รวมมือถือ 5G รุ่นใหม่ 2023 เปิดตัวไทยล่าสุด พร้อมขายแล้ววันนี้
เข้าสู่ศักราชใหม่ในปี 2023 กันแล้ว ก็ยังคงมีการเปิดตัวมือถือแบรนด์ดังรุ่นใหม่ในบ้านเราอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระดับท็อปสุดไฮเอนด์ ไปจนถึงระดับเริ่มต้นราคาสบายกระเป๋า โดยในวันนี้ทางทีมงานได้รวบรวมมือถือ 5G รุ่นใหม่ที่เปิดตัวในปี 2023 พร้อมวางขายในไทยแล้ววันนี้ ซึ่งจะมีรุ่นเด่นจากแบรนด์ใดบ้างไปชมกันเลยค่ะ
- Samsung Galaxy S23 Series : เริ่ม 30,900 บาท
- Samsung Galaxy A14 5G : 6,999 บาท
- OPPO A78 5G ราคาเริ่ม 8,499 บาท
- OPPO Reno8 T 5G : 13,990 บาท
- OnePlus 11 5G : เริ่ม 29,990 บาท
- realme 10 Pro 5G Coca-Cola Edition : 11,999 บาท
- POCO X5 5G Series : เริ่ม 10,990 บาท
- Honor X9a : 11,990 บาท
Samsung Galaxy S23 Series
เรือธงซีรีส์ Galaxy S ประจำปี 2023 จากทาง Samsung ที่มาพร้อมกัน 3 รุ่นเช่นเคย ได้แก่ Samsung Galaxy S23, S23+ และ S23 Ultra กับการปรับโฉมดีไซน์ใหม่ และอัปเกรดฟีเจอรืภายในให้ครบเครื่องยิ่งขึ้นไปอีกขั้น
Samsung Gaalxy S23 : เริ่ม 30,900 บาท
สเปก Samsung Galaxy S23 | รีวิว Samsung Galaxy S23
- ตัวเครื่องมีขนาด 70.9x146.3x7.6 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 168 กรัม
- หน้าจอ Dynamic AMOLED 2X Display ขนาด 6.1 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล) พร้อมฟีเจอร์ Vision Booster ที่สามารถดันค่าความสว่างสูงสุด 1750nits รองรับฟีเจอร์ Super Smooth 120Hz ในการปรับค่า Refresh Rate ตามคอนเทนต์ที่แสดงระหว่าง 10-120Hz พร้อมค่า Touch Sampling Rate ระดับ 240Hz และครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass Victus 2
- ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen2
- RAM (LPDDR5X) 8GB
- ROM ( UFS 3.1) 128B / (UFS 4.0) 256GB
- กล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วย
- กล้องตัวหลัก 50MP (f1.8) เทคโนโลยี Dual Pixel AF รองรับระบบกันสั่นแบบ OIS
- กล้อง Ultra-Wide 12MP (f2.2) ถ่ายภาพมุมกว้างสุด 120 องศา
- กล้อง Telephoto 10MP (f2.4) รองรับการซูมแบบ 3x Optical Zoom พร้อมระบบกันสั่นแบบ OIS
- กล้องหน้า 12MP (f2.2)
- แบตเตอรี่ความจุ 3900 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 25W Super Fast Charging พร้อมระบบชาร์จไร้สาย 15W และฟังก์ชัน Wireless PowerShare
- ระบบปฏิบัติการ Android 13 ครอบทับด้วย One UI 5.1
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแบบ Ultrasonic Fingerprint
- รองรับการเชื่อมต่อ 5G, 4G LTE, Wi-Fi6E, Bluetooth 5.3 และ NFC
- พอร์ต USB Type-C 3.2 Gen 1
- ตัวเครื่องรองรับคุณสมบัติป้องกันน้ำ-ฝุ่นมาตรฐาน IP68
- ตัวเลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ (Phantom Black), สีครีม (Cream), สีเขียว (Green) และสีม่วง (Lavender)
- รุ่น 8GB+128GB (UFS 3.1) : 30,900 บาท
- รุ่น 8GB+256GB (UFS 4.0) : 33,900 บาท
- เปิดตัวกุมภาพันธ์ 2023
Samsung Galaxy S23+ : เริ่ม 37,900 บาท
สเปก Samsung Galaxy S23+ | รีวิว Samsung Galaxy S23+
- ตัวเครื่องมีขนาด 76.2x157.8x7.6 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 196 กรัม
- หน้าจอ Dynamic AMOLED 2X Display ขนาด 6.6 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ (1080x2340 พิกเซล) พร้อมฟีเจอร์ Vision Booster ที่สามารถดันค่าความสว่างสูงสุด 1750nits รองรับฟีเจอร์ Super Smooth 120Hz ในการปรับค่า Refresh Rate ตามคอนเทนต์ที่แสดงระหว่าง 10-120Hz พร้อมค่า Touch Sampling Rate ระดับ 240Hz และครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass Victus 2
- ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen2
- RAM (LPDDR5X) 8GB
- ROM (UFS 4.0) 256GB / 512GB
- กล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วย
- กล้องตัวหลัก 50MP (f1.8) เทคโนโลยี Dual Pixel AF รองรับระบบกันสั่นแบบ OIS
- กล้อง Ultra-Wide 12MP (f2.2) ถ่ายภาพมุมกว้างสุด 120 องศา
- กล้อง Telephoto 10MP (f2.4) รองรับการซูมแบบ 3x Optical Zoom พร้อมระบบกันสั่นแบบ OIS
- - กล้องหน้า 12MP (f2.2)
- แบตเตอรี่ความจุ 4700 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 45W Super Fast Charging พร้อมระบบชาร์จไร้สาย 15W และฟังก์ชัน Wireless PowerShare
- ระบบปฏิบัติการ Android 13 ครอบทับด้วย One UI 5.1
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแบบ Ultrasonic Fingerprint
- รองรับการเชื่อมต่อ 5G, 4G LTE, Wi-Fi6E, Bluetooth 5.3 และ NFC
- พอร์ต USB Type-C 3.2 Gen 1
- ตัวเครื่องรองรับคุณสมบัติป้องกันน้ำ-ฝุ่นมาตรฐาน IP68
- ตัวเลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ (Phantom Black), สีครีม (Cream), สีเขียว (Green) และสีม่วง (Lavender)
- รุ่น 8GB+256GB : 37,900 บาท
- รุุ่น 8GB+512GB : 42,900 บาท
- เปิดตัวกุมภาพันธ์ 2023
Samsung Galaxy S23 Ultra : เริ่ม 43,900 บาท
สเปก Samsung Galaxy S23 Ultra | รีวิว Samsung Galaxy S23 Ultra
- ตัวเครื่องมีขนาด 78.1x163.4x8.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 234 กรัม
- หน้าจอ Edge Dynamic AMOLED 2X Display ขนาด 6.8 นิ้ว คมชัดระดับ QHD+ (1440x3080 พิกเซล) พร้อมฟีเจอร์ Vision Booster ที่สามารถดันค่าความสว่างสูงสุด 1750nits รองรับฟีเจอร์ Super Smooth 120Hz ในการปรับค่า Refresh Rate ตามคอนเทนต์ที่แสดงระหว่าง 10-120Hz พร้อมค่า Touch Sampling Rate ระดับ 240Hz และครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass Victus 2
- ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen2
- RAM (LPDDR5X) 8GB / 12GB
- ROM (UFS 4.0) 256GB / 512GB / 1TB
- กล้องหลัง 4 ตัว ประกอบด้วย
- กล้องตัวหลัก 200MP (f1.7) เทคโนโลยี Adaptive Pixel รองรับระบบกันสั่นแบบ OIS
- กล้อง Ultra-Wide 12MP (f2.2) ถ่ายภาพมุมกว้างสุด 120 องศา
- กล้อง Telephoto ตัวที่หนึ่ง 10MP (f2.4) รองรับการซูมแบบ 3x Optical Zoom พร้อมระบบกันสั่นแบบ OIS
- กล้อง Telephoto ตัวที่สอง 10MP (f4.9) รองรับการซูมแบบ 10x Optical Zoom พร้อมระบบกันสั่นแบบ OIS
- กล้องหน้า 12MP (f2.2)
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 45W Super Fast Charging พร้อมระบบชาร์จไร้สาย 15W และฟังก์ชัน Wireless PowerShare
- ระบบปฏิบัติการ Android 13 ครอบทับด้วย One UI 5.1
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแบบ Ultrasonic Fingerprint
- รองรับการเชื่อมต่อ 5G, 4G LTE, Wi-Fi6E, Bluetooth 5.3 และ NFC
- พอร์ต USB Type-C 3.2 Gen 1
- ปากกา S Pen ในตัว
- ตัวเครื่องรองรับคุณสมบัติป้องกันน้ำ-ฝุ่นมาตรฐาน IP68
- ตัวเลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ (Phantom Black), สีม่วง (Lavender), สีเขียว (Green) และสีครีม (Cream)
- รุ่น 8GB+256GB : 43,900 บาท
- รุ่น 12GB+512GB : 49,900 บาท
- รุ่น 12GB+1TB : 59,900 บาท
- เปิดตัวกุมภาพันธ์ 2023
Samsung Galaxy A14 5G : 6,999 บาท
- ตัวเครื่องมีขนาด 167.7x78x9.1 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 205 กรัม
- หน้าจอ Infinity-V Display (PLS LCD) ขนาด 6.6 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ (1080x2408 พิกเซล) รองรับค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz และครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass
- ชิปเซ็ตประมวลผล Dimensity 700 5G
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G57 MC2
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB รองรับฟีเจอร์ RAM Plus เพิ่ม RAM เสมือนได้อีกสูงสุด 4GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB รองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD สูงสุด 1TB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย
- กล้องตัวหลัก 50 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/1.8
- กล้อง Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.4
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.4
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด F/2.0
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 15W Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 13 ครอบทับด้วย One UI 5
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง
- รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 5G, 4G LTE, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (2.4G+5GHz), Bluetooth 5.2, NFC
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- พอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- เปิดตัวกุมภาพันธ์ 2023
OPPO A78 5G ราคาเริ่ม 8,499 บาท
สเปก OPPO A78 5G | รีวิว OPPO A78 5G
- ตัวเครื่องมีขนาด 163.8x75.1x7.99 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 188 กรัม
- หน้าจอแสดงผล 90Hz Colour-Rich Display (LCD) ขนาด 6.56 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ (1612x720 พิกเซล) พร้อมค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz แบบ Adavtive Refresh Rate ปรับตามคอนเทนต์ที่แสดง
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core MediaTek Dimensitty 700 (MT6833)
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G57 MC2
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB / 8GB รองรับเทคโนโลยี RAM Expansion เพิ่มได้อีก 5GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ความจุ 128GB พร้อมรองรับหน่วยควาจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ขนาด 1TB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ 50MP AI Dual Camera ประกอบด้วย
- กล้องตัวหลัก AI (Wide) ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ขนาด 1/2.76 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 0.64 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f1.8, มุมรับภาพ 77.07 องศา, ทางยาวโฟกัส 27 มม., โครงสร้าง 5 ชิ้นเลนส์ และระบบโฟกัสอัตโนมัติ
- กล้อง Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ขนาด 1/5 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1.75 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f2.4, มุมรับภาพ 88.8 องศา, ทางยาวโฟกัส 21 มม., โครงสร้าง 3 ชิ้นเลนส์ และระบบการโฟกัสแบบ FF
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (f2.0)
- แบตเอตรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 33W SUPERVOOC ที่สามารถชาร์จจากระดับ 1-52% ได้ในเวลา 30 นาที
- ระบบปฏิบัติการ Android 13 ครอบทับด้วย ColorOS 13
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side Fingerprint)
- ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock)
- ตัวเครื่องมาพร้อมกับมาตรฐานการทนน้ำกระเซ็นในระดับ IPX4
- รองรับการเชื่อมต่อ 5G NR, 4G LTE, Wi-Fi Dual Band, Bluetooth 5.3
- พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- พอร์ตหูฟังขนาด 3.5 มม.
- เปิดตัวมกราคม 2023
OPPO Reno8 T 5G : 13,990 บาท
- ตัวเครื่องขนาด 162.3x74.3x7.7 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 171 กรัม
- หน้าจอแสดงผล 120Hz 3D Curved OLED Display ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 409 ppi) ในอัตราส่วนในการแสดงผลแบบ 20:9 รองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz ผสานค่า Touch Sampling Rate ระดับ 360Hz และรองรับการแสดงผลสีแบบ 10-bit (1.07 พันล้านสี)
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 695 5G
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 619
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB พร้อมเทคโนโลยี RAM Expansion ที่ช่วยเพิ่มขนาดของแรมได้สูงสุด 8 GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 2.2 ความจุ 128GB / 256GB รองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย
- กล้อง Wide (Main) ความละเอียด 108MP Portrait Camera พร้อมรูรับแสงขนาด f1.7, มุมรับภาพ 84 องศา, ระบบโฟกัสอัตโนมัติ และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์
- กล้อง 40x Microlens Camera ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f3.3, มุมรับภาพ 65 องศา และโครงสร้างแบบ 3 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4, มุมรับภาพ 89 องศา และโครงสร้างแบบ 3 ชิ้นเลนส์
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4, มุมรับภาพ 89 องศา และโครงสร้างแบบ 5 ชิ้นเลนส์
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ 67W SUPERVOOCTM
- ระบบปฏิบัติการ Android 13 พร้อมครอบทับด้วย ColorOS 13.0
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint)
- รองรับการเชื่อมต่อ 5G NR, 4G LTE, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (Dual Band) และ Bluetooth 5.1
- ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid-Slot
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- เปิดตัวกุมภาพันธ์ 2023
OnePlus 11 5G : เริ่ม 29,990 บาท
ตัวเครื่องมีขนาด 163.1x74.1x8.53 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 205 กรัม
- หน้าจอแสดงผล 120Hz Super Fluid AMOLED LTPO ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ QHD+ (3216x1440 พิกเซล) พร้อมค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz แบบ Dynamic ปรับตามคอนเทนต์ที่แสดงระหว่าง 1-120Hz รองรับการแสดงผลสีแบบ 10-bit (1.07 พันล้านสี) และครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass Victus
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8 Gen 2
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 740
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR5X ขนาด 8GB / 16GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ความจุ 128GB (UFS 3.1) / 256GB (UFS 4.0)
- กล้องหลัง Hasselblad รุ่นที่ 3 ทั้งหมด 3 ตัว (Triple Camera)
- กล้องตัวหลัก (Wide) 50MP เซนเซอร์ Sony IMX890 ขนาด 1/1.56 นิ้ว, เม็ดพิกเซลขนาด 1 ไมครอน เทคโนโลยี Quad-Pixel, รูรับแสงขนาด f1.8, มุมรับภาพ 84 องศา, ทางยาวโฟกัส 24 มม., โครงสร้าง 6 ชิ้นเลนส์, ระบบโฟกัสอัตโนมัติ PDAF และระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS + EIS
- กล้อง Ultra-Wide 48MP เซนเซอร์ Sony IMX581 ขนาด 1/2 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f2.2, มุมรับภาพ 114.5 องศา, โครงสร้าง 6 ชิ้นเลนส์ และระบบการโฟกัสอัตโนมัติ
- กล้อง Portrait Tele Camera 32MP เซนเซอร์ Sony IMX709 ขนาด 1/2.74 นิ้ว, รูรับแสงขนาด f2.0, มุมรับภาพ 49 องศา, โครงสร้าง 6 ชิ้นเลนส์, ระบบโฟกัสอัตโนมัติ และรองรับการซูมแบบ 2x Optical Zoom
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มีรูรับแสง f2.45, เม็ดพิกเซลขนาด 1 ไมครอน, ระบบโฟกัสอัตโนมัติ และระบบป้องกันการสั่นไหว EIS
- แบตเอตรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบSUPERVOOC 100W ที่สามารถชาร์จจากระดับ 1-100% ได้ในเวลา 25 นาที
- ระบบปฏิบัติการ Android 13 ครอบทับด้วย OxygenOS 13
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
- ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock)
- ลำโพงเสียง Stereo แบบคู่ พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos
- มอเตอร์การสั่นแบบ Haptic
- รองรับการเชื่อมต่อ 5G NR, 4G LTE, Wi-Fi 7, Bluetooth 5.3, NFC
- พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C (USB 2.0)
- รุ่น 8GB+128GB : 29,990 บาท
- รุ่น 16GB+256GB : 32,990 บาท
- เปิดตัวกุมภาพันธ์ 2023
realme 10 Pro 5G Coca-Cola Edition : 11,999 บาท
- ตัวเครื่องมีขนาด 163.7x74.2x8.3 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 192 กรัม
- หน้าจอแสดงผล 120Hz Ultra Smooth Display (IPS LCD) ขนาด 6.72 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล) มีพื้นที่การแสดงผล 93.76% พร้อมรองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz ผสานค่า Touch Sampling Rate ระดับ 240Hz
- ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 695 5G
- หน่วยประมวลผลกราฟิก GPU Adreno 619
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB พร้อมเทคโนโลยี Dynamic RAM Expansion ที่สามารถเพิ่ม RAM เสมือนจาก ROM ได้อีก 8GB
-หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง (ROM) มาตรฐาน UFS 2.2 ขนาด 256GB
- กล้องหลังแบบคู่ (AI Dual Camera) ประกอบด้วย
- กล้องหลัก 108MP ProLight Camera Wide (f1.75) เซนเซอร์รับภาพ Samsung HM6 ระบบการโฟกัสแบบ PDAF, เม็ดพิกเซลขนาด 1.92 ไมครอน, รูรับแสงขนาด f1.75, มุมรับภาพ 83.63 องศา (ทางยาวโฟกัส 23.6 มิลลิเมตร) และโครงสร้างแบบ 6 ชิ้นเลนส์
- กล้อง Portrait 2MP พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4, มุมรับภาพ 88.38 องศา (ทางยาวโฟกัส 21.9 มิลลิเมตร) และโครงสร้างแบบ 3 ชิ้นเลนส์
- กล้องหน้า 16MP (f2.45) ระบบ Ultra-clear Fusion Algorithm
- แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W SUPERVOOC
- ระบบปฏิบัติการ Android 13 คอรบทับด้วย realme UI 4.0
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือข้างตัวเครื่อง
- ลำโพง Stereo แบบคู่ พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos และโหมด Ultra Boom 200%
- รองรับการเชื่อมต่อ 5G / 4G LTE / Wi-Fi6 (Dual-Band) และ Bluetooth 5.1
- พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- ช่องเชื่อมต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- เปิดตัวกุมภาพันธ์ 2023
POCO X5 5G Series
สองมือถือ 5G รุ่นใหม่ ที่ปรับโฉมดีไซน์ใหม่หมดจด แต่ยังคงเอกลักษณ์ของความเป็น POCO ไว้ได้เป็นอย่างดี พร้อมสเปกที่อัปเกรดขึ้นจากเดิม ครบเครื่องกว่าเก่า ในราคาจับต้องได้
POCO X5 5G : 10,990 บาท
- ตัวเครื่องมีขนาด 165.88x76.21x7.98 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 189 กรัม
- หน้าจอแสดงผล 120Hz AMOLED DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล) รองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz พร้อมฟีเจอร์ DynamicSwitch Display ในการปรับค่า Refresh Rate ให้เหมาะกับคอนเทนต์นั้น ๆ โดยอัตโนมัติ และค่า Touch Sampling Rate ระดับ 240Hz
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 695 5G
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 2.2 ขนาด 256GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุด 1TB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย
- กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสง f1.8
- กล้อง Ultra-Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เก็บภาพมุมกว้างสุด 118 องศา มีขนาดรูรับแสง f2.2
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสง f2.4
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล โดยมี f2.45
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Fast Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย MIUI 13
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side Fingerprint)
- รองรับการเชื่อมต่อ 5G NR, 4G LTE, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.1
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- พอร์ตเชื่อมต่อหูฟังขนาด 3.5 มม.
- เปิดตัวกุมภาพันธ์ 2023
POCO X5 Pro 5G : 12,990 บาท
- ตัวเครื่องมีขนาด 162.91x76.06x7.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 181 กรัม
- หน้าจอแสดงผล 120Hz AMOLED DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล) รองรับค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz พร้อมฟีเจอร์ DynamicSwitch Display ในการปรับค่า Refresh Rate ให้เหมาะกับคอนเทนต์นั้น ๆ โดยอัตโนมัติ, ค่า Touch Sampling Rate ระดับ 240Hz, การแสดงผลสีแบบ 10-bit (1.07 พันล้านสี) และเทคโนโลยี Dolby Vision
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 778G
- หน่วยความจำแรม (RAM) แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB พร้อมเทคโนโลยี Dynamic RAM Expansion 3.0 สามารถเพิ่ม RAM เสมือนได้อีก 5GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) มาตรฐาน UFS 2.2 ขนาด 256GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุด 1TB
- กล้องดิจิทัลด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย
- กล้องตัวหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสง f1.9, พิกเซลขนาด 0.7 ไมครอน เทคโนโลยี 9-in-1 Pixel binning (2.1 ไมครอน)
- กล้อง Ultra-Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เก็บภาพมุมกว้างสุด 120 องศา มีขนาดรูรับแสง f2.2
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มีขนาดรูรับแสง f2.4
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล โดยมี f2.4
- แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 67W Turbo Charging
- ระบบปฏิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย MIUI 14
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side Fingerprint)
- รองรับการเชื่อมต่อ 5G NR, 4G LTE, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, Bluetooth 5.2
- ลำโพงเสียงแบบคู่
- รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- พอร์ตเชื่อมต่อหูฟังขนาด 3.5 มม.
- เปิดตัวกุมภาพันธ์ 2023
Honor X9a : 11,990 บาท
- ตัวเครื่องมีขนาด 161.6x73.9x7.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 175 กรัม
- หน้าจอแสดงผล 120Hz AMOLED Curved Display ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ (1080x2400 พิกเซล : 402 PPI) รองรับการแสดงผลสี 10-bit และมีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 120Hz
- ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 695 5G
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 619
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB รองรับเทคโนโลยี Honor RAM Turbo เพิ่ม RAM เสมือนได้อีก 5GB
- หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 256GB
- กล้องดิจิทัลที่ด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) แบ่งออกเป็น
- กล้องหลัก 64MP พร้อมรูรับแสงขนาด f1.8 และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- กล้อง Ultra Wide 5MP พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2
- กล้อง Macro 2MP พร้อมรูรับแสงขนาด f2.4
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f2.45
- แบตเตอรี่ความจุ 5100 mAh พร้อมระบบการชาร์จแบบ 40W HONOR SuperCharge (10V/4A)
- ระบบปฏิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย Magic UI 6.1
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
- รองรับการเชื่อมต่อ 5G NR / 4G LTE / Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (2.4 + 5 GHz) / Bluetooth 5.1
- พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- เปิดตัวมกราคม 2023
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 27/2/2566
