ไขข้อข้องใจ Snapdragon 845 ว่าที่ชิปเซ็ตเรือธงรุ่นต่อไป จะทำให้สมาร์ทโฟนดีขึ้นกว่าเดิมอย่างไรบ้าง
ไม่กี่วันก่อน Qualcomm เพิ่งจะประกาศเปิดตัวชิปเซ็ต Snapdragon 845 ว่าที่ชิปเรือธงของปี 2018 พร้อมกับได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญๆ ของชิปตัวนี้ออกมาด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นศักยภาพที่พัฒนาขึ้นจากรุ่นก่อนในหลายๆ ด้านด้วยกัน แต่ด้วยข้อมูลที่ออกมาเป็นข้อมูลทางเทคนิคที่อาจจะเข้าใจยากไปสักหน่อยสำหรับคนทั่วๆ ไป ในวันนี้ทางทีมงาน Thaimobilecenter จึงขอนำข้อมูลดังกล่าวมาอธิบายอีกครั้งให้เข้าใจง่ายขึ้น Snapdragon 845 จะช่วยให้สมาร์ทโฟนมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นในด้านใดบ้าง และมากน้อยแค่ไหน ไปพบคำตอบกันเลยครับ
Snapdragon 845 แรงกว่าเดิมแค่ไหน?
Snapdragon 845 มีหน่วยประมวลผล Kyro 385 จำนวน 8 คอร์ ความเร็ว 2.8 GHz หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 630 ซึ่ง Qualcomm กล่าวว่าจะทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมเพิ่มขึ้น 25% และประมวลผลกราฟิกได้ดีขึ้น 30% เมื่อเทียบกับ Snapdragon 835 นอกจากนี้ยังกินพลังงานน้อยกว่าเดิมถึง 30% เมื่อใช้งานแอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับการประมวลผลกราฟิก เช่นวิดีโอ เกม VR และ AR หมายความว่าเราจะเปิดแอปได้เร็วขึ้น ใช้งานได้ลื่นขึ้น เกมจะกระตุกน้อยลง และในขณะเดียวกันการเล่นเกมก็จะกินแบตน้อยลงด้วย
ช่วยให้การถ่ายภาพดีขึ้นอย่างไร?
Snapdragon 845 มาพร้อมหน่วยประมวลผลภาพ Spectra 280 ซึ่งสามารถจับภาพความละเอียด 16 ล้านพิกเซลได้ 60 ภาพต่อวินาที และถ่ายวิดีโอ slowmotion ความละเอียด HD ได้สูงสุดที่ 480 fps เก็บข้อมูลสีในโหมด HDR ได้มากกว่าชิปรุ่นก่อนถึง 64 เท่า ช่วยให้เห็นรายละเอียดของภาพมากยิ่งขึ้น และมีเทคโนโลยีลด noise แบบ multi-frame ทำให้ภาพถ่ายในเวลากลางคืนดูคมขึ้น
นอกจากด้านการถ่ายภาพแล้ว หน่วยประมวลผลภาพรุ่นใหม่ยังมีระบบ Depth Sensing ในการวัดมิติความตื้นลึกของวัตถุ และรองรับการสแกนม่านตา เมื่อนำทั้ง 2 ระบบนี้มาทำงานร่วมกันจะสามารถใช้ระบบสแกนใบหน้า 3 มิติแบบ Face ID ของ iPhone X ได้ และอาจแม่นยำกว่า เนื่องจาก Snapdragon 845 ใช้จุดอินฟาเรด 50,000 จุดในการวาดแผนที่โครงหน้า ในขณะที่ Face ID ของ iPhone X ใช้เพียง 30,000 จุดเท่านั้น
มีการอัปเกรดด้านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือไม่?
Snapdragon 845 ใช้งานโมเด็ม X20 ที่รองรับเครือข่าย Gigabit LTE รับ-ส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงสุด 1,000 Mbps แต่ปัจจุบันเครือข่ายผู้ให้บริการส่วนใหญ่ยังไม่รองรับ Gigabit LTE ส่วนในประเทศไทยตอนนี้ก็มีเครือข่าย AIS Next G ที่รองรับ ซึ่ง True และ Dtac ก็น่าจะตามมาในอนาคตเช่นกัน
การเชื่อมต่ออุปกรณ์ Bluetooth ดีขึ้นอย่างไร?
Snapdragon 845 รองรับ Bluetooth 5.0 ซึ่งสามารถสตรีมวิดีโอและเพลงบนหลายๆ อุปกรณ์ได้พร้อมกัน ซึ่งสำคัญมากเพราะในอนาคตหูฟังไร้สายจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เนื่องจากสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ เริ่มตัดช่องหูฟังออกแล้ว Bluetooth เวอร์ชันเก่าจะส่งข้อมูลไปยังอุปกรณ์ได้แค่ชิ้นเดียวเท่านั้น ทำให้ส่งเสียงเพลงไปยังหูฟังได้ข้างเดียว แล้วจึงค่อยส่งต่อไปยังหูฟังอีกข้าง บางครั้งจึงอาจรู้สึกได้ว่าเพลงเล่นไม่พร้อมกัน แต่ด้วย Bluetooth 5.0 จะทำให้สมาร์ทโฟนส่งเพลงเข้าหูฟังได้พร้อมกันทั้ง 2 ข้างปัญหาดังกล่าวจึงไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป
ฟีเจอร์น่าสนใจอื่นๆ
- หน่วยประมวลผลความปลอดภัยที่มีหน่วยความจำและ power supply แยกเป็นอิสระจากตัวชิปหลัก เพิ่มความรัดกุมของระบบสแกนลายนิ้วมือ สแกนใบหน้า และสแกนม่านตา
- Quick Charge 4+ ชาร์จได้ถึง 50% ในเวลา 15 นาที
- Hexagon Vector DSP gen 3 ปรับปรุงประสิทธิภาพ AI ช่วยให้การสั่งงานด้วยเสียงมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และช่วยเบลอฉากหลังอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อถ่ายภาพ Portrait โดยไม่ต้องพึ่งกล้องคู่
- สำหรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด สามารถใช้งาน 4G LTE และ UHD Voice ได้ทั้งซิมหลักและซิมรองแล้ว
เราจะได้เห็น Snapdragon 845 เมื่อไหร่?
Qualcomm ยังไม่ได้เปิดเผยว่าสมาร์ทโฟนรุ่นใดจะนำ Snapdragon 845 ไปใช้ก่อนเป็นอันดับแรก บอกแต่เพียงว่าจะเริ่มส่งชิปให้กับผู้ผลิตสมาร์ทโฟนในต้นปี 2018 เท่านั้น แต่มีความเป็นไปได้สูงว่า Samsung Galaxy S9 จะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ได้ใช้ Snapdragon 845 ซึ่งต้องรอดูกันว่าจะเป็นจริงหรือไม่
ยังมีรายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับ Snapdragon 845 ที่ Qualcomm ยังไม่ได้เปิดเผยออกมา แต่เชื่อว่าจะค่อยๆ แง้มออกมาเรื่อยๆ ไปจนถึงสิ้นปีแน่นอนครับ
ที่มา : tomsguide
วันที่ : 8/12/2560
