ Bluetooth
- ช่องเชื่อมต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
vivo Y21T : 6,999 บาท
Triple Camera 50MP | Extended RAM 2.0 | 5000 mAh + 18W
สเปก vivo Y21T | รีวิว vivo Y21T
สมาร์ทโฟน Y Series รุ่นใหม่ ชูโรงที่กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 50MP บนตัวเครื่องเพรียวบาง พร้อมฝาหลังเงางามเป็นประกาย โดยมีหน้าจอไร้ขอบแบบ Halo FullView Display ขนาด 6.51 นิ้ว คมชัดระดับ HD+ และเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง ประมวลผลด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 680 รุ่นใหม่ จับคู่ RAM 6GB + เทคโนโลยี Extended RAM 2.0 ที่สามารถเพิ่ม RAM เสมือนเพิ่มได้อีก 2GB พร้อม ROM ขนาด 128GB และมีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จ เร็ว 18W Fast Charge บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย Funtouch OS 12 เวอร์ชันล่าสุด
สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ vivo Y21T
- ตัวเครื่องมีขนาด 164.26x76.08x8.0 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 182 กรัม
- หน้าจอแสดงผล IPS LCD Halo FullView Display ขนาด 6.51 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 ความละเอียดระดับ HD+ (1600x720 พิกเซล : 269 ppi) ครอบทับด้วยกระจกขอบนูนแบบ 2.5D
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 680
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 610
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB พร้อมเทคโนโลยี Extended RAM 2.0 ที่สามารถขยาย RAM เพิ่มได้อีก 2GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ความจุ 128GB พร้อมรองรับหน่วยควาจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 1TB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ประกอบด้วย
- กล้องตัวหลัก (Main) ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.8
- กล้องตัวที่สองแบบ Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4
- กล้องตัวที่สามแบบ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4 รองรับการถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงขนาด f1.8 รองรับเทคโนโลยี Face Beauty
- แบตเอตรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 18W Fast Charge
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 12
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint)
- ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock)
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 4G พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual 4G LTE)
- ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple-Slot รองรับ nanoSIM ทั้งหมด 2 ซิมการ์ด + 1 microSD Card
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (2.4 / 5.0 GHz) และ Bluetooth 5.0
- พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
realme C35 (4GB+128GB) : 6,299 บาท
FHD+ Fullscreen 6.6" | AI Triple Camera 50MP | 5000 mAh + 18W
มือถือ C Series รุ่นน้องใหม่ที่ยกเครื่องการดีไซน์ใหม่หมดแบบ Dynamic Glowing Design ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วย กล้องตัวหลัก 50MP (f1.8) + กล้อง Macro 2MP (f2.4) + กล้อง B&W 2MP (f2.8) และมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านข้างตัวเครื่อง พร้อมหน้าจอไร้ขอบแบบ Full Screen ขนาด 6.6 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ มีกล้องหน้า AI 8MP (f2.0) ประมวลผลด้วยชิปเซ็ต Unisoc T616 จับคู่กับ RAM 4GB + ROM ขนาด 64GB / 128GB โดยมีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charging ซึ่งทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย realme UI
สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ realme C35
- ตัวเครื่องมีขนาด 164.4x75.6x8.1 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 189 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Fullscreen ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (2412x1080 พิกเซล : 401 PPI)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Unisoc T616
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G57
- หน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR4X ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 2.2 ขนาด 64GB / 128GB รองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 1TB
- กล้องหลัง AI 3 ตัว ประกอบด้วย
- กล้องหลัก Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f1.8
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f2.4 สามารถถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ระยะ 4 เซนติเมตร
- กล้อง B&W ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f2.8
- กล้องหน้า AI ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charge
- ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย realme UI R Edition
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้างตัวเครื่อง (Side Fingerprint Scanner)
- รองรับการเชื่อมต่อ 4G LTE, Wi-Fi 802.11 a/b/c/n/ac/ax และ Bluetooth 5.0
- พอร์ตการเชื่อมต่อกับ USB Type-C
- รุ่น 4GB+64GB : 5,799 บาท
- รุ่น 4GB+128GB : 6,299 บาท
Redmi Note 11 : เริ่ม 6,299 บาท
AMOLED DotDisplay 6.43" | Quad Camera 50MP | 5000 mAh + 33W
ชูโรงที่หน้าจอ 90Hz AMOLED DotDisplay ขนาด 6.43 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ พร้อมรองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz ประมวลผลด้วยชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง Snapdragon 680 (6nm) จับคู่กับ 4GB / 6GB + ROM 128GB มีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Pro อีกทั้งยังมีการดีไซน์ตัวเครื่องพรีเมียม ด้วยผิวสัมผัสแบบด้าน (Matte Finish) ที่ช่วยป้องกันรอยนิ้วมือได้เป็นอย่างดี ติดตั้งกล้องหลัง 4 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลัก 50MP + กล้อง Ultra Wide 8MP + กล้อง Depth 2MP + กล้อง Macro 2MP
สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ Redmi Note 11
- ตัวเครื่องมีขนาด 159.87x73.87x8.09 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 179 กรัม
- หน้าจอแสดงผล AMOLED DotDisplay ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล) มีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 680
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 610
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB / 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) 128GB รองรับการเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 1TB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วย
- กล้องตัวหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (F/1.8)
- กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (F/2.2)
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล (F/2.4) สามารถถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร
- กล้อง Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล (F/2.4)
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าฝังบนจอแบบ In-Display Camera ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (F/2.4)
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 33W Pro
- ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย MIUI 13
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side Fingerprint)
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (Dual-Band) และ Bluetooth 5.1
- รองรับพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รุ่น 4GB+128GB ราคา 6,299 บาท
- รุ่น 6GB+128GB ราคา 6,999 บาท
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับสมาร์ทโฟนสุดคุ้มในราคาไม่เกิน 7,000 บาท ที่ทางทีมงานได้รวบรวมมาให้ได้ชมกัน จะเห็นได้ว่าแต่ละรุ่นก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งแต่ละรุ่นนั้นมาพร้อมฟีเจอร์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้อย่างครบทุกด้าน ด้วยราคาที่ไม่สูงมากนัก
ทั้งนี้จึงขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เอง ว่ามีความชื่นชอบสมาร์ทโฟนรุ่นใดมากที่สุด ทั้งในด้านการดีไซน์ว่าสวยถูกใจขนาดไหน และฟีเจอร์ด้านในสามารถพร้อมตอบโจทย์การใช้งานของตนเองได้ครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งหากว่าได้ทดลองใช้งานในเบื้องต้น แล้วเกิดความพึงพอใจ ก็ถือได้ว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนั้นคุ้มค่าแก่การจับจองเป็นเจ้าของแล้วค่ะ ซึ่งทางทีมงานหวังว่าบทความนี้จะสามารถเป็นข้อมูลเบื้องต้นให้ผู้ใช้เลือกตัดสินใจได้ง่ายขึ้น หรือเก็บไว้เป็นตัวเลือกสำหรับการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนสักหนึ่งเครื่องในครั้งต่อไป สำหรับวันนี้ทีมงาน Thaimobilecenter ต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีค่ะ
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 29/03/2565
