หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 30/11/2563

ทำไม iPhone 12 Pro Max ไม่ได้แชมป์กล้องอันดับ 1 จาก DxOMark แม้จะอัปเกรดกล้องครั้งใหญ่?

 

iPhone 12 Pro Max ในปีนี้ถือว่าเป็นไอโฟนที่พิเศษกว่าปีอื่นๆ เพราะเป็นเพียงรุ่นเดียวที่ได้ใช้กล้องถ่ายภาพที่ต่างไปจากรุ่น iPhone 12, iPhone 12 Mini และ iPhone 12 Pro โดยมาพร้อมกับความล้ำด้วยกล้องตัวหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.6 ที่มีเทคโนโลยี Sensor Shift สำหรับขยับเซ็นเซอร์กล้องไปในทิศทางต่างๆ เพื่อป้องกันภาพสั่นไหว (ตัว Pro ไม่มี), กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.4, กล้อง Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2 ที่ซูมภาพได้เทียบเท่าระยะเลนส์ 65 มม. รองรับการซูม Optical 5 เท่า (ตัว Pro ซูม Optical ได้ 4 เท่า) และที่สำคัญยังมาพร้อมกับกล้อง LiDAR สำหรับช่วยตรวจจับระยะชัดตื้น รวมถึงช่วยโฟกัสเมื่อถ่ายภาพในตอนกลางคืนอีกด้วย

 

แต่ล่าสุด DxOMark ผู้เชี่ยวชาญทดสอบกล้อง, เซ็นเซอร์ และเลนส์ ได้ออกมาเปิดเผยคะแนนของ iPhone 12 Pro Max ให้ทราบกัน โดยสามารถทำคะแนนรวมไปได้ทั้งหมด 130 คะแนน ครองอันดับที่ 4 ในตารางมือถือที่มีกล้องที่ดีที่สุดในโลก ณ ชั่วโมงนี้ แต่เพราะเหตุใด ทำไม iPhone 12 Pro Max ที่มาพร้อมกับกล้องถ่ายภาพที่ได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่ Apple เคยทำมา จึงไม่ได้แชมป์อันดับที่ 1 จาก DxOMark? วันนี้เราไปหาคำตอบกันครับ

 

ตัวเลข 130 คะแนนที่ DxOMark มอบให้ iPhone 12 Pro Max เป็นคะแนนรวม ซึ่งหากเราลองมาดูลึกถึงคะแนนทดสอบที่ทได้แต่ละหมวด เปรียบเทียบกับแชมป์มือถือกล้องดีสุดในโลก ณ ชั่วโมงนี้อย่าง HUAWEI Mate40 Pro จะเห็นได้ว่า iPhone 12 Pro Max ทำคะแนนในแต่ละหมวดได้ค่อนข้างใกล้เคียงกัน แต่จะมีคะแนนอยู่ 2 หมวดที่มีความแตกต่างกับ Mate 40 Pro อย่างเห็นได้ชัด ได้แก่ Noise (การจัดการจุดรบกวนบนภาพ) และ Tele (การซูมภาพระยะไกล) แม้ว่า iPhone 12 Pro Max จะทำคะแนนได้สูงกว่า Mate40 Pro อย่างชัดเจนในหมวด Preview (การทดสอบพรีวิวภาพบนหน้าจอแสดงผลว่ามีความใกล้เคียงกับภาพที่ถูกถ่ายออกมามากน้อยเพียงใด)

 

กราฟการเกิด Noise ในแต่ละสภาพแสง (เส้นสีส้มคือ iPhone 12 Pro Max) จะเห็นได้ว่า กราฟของ iPhone 12 Pro Max ค่อนข้างแกว่งพอสมควร 

ในส่วนของการทดสอบหมวด Noise ที่ iPhone 12 Pro Max ทำได้ทั้งหมด 75 คะแนน แม้ DxOMark ไม่ได้นำภาพตัวอย่างของ iPhone 12 Pro Max มาเปรียบเทียบกับ Mate40 Pro ตรงๆ แต่ก็ได้มีการเปรียบเทียบกับมือถือตัวท็อปของค่ายเดียวกันอย่าง P40 Pro ที่ทำคะแนนทดสอบโดยรวมได้อันดับ 3 ณ ตอนนี้ โดยทาง DxOMark มองว่า แม้ iPhone 12 Pro Max จะมีการปรับปรุงในเรื่องของการจัดการ Noise ได้ดีกว่า iPhone 11 Pro Max มาก ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการปรับไปใช้เซ็นเซอร์รับภาพตัวใหม่ที่รับแสงได้ดีขึ้น รวมถึงการใช้เทคโนโลยีกันสั่นจากตัว Sensor Shift เพื่อช่วยให้กล้องเปิดรับแสงได้นานขึ้นโดยภาพไม่เบลอ แต่หากดูกราฟผลทดสอบแล้วจะพบว่า iPhone 12 Pro Max ยังคงมี Noise ปรากฏให้เห็นในหลากหลายสภาพแสง ต่างจาก P40 Pro ที่ค่อนข้างจะจัดการ Noise ในสภาพแสงต่างๆ ได้ดีกว่า

 

และหากมาดูที่ภาพถ่ายจริงจะพบว่า HUAWEI P40 Pro มี Noise ปรากฏให้เห็นบนภาพน้อยกว่า iPhone 12 Pro Max จริง แม้ว่าจะถ่ายภาพออกมา Under ไปสักหน่อย 

 

ซ้าย iPhone 12 Pro Max : ขวา iPhone 12 Pro

ในส่วนของคะแนนหมวด Tele นั้น DxOMark เปิดเผยว่า iPhone 12 Pro Max สามารถทำผลงานได้ดีกว่า iPhone รุ่นก่อนๆ เช่นเดียวกัน เพราะสามารถซูมภาพได้ไกลกว่าเดิม ที่ระยะ 65 มม. ขณะที่ iPhone 12 Pro รุ่นปกติจะสามารถซูมภาพได้ที่ระยะ 52 มม. เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม DxOMark ค้นพบว่า เมื่อถ่ายภาพซูมในระยะใกล้ (Close-range Zoom) กลับเป็น iPhone 12 Pro รุ่นปกติที่สามารถซูมภาพได้อย่างคมชัดกว่า เนื่องจากระยะเลนส์ที่พอดีกับระยะซูม รวมทั้งการถ่ายภาพซูมในระยะใกล้ iPhone 12 Pro Max จะทำการคร็อปภาพจากกล้องตัวหลักเพียงอย่างเดียวแทน ไม่ได้นำภาพจากกล้องซูม มาผสานรวมกับกล้องซูม ส่งผลให้คุณภาพ และรายละเอียดของภาพถ่ายมีความแตกต่างกันกับ iPhone 12 Pro อย่างชัดเจน

 

ซ้าย iPhone 12 Pro Max : กลาง Samsung Galaxy Note20 Ultra 5G : ขวา iPhone 11 Pr oMax

แม้ว่ากล้องของ iPhone 12 Pro Max จะเสียเปรียบในเรื่องของการซูมภาพระยะใกล้ แต่หากเป็นการถ่ายภาพที่พอดีกับระยะเลนส์ (ระยะการซูมระดับกลาง) ทาง DxOMark เผยว่า กล้องของ iPhone 12 Pro Max จะสามารถเก็บรายละเอียด, แสง และสีสันได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งในบางครั้งก็ทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งอย่าง Samsung Galaxy Note20 Ultra 5G ด้วย แต่อย่างไรก็ตาม การซุมภาพในระยะไกลของ iPhone 12 Pro Max กลับทำได้ไม่ดีนัก เพราะระบบจะทำการคร็อปภาพจากกล้อง Telephoto มาอีกทีหนึ่ง ทำให้คุณภาพของภาพถ่ายดร็อปลงกว่าเดิม โดยทาง DxOMark มองว่า แม้ iPhone 12 Pro Max จะมีกล้องซูมที่ดีขึ้น แต่คู่แข่งรายอื่นๆ นำหน้าไปไกลกว่านั้นแล้ว ซึ่งส่งผลไปถึงคะแนนของหมวด Tele ที่ไม่เท่ากัน ("The new iPhone adds a bit of reach over the 11 Pro Max, but many competitors are going a lot farther, hence the disparity in scores.")

 

หากเราลองไปดูคู่แข่งรายอื่นๆ ที่ทำคะแนนในหมวด Noise ได้ดีนั้น จะพบว่า กล้องตัวหลักมีเซ็นเซอร์รับภาพขนาดใหญ่ แม้บางรุ่นจะมีค่ารูรับแสงที่แคบกว่า iPhone 12 Pro Max ก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น HUAWEI Mate40 Pro ที่มาพร้อมกับขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.28 นิ้ว (คะแนน Noise 95) หรือจะเป็น Xiaomi Mi 10 Ultra ทีมาพร้อมกับเซ็นเซอร์รับภาพขนาด 1/1.32 นิ้ว (คะแนน Noise 90)

 

Xiaomi Mi 10 Ultra เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ใช้กล้องเลนส์ซูมแบบ Periscope ซูมไกล 120 เท่าที่มีเทคโนโลยีรวมพิกเซลเล็กเป็นพิกเซลใหญ่เพื่อช่วยรับแสง + กล้อง Telephoto ที่มีระยะพอเหมาะสำหรับถ่ายภาพ Portrait

ขณะที่หมวด Tele ที่มือถือรุ่นต่างๆ ทำได้ดีนั้น ส่วนมากจะใช้เป็นกล้อง Periscope ที่สามารถซูมภาพได้ไกลกว่ากล้อง Telephoto ที่ใช้บนมือถือทั่วๆ ไป หรือบางรุ่นก็ใช้เป็นกล้อง Telephoto จำนวน 2 ตัว ที่มีระยะรับภาพใกล้-ไกล ไม่เท่ากัน เพื่อสลับใช้ให้เหมาะสมกับระยะที่ผู้ใช้กำลังถ่ายอยู่ ส่งผลให้คุณภาพของภาพถ่ายดีขึ้นตามไปด้วย 

หาก iPhone รุ่นใหม่มีการปรับขนาดเซ็นเซอร์รับภาพของกล้องตัวหลักให้มีขนาดใหญ่เทียบชั้น หรือเหนือกว่าคู่แข่ง, เพิ่มความละเอียดของตัวเซ็นเซอร์ (เพื่อใช้เทคโนโลยีรวมพิกเซลเล็กเป็นพิกเซลใหญ่) รวมถึงปรับเปลี่ยนกล้อง Telephoto ให้ซูมได้ไกล และมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ก็ไม่แน่ว่าแชมป์อันดับ 1 อาจตกเป็นของ iPhone ก็เป็นได้ เพราะคะแนนในด้านอื่นๆ ถือว่า iPhone 12 Pro Max ทำได้ใกล้เคียง หรือดีกว่าคู่แข่งเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

 

ข้อมูลอ้างอิง : DxOMark (1), (2)

 


วันที่ : 30/11/2563

Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy