รวมมือถือราคาไม่เกิน 10,000 บาท กับแบตอึด 5000 mAh+ พร้อมรองรับชาร์จเร็ว ดูหนัง เล่นเกมได้ยาวนานตลอดวัน และชาร์จเร็วทันใจ
เรียกได้ว่าแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนต่างก็ส่งสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ออกมากันอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละรุ่นก็มาพร้อมกับคุณสมบัติที่ได้รับการอัปเกรดขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหนึ่งในคุณสมบัติที่ผู้ใช้ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ก็คือ ความจุของแบตเตอรี่ เพื่อการใช้งานแบบต่อเนื่องตลอดทั้งวัน พร้อมกับเทคโนโลยีชาร์จเร็วที่ช่วยลดเวลาในการชาร์จ
ในวันนี้ทีมงาน Thaimobilecenter จึงได้คัดเลือกสมาร์ทโฟนในงบไม่เกิน 10,000 บาท ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh+ และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว ด้วยกำลังไฟมากกว่า 15 วัตต์ (15W) มาให้ได้ชมกัน เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ซึ่งจะมีรุ่นเด่น จากแบรนด์ใดที่ตรงใจ และโดนใจท่านผู้อ่านบ้างนั้น ติดตามชมไปพร้อมกันได้เลยค่ะ
Samsung Galaxy M51 : 10,600 บาท
7000 mAh + 25W | Super AMOLED Infinity-O Display | Snapdragon 730 | Quad Camera 64MP
สมาร์ทโฟนแบตใหญ่แบบจัดเต็มที่ 7000 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 25W SuperFast Charge บนการดีไซน์จอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้าแบบ Infinity-O Display เทคโนโลยี Super AMOLED Plus ขนาดใหญ่ 6.7 นิ้ว พร้อมฝาหลังเงางามที่ติดตั้งกล้องทั้งหมด 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล และรันด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 730 จับคู่กับ RAM 8GB + ROM ขนาด 128GB บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.5 เวอร์ชันใหม่แบบแกะกล่อง และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือจะอยู่ที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint)
จุดเด่นของ Samsung Galaxy M51
- แบตเตอรี่ความจุ 7000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 25W SuperFast Charge
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED Infinity-O Display ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+
- กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล
- ชิปเซ็ต Snapdragon 730
- พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ Samsung Galaxy M51
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED Plus Infinity-O Display ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400x1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 730
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB รองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วย
- กล้องตัวหลักเลนส์ Wide-Angle ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/1.8
- กล้องตัวที่สองเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.2 สามารถเก็บภาพมุมกว้างสุดที่ 123 องศา
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.4
- กล้องตัวที่สี่เลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.4
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่ความจุ 7000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 25W SuperFast Charge
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.5
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint)
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
Samsung Galaxy A31 : 7,799 บาท
5000 mAh + 15W | Super AMOLED Infinity-U Display | Quad Camera 48MP
สมาร์ทโฟนดีไซน์จอไร้ขอบทรงหยดน้ำแบบ Infinity-U Display เทคโนโลยี Super AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ โดยมีแบตเตอรี่จุใจ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 15W Fast Charging บนตัวเครื่องบางเพียง 8.6 มิลลิเมตร ดีไซน์สวยงามแบบ Prism Crush พร้อมผิวสัมผัสมันวาว โดยมีการติดตั้งกล้องหลังทั้งหมด 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วย กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, เลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และเลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
จุดเด่นของ Samsung Galaxy A31
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 15W Fast Charging
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED Infinity-U Display ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+
- กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (On-Screen Fingerprint)
- พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ Samsung Galaxy A31
- ตัวเครื่องมีขนาด 159.3x73.1x8.6 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 185 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Super AMOLED Infinity-U Display ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek Helio P65
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ 512GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วย
- กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสง F/2.0
- กล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้าง Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เก็บภาพมุมกว้างสุด 123 องศา มีขนาดรูรับแสง F/2.2
- กล้องตัวที่สามเลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสง F/2.4
- กล้องตัวที่สี่เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร มีขนาดรูรับแสง F/2.4
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล โดยมี F/2.2
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 15W Fast Charging
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (On-Screen Fingerprint)
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac 2.4+5GHz, Bluetooth 5.0 และ NFC
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
OPPO A92 : 8,999 บาท
5000 mAh + 18W | 1080P Neo-Display | Quad Camera 48MP
สเปก OPPO A92 | รีวิว OPPO A92
สมาร์ทโฟน A Serirs รุ่นใหม่ มาในดีไซน์ใหม่ในชื่อ 1080P Neo-Display กับจอขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว คมชัดระดับ FHD+ พร้อมฝังกล้องหน้าบนจอ ผสานกล้องหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล บนตัวเครื่องเงางามลงขอบโค้ง และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง รวมถึงลำโพง Stereo แบบคู่ พร้อมระบบเสียง Hi-Res Audio และ Dirac 2.0 พร้อมตอบโจทย์สายบันเทิงตัวจริง ไม่ว่าจะเล่นเกม หรือดูภาพยนตร์/ซีรีส์เรื่องโปรด ซึ่งรันด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 665 จับคู่กับ RAM ขนาด 8GB ที่ใช้งานได้ลื่นไหล พร้อมเล่นเกมเน้นกราฟิก 3 มิติได้แบบสบายๆ และมีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charging โดยทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย ColorOS 7.1 เวอร์ชันใหม่
จุดเด่นที่น่าสนใจของ OPPO A92
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charge
- หน้าจอ 1080P Neo-Display ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+
- กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล
- พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ OPPO A92
- หน้าจอแสดงผล Neo-Display ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล) ในอัตราส่วน 20:9 โดยมีพื้นที่การแสดงผลคิดเป็น 90.5%
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 665
- เทคโนโลยี Hyper Boost
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 2.1 ขนาด 128GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) ประกอบด้วย
- กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงขนาด F/1.7
- กล้องตัวที่สองแบบ Ultra-Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เก็บภาพมุมกว้างสุดที่ 119 องศา
- กล้องตัวที่สามแบบ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
- กล้องตัวที่สี่แบบ Monochrome ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
รองรับโหมดถ่ายภาพความละเอียดสูง Ultra HD 48MP, โหมดถ่ายภาพกลางคืนแบบ Ultra Night Mode 2.0, โหมดหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait), โหมดหน้าสวย (Beauty), ฟังก์ชัน AI Scene Recognition ในการตรวจจับซีนในแต่ละภาพ เพื่อนำไปปรับแต่งให้เหมาะสม และรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD พร้อมโหมดป้องกันการสั่นไหวแบบ Ultra Steady Video รวมถึงการถ่ายวิดีโอในมุมกว้างพิเศษ (Video Ultra Wide Angle)
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย ColorOS 7.1
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Figerprint)
- ระบบสแกนใบหน้า (Facial Unlock)
- ลำโพง Stereo แบบคู่ พร้อมระบบเสียง Hi-Res Audio และ Dirac 2.0
- พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
realme 6i (4GB+128GB) : 6,499 บาท
5000 mAh + 18W | Quad Camera 48MP | Mini-Drop FullScreen ขนาด 6.5 นิ้ว
สเปก realme 6i | รีวิว realme 6i
สมาร์ทโฟนดีไซน์จอไร้ขอบทรงหยดน้ำแบบ Mini-Drop FullScreen ขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว บนตัวเครื่องเงางาม พร้อมลวดลายเส้นตรงโทนสีเข้ม สลับกับสีอ่อน โดยมีการติดตั้งกล้องหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) คมชัดความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมกับใช้งานชิปเซ็ต MediaTek Helio G80 เป็นรุ่นแรกของโลก มีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน ซึ่งทาง realme สามารถ Standby ได้นานถึง 39 วัน และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charging ผ่านพอร์ตการเชื่อมต่อมาตรฐานใหม่อย่าง USB Type-C
จุดเด่นของ realme 6i
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charging
- หน้าจอ Mini-Drop FullScreen ขนาด 6.5 นิ้ว
- กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล
- พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ realme 6i
- ตัวเครื่องมีขนาด 164.4x75.4x9.0 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 199 กรัม
- หน้าจอแสดงผล Mini-Drop FullScreen ขนาด 6.5 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 ความละเอียดระดับ HD+ (720x1600 พิกเซล) มีพื้นที่การแสดงผลคิดเป็น 89.8% ครอบทับด้วยกระจก 2.5D Gorilla Glass
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek Helio G80 ที่มความเร็ว 2.0 GHz
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G52
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ 256GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องตัวหลักเลนส์ Wide-Angle ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/1.8 เทคโนโลยี 4-in-1 Pixel
- กล้องตัวที่สองเลนส์ Ultra-Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.25 เก็บภาพมุมกว้างสุดที่ 119 องศา
- กล้องตัวที่สามเลนส์ B&W Portrait ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.4
- กล้องตัวที่สี่เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.4 ถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.0 รองรับเทคโนโลยี AI Beauty, โหมด Portrait พร้อม Bokeh Effect
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง (Fingerprint Scanner)
- ระบบสแกนใบหน้า (Face Recognition)
- รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual nanoSIM) พร้อมถาดใส่ซิมแบบ Triple-Slot
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n (2.4GHz) และ Bluetooth 5.0
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รุ่น 3GB+64GB ราคา 4,399 บาท
- รุ่น 4GB+128GB ราคา 6,499 บาท
Redmi Note 9 Pro (6+128) : 8,999 บาท
5020 mAh + 33W | Quad Camera 64MP | DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว
สมาร์ทโฟนดีไซน์จอไร้ขอบ ไร้รอยบาก ไร้ติ่งหยดน้ำขนาดใหญ่ 6.67 นิ้ว พร้อมฝังหน้าจอไว้บนหน้าจอที่ตรงกลางแบบ In-Display Camera ส่วนที่ด้านหลังดีไซน์แบบสมมาตร ครอบทับฝาหลังด้วยกระจกขอบโค้ง 3D Curved Triple Corning Gorilla Glass 5 ติดตั้งกล้องหลังทั้งหมด 4 ตัว (AI Quad Camera) คมชัด 64 ล้านพิกเซล ในดีไซน์ใหม่บนแถบสี่เหลี่ยมสีดำที่ตรงกลาง สำหรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint) และใช้งานชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 720G รุ่นใหม่ จับคู่กับ RAM ขนาดสูงสุด 6GB พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5020 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Fast Charging บนระบบปฏิบัติการ Android 10 เวอร์ชันใหม่
จุดเด่นของ Redmi Note 9 Pro
- หน้าจอดีไซน์ใหม่แบบ DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+
- แบตเตอรี่ความจุ 5020 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 33W Fast Charging
- ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 720G
- กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล
- พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ Redmi Note 9 Pro
- ตัวเครื่องมีขนาด 165.75x76.68x8.8 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 209 กรัม
- หน้าจอแสดงผล DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 แบบ Cinematic Screen ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล) ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 720G
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 618
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4x ขนาด 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 2.1 ขนาด 64GB / 128GB ที่สามารถเพิ่ม microSD Card ได้สูงสุด 512GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) ประกอบด้วย
- กล้องตัวหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 1/1.7 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี 4-in-1 Super Pixel ขนาด 1.6 ไมครอน มีรูรับแสงขนาด F/1.89
- กล้องตัวที่สองแบบ Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน มีรูรับแสงขนาด F/2.2 สามารถถ่ายภาพมุมกว้างสุด 119 องศา
- กล้องตัวที่สามแบบ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน สามารถถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 2 เซนติเมตร
- กล้องตัวที่สี่แบบ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พิกเซลขนาด 1.75 ไมครอน
รองรับการโฟกัสภาพแบบ PDAF, ฟังก์ชัน AI Scene Detection ในการตรวจจับซีนต่างๆ, ซูมสูงสุดที่ 10 เท่า (10x Digital Zoom), โหมดถ่ายภาพกลางคืน Ultra Nightscape, AI Beauty, Portrait และบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าฝังบนจอแบบ In-Display Camera ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี 4-in-1 Super Pixel ขนาด 1.6 ไมครอน
- แบตเตอรี่ความจุ 5020 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 33W Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย MIUI 11
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint)
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (Dual-Band) และ Bluetooth 5.0
- รองรับพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รุ่น 6GB+64GB ราคา 7,999 บาท
- รุ่น 6GB+128GB ราคา 8,999 บาท
Redmi Note 9S (6GB+128GB) : 7,499 บาท
5020 mAh + 18W | Quad Camera 48MP | DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว
ดีไซน์จอไร้ขอบ ไร้รอยบาก ไร้ติ่งหยดน้ำขนาดใหญ่ 6.67 นิ้ว พร้อมฝังหน้าจอไว้บนหน้าจอที่ตรงกลางแบบ In-Display Camera ส่วนที่ด้านหลังดีไซน์แบบสมมาตร (Symmetrical Design) ครอบทับฝาหลังด้วยกระจกขอบโค้ง 3D Curved Triple Corning Gorilla Glass 5 พร้อมเทคโนโลยีป้องกันน้ำกระเซ็นแบบ P2i และติดตั้งกล้องหลังทั้งหมด 4 ตัว (AI Quad Camera) คมชัด 48 ล้านพิกเซล ในดีไซน์ใหม่บนแถบสี่เหลี่ยมสีดำที่ตรงกลาง สำหรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือได้ย้ายมาอยู่ที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint) และใช้งานชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 720G รุ่นใหม่ จับคู่กับ RAM ขนาดสูงสุด 6GB พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5020 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charging และมีอะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 22.5W แถมมาในแพ็กเกจอีกด้วย บนระบบปฏิบัติการ Android 10 เวอร์ชันใหม่ ครอบทับด้วย MIUI 11
จุดเด่นของ Redmi Note 9S
- หน้าจอแสดงผล DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+
- กล้องหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่ความจุ 5020 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 18W Fast Charging
- พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ Redmi Note 9S
- ตัวเครื่องมีขนาด 165.75x76.68x8.8 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 209 กรัม
- หน้าจอแสดงผล DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 แบบ Cinematic Screen ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล) ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 720G
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 618
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4x ขนาด 4GB / 6GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 2.1 ขนาด 64GB / 128GB ที่สามารถเพิ่ม microSD Card ได้สูงสุด 512GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) ประกอบด้วย
- กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 1/2.25 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี 4-in-1 Super Pixel ขนาด 1.6 ไมครอน มีรูรับแสงขนาด F/1.79
- กล้องตัวที่สองแบบ Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน มีรูรับแสงขนาด F/2.2 สามารถถ่ายภาพมุมกว้างสุด 119 องศา
- กล้องตัวที่สามแบบ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน สามารถถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 2 เซนติเมตร
- กล้องตัวที่สี่แบบ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พิกเซลขนาด 1.75 ไมครอน
รองรับการโฟกัสภาพแบบ PDAF, ฟังก์ชัน AI Scene Detection ในการตรวจจับซีนต่างๆ, ซูมสูงสุดที่ 10 เท่า (10x Digital Zoom), โหมดถ่ายภาพกลางคืน Ultra Nightscape, AI Beauty, Portrait และบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าฝังบนจอแบบ In-Display Camera ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่ความจุ 5020 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 18W Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย MIUI 11
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint)
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2x2 MIMO 802.11 a/b/g/n/ac (Dual-Band) และ Bluetooth 5.0
- รองรับพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รุ่น 4GB+64GB ราคา 6,499 บาท
- รุ่น 6GB+128GB ราคา 7,499 บาท
Redmi Note 9 (4GB+128GB) : 5,799 บาท
5020 mAh + 18W | Quad Camera 48MP | DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว
ชูโรงที่กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5020 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charging และรันด้วยชิปเซ็ต MediaTek Helio G85 รุ่นใหม่ บนการดีไซน์จอไร้ขอบ และกล้องหน้าฝังบนจอแบบ In-Display Camera สำหรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint) บนระบบปฏิบัติการ Android 10 เวอร์ชันใหม่ ครอบทับด้วย MIUI 11
จุดเด่นของ Redmi Note 9
- หน้าจอแสดงผล DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+
- กล้องหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่ความจุ 5020 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 18W Fast Charging
- พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
สรุปคุณสมบัติตัวเครื่องในเบื้องต้นของ Redmi Note 9
- ตัวเครื่องมีขนาด 162.3x77.2x8.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 199 กรัม
- หน้าจอแสดงผล DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 แบบ ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล) ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek G85
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G52
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 3GB / 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB / 128GB ที่สามารถเพิ่ม microSD Card ได้สูงสุด 512GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 4 ตัว (AI Quad Camera) ประกอบด้วย
- กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 1/2 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี 4-in-1 Super Pixel ขนาด 1.6 ไมครอน มีรูรับแสงขนาด F/1.79
- กล้องตัวที่สองแบบ Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พิกเซลขนาด 1.12 ไมครอน มีรูรับแสงขนาด F/2.2 สามารถถ่ายภาพมุมกว้างสุด 118 องศา
- กล้องตัวที่สามแบบ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มีรูรับแสงขนาด F/2.4 สามารถถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 2 เซนติเมตร
- กล้องตัวที่สี่แบบ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พิกเซลขนาด 1.75 ไมครอน มีรูรับแสงขนาด F/2.4
รองรับการโฟกัสภาพแบบ PDAF, ฟังก์ชัน AI Scene Detection ในการตรวจจับซีนต่างๆ, โหมดถ่ายภาพกลางคืน Ultra Nightscape, AI Beauty และ Portrait
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าฝังบนจอแบบ In-Display Camera ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่ความจุ 5020 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 18W Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย MIUI 11
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint)
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (Dual-Band) และ Bluetooth 5.0
- รองรับพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- รุ่น 3GB+64GB ราคา 4,799 บาท
- รุ่น 4GB+128GB ราคา 5,799 บาท
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับสมาร์ทโฟนในงบ 10,000 บาท ที่มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุขั้นต่ำ 5000 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วด้วยกำลังไฟ 15 วัตต์ (15W) ขึ้นไป ที่ทางทีมงานได้รวบรวมมาให้ได้ชมกัน จะเห็นได้ว่าแต่ละรุ่นล้วนมีความโดดเด่นแตกต่างกันออกไป และมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกด้าน
แต่อย่างไรก็ดี การเลือกซื้อสมาร์ทโฟนสักเครื่องหนึ่งยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ที่ผู้ใช้ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น การดีไซน์ตัวเครื่อง, ขนาด และระดับความคมชัดของหน้าจอ, ชิปเซ็ตประมวลผล, หน่วยความจำแรม (RAM), หน่วยความจำภายใน, กล้องถ่ายภาพ และเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ รวมถึงฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในด้านอื่นๆ อีกมากมาย
ทั้งนี้จึงขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เอง ว่ามีความชื่นชอบสมาร์ทโฟนรุ่นใดมากที่สุด ทั้งในด้านการดีไซน์ว่าสวยถูกใจขนาดไหน และฟีเจอร์ด้านในสามารถพร้อมตอบโจทย์การใช้งานของตนเองได้ครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งหากว่าได้ทดลองใช้งานในเบื้องต้น แล้วเกิดความพึงพอใจ ก็ถือได้ว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนั้นคุ้มค่าแก่การจับจองเป็นเจ้าของแล้วค่ะ สำหรับวันนี้ทางทีมงานต้องขอลาไปก่อน พบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีค่ะ
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 18/9/2563
