พรีวิว OPPO Find X3 Pro 5G ครั้งแรกของโลกกับหน้าจอ + กล้อง 1,000 ล้านสี สีสันชัดเจนกว่าที่เคย พร้อมบอดี้สวยหรูพรีเมียม บนดีไซน์ใหม่หมดจดที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอวกาศ
หากพูดถึง OPPO Find X Series หลายท่านน่าจะนึกถึงสมาร์ทโฟนที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรมเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น OPPO Find X903 สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ OPPO ที่เปิดตัวเมื่อปี 2011 โดยมาพร้อมกับคีย์บอร์ด QWERTY แบบสไลด์ด้านข้าง, OPPO Finder มือถือที่ทำสถิติบางสุดในโลกด้วยความหนาเพียง 6.65 มิลลเมตร, OPPO Find X ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมหน้าจอไร้ขอบไร้รอยบากแบบ Panoramic Arc Screen และกลไกกล้องซ่อนในตัวเครื่องแบบ Stealth 3D Camera ไปจนถึงรุ่น OPPO Find X2 Series 5G ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมหน้าจอที่แสดงสีสันได้มากกว่า 1,000 ล้านสี
นับมาถึงตอนนี้ก็เป็นเวลากว่า 10 ปีที่ OPPO Find X Series ได้สร้างเสียงฮือฮาให้กับวงการสมาร์ทโฟน ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ OPPO ก็ได้สานต่อความสำเร็จของสมาร์ทโฟน Find X Series อีกครั้ง กับรุ่น OPPO Find X3 Pro 5G ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมหน้าจอ และกล้องถ่ายภาพ ที่สามารถถ่ายทอดสีสันได้ถึง 1,000 ล้านสีเป็นครั้งแรกของโลก พร้อมสเปกระดับเรือธงจัดเต็มทุกด้าน โดยสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะมีจุดเด่นอะไรที่น่าสนใจบ้างนั้น ไปติดตามรับชมพรีวิวแกะกล่องจากทีมงานกันได้เลยครับ

OPPO Find X3 Pro 5G มาพร้อมกับกล่องผลิตภัณฑ์สีเทา ที่มีการประทับชื่อรุ่น OPPO Find X3 Pro 5G ให้เห็นกันแบบชัดเจน

นา





สำหรับผู้ที่สั่งจอง OPPO Find X3 Pro 5G แบบ Blind Booking ระหว่างวันที่ 1 - 17 มีนาคม 2564 จะได้รับของแถมพิเศษมูลค่ารวม 19,497 บาท ได้แก่ KEVLAR Case, แท่นชาร์จไร้สาย OPPO AirVOOC Wireless Charger 45W, Premium Card และพิเศษสำหรับผู้ที่สั่งจองแบบ Bling Booking จะได้รับเพิ่ม หูฟัง OPPO Enco X ที่ทาง OPPO ได้พัฒนาร่วมกับแบรนด์เครื่องเสียงชั้นนำจากประเทศเดนมาร์ตอย่าง Dynaudio เพื่อมอบประสบการณ์ด้านเสียงอย่างเต็มอรรถรส โดยผู้ที่สั่งจอง OPPO Find X3 Pro 5G แบบ Blind Booking จะต้องยืนยันสิทธิ์ทางอีเมลในวันที่ 18 - 23 มีนาคม และรับเครื่องด้วยตนเองในวันที่ 27 มีนาคม เวลา 10.00 - 17.00 น. ที่ลาน Atrium 3 ชั้น 3 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

สำหรับ OPPO Find X3 Pro 5G มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล 1 พันล้านสี (1 Billion Colour Display) โดยเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ QHD+ ที่รองรับการแสดงผลแบบ 10-bit สามารถแสดงสีสันได้มากกว่าหน้าจอทั่วไปที่เป็นแบบ 8-bit ถึง 64 เท่า พร้อมเทคโนโลยี Adaptive Refresh Rate ระดับ 120Hz ที่ช่วยให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหล สามารถปรับเปลี่ยนการรีเฟรชของหน้าจอแบบอัตโนมัติได้ระหว่าง 5-120Hz และรองรับค่า Touch Sampling Rate ระดับ 240Hz เพื่อช่วยตอบสนองต่อการสัมผัสได้อย่างฉับไว

หน้าจอของ OPPO Find X3 Pro 5G ยังมาพร้อมกับคุณภาพการแสดงในระดับสูง ด้วยค่าความสว่างสูงสุด 1300nit, รองรับการแสดงผลตามมาตรฐาน HDR10+ และมีควาแม่นยำของสีที่ระดับ 0.4 JNCD ทำให้ได้รับคะแนนทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำอย่าง DisplayMate ในระดับ A+

นอกจากนี้ OPPO ยังใส่ใจกับผู้ที่มีปัญหามองเห็นสีบกพร่อง ที่มักจะเกิดขึ้นกับผู้ชายประมาณ 1 ใน 12 คน และผู้หญิง 1 ใน 200 คนทั่วโลก ที่มีปัญหาการตอบสนองช้าต่อสีบางสี ทาง OPPO จึงได้พัฒนาฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า Colour Vision Enhancement ซึ่งจะเข้ามาปรับแต่งแก้ไขสีสันบนหน้าจอ 1 พันล้านสีของ OPPO Find X3 Pro 5G เพื่อให้ผู้ที่มีปัญหามองเห็นสีบกพร่อง ได้สัมผัสกับโลกที่มีสีสันที่สดใส และใกล้เคียงความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น

ที่ด้านบนของหน้าจอมาพร้อมกับกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.4 พร้อมโครงสร้างแบบ 5 ชิ้นเลนส์ ถัดมาตรงกลางจะเป็นลำโพงเสียงสนทนา ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นลำโพงตัวที่สองควบคู่กับลำโพงตัวหลักที่ด้านล่าง

ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่องติดตั้งปุ่มปรับระดับเสียงเอาไว้

ที่ด้านบนของตัวเครื่องมาพร้อมกับไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวน

ที่ด้านขวาของตัวเครื่องมาพร้อมกับปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิด เครื่อง

ที่ด้านล่างของตัวเครื่องประกอบไปด้วย ถาดใส่ซิมการ์ด, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และลำโพงเสียงตัวหลัก โดยลำโพงเสียงทั้งสองตัวของ OPPO Find X3 Pro 5G มาพร้อมกับระบบเสียง Dolby Atmos และฟีเจอร์ Movie Mode สำหรับขยายกำลังเสียงให้ทรงพลังมากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการรับชมคอนเทนต์บนสมาร์ทโฟนได้เป็นอย่างดี

พลิกมาดูที่ด้านหลังตัวเครื่องกันบ้าง OPPO Find X3 Pro 5G มาพร้อมกับดีไซน์ตัวเครื่องที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอวกาศ (Futuristic Curved Design) ด้วยตัวเครื่องที่มาพร้อมกับกระจกชิ้นเดียวแบบไร้รอยต่อ ที่มีความโค้งมนสวยงาม โดยมีความบางเฉียบเพียง 8.26 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบาเพียง 193 กรัม ทำให้สามารถถือใช้งานได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น

ที่ด้านบนมาพร้อมกับชุดกล้องหลังจำนวน 4 ตัว แบ่งออกเป็น
- กล้อง Ultra-wide-angle ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX766, รูรับแสงกว้าง f/2.2, มุมมองในการรับภาพกว้าง 110 องศา พร้อมรองรับการจับภาพแบบ 1 พันล้านสี
- กล้อง Microlens ความละเอียด 3 ล้านพิกเซล, รูรับแสงกว้าง f/3.0 พร้อมกำลังขยายสูงสุด 60x
- กล้อง Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล, รูรับแสงกว้าง f/2.4, รองรับการซูมภาพแบบ 5x Hybrid Optical Zoom และ 20x Digital Zoom พร้อมรองรับการจับภาพแบบ 1 พันล้านสี
- กล้อง Wide Angle ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล, เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX766, รูรับแสงกว้าง f/1.8, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS พร้อมรองรับการจับภาพแบบ 1 พันล้านสี

จากสเปกกล้องจะเห็นได้ว่า OPPO Find X3 Pro 5G เลือกใช้เซ็นเซอร์รับภาพตัวท็อปอย่าง Sony IMX766 ในกล้องถ่ายภาพ 2 ตัว ทั้งกล้องตัวหลัก Wide Angle และกล้องมุมกว้าง Ultra Wide Angle และที่สำคัญกล้องทั้งสองตัวนี้ยังรองรับการถ่ายภาพ 1 พันล้านสีแบบ 10-bit (1 Billion Colour Dual Primary Cameras) เพื่อช่วยถ่ายทอดสีสันในแต่ละโมเมนต์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

การอัปเกรดกล้อง และหน้าจอแสดงผลครั้งนี้ส่งผล OPPO Find X3 Pro 5G กำหนดมาตรฐานใหม่ของมือถือระดับแฟล็กชิปที่สามารถบันทึก และแสดงผลระดับ 1,000 ล้านสีได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยระบบ 10-bit Full-path Colour Engine ซึ่งเริ่มต้นด้วยกล้องที่สามารถบันทึกภาพระดับ 1,000 ล้านสี จากนั้นระบบทำการเข้ารหัส พร้อมกับจัดเก็บภายในตัวเครื่อง และทำการถอดรหัสเพื่อนำไปแสดงผลบนหน้าจอ 1,000 ล้านสีนั่นเอง

ส่วนกล้องตัวใหม่ที่เพิมเข้ามาอย่างกล้อง Microlens ก็จะช่วยเปิดโลกใหม่แห่งการถ่ายภาพที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ด้วยกำลังขยายสูงสุด 60 เท่า มองเห็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ถูกซ่อนเอาไว้ราวกับกล้องจุลทรรศน์

นอกเหนือจากฮาร์ดแวร์กล้องที่ได้รับการอัปเกรดใหม่แล้ว ทางด้านซอฟต์แวร์ก็มีการเพิ่มลูกเล่นใหม่เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้เช่นเดียวกัน โดยหนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าสนใจก็คือ Cinematic Mode ที่ใช้ประโยชน์จากกล้อง 1 พันล้านสี ในการปรับแต่งค่าต่างๆ ขณะถ่ายวิดีโอได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็น ค่า ISO, White Balance, Spped Shutter ไปจนถึงการโฟกัส รวมทั้งยังรองรับการถ่ายไฟล์ LOG สำหรับช่างวิดีโอมืออาชีพที่ต้องการนำไฟล์ไปทำการ Grading สีในโปรแกรมอื่นๆ เพิ่มเติม

ตัวเครื่องสวยๆ ของ OPPO Find X3 Pro 5G ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 ที่สามารถกันน้ำได้ลึกสูงสุดที่ระดับ 1.5 เมตร เป็นระยะเวลานานสูงสุด 30 นาที

ในด้านประสิทธิภาพการทำงาน OPPO Find X3 Pro 5G มาพร้อมกับชิปเซ็ตระดับท็อปอย่าง Qualcomm Snapdragon 888 ประกบคู่การทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR5 ขนาด 12GB และหน่วยความจำภายในแบบ UFS 3.1 ความจุ 256GB เพื่อช่วยให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหล โดยจะรันด้วยระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย ColorOS 11.2 เวอร์ชันใหม่ตั้งแต่แกะกล่อง

นอกจากนี้ OPPO Find X3 Pro 5G ยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 4500mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็วแบบ 65W SuperVOOC 2.0 สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ 40% ในเวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น และที่สำคัญ OPPO Find X3 Pro 5G ยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของค่าย ที่รองรับระบบการชาร์ตไร้สายแบบ 30W AirVOOC Wireless Flash Charge และรองรับระบบ Reverse Wireless Charging สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์อื่น ๆ ได้แบบไร้สายอีกด้วย

สำหรับ OPPO Find X3 Pro 5G มีกำหนดการเปิดตัวในประเทศไทยวันที่ 18 มีนาคม 2564 ที่กำลังจะถึงนี้ ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าทาง OPPO จะเปิดราคาวางจำหน่ายที่เท่าไหร่ และจะมีโปรโมชันอะไรที่น่าสนใจบ้าง สำหรับใครที่สนใจต้องการสั่งจอง OPPO Find X3 Pro 5G แบบ Blind Booking สามารถลงทะเบียนได้ที่นี่ https://bit.ly/2OaGNP2
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 16/3/2564





