HUAWEI P50 อาจมาพร้อมชิปตัวแรง Snapdragon 875 เป็นครั้งแรก ด้าน Mate40 อาจมีให้เลือกทั้งรุ่นชิป Kirin และ MediaTek
หลังจากที่สหรัฐฯ ยกระดับมาตรการทางการค้า ส่งผลให้ Huawei ไม่สามารถทำการค้าขายกับบริษัทในสหรัฐฯ ได้ตามปกติ ซึ่งนอกเหนือจากจะส่งผลกระทบต่อ Google Mobile Service แล้ว ก็ยังส่งผลไปถึงชิปเซ็ตของตนเองด้วย หลังมีข่าวออกมาว่า Huawei จำเป็นต้องมองหาผู้ผลิตชิปเซ็ตรายใหม่ หลัง TSMC ที่ทำหน้าที่ผลิตชิปเซ็ตมาให้ Huawei มาโดยตลอด ไม่สามารถร่วมงานได้ชั่วคราว รวมทั้ง Samsung ที่มีโรงงานผลิตชิปเซ็ตเป็นของตนเอง
ล่าสุดดูเหมือนว่า Huawei อาจหันไปใช้บริการจากอีกหนึ่งยักษ์ใหญ่แห่งวงการ Semiconductor อย่าง MediaTek ก็เป็นได้ หลังมีรายงานจากแหล่งข่าวที่มีความน่าเชื่อถืออย่าง Teme ว่า HUAWEI Mate40 Series จะมีการวางจำหน่ายทั้งหมดสองเวอร์ชัน ได้แก่ เวอร์ชันที่ใช้ชิปเซ็ตของ Kirin ที่อาจวางจำหน่ายเฉพาะประเทศจีนเท่านั้น และเวอร์ชันที่ใช้ชิปเซ็ตภายในจากค่ายอื่น ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ Huawei เจริญรอยตาม Samsung ที่วางจำหน่ายมือถือ Galaxy S Series และ Note Series ทั้งหมด 2 เวอร์ชันเช่นกัน
Teme ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ชิปเซ็ตที่ Huawei จะเลือกใช้ใน Mate40 อีกหนึ่งเวอร์ชันนั้นก็คือ MediaTek นั่นเอง แต่ไม่ได้เปิดเผยให้ทราบว่าจะเป็นชิปเซ็ตรุ่นใด โดยสาเหตุที่จำเป็นต้องแบ่งเป็นสองเวอร์ชันนั้น สื่อจากต่างประเทศคาดว่า เป็นผลมาจากการที่ TSMC จำเป็นต้องหยุดรับออเดอร์ของ Huawei มาตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. 63 ตามคำสั่งแบนของสหรัฐฯ และต้องส่งสินค้าล็อตสุดท้ายตามออเดอร์ภายในวันที่ 14 ก.ย. นี้ ซึ่ง Teme ให้ข้อมูลว่า Huawei ได้แจ้งคำสั่งซื้อชิปเซ็ตไปเพียง 8 ล้านออเดอร์ ซึ่งขัดกับยอดขายของ Mate Series ที่มักจะเกิน 10 ล้านเครื่อง ทำให้บริษัทจำเป็นต้องมองหาผู้ผลิตชิปเซ็ตรายอื่นเพื่อช่วยให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าที่วางไว้
นอกจากนี้ ยังมีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า Qualcomm ได้ยื่นคำร้องต่อ Bureau of Industry and Security of the Ministry of Commerce ในสหรัฐฯ เพื่อขอสิทธิในการผลิตชิปเซ็ตให้กับ Huawei เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคำร้องดังกล่าวก็กำลังจะได้รับการรับรองเร็วๆ นี้ด้วย ซึ่งหมายความว่า Qualcomm จะสามารถขายชิปเซ็ต Snapdragon รุ่นใหม่อย่าง Snapdragon 875 ให้กับ Huawei ได้ภายในปีหน้า ซึ่งทันกับสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่อย่าง HUAWEI P40 Series และ HUAWEI Mate50 Series พอดิบพอดี
อย่างไรก็ดี ข้อมูลด้านต้นยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ ต้องติดตามกันต่อไป
ที่มา : Nikkei, Technologyshout
วันที่ : 18/7/2563
