ทำไมสมาร์ทโฟนพรีเมียมในอนาคต ถึงอาจทำจาก 'พลาสติก' ?
หากพูดถึงสมาร์ทโฟนเรือธงระดับพรีเมียม เราคงจะนึกถึงสมาร์ทโฟนสเปกแรง ดีไซน์สวย ที่มีบอดี้เป็นโลหะครอบกระจกโค้งมน ดูหรูหราน่าใช้งาน แต่ระยะหลังมานี้ ภาพลักษณ์ของมือถือพรีเมียมก็เริ่มจะเปลี่ยนไป เมื่อ Samsung Galaxy Note20 และ Galaxy S21 เลือกใช้วัสดุฝาหลังเป็นพลาสติกแทนที่จะเป็นโลหะหรือกระจก ทำเอาหลายๆ คนรู้สึกขัดใจ และมองว่าเป็นการลดต้นทุนที่ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย แต่อย่างไรก็ดี ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ สมาร์ทโฟนพรีเมียมพลาสติกอาจเป็นอนาคตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่างดังต่อไปนี้ครับ
“ภาพจำ” ของความพรีเมียม และของราคาถูก

ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้คนจำนวนมากมีความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีต่อพลาสติก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าพลาสติกมักจะถูกนำมาใช้ในสมาร์ทโฟนราคาประหยัดราคาหลักพันบาท ยิ่งไปกว่านั้นพลาสติกยังถูกใช้อย่างแพร่หลายในสินค้าราคาถูกอื่นๆ ด้วย เช่นของเล่น ข้าวของเครื่องใช้ หลายคนจึงติดภาพจำว่าสินค้าที่เป็นพลาสติกคือสินค้าราคาถูก และไม่ควรนำมาใช้กับสินค้าพรีเมียมอย่างสมาร์ทโฟนเรือธง

อย่างไรก็ตาม พลาสติกมีหลายชนิด และมีหลายเกรด ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนคงไม่เอาพลาสติกถูกๆ มาใช้กับสมาร์ทโฟนพรีเมียมของตัวเองแน่ๆ สำหรับ Galaxy Note20 ทาง Samsung ใช้วัสดุที่เรียกว่า Glasstic ในการผลิตฝาหลัง ซึ่งก็คือพลาสติกโพลีคาร์บอเนตที่ผ่านกระบวนการพิเศษจนมีความแข็งแกร่งทนทาน และเงาวาวคล้ายโลหะ และมีการครอบทับด้วยกระจกแบบบางอีกชั้นหนึ่ง จนได้ผลลัพธ์ที่ดูหรูหราใกล้เคียงกับฝาหลังแบบโลหะครอบกระจกจริงๆ ซึ่งถ้าใครได้ลองจับตัวเครื่องจริงแล้ว ก็จะพบว่ามันไม่ได้แย่เลย
เทรนด์เปลี่ยน คุณค่าเปลี่ยน

เทรนด์ของอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนที่กำลังเปลี่ยนไป ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้กระจกมีความสำคัญน้อยลงเช่นกัน ย้อนกลับไปเมื่อ หลายปีก่อนสมาร์ทโฟนที่มีตัวเครื่องเงางามได้รับความนิยมอย่างมาก หากใครยังจำกันได้ ในปี 2016 iPhone 7 สีดำเงา Jet Black ขายดีจนขาดตลาดตั้งแต่เปิดตัว คนที่จองทันต้องรอของนานเป็นเดือน ส่วนคนที่จองไม่ทันก็หาซื้อยากมาก แต่เมื่อมาถึงกลางปี 2020 เทรนด์เริ่มเปลี่ยนไป ตลาดนิยมดีไซน์ฝาหลังแบบด้าน (matte finish) มากขึ้น สังเกตได้จากสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ที่เปิดตัวตั้งแต่ปลายปี 2020 เป็นต้นมา แทบไม่มีรุ่นใดที่มีฝาหลังเงาวาวเลย ต่อให้ใช้กระจกที่มีความเงาในตัวอยู่แล้ว ก็ต้องเอามาขัดให้ด้านอยู่ดี สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นกระจกหรือพลาสติกก็ดูแทบไม่ต่างกัน หรือก็คือในตอนนี้คุณค่าของความพรีเมียมไม่ได้อยู่ที่ความเงาวาวของกระจกอีกต่อไปแล้วนั่นเอง
ทนกว่า ข้อจำกัดน้อยกว่า

อีกปัจจัยหนึ่งที่อาจทำให้สมาร์ทโฟนพรีเมียมยุคใหม่กลายเป็นพลาสติกกันหมดคือความทนทาน แน่นอนว่าสมาร์ทโฟนยุคใหม่ที่มีฝาหลังเป็นกระจกต่างก็ใช้กระจกกันกระแทก Gorilla Glass ซึ่งแข็งกว่ากระจกธรรมดามาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่แตก ถ้าเผลอทำตกพื้นแข็งๆ ที่ความสูงระดับเอวขึ้นไป ต่อให้เป็น Gorilla Glass ก็ร้าวไปทั้งเครื่องได้เช่นกัน ในทางกลับกันหากเป็นพลาสติก อย่างมากก็แค่บุบหรือถลอกเป็นจุดๆ ไปเท่านั้น
จริงๆ แล้วเราสามารถตัดปัญหาเรื่องความทนทานไปได้ง่ายๆ เพียงแค่หาเคสกันกระแทกดีๆ มาใส่ แต่ถ้าใส่เคสแล้ว เราจะยังต้องสนใจอีกทำไมว่าฝาหลังจะเป็นกระจกหรือพลาสติก?

พอใส่เคสแล้ว จะพลาสติกหรือกระจกก็ไม่สำคัญอีกต่อไป
นอกจากนี้ พลาสติกยังมีข้อดีอื่นๆ อีก เช่น ทำให้ตัวเครื่องชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายได้ ซึ่งโลหะทำไม่ได้ นอกจากนี้ ยังทำให้ตัวเครื่องกันน้ำ-กันฝุ่นได้ และเป็นรอยนิ้วมือน้อยกว่ากระจกด้วย
ยังมีสิ่งที่สำคัญกว่าวัสดุ

แม้วัสดุจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ยังมีอย่างอื่นที่สำคัญกว่า นั่นคือประสิทธิภาพการทำงาน และฟีเจอร์ต่างๆ ของสมาร์ทโฟน ผู้ผลิตอาจเลือกที่จะลดต้นทุนด้านวัสดุลงเล็กน้อย แล้วไปเสริมคุณสมบัติด้านอื่นๆ ของสมาร์ทโฟนแทน ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่รับได้ และน่าจะดึงดูดผู้ใช้ได้มากกว่า
วงการสมาร์ทโฟนเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ พลาสติกอาจจะเป็นวัสดุที่นิยมในวงการสมาร์ทโฟนตอนนี้ แต่อีกไม่นานอาจจะกลายเป็นวัสดุประเภทอื่นๆ หรืออาจจะกลับมานิยมกระจกเงาวาวกันอีกครั้งก็ได้ มันจึงไม่มีอะไรที่ “ดีกว่า” จริงๆ มันแค่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามวัฏจักรเท่านั้นครับ
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 5/3/2564





