
Samsung Galaxy Nexus
นับว่าเป็นสมาร์ทโฟนตระกูลแอนดรอยด์ที่ถูกจับตามองมากที่สุดในเวลานี้เลยก็ว่าได้ สำหรับ Samsung Galaxy Nexus กูเกิลโฟนรุ่นที่ 3 จาก Google บริษัทเสิร์จเอนจิ้นอันดับ 1 ของโลกในขณะนี้ โดยก่อนหน้านั้น สมาร์ทโฟนในเครือ Google วางจำหน่ายไปแล้วทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ Google Nexus One โดย HTC และ Google Nexus S โดย Samsung จนมาถึงเจเนอเรชั่นปัจจุบัน ที่ทาง Google ได้เลือกที่จะทำงานกับ ซัมซุง อีกครั้ง จนเปิดตัว Samsung Galaxy Nexus ไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
จุดเด่นของ Samsung Galaxy Nexus ที่นอกจากจะมีจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 4.65 นิ้วแล้ว Samsung Galaxy Nexus ยังใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เวอร์ชั่นล่าสุด นั่นคือ ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0 Ice Cream Sandwich ที่ได้รับการยอมรับว่า ดีกว่า และเร็วกว่าเวอร์ชั่นก่อนหน้านั้นมากเลยทีเดียว ซึ่งข้อดีของสมาร์ทโฟนที่ Google มีส่วนร่วมในการผลิตนั้น ก็คือ ถ้าหากมีการอัพเดทซอฟท์แวร์ หรือเฟิร์มแวร์ใหม่ๆ สมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวจะสามารถอัพเดทได้ก่อนรุ่นอื่นนั่นเอง
สเปคของ Samsung Galaxy Nexus อย่างละเอียด คลิ๊กที่นี่
การออกแบบ

Samsung Galaxy Nexus นั้น ให้ความรู้สึกถึงความพัฒนาของสมาร์ทโฟนในตระกูล Nexus ถึงแม้ว่า รูปลักษณ์โดยรวมนั้น จะคล้ายๆกับ Samsung Nexus S นั่นคือ รูปร่างที่โค้งมน แต่ Samsung Galaxy Nexus จะมีรูปร่างที่บางกว่า ยาวกว่า และหน้าจอมีขนาดใหญ๋ขึ้น ส่วนวัสดุภายนอกนั้น ส่วนใหญ่จะทำมาจากพลาสติก ที่เป็นวัสดุที่ทางซัมซุงชอบใช้ผลิตสมาร์ทโฟน ถึงแม้ว่า อาจจะดูด้อยกว่าสมาร์ทโฟนจากค่ายอื่นๆ อย่าง HTC ที่จะเป็นโลหะเสียส่วนใหญ่ แต่ในเรื่องของความแข็งแรง ทนทาน Samsung Galaxy Nexus ก็ไม่เป็นรองใครเช่นกัน
Samsung Galaxy Nexus ประกอบด้วยจอแสดงผลขนาดใหญ่ถึง 4.65 นิ้ว ความละเอียด 1280x720 พิกเซล แบบ Super AMOLED HD Capacitive Touchscreen ซึ่งนอกจากจะสะดวกสบายต่อการใช้งานด้านทัชสกรีนแล้ว ยังให้สีสันที่คมชัด สามารถนำไปใช้งานในที่ๆ มีแสงสว่างจ้าได้อย่างไม่มีปัญหา

ด้านบนของจอแสดงผล ประกอบด้วย ลำโพงสำหรับสนทนาขนาดใหญ่ และระบบเซ็นเซอร์ 2 จุด นั่นคือ Proximity Sensor สำหรับปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนา และ Ambient Light Sensor สำหรับปรับความสว่างของหน้าจอให้เหมาะสมตามสภาพแวดล้อม ส่วนมุมขวาสุดนั้น เป็นกล้องดิจิตอลด้านหน้า ความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล สำหรับการใช้งานด้าน video calling

ด้านล่างของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ปุ่มกดแบบสัมผัสจำนวน 3 ปุ่ม ได้แก่ ปุ่ม Back, ปุ่ม Menu และปุ่ม Multi-tasking ซึ่งเป็นแบบเดียวกับบนแอนดรอยด์ Honeycomb แต่ไม่มีปุ่มแบบ Hardware ปรากฎอยู่

Samsung Galaxy Nexus ได้เพิ่มฟังก์ชั่น LED Notification area ไว้ตรงด้านท้ายของจอแสดงผล ซึ่งแสงจะปรากฎขึ้น เมื่อมีสายที่ไม่รับ, ข้อความที่ยังไม่ได้อ่าน และแบตเตอรี่อยู่ในระดับต่ำ

ด้านซ้ายของตัวเครื่อง เป็นปุ่มปรับเพิ่ม-ลดเสียง

ด้านขวาของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง และช่องสำหรับเชื่อมต่อ Docking Station

ด้านบนของตัวเครื่อง ไม่มีปุ่มใดๆ ปรากฏ

ด้านล่างของตัวเครื่อง ประกอบไปด้วย microUSB port, ไมโคโฟน และช่องสำหรับหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

ด้านหลังของตัวเครื่อง ประกอบด้วย กล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash

ส่วนถาดลำโพงนั้น อยู่ด้านล่าง ซึ่งฝาหลังนั้น ทำมาจากวัสดุประเภทเดียวกับ Samsung Galaxy S II ซึ่งเป็นพลาสติกที่ป้องกันรอยนิ้วมือ มีความบาง ยืดหยุ่นได้ดี และมีความแข็งแรงสูง

เมื่อเปิดฝาหลัง จะพบกับ แบตเตอรี่ขนาด 1750mAh, ช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด และ microSD card slot
User Interface
ถึงแม้ว่า Samsung Galaxy Nexus จะเป็นสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0 Ice Cream Sandwich แต่สำหรับ User Interface นั้น ยังคงมีกลิ่นอายจาก Honeycomb อยู่บ้าง แต่ทาง Google ได้นำมาปรับเปลี่ยนเล็กน้อย เพื่อให้เป็นจุดเด่นของแต่ละเวอร์ชั่นนั่นเอง อย่างไรก็ดี ผู้ที่เคยใช้ Honeycomb tablet มาก่อน อาจจะพอคุ้นเคยกับเวอร์ชั่นนี้อยู่บ้าง
หน้า Lockscreen

สำหรับหน้า Lockscreen บน Samsung Galaxy Nexus นั้น คล้ายๆ กับบน Honeycomb tablet นั่นคือ การลากวงกลมไปครอบลงบนรูปแม่กุญแจ (ขวา) เพื่อปลดล็อคนั่นเอง นอกจากนี้ ถ้าหากลากวงกลมไปครอบรูปไอคอนของกล้องถ่ายรูป (ซ้าย) ก็สามารถใช้งานในโหมดของกล้องถ่ายรูปได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องปลดล็อคเครื่องก่อนแต่อย่างใด
Face unlock

อีกหนึ่งระบบความปลอดภัยที่ทาง Google เพิ่มเข้ามาให้กับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0 Ice Cream Sandwich นั่นคือ ฟังก์ชั่น Face unlock หรือการปลดล็อคเครื่องโดยใช้การสแกนใบหน้าของเจ้าของเครื่อง แต่เมื่อไม่นานมานี้ ได้เกิดปัญหาที่ว่า การปลดล็อคเครื่องไม่จำเป็นต้องสแกนใบหน้าก็ได้ แต่สามารถนำภาพถ่ายของเจ้าของเครื่องมาสแกน ก็สามารถปลดล็อคได้เช่นกัน ซึ่งจุดนี้ ก่อให้เกิดปัญหาเรื่องความปลอดภัยขึ้นมาว่า ถ้าหากตัวเครื่องโดยขโมยไป ฟังก์ชั่น Face unlock อาจจะเป็นฟังก์ชั่นที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย อย่างไรก็ดี ได้มีผู้แนะนำวิธีใช้งานฟังก์ชั่น Face unlock นั่นคือ ให้เจ้าของเครื่องนั้น ถ่ายรูปตัวเองที่คิดว่า น่าเกลียดที่สุด หรือเป็นท่าทางที่ไม่สามารถมีใครเลียนแบบได้ ก็น่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้จุดหนึ่ง
หน้า Homescreen

หน้า Homescreen บน Samsung Galaxy Nexus สามารถแบ่งเป็นหมวดหมู่ได้หลายหน้า ซึ่งผู้ใช้งาน สามารถเพิ่ม Widgets, แอพพลิเคชั่น shortcut และอื่นๆ อีกมากมาย ไว้บนหน้า Homescreen นี้ที่เดียว เพื่อความสะดวกในการใช้งาน และไม่ต้องค้นหาให้เสียเวลา

หน้าแอพพลิเคชั่นรวมนั้น ใน 1 หน้า ประกอบไปด้วยแอพพลิเคชั่นทั้งหมด 20 แอพพลิเคชั่น (4x5) ซึ่งหน้ารวมของแอพพลิเคชั่นนั้น ไม่จำเป็นต้องเลื่อนขึ้น-ลงเหมือนกับเวอร์ชั่นก่อนๆ แต่จะเป็นการเลื่อนจากซ้ายไปขวาแทน ส่วนหน้าสุดท้ายนั้น จะเป็นส่วนของ Widgets ที่ผู้ใช้งานสามารถเพิ่ม ลด หรือกำหนดขนาดของ Widgets ได้ด้วยตนเอง
People

ส่วนของ People application นั้น มาแทนที่ส่วนที่เรียกว่า Contacts ที่ได้รับการออกแบบใหม่ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับการเปิด Magazine โดยการออกแบบในส่วนของ People นั้น Google เน้นให้มีลักษณะสบายตา เน้นสีสว่างๆ และไม่ใช้สีที่ฉูดฉาดมากจนเกินไป
Message และ Email

ในส่วนของข้อความ Message (ซ้าย) และอีเมล (ขวา) มีการออกแบบที่คล้ายกัน นั่นคือ เน้นความเรียบง่าย และสบายตา นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มฟีเจอร์ Auto-completion และ Auto-correction เพื่อความสะดวกในการใช้งานอีกด้วย
คีย์บอร์ดแบบ QWERTY

สำหรับคีย์บอร์ดแบบ QWERTY ได้ปรับปรุงให้มีการใช้งานได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใช้งานในแนวตั้งที่สามารถพิมพ์ได้โดยการใช้แค่มือเดียว ในขณะที่การใช้งานในแนวนอนนั้น ให้ความสะดวกมากกว่าเดิม เนื่องจากหน้าจอมีขนาดใหญ่ ทำให้ระยะห่างระหว่างปุ่มมีมากขึ้น
การใช้งานด้านอินเทอร์เน็ต

ส่วนที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟน มักจะใช้งานบ่อยที่สุด ก็คือ การใช้งานด้านอินเทอร์เน็ต ซึ่งบน Samsung Galaxy Nexus นั้น สามารถตอบสนองการทำงานในด้านนี้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนขึ้น-ลง การซูมแบบ Pinch-to-Zoom หรือ Double-tap ก็ราบรื่น ไม่ติดขัด ส่วนการรองรับการใช้งาน Flash Player บน Samsung Galaxy Nexus นั้น ในขณะนี้ยังไม่รองรับ อย่างไรก็ดี ทาง Adobe ผู้พัฒนาโปรแกรม Flash Player กำลังเร่งพัฒนาโปรแกรม Flash Player สำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ Ice Cream Sandwich อยู่ คาดว่าในเร็วๆ นี้คงจะสามารถใช้งานได้อย่างแน่นอน
กล้องดิจิตอลด้านหลัง ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
สิ่งที่อาจจะสร้างความผิดหวังให้กับผู้ที่รักการถ่ายรูป นั่นก็คือ กล้องดิจิตอลด้านหลัง บน Samsung Galaxy Nexus นั้น มีความละเอียดเพียงแค่ 5 ล้านพิกเซลเท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนระดับ Dual-core Processor รุ่นอื่นๆ อย่าง Samsung Galaxy S II, HTC Sensation หรือแม้แต่ iPhone 4S กลับมีกล้องดิจิตอลความละเอียดถึง 8 ล้านพิกเซลกันแล้ว ซึ่งถ้าหากถ่ายรูปในที่ที่มีแสงสว่างมากพอ จะได้ภาพถ่ายที่ดีในระดับหนึ่ง แต่ถ้าหากถ่ายภาพในที่ที่มีแสงน้อย อาจจะได้ภาพที่มี noise บ้างเล็กน้อย
อย่างไรก็ดี การใช้สมาร์ทโฟนถ่ายรูปของผู้ใช้งานในปัจจุบัน เน้นการถ่ายรูปแล้วอัพโหลดบน Facebook หรือ Twitter เสียส่วนมาก ฉะนั้น ความคมชัดของรูป อาจจะไม่จำเป็นซักเท่าไหร่
ตัวอย่างภาพถ่ายที่ได้จากกล้องบน Samsung Galaxy Nexus (คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)


บันทึกภาพเคลื่อนไหวแบบ Full HD 1080p
ถึงแม้ว่า กล้องถ่ายรูปด้านหลัง จะมีความละเอียดแค่ 5 ล้านพิกเซล แต่ในเรื่องของการบันทึกภาพเคลื่อนไหวนั้น Samsung Galaxy Nexus ไม่เป็นรองรุ่นใดๆ เนื่องจากสามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้สูงสุดแบบ Full HD 1080p เลยทีเดียว
บทสรุป
สำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0 Ice Cream Sandwich บน Samsung Galaxy Nexus นั้น เรียกได้ว่า เป็นสิ่งที่น่าจะปฏิวัติวงการแอนดรอยด์โฟน ได้เป็นอย่างมาก ผู้ที่เคยสัมผัสกับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เวอร์ชั่นก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหน รุ่นไหนก็ตาม อาจจะพบกับสิ่งๆ หนึ่งที่เรียกว่า ความหน่วง หรือความไม่ลื่นไหลในการใช้งาน แต่ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0 Ice Cream Sandwich บน Samsung Galaxy Nexus นั้น ช่วยทำให้ทำงานได้เร็วขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความเข้ากันได้ ระหว่าง Ice Cream Sandwich กับระบบประมวลผลแบบ Dual-core Processor ซึ่งจุดนี้ ทำให้ Samsung Galaxy Nexus เป็นแอนดรอยด์โฟนที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว
ขอขอบคุณบทความรีวิวจาก : phonearena ----------------------------------------- นำเสนอบทความโดย : TMC Editor
วันที่ : 2/12/54
|