พรีวิว HUAWEI P50 Pro | P50 Pocket กล้องเทพอัปเกรดใหม่ กับจอพับตลับแป้งรุ่นแรก บนดีไซน์อย่างหรู
เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นเด่นที่เราเฝ้ารอการได้สัมผัสตัวจริงมาพักใหญ่ สำหรับ HUAWEI P50 Pro ที่เปิดตัวไปตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม รวมทั้งรุ่นที่เพิ่งเปิดตัวแบบ Global Launch ไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (23 ธันวาคม 2021) อย่าง HUAWEI P50 Pocket กับ P50 Pocket Premium Edition เรียกว่าเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของสมาร์ทโฟนรุ่นตำนาน ตามคอนเซ็ปต์ (Legend Reborn) กับครั้งแรกของสมาร์ทโฟนฝาพับแบบ Clamshell หรือแบบตลับแป้ง ซึ่ง หัวเว่ย (ประเทศไทย) ก็ไม่ปล่อยให้รอนาน จัดกิจกรรม HUAWEI EXCLUSIVE PREVIEW 2021 เพื่อเปิดโอกาสให้บรรดาสื่อมวลชนได้สัมผัสกับตัวจริงเสียงจริงของสมาร์ทโฟนตระกูล P50 Series เป็นครั้งแรกในประเทศไทย และวันนี้เราก็ได้นำพรีวิวในเบื้องต้นมาให้ทุกท่านได้ชมกันครับ
ดีไซน์ใหม่ สวยหรูพรีเมียมจัดใหญ่กว่าเดิม
สิ่งแรกที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดก็คือเรื่องของดีไซน์ภายนอก ซึ่งเน้นความโค้งมน และความหรูหรามากเป็นพิเศษ โดยในด้านของ P50 Pro นั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยดีไซน์ของกล้องแบบ Dual-Matrix Camera Design ซึ่งมีที่มาของออกแบบจาก 2 เมตริกซ์ คือ Main Camera Metrix และ SuperZoom Matrix บวกกับพื้นผิวตัวเครื่องที่เงางามสะดุดตา ดูพรีเมียมเป็นอย่างยิ่ง
อีกทั้งมีคุณสมบัติของการทนน้ำทนฝุ่นในระดับ IP68 โดยตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สีคือ สีทอง Cocoa Gold และสีดำ-ทอง Golden Black
โดยเมื่อเทียบกับ P40 Pro ส่วนหน้าจอขอบโค้งของ P50 Pro นั้นใหญ่ขึ้นเล็กน้อยเป็น 6.6 นิ้ว (เดิม 6.58 นิ้ว) ในขณะที่มีน้ำหนักเบาลงเหลือ 195 กรัม (เดิม 209 กรัม) และบางลงเหลือ 8.5 มิลลิเมตร (เดิม 9 มิลลิเมตร)
หากคิดว่า P50 Pro ดูหรูหรามากแล้ว ก็ยังมีรุ่นที่หรูหราขึ้นไปอีกขั้นคือ P50 Pocket Premium Edition สีทอง (Premium Gold) สมาร์ทโฟนฝาพับแบบ Clamshell หรือตลับแป้ง รุ่นแรกของค่าย ซึ่งพรีเมียมสมชื่อ ด้วยดีไซน์ที่สวยหรูแบบสถาปัตยกรรม 3 มิติ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดีไซน์เนอร์ระดับแนวหน้าของโลกอย่าง Iris Van Herpen โดยพื้นผิวจะไม่เรียบเนียนเหมือนสมาร์ทโฟนทั่วไป จึงให้สัมผัสที่แตกต่าง และมีไดนามิก
ส่วนรุ่นมาตรฐานอย่าง P50 Pocket สีขาวเครื่องนี้ ก็จะมีลวดลายแบบ 3 มิติเช่นเดียวกัน เพียงแต่จะเป็นลวดลายแบบ 3D Micro-Sculpture หรือ Diamond Shape ที่ดูเรียบ ๆ ซึ่งอาจดูไม่หรูหราเท่ารุ่น Premium Edition แต่ราคาก็สบายกระเป๋ากว่าด้วยเช่นกัน
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือมิติของตัวเครื่อง เพราะเมื่อกางหน้าจอออกจะมีความบางเฉียบเพียง 7.2 มิลลิเมตร และหากพับก็จะมีความหนาเพียง 15.2 มิลลิเมตร รวมทั้งจะสังเกตได้ว่าเมื่อพับแล้ว หน้าจอจะประกบเข้าด้วยกันได้อย่างสนิท ไม่เหลือช่องว่างให้ฝุ่น หรือสิ่งแปลกปลอมแทรกเข้าไปได้
โดยหน้าจอแสดงผลหลักของ P50 Pocket นั้น เมื่อกางออกแล้วจะมีขนาดอยู่ที่ 6.9 นิ้ว ซึ่งเป็นหน้าจอแบบ Foldable OLED ในอัตราส่วนแบบ 21:9 กับการแสดงผล 10.7 ล้านสี ที่ครอบทับด้วยกระจก Ultra Thin Glass อีกทั้งเราสามารถปรับมุมกางของหน้าจอได้หลายระดับด้วยกลไกบานพับแบบหยดน้ำ (Water Drop Hinges) และรอยพับบริเวณตรงกลางค่อนข้างทำได้อย่างเรียบเนียน ไม่รู้สึกสะดุดตา หรือสะดุดนิ้วมากนัก
และแน่นอนว่ามีหน้าจอที่ด้านนอกฝาพับด้วยเช่นกัน โดยเป็นหน้าจอทรงกลมสุดเก๋แบบ OLED ขนาด 1 นิ้ว ที่สามารถแสดงข้อมูลการแจ้งเตือน, รูปพรีวิวก่อนถ่าย, Dynamic Themes และข้อมูลอื่น ๆ อีกมากมาย ราวกับได้สมาร์ทวอทช์อีกหนึ่งเรือนแถมมาด้วย คู่กับโมดูลกล้องทรงกลมแบบ Ultra Spectrum Camera Matrix ซึ่งดูแล้วก็มีคอนเซ็ปต์ที่คล้ายกับ P50 Pro อยู่ไม่น้อย
กล้อง LEICA ตัวเทพอัปเกรดใหม่ ใส่นวัตกรรมล่าสุด พร้อมช่วงซูมไกล 200 เท่า
อย่างที่รู้กันว่าความสามารถด้านการถ่ายภาพของสมาร์ทโฟนตระกูล P Series นั้นอยู่ในระดับหัวแถวของวงการมาโดยตลอด ล่าสุดสถาบันทดสอบชื่อดังของโลกอย่าง DXOMARK ก็จัดให้ P50 Pro นั้นขึ้นไปอยู่ในอันดับ 1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยคะแนนที่สูงถึง 144 คะแนน
ไฮไลท์สำคัญของกล้องถ่ายภาพบน P50 Pro นอกจากจะเป็นการพัฒนาร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง LEICA เช่นเคยแล้ว ก็จะมีอยู่ 3 อย่างหลัก ๆ ด้วยกัน นั่นคือ Dual Matrix Camera, HUAWEI XD Optics และ True-Chroma Image Engine ซึ่งสำหรับเทคโนโลยี Dual Matrix Camera นั้นเป็นการออกแบบให้มีการทำงานร่วมกันของเมตริกที่เป็นกล้อง Super Main Camera กับเมตริกที่เป็นกล้อง SuperZoom เพื่อการถ่ายภาพที่ยอดเยี่ยมครอบคลุมทุกระยะ ถัดมาคือเทคโนโลยี HUAWEI XD Optics ที่เป็นนวัตกรรมล่าสุดของการออกแบบโครงสร้างเลนส์ภายใน เพื่อให้สามารถเก็บรายละเอียดของภาพได้ดีที่สุด และสูญเสียข้อมูลภาพน้อยที่สุด แม้กระทั่งการถ่ายภาพในที่แสงน้อย สุดท้ายคือเทคโนโลยี XD Fusion Pro True-Chroma Image Engine ซึ่งมีการอัปเกรดหน่วยรับแสง หรือ Ambient Light Sensing เพื่อให้รองรับกับช่วงสีกว้างแบบ DCI-P3 พร้อมการปรับเม็ดสีได้มากกว่า 2,000 ระดับ ดังนั้นภาพที่ได้จึงมีสีสันที่สมจริงเหมือนที่ตามองเห็น นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีโฟกัสที่รวดเร็วแบบ True-Focus Fast Capture ที่สามารถหยุดการเคลื่อนไหวได้อย่างคมชัดแม่นยำ
โดยระบบกล้อง 4 ตัว (Dual Matrix Quad Camera) บน P50 Pro นั้นประกอบไปด้วย
- กล้อง True-Chroma Color ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS
- กล้อง True-Chroma MONO ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล
- กล้อง Ultra Wide Angle ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล
- กล้อง Periscope Telephoto ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ที่มีระบบซูมแบบ 3.5x Optical Zoom พร้อมระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS
ซึ่งเมื่อรวมช่วงซูมทั้งหมดจากระยะกว้างสุดแบบ Ultra Wide (0.5x) ไปจนถึงระยะไกลสุดแบบ Telephoto (100x) ก็จะมีช่วงซูมมากถึง 200 เท่า (200x Zoom Range) หรือเทียบได้กับทางยาวโฟกัสในช่วง 13 มิลลิเมตร ถึง 2700 มิลลิเมตร เลยทีเดียว
รวมทั้งสามารถถ่ายภาพมาโคร (Macro) ได้ที่ระยะใกล้สูงสุด 2.5 เซนติเมตร
สำหรับกล้องหน้าของ P50 Pro นั้นเป็นกล้องแบบ Ultra Wide True-Chroma ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ซึ่งมีมุมรับภาพกว้าง 100 องศา พร้อมระบบปรับมุมให้กว้างขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อมีคนมาอยู่ในเฟรมหลายคน รวมทั้งระบบโฟกัสอัตโนมัติ ที่มีระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 14 เซนติเมตร เรียกว่าไม่ต้องเอื้อมมือไปไกลก็สามารถถ่ายเซลฟี่สวย ๆ ได้แล้ว
ส่วนกล้องหลักของรุ่น P50 Pocket แม้จะไม่ได้ไฮเอนด์จัดเต็มเท่า P50 Pro แต่คุณสมบัติก็ยังถือว่าน่าสนใจทีเดียว โดยเป็นชุดกล้อง 3 ตัว (Triple Camera) แบบ Ultra Spectrum Camera Matrix ประกอบไปด้วย
- กล้อง True-Chroma ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล
- กล้อง Ultra Wide Angle ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล
- กล้อง Ultra Spectrum ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล
อีกทั้งยังมาพร้อมกับฟีเจอร์เด่นอย่าง Ultra Violet Photography ที่ช่วยให้เราสามารถถ่ายภาพในรูปแบบใหม่ที่ใช้รังสีจากสเปกตรัมอัลตราไวโอเลตได้ และฟีเจอร์ Sunscreen Detection ที่ช่วยบอกเราได้ว่าแสงอาทิตย์ ณ ขณะนั้นมีอันตรายต่อผิวของเราหรือไม่อย่างไร
และสำหรับกล้องด้านหน้าดีไซน์เจาะรูตรงกลางหน้าจอของ P50 Pocket นั้นมีความละเอียดอยู่ที่ 10.7 ล้านพิกเซล
พลังชาร์จแรง 66W หรือแบบไร้สายก็เร็วทันใจที่ 50W
เมื่อเทียบกับรุ่นพี่อย่าง P40 Pro แบตเตอรี่ของ P50 Pro นั้นมีความจุเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยเป็น 4360 mAh (เดิม 4200 mAh) แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือมีระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงที่แรงขึ้นเป็น 66W (HUAWEI SuperCharge 66W) (เดิม 40W) รวมทั้งชาร์จไร้สายได้เร็วแรงขึ้นเช่นกันที่ 50W (Wireless HUAWEI SuperCharge 50W) (เดิม 27W)
ส่วนในด้านของ P50 Pocket นั้นมีแบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh พร้อมระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงด้วยกำลังไฟสูงสุด 40W (HUAWEI SuperCharge 40W) แต่ไม่รองการชาร์จแบบไร้สาย
จอลื่นระดับ 120Hz พร้อมระบบสัมผัสที่ตอบสนองทันใจระดับ 300Hz
จอแสดงผลหลักของทั้ง P50 Pro และ P50 Pocket ต่างก็เป็นแบบ OLED ที่รองรับการแสดงผลได้ 1.07 พันล้านสีทั้งคู่ พร้อมรองรับช่วงสีแบบ DCI-P3 รวมทั้งยังมีจุดเด่นนอกเหนือจากนี้อีกคือมีอัตราการรีเฟรช (Refresh Rate) สูงสุด 120Hz, อัตราการตอบสนองของระบบสัมผัส (Touch Sampling Rate) สูงสุดที่ 300Hz และมีเทคโนโลยี High Frequency PWM Dimming (Pulse-Width Modulation) ด้วยความถี่สูงสุดที่ 1440Hz เพื่อช่วยถนอมสายตา
ชิปเซ็ตตัวท็อปในแบบ 4G
เรื่องพลังการประมวลผลของทั้ง P50 Pro และ P50 Pocket นั้นเร็วแรงเสถียรหายห่วง เพราะเลือกใช้ชิปเซ็ตตัวท็อปจากค่าย Qualcomm อย่าง Snapdragon 888 เพียงแต่เป็นรุ่นที่รองรับเฉพาะเครือข่าย 4G เท่านั้น ไม่รองรับเครือข่าย 5G ด้วยข้อจำกัดเกี่ยวกับการคว่ำบาตรของสหรัฐอเมริกาอย่างที่เราทราบกัน ซึ่งก็เป็นจุดหนึ่งที่น่าเสียดาย
ระบบปฏิบัติการ EMUI 12 ที่มาพร้อม HUAWEI Mobile Services
สำหรับฮาร์ดแวร์ของทั้ง P50 Pro และ P50 Pocket นั้นทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ EMUI 12 ที่พัฒนาบนพื้นฐานของ Android 11 ซึ่งมาพร้อมกับชุดบริการของ HUAWEI เองอย่าง HMS (HUAWEI Mobile Services) แทนที่จะเป็น GMS (Google Mobile Services) เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ทั่วไป ดังนั้นการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันต่าง ๆ ต้องทำผ่านทาง HUAWEI AppGallery หรือ HUAWEI Petal Search แทน Google Play Store ซึ่งที่ผ่านมาก็มีแอปพลิเคชันยอดนิยมมาลงที่ AppGallery มากขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งยังมีช่องทางอื่น ๆ สำหรับการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันอยู่ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดีแอปพลิเคชันบางตัวยังคงต้องพึ่งพา Google Services ดังนั้นในบางกรณีอาจจะใช้งานได้ไม่สมบูรณ์ 100%
สรุปคุณสมบัติในเบื้องต้นของ HUAWEI P50 Pro
- ดีไซน์กล้องแบบ Dual-Matrix Camera Design
- ตัวเครื่องมีคุณสมบัติของการทนน้ำ-ทนฝุ่นในระดับ IP68
- ลำโพงเสียงแบบคู่ (Dual Stereo Speakers)
- ขนาดตัวเครื่อง 158.8x72.8x8.5 มิลลิเมตร
- น้ำหนักตัวเครื่อง 195 กรัม
---------------------------------
- จอแสดงผลแบบ True-Chroma OLED Display ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด 2700x1228 พิกเซล (450 ppi)
- อัตราการรีเฟรช (Refresh Rate) สูงสุดที่ 120Hz
- อัตราการตอบสนองของระบบสัมผัส (Touch Sampling Rate) สูงสุดที่ 300Hz
- เทคโนโลยี High Frequency PWM Dimming (Pulse-Width Modulation) ด้วยความถี่สูงสุดที่ 1440Hz
- แสดงผลสีได้สูงสุด 1.07 พันล้านสี
- รองรับช่วงสีแบบ DCI-P3
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ (In-Display Fingerprint Scanner)
---------------------------------
- ประมวลผลด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 888 4G
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 660
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8 GB
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูล (ROM) ขนาด 256 GB
- รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมแบบ NM Card (Nano Memory Card) ได้สูงสุดที่ขนาด 256 GB
- แบตเตอรี่ความจุ 4360 mAh
- ระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ HUAWEI SuperCharge 66W
- ระบบชาร์จแบตเตอรี่ไร้สายความเร็วสูงแบบ Wireless HUAWEI SuperCharge 50W
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ EMUI 12 (พัฒนาบนพื้นฐานของ Android 11)
---------------------------------
คุณสมบัติกล้องถ่ายภาพ และวิดีโอ
กล้องตัวหลักด้านหลัง 4 ตัว (Dual-Matrix Quad Camera) ประกอบด้วย
- กล้อง True-Chroma (Color) ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.8, ทางยาวโฟกัส 23 มิลลิเมตร, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF+Contrast AF
- กล้อง True-Chroma (MONO) ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.6 และทางยาวโฟกัส 23 มิลลิเมตร
- กล้อง Ultra-Wide Angle ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2 และมุมรับภาพ 120 องศา (ทางยาวโฟกัส 13 มิลลิเมตร)
- กล้อง Periscope Telephoto ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสดงขนาด f3.5, ทางยาวโฟกัส 90 มิลลิเมตร, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS และระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF
- เลนส์กล้องแบบ HUAWEI XD Optics
- หน่วยประมวลผลภาพแบบ HUAWEI XD Fusion Pro Image Engine และ True-Chroma Image Engine
- ระบบซูมแบบ 3.5x Optical Zoom พร้อมช่วงซูมสูงสุด 200 เท่า (200x Zoom Range)
- ระบบ True-Focus Fast Capture
- ระบบป้องกันการสั่นแบบ AIS Pro True-Steady Shot
- รองรับการถ่ายภาพมาโคร (Macro) ในระยะใกล้สุดที่ 2.5 เซนติเมตร
- รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD (3840x2160 พิกเซล : 60 fps)
กล้องด้านหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล แบบ Ultra-Wide Angle
- รูรับแสงขนาด f2.4
- ระบบโฟกัสอัตโนมัติ พร้อมระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 14 เซนติเมตร
- มุมรับภาพ 100 องศา
- รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดระดับ 4K UHD (3840x2160 พิกเซล : 30 fps)
---------------------------------
- รองรับระบบเครือข่าย Wi-Fi 6, 4G LTE, 3G WCDMA และ 2G GSM
- ระบุตำแหน่ง และนำทางด้วยระบบดาวเทียม GPS (L1+L5), A-GPS, Galileo (E1+E5a), Glonass, BeiDou (B1I+B1C+B2a), QZSS (L1+L5) และ NavIC
- เชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.2
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
สรุปคุณสมบัติในเบื้องต้นของ HUAWEI P50 Pocket
- ดีไซน์ตัวเครื่องแบบจอพับได้ (Clamshell) หรือในแบบตลับแป้ง พร้อมดีไซน์กล้องแบบ Ultra Spectrum Camera Matrix
- ขนาดตัวเครื่องขณะพับ 87.3x75.5x15.2 มิลลิเมตร
- ขนาดตัวเครื่องขณะกาง 170x75.5x7.2 มิลลิเมตร
- น้ำหนักตัวเครื่อง 190 กรัม
---------------------------------
- จอแสดงผลหลักแบบ OLED Display ขนาด 6.9 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ (2790x1188 พิกเซล : 442 ppi) พร้อมอัตราส่วนการแสดงผลแบบ 21:9
- จอแสดงผลทรงกลมด้านนอกฝาพับแบบ OLED ขนาด 1.04 นิ้ว ความละเอียด 340x340 พิกเซล (328 ppi)
- อัตราการรีเฟรช (Refresh Rate) สูงสุดที่ 120Hz (จอหลัก) หรือ 60Hz (จอนอก)
- อัตราการตอบสนองของระบบสัมผัส (Touch Sampling Rate) สูงสุดที่ 300Hz (จอหลัก) หรือ 120Hz (จอนอก)
- เทคโนโลยี High Frequency PWM Dimming (Pulse-Width Modulation) ด้วยความถี่สูงสุดที่ 1440Hz
- แสดงผลสีได้สูงสุด 1.07 พันล้านสี
- รองรับช่วงสีแบบ DCI-P3
---------------------------------
- ประมวลผลด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 888 4G
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 660
- หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8 GB (รุ่นมาตรฐาน) หรือ 12GB (รุ่น Premium)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูล (ROM) ขนาด 256 GB (รุ่นมาตรฐาน) หรือ 512GB (รุ่น Premium)
- รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมแบบ NM Card (Nano Memory Card) ได้สูงสุดที่ขนาด 256 GB
- แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh
- ระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ HUAWEI SuperCharge 40W
- ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ EMUI 12 (พัฒนาบนพื้นฐานของ Android 11)
---------------------------------
คุณสมบัติกล้องถ่ายภาพ และวิดีโอ
กล้องตัวหลักด้านหลัง 3 ตัว (Ultra Spectrum Camera Matrix) ประกอบด้วย
- กล้อง True-Chroma ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.8 และระบบโฟกัสอัตโนมัติ
- กล้อง Ultra-Wide Angle ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f2.2 และมุมรับภาพ 120 องศา
- กล้อง Ultra Spectrum ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f1.8
- ฟีเจอร์ Ultra-Violet Photography
- ฟีเจอร์ Sunscreen Detection
- รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD (3840x2160 พิกเซล)
กล้องด้านหน้าความละเอียด 10.7 ล้านพิกเซล
- รูรับแสงขนาด f2.2
- รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD (3840x2160 พิกเซล)
---------------------------------
- รองรับระบบเครือข่าย Wi-Fi 6, 4G LTE, 3G WCDMA และ 2G GSM
- ระบุตำแหน่ง และนำทางด้วยระบบดาวเทียม GPS (L1+L5), A-GPS, Galileo (E1+E5a), Glonass, BeiDou (B1I+B1C+B2a), QZSS (L1+L5) และ NavIC
- เชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.2
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
- เซนเซอร์ 10-Channel Multi-Spectrum
- เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (Side-Mounted Fingerprint Scanner)
สรุปราคาเปิดตัวของ HUAWEI P50 Pro และ P50 Pocket
สำหรับราคาเปิดตัวอย่างเป็นทางการของแต่ละรุ่นที่ประเทศจีนจะเป็นดังนี้
- HUAWEI P50 Pro ราคาเริ่มต้นที่ 5,988 หยวน (ประมาณ 31,500 บาท) (8GB+128GB) มีให้เลือก 2 สีคือ Cocoa Gold และ Golden Black
- HUAWEI P50 Pocket (8GB+256GB) ราคา 8,988 หยวน (ประมาณ 47,300 บาท) มีให้เลือก 2 สีคือสีขาว และสีดำ
- HUAWEI P50 Pocket Premium Edition (12GB+512GB) ตัวเครื่องสีทอง (Premium Gold) ราคา 10,988 หยวน (ประมาณ 57,800 บาท)
และที่ผ่านไปข้างต้นก็เป็นการพรีวิวสั้น ๆ แบบสัมผัสแรกกับสมาร์ทโฟนตระกูล P50 Series ใหม่ล่าสุด ด้านราคาจำหน่ายในประเทศไทย ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ของ HUAWEI P50 Pro และ P50 Pocket รอติดตามได้อีกครั้งในรีวิวฉบับเต็มเร็ว ๆ นี้ครับ
พรีวิว (Preview) โดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 24/12/2564
