ทำไม HUAWEI Mate40 Pro ได้คะแนนกล้องอันดับที่ 1 แซง Xiaomi Mi 10 Ultra จาก DxOMark?
หลังจากเปิดตัว ก็มีการประกาศคะแนนด้านกล้องถ่ายภาพจาก DxOMark ออกมาทันที ซึ่งครั้งนี้ HUAWEI Mate40 Pro ก็ทำคะแนนรวมไปได้มากถึง 136 คะแนน ครองแชมป์มือถือกล้องดีที่สุดในโลกจาก DxOMark แทนที่แชมป์เก่าอย่าง Xiaomi Mi 10 Ultra ไปโดยปริยาย แต่ทำไมกล้องถ่ายภาพของ HUAWEI Mate40 Pro ถึงได้ที่ 1 จาก DxOMark? ไปหาคำตอบกันครับ
สเปกกล้อง HUAWEI Mate40 Pro
- กล้องตัวหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพขนาด 1/1.28 นิ้ว แบบ RYYB พร้อมค่ารูรับแสงกว้าง f/1.9 และรองรับระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ Full-Pixel Octa-PD
- กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพขนาด 1/1.54 นิ้ว พร้อมค่ารูรับแสงกว้าง f/1.8 และระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพขนาด 1/ 3.56 นิ้ว พร้อมค่ารูรับแสงกว้าง f/3.4 และระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ PDAF + ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS
- เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิสีแบบ Multispectral
ก่อนอื่นเรามาดูที่คะแนนในแต่ละหมวดกันก่อน จะเห็นได้ว่า HUAWEI Mate40 Pro ได้รับคะแนนรวมด้านการถ่ายภาพนิ่งมากกว่า Mi 10 Ultra ที่ 140 ต่อ 136 คะแนน โดยหมวดที่ได้คะแนนเยอะกว่านั้น ได้แก่ Exposure and Contrast (การวัดแสง และคอนทราสต์), Color (สีสัน), Noise (การจัดการจุดรบกวนบนภาพ) และ Artifacts (การจัดการร่องรอยของการปรับแต่งภาพด้วยซอฟท์แวร์)
ในหมวด Exposure and Contrast ทาง DxOMark ให้เหตุผลว่า จริงๆ แล้วกล้องของ Mate40 Pro ค่อนข้างจะใกล้เคียงกับ HUAWE P40 Pro และ Mi 10 Ultra แต่ Mate40 Pro จะเด่นกว่าตรงที่สามารถวัดแสงได้อย่างแม่นยำในสภาวะแสงน้อย และยังคงมี Dynamic Range ที่กว้างเมื่อเทียบกับมือถือรุ่นอื่นๆ โดยในภาพตัวอย่างด้านต้น ทาง DxOMark ได้ถ่ายภาพเปรียบเทียบระหว่าง Mate40 Pro, P40 Pro และ Mi 10 Ultra ซึ่งจะเห็นได้ว่า Mate40 Pro มีการปรับแสงสว่างของรูปปั้นด้านหน้าให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนขึ้น ในขณะที่ยังเก็บแสงของท้องฟ้า และตึกด้านหลังมาได้เป็นอย่างดี
และหากเป็นการถ่ายภาพกลางคืนจะเห็นภาพชัดเจนขึ้นไปอีก เพราะ Mate40 Pro สามารถจัดการแสง และคอนทราสต์ได้ดีกว่า P40 Pro และ Mi 10 Ultra ที่มีการทำ Highlight Clipping (รายละเอียดที่ถูกกลบหายไปเนื่องจากแสงมีความสว่างมากจนเกินไป) บริเวณหลอดไฟด้านหน้าอย่างชัดเจน
ในส่วนของสีสัน Mate40 Pro ถือว่ามีการปรับปรุงมาจากรุ่น P40 Pro ที่เคยประสบปัญหาสีเพี้ยนในหลายๆ สภาวะแสง โดยในรุ่น Mate40 Pro ทาง DxOMark ให้ความเห็นว่า สามารถวัด White Balance ได้ดีขึ้น ทำให้สีสันตรงขึ้นตามไปด้วย โดยในภาพเปรียบเทียบด้านต้นจะเห็นได้ว่า เมื่อนำไปถ่ายภาพในอาคาร P40 Pro และ Mi 10 Ultra จะมีอาการติดสีโทนแดงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับ Mate40 pro ที่ให้สีสันได้ค่อนข้างเป็นธรรมชาติมากกว่า
ส่วนการถ่ายภาพนอกสถานที่ P40 Pro ก็จะพบอาการภาพติดโทนชมพู ขณะที่ Mi 10 Ultra ก็จะมีอาการภาพติดโทนน้ำเงินบ้าง ขณะที่ Mate40 Pro ค่อนข้างจะถ่ายทอดสีสันออกมาได้ค่อนข้างดี
ในส่วนของ Noise นั้น ทาง DxOMark มองว่า กล้องของ Mate40 Pro ทำผลงานได้ใกล้เคียงกับ P40 Pro และ Mi 10 Ultra มาก แต่ทั้งสามรุ่นจะมีความแตกต่างด้านการจัดการ Noise เมื่อระดับแสงต่ำกว่า 10 lux ลงไป
อีกหนึ่งหมวดที่ส่งผลให้คะแนนโดยรวมของ Mate40 Pro สูงกว่า Mi 10 Ultra ก็คือ การถ่ายวิดีโอ โดย DxOMark เลือกทดสอบการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดระดับ 4K @ 30fps ก็พบว่า Mate40 Pro มีจุดเด่นในเรื่องของการโฟกัสภาพ ที่สามารถจับโฟกัสได้ยอย่างฉับไว และสามารถเปลี่ยนจุดโฟกัสจากตัวแบบไปหาฉากหลังขณะแพนกล้องได้อย่างรวดเร็วโดยไม่มีอาการวืด
นอกจากนี้ Mate40 Pro ยังมีจุดเด่นด้านการวัด White Balance ขณะถ่ายวิดีโอที่แม่นยำ, การถ่ายทอดสีสันที่ค่อนข้างเป็นธรรมชาติ จึงทำให้คะแนนในส่วนนี้สูงกว่า Mi 10 Ultra พอสมควร
จากผลทดสอบของ DxOMark ก็พอจะเห็นภาพได้ว่า กล้องของ Mate40 Pro ได้รับการอัปเกรด และปรับปรุงจุดด้อยมาจาก P40 Pro ที่เคยได้อันดับ 1 จาก DxOMark มาแล้ว (ปัจจุบันคะแนนกล้อง P30 Pro อยู่อันดับ 3 ตามหลัก Mi 10 Ultra เพียง 1 คะแนน) ทั้งในเรื่องของการถ่ายวิดีโอ, สีสัน ไปจนถึงการวัดแสง และการถ่ายวิดีโอ ซึ่งการปรับปรุงจุดอ่อนเหล่านี้นี่เองทำให้คะแนนกล้องถ่ายภาพของ Mate40 Pro สามารถขึ้นมาครองแชมป์ได้อย่างไม่ยากเย็น แต่ต้องไม่ลืมว่า DxOMark ยังไม่ได้ทดสอบกล้อง HUAWEI Mate40 Pro+ ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนตัวท็อปสุดของ Mate Series ณ ตอนนี้ ทำให้เราอาจได้เห็นแชมป์คนใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้ก็เป็นได้ครับ
อ้างอิง : DxOMark
วันที่ : 26/10/2563
