หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 18/2/2564

5 วิธีช่วยเพิ่มความปลอดภัยเมื่อต้องทำธุรกรรมการเงินผ่านมือถือ ทำอย่างไร มาดูกัน!


ปฏิเสธไม่ได้ว่าสมาร์ทโฟนได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งนอกเหนือจากการเล่นโซเชียล, การถ่ายภาพ, การทำงาน ไปจนถึงการเล่นเกมแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนมักจะทำผ่านสมาร์ทโฟนก็คือ การทำธุรกรรมการเงินผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องที่เกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ ควรจะมีความปลอดภัยในระดับสูงสุด และในวันนี้ทางทีมงานก็มีทริกดีๆ เพื่อช่วยเสริมความปลอดภัยขณะใช้แอปฯ ธุรกรรมการเงินบนมือถือมาฝากทุกท่านครับ

 

1.หมั่นอัปเดต

แอปพลิเคชันธนาคาร รวมถึงระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนในแต่ละเวอร์ชัน นอกจากจะมีการปรับปรุงด้านความเสถียร รวมถึงการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้ได้ใช้งานกันแล้ว ยังมีการเพิ่มแพทซความปลอดภัยเพื่ออุดรอยรั่ว หรือช่องโหว่ต่างๆ ที่ผู้ไม่ประสงค์ดีอาจใช้เพื่อโจมตีเราได้ โดยแนะนำให้หมั่นเข้าไปเช็คใน App Store หรือ Play Store ว่ามีรายการแจ้งเตือนให้อัปเดตหรือไม่ รวมทั้งหมั่นตรวจสอบการอัปเดตภายซอฟท์แวร์ และแพทซ์ความปลอดภัยของระบบปฏิบัติการอยู่สม่ำเสมอ

 

2. ตั้งพาสเวิร์ดให้มีความแข็งแกร่ง

สำหรับแอปพลิเคชันธนาคารบางแห่ง จะต้องล็อกอินผ่านบัญชี และพาสเวิร์ดที่ตั้งไว้ ซึ่งทาง Avast บริษัทผู้ผลิตซอฟท์แวร์สแกนไวรัสชื่อดังให้คำแนะนำในการตั้งพาสเวิร์ดให้มีความปลอดภัยระดับสูงเอาไว้ดังนี้ครับ

 

  • ตั้งพาสเวิร์ดให้ยาวเข้าไว้ - Avast แนะนำว่า ยิ่งพาสเวิร์ดยิ่งยาวเท่าไหร่ ก็ยิ่งดี โดยแนะนำให้มีตัวอักษรมากกว่า 15 ตัวขึ้นไป
  • ใช้พาสเวิร์สแบบผสม - พาสเวิร์ดควรผสมไปด้วยตัวอักษรล็กผสมกับตัวอักษรใหญ่ และตัวเลข รวมถึงสัญลักษณ์พิเศษ (ถ้าใส่ได้) เพื่อช่วยให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเจาะพาสเวิร์ดเราได้มากขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้คำแทนในพาสเวิร์ด - บางคนอาจเลือกใช้ตัวอักษร หรือตัวเลขบางอย่างในการแทนคำภาษาอังกฤษเพื่อช่วยให้เราจำง่ายขึ้น และหวังว่าจะช่วยให้มีความปลอดภัยขึ้น อย่างเช่น ใช้คำว่า D00R8377 แทนคำว่า DOORBELL ซึ่งทาง Avast ระบุว่า การใส่ตัวอักษรมั่วๆ ไม่มีการเรียงเป็นแพทเทิร์นจะช่วยให้พาสเวิร์ดมีปลอดภัยในระดับสูงกว่า

 

สำหรับใครที่กังวลว่าพาสเวิร์ดที่เราตั้งอาจไม่มีความปลอดภัยมากพอ ก็สามารถใช้บริการประเภท Password Manager ที่สามารถสร้างพาสเวิร์ดให้กับทุกเว็บไซต์ที่เราใช้งาน และจัดเก็บพาสเวิร์ดเหล่านี้อยู่ในระบบที่มีความปลอดภัยสูง ซึ่งหน้าที่ของเรามีหน้าที่แค่จำ Master Password ที่เราตั้งไว้ สำหรับเข้าถึงพาสเวิร์ดทั้งหมด โดยบริการ Password Manager ที่น่าสนใจก็ได้แค่ LastPass เป็นต้น

 

3. ล็อกแอปฯ 2 ชั้น

ในสมาร์ทโฟน Android จะมีฟีเจอร์ที่ช่วยล็อกแอปพลิเคชันเมื่อเปิดใช้งานได้ โดยจะมีเพียงผู้ที่รู้รหัสผ่าน หรือเจ้าของตัวเครื่องเท่านั้นที่จะเข้าใช้งานแอปฯ เหล่านี้ได้ ซึ่งเป็นการเสิรมความปลอดภัยอีกหนึ่งชั้น โดยสามารถดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่บทความนี้ครับ

 

4.ใช้ระบบยืนยันตัวตนแบบ Biometrics

แอปฯ ธนาคารส่วนมากจะฟีเจอร์ยืนยันตัวตนแบบ Biometrics ซึ่งใช้ข้อมูลส่วนทางชีวภาพในการยืนยันตัวตนเข้าใช้งานแทนการกดรหัสผ่าน เช่น การสแกนลายนิ้วมือ หรือการสแกนใบหน้า เป็นต้น ซึ่งทางทีมงานแนะนำให้เปิดใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวเพื่อป้องกันผู้ไม่ประสงค์ดีแอบส่องรหัสผ่านของเราขณะเปิดใช้งานแอปฯ ครับ

 

5.หลีกเลี่ยงการใช้ Wi-Fi สาธารณะ

Phandroid สื่อจากต่างประเทศแนะนำว่า หากต้องการทำธุรกรรมทางการเงินบนมือถือ ควรหลีกเลี่ยง Wi-Fi สาธารณะที่เปิดให้งานแบบฟรีๆ เนื่องจาก Wi-Fi เหล่านี้มักไม่ค่อยมีความปลอดภัยมากนัก และอาจทำให้ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้รั่วไหลได้ง่ายๆ 

Wired ให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า Wi-Fi สาธารณะมีช่องโหว่ตรงที่ เราไม่อาจทราบได้ว่าใครเป็นเจ้าของ  และในบางครั้งการใช้ Wi-Fi ฟรีก็จำเป็นต้องใส่ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ, อายุ, บัตรประชาชน ไปจนถึงเลขหมายโทรศัพท์ ซึ่งเราไม่อาจทราบได้เลยว่าผู้ให้บริการเครือข่าย Wi-Fi เหล่านี้มีการเก็บข้อมูลส่วนตัวของเราปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน หรือจะมีการนำข้อมูลส่วนตัวไปแชร์ต่อให้กับผู้อื่นหรือไม่

 

ข้อมูลอ้างอิง : Phandroid, Avast, Wired

 


วันที่ : 18/2/2564

 




Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy