รวมจุดเด่น Vivo V20 Pro 5G มือถือ 5G รุ่นใหม่กับกล้องหน้า 44MP Eye Autofocus พร้อมกล้องหลัง Triple Camera 64MP และสเปกลื่นทุกการใช้งาน กับราคาใหม่ 12,999 บาท
Vivo V20 Pro 5G ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟน 5G ที่ยังคงน่าสนใจในปี 2021 ด้วยสเปกที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลื่นไหล พร้อมกล้องถ่ายภาพที่สามารถบันทึกภาพความประทับใจได้ในทุกสถานการณ์ รวมทั้งเมื่อไม่นานมานี้ Vivo V20 Pro 5G ก็เพิ่งจะมีการปรับราคาวางจำหน่ายลงเหลือ 12,999 บาทเท่านั้น จากเดิม 14,999 บาท
เชื่อว่าหลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า Vivo V20 Pro 5G มีฟีเจอร์อะไรที่น่าสนใจบ้าง วันนี้ทางทีมงานได้สรุปรวม 5 จุดเด่นของ Vivo V20 Pro 5G มาให้ทุกท่านเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ หากพร้อมแล้ว ไปติดตามรับชมกันได้เลยครับ
เร็วแรงทุกการเชื่อมต่อด้วย 5G
เรียกได้ว่าเป็นฟีเจอร์ที่มือถือยุคใหม่ต้องมีเลยก็ว่าได้สำหรับ 5G ซึ่ง Vivo V20 Pro 5G ก็สามารถใช้งานเครือข่าย 5G ในประเทศไทยได้ทันทีตั้งแต่แกะกล่องเลยทีเดียว โดยรองรับ 5G ทั้งแบบ NSA (Non-Standalone) และ SA (Standalone) ซึ่งเป็น 5G มาตรฐานใหม่ที่กำลังจะเปิดให้บริการอย่างแพร่หลายในอนาคต
สำหรับ 5G ถือว่าเป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแห่งอนาคตที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ด้วยความเร็วในการดาวน์ลิงก์ทะลุระดับ 1Gbps ตอบโจทย์การรับชมสตีมมิ่งความละเอียดสูงได้แบบไม่มีสะดุด หรือ การโหลดแอปพลิเคชัน หรือดาวน์โหลดหนังมาดูแบบออฟไลน์ ก็จะทำได้อย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับ 4G หรือ 3G
นอกจากความเร็วแล้ว 5G ยังมีจุดเด่นด้านค่า Lactency หรือค่าความหน่วงในการเชื่อมต่ออยู่ในระดับต่ำ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการใช้งานที่จำเป็นต้องมีการตอบสนองอย่างทันท่วงที เช่น การเล่นเกมออนไลน์ที่ทุกวินาทีสามารถชี้วัดการแพ้-ชนะ หรือจะเป็นการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ บนระบบ IoT ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตามการทำงาน และสั่งการได้แบบ Real-time
กล้องหน้า 44MP Eye Autofocus คมชัดทุกโพส
การถ่ายภาพเซลฟี่ถือว่าเป็นจุดแข็งของ Vivo V20 Pro 5G เลยก็ว่าได้ ด้วยระบบกล้องหน้าคู่ที่มีความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่ในทุกสภาวะแสง ซึ่งทาง Vivo ได้เสริมความเก่งให้กับ Vivo V20 Pro 5G ขึ้นไปอีกขั้น ด้วยระบบ Eye Autofocus สำหรับโฟกัสตามดวงตาของผู้ใช้ ทำให้มั่นใจได้ว่า ภาพเซลฟี่ที่ออกมาจะมีความคมชัดในทุกช็อต
นอกเหนือจากกล้องความละเอียดสูงแล้ว Vivo V20 Pro ยังมาพร้อมกับกล้องหน้าเลนส์มุมกว้างพิเศษแบบ Super Wide Angle ที่มีองศาในการัรบภาพกว้าง 105 องศา ช่วยเก็บภาพเซลฟี่แบบกลุ่มได้แบบไม่ตกเฟรม รวมทั้งยังมี Distortion-correction Algorithm สำหรับช่วยปรับภาพถ่ายจากกล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษให้ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
กล้องหลังอัจฉริยะ ความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล
กล้องหลังของ Vivo V20 Pro ก็ถือว่าโดดเด่นไม่แพ้กัน โดยมาพร้อมกับระบบกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) เริ่มที่กล้องตัวแรก ซึ่งเป็นกล้องหลักความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.89 ที่สามารถถ่ายภาพได้อย่างคมชัดทุกรายละเอียดในทุกๆ สถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพในตอนกลางวัน หรือการถ่ายภาพกลางคืนที่มีแสงน้อยก็ตาม
ถัดมาเป็นกล้อง Super Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2 พร้อมองศาในการรับภาพกว้างถึง 120 องศา ช่วยให้สามารถเก็บภาพวิวทิวทัศน์ได้อย่างครบถ้วนโดยที่ไม่จำเป็นต้องถอยออก นอกจากนี้ กล้อง Super Wide ยังสามารถทำหน้าที่เป็นกล้อง Macro ได้ในตัว ซึ่งสามารถโฟกัสภาพถ่ายได้ในระยะใกล้สุดที่ระดับ 2.5 เซนติเมตร ช่วยเปิดมุมมองการถ่ายภาพแบบใหม่ได้ง่ายกว่าที่เคย
ส่วนกล้องตัวสุดท้ายจะเป็นกล้อง Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ซึ่งจะทำหน้าที่ในการช่วยถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ รวมถึงทำเอฟเฟกต์การละลายของฉากหลังได้อย่างสวยงามเนียนตา
วิดีโอเซลฟี่ชัดทุกมุมมองด้วย 4K Selfie
นอกจากการถ่ายภาพนิ่งแล้ว การถ่ายวิดีโอของ Vivo V20 Pro 5G ก็ถือว่าจัดเต็มเช่นเดียวกัน โดยมาพร้อมกับฟีเจอร์ 4K Selfie ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายวิดีโอเซลฟี่ได้อย่างคมชัด ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการทำ Vlog ด้วยสมาร์ทโฟนเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังเสริมความนิ่งให้กับการถ่ายวิดีโอด้วยฟีเจอร์ Steadiface Selfie Video ที่ช่วยลดอาการ Motion Blur และช่วยให้วิดีโอเซลฟี่มีความนิ่งในทุกๆ ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต
สำหรับใครที่ต้องการเก็บวิดีโอความประทับใจให้มากกว่าที่เคย ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันด้วยฟีเจอร์ Dual-View Video ซึ่งระบบจะทำการถ่ายวิดีโอจากกล้องหน้า และกล้องหลังแบบพร้อมกัน และตัดรวมเป็นคลิปเดียวกัน ทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องนำไปตัดต่อในแอปพลิเคชันอื่นๆ ให้ยุ่งยากแต่อย่างใด
เครื่องบางเฉียบ พร้อมสีสันสวยสะดุดตา
ด้านงานออกแบบของ Vivo V20 Pro 5G มาพร้อมจุดเด่นด้านบอดี้บางเบาแบบ Ultra Sleek & Slim ด้วยบอดี้ขอบโค้งแบบ 2.5D ที่มีความบางเฉียบเพียง 7.39 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 170 กรัม ช่วยให้สามารถถือใช้งานด้วยมือเดียวได้โดยไม่เมื่อยมือ รวมทั้งยังโดดเด่นด้วยการเคลือบผิวตัวเครื่องแบบด้านในชื่อ AG Matte Glass ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ตัวเครื่องดูมีความสวยหรูพรีเมียม ยังช่วยให้ตัวเครื่องทนต่อรอยขีดข่วน หรือรอยนิ้วมือได้เป็นอย่างดี
สำหรับ Vivo V20 Pro 5G ที่ถูกนำเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย จะมีให้เลือกทั้งหมด 3 เฉดสี ได้แก่ สีดำ Midnight Jazz ที่ลึกลับน่าค้นหา และเต็มไปด้วยพลัง , สีขาว Moonlight Sonata ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดวงจันทร์ที่กระทบแสงกับผิวมหาสมุทร และสี Sunset Melody ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดวงอาทิตย์ที่กำลังตกที่ชายหาด
ลื่นไหลทุกการใช้งานด้วย Snapdragon 765G
สำหรับสเปกของ Vivo V20 Pro 5G ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะเลือกใช้ชิปเซ็ตระดับรองท็อปกับรุ่น Qualcomm Snapdragon 765G ที่ผลิตด้วยสถาปัตยกรรมระดับ 7 นาโนเมตร ประกบคู่การทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB และหน่วยความจำภายในความจุ 128GB ซึ่งรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมถึงการเล่นเกมออนไลน์ยอดฮิตได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด
ชาร์จไวทันใจด้วย Vivo Flash Charge 2.0
ปิดท้ายด้วยฟีเจอร์สำคัญอย่างแบตเตอรี่ และระบบการชาร์จ โดย Vivo V20 Pro 5G มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 4000mAh และเทคโนโลยี Vivo Energy Guardian (VEG) สำหรับจัดสรรการใช้พลังงานให้เหมาะสม ซึ่งหากแบตเตอรี่หมดระหว่างวัน ก็สามารถเติมกลับได้อย่างรวดเร็วด้วยระบบชาร์จแบบ Vivo FlashCharge 2.0 ที่มีกำลังการจ่ายไฟ 33W ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0-65% ได้ในเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น
สำหรับ Vivo V20 Pro 5G ปรับราคาวางหน่ายใหม่ที่ 12,999 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 3 เฉดสี ได้แก่ สีดำ Midnight Jazz, สีขาว Moonlight Sonata และสีไล่เฉด Sunset Melody สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ที่ Vivo Brand Shop และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
ข้อมูลเพิ่มเติม
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
[บทความนี้เป็น Advertorial]
วันที่ : 25/1/2564
