หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
Thailand Web Stat
   
Date : 20/7/2561

พรีวิว (Preview) Huawei nova 3 และ 3i สมาร์ทโฟน 4 กล้อง AI 24MP รุ่นแรกของโลก! พร้อม GPU Turbo และจอ FullView ใหญ่สะใจ 6.3 นิ้ว บนตัวเครื่อง Metal-Glass สีไล่เฉดสุดเงางาม!

 

18 กรกฎาคม 2018 - เมื่อสักครู่นี้ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ สำหรับ Huawei nova 3 และ nova 3i สองสมาร์ทโฟนกล้อง AI Camera 4 ตัว พร้อมความละเอียด 24 ล้านพิกเซลรุ่นแรกของโลก ผสานเทคโนโลยี GPU Turbo สำหรับคอเกม และจอ FullView ใหญ่ที่สุดถึง 6.3 นิ้ว บนดีไซน์ใหม่ ด้วยบอดี้กระจกแบบ Metal-Glass พร้อมสีแบบไล่เฉดที่ดูสวยพรีเมียมเปล่งประกายดึงดูดใจไม่แพ้รุ่นเรือธงอย่าง P20 Pro เลยทีเดียว

ซึ่ง Huawei nova 3 กับ nova 3i ก็เหมือนกับเป็นการเอาข้อดีของรุ่นก่อนหน้านี้อย่าง nova 2i และ nova 3e มาอัปเกรดปรุงแต่งให้สมบูรณ์แบบขึ้นไปอีกขั้น และใส่ความชาญฉลาดของ AI เพิ่มเข้าไป โดยหากพิจารณากันที่คุณสมบัติโดยรวมแล้ว nova 3 และ nova 3i ก็จะถูกวางอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางระหว่าง nova 3e กับ P20 (P20 รุ่นธรรมดา) เพื่อให้ผู้ซื้อมีตัวเลือกเพิ่มขึ้นในช่วงราคาหมื่นกลางๆ ถึงหมื่นปลายๆ เช่นหากใครอยากได้ชิปเซ็ตตัวท็อปของค่ายอย่าง Kirin 970 ก็ไม่จำเป็นต้องไปเล่นถึงรุ่น P20 เพราะในรุ่นใหญ่อย่าง nova 3 ก็ใส่ชิปเซ็ต Kirin 970 มาให้เช่นเดียวกันครับ (รุ่นรองอย่าง nova 3i ใช้ชิปเซ็ต Kirin 710)

 

และก่อนหน้าที่จะเปิดตัวไม่นาน ทีมงาน thaimobilecenter ของเราก็มีโอกาสได้ลองเล่นลองสัมผัสกับตัวจริงเสียงจริงของ Huawei nova 3 และ nova 3i มาบ้างแล้วในช่วงเวลาสั้นๆ ดังนั้นเราก็ขอถือโอกาสนี้มาพรีวิว (Preview) แบบด่วนๆ ในเบื้องต้น ให้ทุกท่านที่สนใจได้ทราบกันว่าสมาร์ทโฟน 4 กล้องทั้งสองรุ่นนี้มีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง ไปติดตามกันได้เลยครับ


สำรวจรูปลักษณ์ภายนอกของ Huawei nova 3 และอุปกรณ์ภายในกล่อง

Huawei nova 3 ถูกปรับดีไซน์ใหม่จนเรียกได้ว่าเป็น Generation ใหม่ของสมาร์ทโฟน Huawei ที่มาพร้อมกับจอแบบ FullView Display พร้อมบอดี้แบบกระจก (Metal-Glass) ที่ผสานเข้ากับกรอบโลหะได้อย่างลงตัว ด้วยดีไซน์แบบไร้ขอบ และกระจกขอบโค้งที่ด้านหลังแบบ 3D Glass ที่เชื่อมเข้ากับโลหะแบบไร้รอยต่อ แต่หากดูผ่านๆ ก็ต้องยอมรับว่ามีดีไซน์รวมๆ ที่คล้ายกับ P20 Pro อยู่พอสมควรนะครับ

 

สิ่งที่ทำให้ตัวเครื่องดูสวยโดดเด่นขึ้นไปอีกก็คือสี Nebula Purple ซึ่งเป็นสีแบบไล่เฉด (Gradient) ที่คล้ายกับสี Twilight ของรุ่นเรือธงที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้อย่าง P20 Pro เรียกว่าเป็นเทรนด์สีใหม่ที่กำลังมาแรง ดังที่คุณ Fan Fei ผู้ดำรงตำแหน่ง Vice President, Handset Business ของ Huawei ได้กล่าวไว้ว่า Huawei ไม่ต้องการยึดติดกับรูปแบบสีเดิมๆ ที่เป็นเพียงแค่สีเรียบๆ สีเดียวเท่านั้น ซึ่งผู้ใช้งานส่วนใหญ่น่าจะรู้สึกเบื่อกับสีเรียบๆ ไปแล้ว และสีไล่เฉดแบบนี้สามารถดึงดูดความสนใจได้มากกว่า เพียงแต่ลักษณะของการไล่เฉดจะแตกต่างกันคือ nova 3e จะเอาสีฟ้าไว้ที่ส่วนบน และสลับเอาสีม่วงมาไว้ที่ส่วนล่างแทน

 

สีไล่เฉดแบบนี้เมื่อตกกระทบกับแสง หรือสะท้อนกับแสงในมุมที่ต่างกัน ก็จะให้โทนสีที่แตกต่างกันด้วย ซึ่งทาง Huawei เปรียบว่ามันดูคล้ายกับทิวเขาที่มีแสงส่องประกาย

 

หน้าจอแสดงผลของ Huawei nova 3 นั้นเป็นแบบ FullView Display IPS LCD ที่มีขนาดใหญ่ถึง 6.3 นิ้ว พร้อมความละเอียดระดับ FHD+ (2340x1080 พิกเซล) บนอัตราส่วนแบบ 19.5:9 และรองรับช่วงสี (Color Gamut) แบบ NTSC ได้ที่ 85% (มากกว่า nova 2i ราว 10%)

ซึ่งหากเทียบกับรุ่นพี่อย่าง nova 2i ที่มีหน้าจอขนาด 5.9 นิ้ว ก็จะพบว่าหน้าจอขนาด 6.3 นิ้วของ nova 3 มีขนาดที่ใหญ่กว่าราว 6% และด้วยอัตราส่วนหน้าจอแบบ 19.5:9 ก็หมายความว่ารูปทรงของหน้าจอจะผอมสูงขึ้นอีกเล็กน้อย เมื่อเทียบกับหน้าจอของ nova 2i (18:9) และ nova 3e (19:9) และแม้จะมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่ถึง 6.3 นิ้ว แต่ด้วยขอบหน้าจอด้านข้างที่บางเฉียบ และสัดส่วนที่ผอมเพรียว จึงช่วยให้สามารถจับถือใช้งานได้คล่องตัวกว่าที่คิด

 

ที่ขอบด้านบนมีรอยบาก (Notch) เช่นเดียวกับ nova 3e แต่หากไม่ต้องการก็สามารถเปิดฟังก์ชันถมสีดำเพื่อซ่อนรอยบากนี้ได้เช่นกัน นอกจากนี้เมื่อเทียบกับ nova 2i ที่ขอบด้านบนจะเล็กลงถึง 72% และขอบด้านล่างเล็กลง 42% ซึ่งโดยรวมแล้วทำให้สัดส่วนพื้นที่หน้าจอต่อตัวเครื่อง (Screen to Body Ratio) ของ nova 3 เพิ่มขึ้นเป็น 81% ในขณะที่ nova 2i รุ่นพี่อยู่ที่ 76%

โดยภายใต้รอยบากนั้นจะประกอบไปด้วยกล้องคู่ AI Camera ความละเอียด 24+2 ล้านพิกเซล ที่ใช้เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX576 ซึ่งในฝั่งของกล้อง 2 ล้านพิกเซล จะใช้สำหรับการตรวจจับข้อมูลความลึก เพื่อช่วยในการถ่ายภาพโบเก้ หรือหน้าชัดหลังเบลอนั่นเอง นอกจากนั้นก็จะเป็นไฟอินฟราเรด (Infrared Light) สำหรับช่วยในการปลดล็อกใบหน้าในที่มืด, เซ็นเซอร์ Proximity, เซ็นเซอร์ตรวจวัดแสง และลำโพงเสียงสำหรับการสนทนา

 

ที่ด้านล่างของหน้าจอไม่มีปุ่มโฮมแบบ Hard Key อีกต่อไป เพราะถูกแทนที่ด้วยชุดปุ่มควบคุมการทำงานแบบ On Screen ซึ่งประกอบไปด้วยปุ่มย้อนกลับ, ปุ่ม Home และปุ่ม Recent Apps

 

ที่ด้านหลังของตัวเครื่องประกอบไปด้วยกล้องคู่ AI Camera ความละเอียด 24+16 ล้านพิกเซล โดยกล้อง 24 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์แบบ Monochrome พร้อมรูรับแสงขนาด f/1.8 ส่วนกล้อง 16 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์แบบ RGB พร้อมรูรับแสงขนาด f/1.8 และใกล้ๆ กันนั้นก็จะเป็นไฟแฟลช LED กับเซ็นเซอร์สแกนนิ้วซึ่งอยู่แยกออกมาบริเวณตรงกลาง เพื่อให้เราสามารถสแกนนิ้วได้อย่างสะดวกแม่นยำ

แต่ก็จะเห็นว่าส่วนของกล้องคู่ด้านหลังจะมีลักษณะที่นูนขึ้นมาพอสมควร ไม่ได้เรียบเนียนอยู่ในระนาบเดียวกันกับพื้นผิวกระจก แต่ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการนำเคสมาใส่

 

ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่องประกอบไปด้วยแถบเสารับสัญญาณ และช่องใส่ถาดซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot

 

ที่ด้านขวาของตัวเครื่องประกอบไปด้วยปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง หรือล็อกหน้าจอ, ปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียง และแถบเสารับสัญญาณ

 

ที่ด้านบนของตัวเครื่องมีเพียงไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวน

 

ที่ด้านล่างของตัวเครื่องประกอบไปด้วยช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, แถบเสารับสัญญาณ 2 เส้น, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C, ไมโครโฟนสำหรับการสนทนา หรือบันทึกเสียง และลำโพงเสียง

 

ภายในกล่องของ Huawei nova 3 จะประกอบไปด้วยอะแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่แบบ Quick Charge (9V/2A), เคสใส, หูฟัง, สาย USB Type-C และคู่มือการใช้งานฉบับย่อ กับเอกสารต่างๆ

 

แต่ไม่ต้องแปลกใจว่าเพราะเหตุใดอะแดปเตอร์ที่เห็นในภาพนี้เป็นหัวปลั๊กแบบ Type G เพราะเครื่องที่เราได้มาพรีวิวยังไม่ใช่เครื่องศูนย์ไทยนั่นเอง

 

สรุปคุณสมบัติ (สเปก) ของ Huawei nova 3

- ขนาดตัวเครื่อง 157x73.7x7.3 มิลลิเมตร
- น้ำหนักตัวเครื่อง 166 กรัม
- ด้านหลังตัวเครื่องเป็นกระจกขอบโค้ง 3D Glass
- จอแสดงผลแบบ FullView Display IPS LCD ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ (2340x1080 พิกเซล) บนอัตราส่วนแบบ 19.5:9
- ชิปเซ็ต Kirin 970 (8-Core) บนสถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 10 nm ซึ่งมีทั้ง CPU, GPU, NPU และ DSP อยู่ภายใน
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G72 (12-Core)
- เทคโนโลยี GPU Turbo
- ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo พร้อมครอบทับด้วย EMUI 8.2
- หน่วยความจำ ROM ขนาด 128 GB
- หน่วยความจำ RAM ขนาด 6 GB
- รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมแบบ microSD ได้สูงสุดขนาด 256 GB (ใช้งานร่วมกับช่องใส่ซิมการ์ดที่สอง)
- กล้องคู่ด้านหลังความละเอียด 24 Monochrome (f/1.8)+16 RGB (f/1.8) ล้านพิกเซล พร้อมระบบ AI, ระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ PDAF, ไฟแฟลช LED, ถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD 2160p (30 fps)
- กล้องคู่ด้านหน้าความละเอียด 24+2 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ AI และระบบตรวจจับความลึก รุ่นแรกของโลก
- ฟังก์ชัน 3D Qmoji
- ระบบสแกนใบหน้าแบบ 360 องศา พร้อมไฟอินฟราเรดสำหรับช่วยสแกนใบหน้าในที่มืด
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
- แบตเตอรี่ 3750 mAh
- ระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ Quick Charge 9V/2A (18W)
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C (USB 2.0)
- ช่องเชื่อมต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- ถาดซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot
- รองรับการสแตนด์บายแบบ Dual 4G LTE
- มี 4 สีมาตรฐานให้เลือก ได้แก่ Nebula Purple (สีไล่เฉด), Black, Aqua Blue และ Primrose Gold
- ราคา (ประเทศไทย) 16,990 บาท


สำรวจรูปลักษณ์ภายนอกของ Huawei nova 3i

หน้าจอแสดงผล และองค์ประกอบที่ด้านหน้าของ nova 3i นั้นมีคุณสมบัติที่เหมือนกันกับหน้าจอของรุ่นใหญ่อย่าง nova 3 ทุกประการ จะขาดไปก็แค่ไฟอินฟราเรดสำหรับช่วยสแกนใบหน้าในที่มืดเท่านั้น ดังนั้นเดี่ยวเราจะขอพลิกไปดูกันที่ด้านหลังกันต่อเลยนะครับ

 

โดยดีไซน์ที่ด้านหลังของ nova 3i นั้นมีจุดที่แตกต่างจาก nova 3 อยู่พอสมควร เริ่มตั้งแต่กระจกที่เป็นเพียงกระจกขอบนูนแบบ 2.5D Glass ไม่ใช่ขอบโค้งแบบ 3D Glass เหมือนกับ nova 3 ดังนั้น nova 3 จึงดูสวยงามพรีเมียมมากกว่า

 

แต่ในเรื่องของการไล่เฉดสีก็จะมีลักษณะที่คล้ายๆ กัน คือมีสีฟ้าอยู่ด้านบน และสีม่วงอยู่ด้านล่าง

 

ส่วนการวางตำแหน่งของกล้องคู่, ไฟแฟลช LED และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ นั้นเหมือนกันกับ nova 3 ทุกประการ เพียงแต่คุณสมบัติของกล้องคู่นั้นจะเป็นรอง nova 3 อยู่พอสมควร โดยกล้องคู่ AI Camera ของ nova 3i มีความละเอียดอยู่ที่ 16+2 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.2

 

ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่องประกอบไปด้วยแถบเสารับสัญญาณ และช่องใส่ถาดซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot

 

ที่ด้านขวาของตัวเครื่องประกอบไปด้วยปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง หรือล็อกหน้าจอ, ปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียง และแถบเสารับสัญญาณ

 

ที่ด้านบนของตัวเครื่องมีเพียงไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวน

 

ที่ด้านล่างของตัวเครื่องประกอบไปด้วยช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, แถบเสารับสัญญาณ 2 เส้น, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ microUSB (ต่างจาก nova 3 ที่เป็น USB Type-C), ไมโครโฟนสำหรับการสนทนา หรือบันทึกเสียง และลำโพงเสียง

 

อุปกรณ์มาตรฐานภายในกล่องของ Huawei nova 3i นั้นเหมือนกับ nova 3 แทบทุกอย่าง ยกเว้นอะแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งไม่ใช่แบบ Quick Charge และใช้ระบบจ่ายไฟแบบ 5V/2A (10W) เท่านั้น


สรุปคุณสมบัติ (สเปก) ของ Huawei nova 3i

- ด้านหลังตัวเครื่องเป็นกระจกขอบนูน 2.5D Glass
- จอแสดงผลแบบ FullView Display IPS LCD ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ (2340x1080 พิกเซล) บนอัตราส่วนแบบ 19.5:9
- ชิปเซ็ต Kirin 710 (8-Core) บนสถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 12 nm ซึ่งมี CPU, GPU และ DSP อยู่ภายใน
- หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G51
- เทคโนโลยี GPU Turbo
- ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo พร้อมครอบทับด้วย EMUI 8.2
- หน่วยความจำ ROM ขนาด 128 GB
- หน่วยความจำ RAM ขนาด 4 GB
- รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมแบบ microSD ได้สูงสุดขนาด 256 GB (ใช้งานร่วมกับช่องใส่ซิมการ์ดที่สอง)
- กล้องคู่ด้านหลังความละเอียด 16+2 ล้านพิกเซล (f/2.2) พร้อมระบบ AI
- กล้องคู่ด้านหน้าความละเอียด 24+2 ล้านพิกเซล (f/2.0) พร้อมระบบ AI และระบบตรวจจับความลึก รุ่นแรกของโลก
- ฟังก์ชัน 3D Qmoji
- ระบบสแกนใบหน้าแบบ 360 องศา
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
- แบตเตอรี่ 3340 mAh
- ระบบชาร์จแบตเตอรี่แบบ 5V/2A (10W)
- พอร์ตเชื่อมต่อแบบ microUSB (USB 2.0)
- ช่องเชื่อมต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- ถาดซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot
- รองรับการสแตนด์บายแบบ Dual 4G LTE
- มี 3 มาตรฐานให้เลือกคือ Black, Iris Purple และ Pearl White
- ราคา (ประเทศไทย) 9,990 บาท


สรุปแล้ว Huawei nova 3 ดีกว่า nova 3i ตรงไหนบ้าง?

จากรายละเอียดต่างๆ ข้างต้น ก็สรุปสั้นๆ ได้ว่ารุ่นที่สูงกว่าอย่าง Huawei nova 3 นั้นมีคุณสมบัติที่ดีกว่ารุ่นรองอย่าง nova 3i หลายจุดดังนี้ครับ

- nova 3 ใช้กระจกด้านหลังตัวเครื่องแบบขอบโค้ง หรือ 3D Glass ซึ่งดูสวยงามพรีเมียมกว่า
- nova 3 มีกล้องคู่ด้านหลังที่ละเอียดคมชัดกว่าที่ 24+16 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงกว้างกว่าที่ f/1.8
- nova 3 ใช้ชิปเซ็ต Kirin 970+จีพียู Mali-G72 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตเรือธงตัวท็อปของค่าย จึงช่วยให้การใช้งานไหลลื่นกว่า และตอบสนองได้ดีกว่า รวมถึงมีหน่วยประมวลผล Dual Advanced ISP จึงช่วยให้กล้องโฟกัสได้เร็วกว่า, ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีกว่า และ AI มีประสิทธิภาพมากกว่า
- nova 3 มีระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock) ที่สามารถทำได้ดีกว่าในทุกสภาพแสง โดยหากเป็นสถานที่ ที่มีแสงเพียงพอ ก็จะสแกนด้วยกล้อง 24+2 ล้านพิกเซล ตามปกติ แต่หากเป็นสถานที่ ที่มีแสงไม่เพียงพอ ก็จะใช้ไฟอินฟราเรดร่วมกับกล้อง 2 ล้านพิกเซล แทน
- nova 3 มีแบตเตอรี่ความจุสูงกว่าที่ 3750 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ Quick Charge (9V/2A : 18W)
- nova 3 มีหน่วยความจำ RAM ขนาด 6GB (RAM 6GB+ROM 128GB) ในขณะที่ nova 3i มีหน่วยความจำ RAM เพียง 4GB (RAM 4GB+ROM 128GB)
- nova 3 ใช้พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C

 


เปิดเครื่องใช้งานในเบื้องต้น (Huawei nova 3)


หน่วยความจำภายใน (ROM) ของ nova 3 เครื่องทดสอบนี้ มีขนาดอยู่ที่ 128 GB ตามสเปก

 

รูปแบบหน้า Home Screen และ Notification Panel แบบเรียบง่าย ตามสไตล์ของ EMUI (EMUI 8.2) ที่ชาว Huawei น่าจะคุ้นเคยกันดี โดยทำงานอยู่บนพื้นฐานของระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo

 

มีแอปพลิเคชันพื้นฐานติดตั้งมาให้ใช้งาน รวมถึงแอปพลิเคชัน และบริการของ Google

 

หน้าจอสามารถเปิดโหมด Eye Comfort เพื่อช่วยถนอมสายตาขณะใช้งานในที่มืดได้ รวมถึงการเลือกเปิด-ปิดการแสดงผลแบบ Full Screen ของแต่ละแอปพลิเคชัน และการซ่อน-แสดงรอยบาก (Notch) ที่ด้านบนของหน้าจอ

 

ที่หน้าหลักของกล้องถ่ายภาพจะสังเกตเห็นว่ามีไอคอนฟังก์ชัน AI ให้เลือกเปิด-ปิดได้เลย ซึ่งมาพร้อมกับระบบ AI Scene Recognition ที่ผ่านการเรียนรู้จากรูปภาพแบบต่างๆ มากว่า 100 ล้านรูป ซึ่งสุดท้ายแล้ว AI จะสามารถกำหนดซีนให้เราโดยอัตโนมัติได้ถึง 22 รูปแบบด้วยกัน เช่น Blue Sky, Flower, Plant, Beach, Sunset, Sunrise, Cat, Dog, Performance, Food, Text, Nightscape, Snow, Portrait และอื่นๆ

 

เมื่อกดที่ไอคอนรูปดวงตาที่ด้านซ้าย ก็จะเป็นการเข้าสู่ฟังก์ชันสแกนดูข้อมูลสินค้า และ QR Code

 

สามารถเปิด-ปิดไฟแฟลชได้ รวมถึงเปิดใช้ไฟแฟลชแบบอัตโนมัติ

 

สามารถปรับความละเอียดของภาพถ่ายได้สูงสุดที่ระดับ 24 ล้านพิกเซล ในอัตราส่วนแบบ 4:3

 

มีฟังก์ชันใส่ลายน้ำของ nova 3, สั่งงานด้วยเสียง, ตรวจจับรอยยิ้ม, ระบบติดตามวัตถุ และฟังก์ชัน Ultra Snapshot ที่ช่วยให้สามารถถ่ายภาพได้แม้ปิดหน้าจออยู่ เพียงกดปุ่มลดเสียงติดๆ กัน 2 ครั้ง

 

โหมดถ่ายวิดีโอสามารถเปิดใช้งานฟังก์ชัน Beauty ได้ด้วย

 

สามารถกำหนดความละเอียดของการถ่ายวิดีโอได้สูงสุดที่ระดับ 4K UHD (30 fps) พร้อมรองรับไฟล์ในรูปแบบของ H.265 ที่มีขนาดเล็ก แต่มีคุณภาพสูง และมีระบบติดตามวัตถุ กับฟังก์ชัน Ultra Snapshot ให้ใช้งานด้วยเช่นกัน ส่วนการถ่ายวิดีโอแบบ Slow Motion (Slow-Mo) นั้นรองรับได้ที่ความเร็วสูงสุดระดับ 480 เฟรมต่อวินาที (480fps) หรือช้ากว่าปกติ 16 เท่า ที่ความละเอียดระดับ HD 720p

 

นอกจากโหมดถ่ายภาพที่เห็นอยู่ในหน้าหลักแล้ว ก็ยังมีโหมดถ่ายภาพแบบอื่นๆ อีกมากมายให้เลือกใช้งาน ทั้งโหมด Pro, Slow-Mo, Night, Panorama, Monochrome, Light Painting, HDR, Time-Lapse, Filter, 3D Panorama, Watermark, Document Scan และโหมดอื่นๆ ที่เราสามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้

 

เมื่อสไลด์ไปที่โหมด AR Lens ก็จะพบกับฟังก์ชันใหม่ล่าสุดอย่าง 3D Qmoji ที่เราสามารถสร้างตัวการ์ตูน 3 มิติแบบต่างๆ ตามการแสดงสีหน้าของเราได้ นับว่าเป็นอีกลูกเล่นที่อินเทรนด์ไม่แพ้สมาร์ทโฟนแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ

 

สามารถแทรกวัตถุ 3 มิติเข้าไปในรูปภาพได้ด้วยฟังก์ชัน 3D Objects

 

รองรับการใส่เอฟเฟกต์ และภาพพื้นหลังในรูปแบบต่างๆ

 

ในโหมด Portrait มีฟังก์ชัน 3D Lighting ให้ใช้งาน ซึ่งจะช่วยสร้างแสงไฟในรูปแบบต่างๆ สำหรับการถ่ายภาพบุคคลให้เราได้ คล้ายกับการถ่ายภาพในสตูดิโอ และแน่นอนว่าสามารถเปิดฟังก์ชัน Beauty ได้

 

มีฟังก์ชันถ่ายภาพบุคคลแบบ Cinemetic Portrait

 

รองรับการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอด้วยการปรับค่ารูรับแสงด้วยตนเอง ทั้งก่อนถ่าย และหลังถ่าย โดยมีระบบ AI Bokeh Effect เข้ามาช่วยด้วย ซึ่ง AI สามารถเรียนรู้ขอบของวัตถุ และสภาพแสง ซึ่งช่วยให้ภาพที่ออกมามีความถูกต้องแม่นยำมากขึ้น

 

ในส่วนของกล้องหน้าจะมีฟังก์ชัน HDR Pro แบบฮาร์ดแวร์ เพื่อให้ภาพมีรายละเอียดที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการถ่ายแบบย้อนแสง และมีฟังก์ชัน Cinemetic Portrait ให้ใช้งาน ซึ่งกล้องหน้านี้ก็มาพร้อมกับระบบ AI เช่นเดียวกัน ที่เรียกว่า AI Selfie Scene Recognition ที่อาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลความลึก (True Depth Infomation) เพื่อการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ หรือภาพโบเก้ที่เป็นธรรมชาติที่สุด รวมทั้งสามารถวิเคราะห์ฉากหลังของตัวแบบบนพื้นฐานของ Massive Photo Learning ได้ 8 รูปแบบโดยอัตโนมัติ ได้แก่ Sky, Plant, Flower, Beach, Stage, Night, Room และ Snow พร้อมทั้งช่วยปรับค่าต่างๆ ให้โดยที่ผู้ใช้แค่กดถ่ายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

 

ระบบ AI สำหรับกล้องด้านหน้านั้นทำงานอยู่บนอัลกอริทึมใหม่ล่าสุดสำหรับโหมด Beauty ซึ่งมีระบบ 3D Facial Recognition ที่จะช่วยปรับรายละเอียดของขนตา, ดวงตา และริมฝีปากให้ดีขึ้น รวมทั้งรายละเอียดของผิวหน้าที่ยังคงถูกต้องไม่ผิดธรรมชาติ ซึ่งเราสามารถดูผลลัพธ์ได้ทันทีโดยที่ยังไม่ต้องกดถ่ายภาพ (Real-Time Preview)

 

เซ็นเซอร์รับภาพของกล้องด้านหน้าบน nova 3 นั้นเลือกใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX576 ซึ่งถ่ายได้ดีแม้ในที่แสงน้อย พร้อมเทคโนโลยี 4-in-1 Pixel คือในแต่ละพิกเซล จะมี 4 พิกเซลย่อยอยู่ในนั้น ช่วยให้รับแสงได้มากกว่าปกติ 300% และมี Noise ลดลง

 

สามารถเปิดใช้ Screen Flash ได้

 

สามารถกำหนดความละเอียดของภาพถ่ายได้สูงสุดที่ 24 ล้านพิกเซล ในอัตราส่วนแบบ 4:3 เช่นเดียวกับกล้องด้านหลัง พร้อมฟังก์ชัน Mirror Reflection, สั่งงานด้วยเสียง, ตรวจจับรอยยิ้ม และสั่งงานด้วยท่าทาง

 

สามารถถ่ายภาพแบบ Moving Picture ได้ และรองรับการใช้งานฟังก์ชัน Ultra Snapshot

 

การถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้า เราสามารถเปิดใช้ฟังก์ชัน Beauty ได้ด้วย

 

กล้องคู่ด้านหน้าสามารถกำหนดความละเอียดของการถ่ายวิดีโอได้สูงสุดที่ระดับ FHD+ พร้อมรองรับไฟล์ในรูปแบบของ H.265 ที่มีขนาดเล็ก แต่มีคุณภาพสูง

 

ในโหมด Portrait มีฟังก์ชัน 3D Lighting ให้ใช้งาน ซึ่งจะช่วยสร้างแสงไฟในรูปแบบต่างๆ สำหรับการถ่ายภาพบุคคลให้เราได้ คล้ายกับการถ่ายภาพในสตูดิโอ และแน่นอนว่าสามารถเปิดฟังก์ชัน Beauty ได้

 

ตามข้อมูลที่ได้รับมา nova 3 นั้นรองรับการสแตนด์บายแบบ Dual 4G LTE ได้ด้วย ส่วน NFC นั้นไม่มีติดตั้งมาให้ มีเพียงแค่ Bluetooth เท่านั้น

 


มีโหมดประหยัดพลังงานแบบ Ultra Power Saving Mode ซึ่งหากแบตเตอรี่เหลือ 57% ตามภาพ ก็จะสแตนด์บายได้นานถึง 4 ครึ่งเลยทีเดียว

 

ระบบความปลอดภัย มีทั้งระบบสแกนใบหน้า และสแกนลายนิ้วมือ โดยสำหรับระบบสแกนใบหน้าของ nova 3 จะมีไฟอินฟราเรดมาช่วยสแกนในที่มืดด้วย

 

GPU Turbo คืออะไร?

หนึ่งในฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดใน Huawei nova 3 กับ nova 3i ที่หลายคนให้ความสนใจเป็นพิเศษก็คือ GPU Turbo ซึ่ง GPU Turbo ก็คือโหมดการทำงานพิเศษที่ช่วยรีดพลัง หรือเค้นพลังของหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ให้สามารถปลดปล่อยประสิทธิภาพออกมาได้มากกว่าเดิมถึง 60% รวมทั้งยังสามารถลดการใช้พลังงานลงได้ 30% อีกด้วย เรียกว่าได้ประโยชน์ 2 ต่อเลยทีเดียว โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ซึ่งใช้วิธีเปิดคอขวดที่เคยเกิดขึ้นระหว่าง CPU กับ GPU แต่อย่างไรก็ดี ในขณะนี้มีเกมที่พัฒนาให้สามารถรองรับการทำงานร่วมกับโหมด GPU Turbo ได้เพียง 2 เกม คือ PUBG และ Mobile Legends ดังนั้นก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีเกมไหนที่สามารถรองรับ GPU Turbo ได้อีกบ้างในอนาคต

 

รู้หรือไม่ สมาร์ทโฟน Huawei หลายรุ่นก่อนหน้านี้ก็จะได้ใช้ GPU Turbo ด้วย!

ไม่เพียงแค่ Huawei nova 3 และ nova 3i เท่านั้น ที่จะได้ใช้งาน GPU Turbo เพราะล่าสุดวานนี้ ทาง Huawei ก็ได้ออกมาประกาศถึงรายชื่อสมาร์ทโฟนทั้งหมด 14 รุ่น ที่กำลังจะได้รับการอัปเดตให้สามารถใช้งานฟีเจอร์ GPU Turbo ได้ ให้ทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับการอัปเดตฟีเจอร์ GPU Turbo ในครั้งนี้ ทาง Huawei ระบุว่า ในช่วงแรกจะรองรับการทำงานร่วมกับเกมบางเกม นั่นคือ PUBG Mobile และ Mobile Legends : Bang Bang แต่ในอนาคตจะมีการอัปเดตรายชื่อเกมอื่นๆ ที่รองรับฟีเจอร์ GPU Turbo ในภายหลัง

 

โดยรุ่นแรกที่จะได้รับการอัปเดตก่อนนั้นคือสมาร์ทโฟนระดับเรือธงตัวท็อปที่ใช้ชิปเซ็ต Kirin 970 อย่าง Huawei Mate 10 Series และ Huawei P20 Series ที่จะปล่อยอัปเดตช่วงเดือนสิงหาคม ส่วนรุ่นที่ใช้ชิปเซ็ต Kirin 659 หรือ Kirin 960 ก็จะทยอยได้รับการอัปเดตในลำดับถัดไป แต่ที่น่าสนใจคือสมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นก่อนหน้านี้อย่าง nova 2i หรือ nova 3e (P20 Lite) รวมถึงรุ่นย่อมเยาอย่าง Y9 2018 ก็จะได้รับการอัปเดตด้วยเช่นเดียวกัน โดยรายชื่อสมาร์ทโฟน Huawei ที่จะได้รับการอัปเดตฟีเจอร์ GPU Turbo มีดังนี้

Huawei Mate 10, Mate 10 Pro, Mate RS - ได้รับอัปเดตช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2018
Huawei P20 และ P20 Pro - ได้รับอัปเดตช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2018
Huawei Mate 10 Lite - ได้รับอัปเดตช่วงเดือนกันยายน ปี 2018
Huawei nova 2i - ได้รับอัปเดตช่วงเดือนกันยายน ปี 2018
Huawei P Smart - ได้รับอัปเดตช่วงเดือนกันยายน ปี 2018
Huawei P20 Lite - ได้รับอัปเดตช่วงเดือนกันยายน ปี 2018
Huawei Y9 2018 - ได้รับอัปเดตช่วงเดือนกันยายน ปี 2018
Huawei Mate 9 และ Mate 9 Pro - ได้รับอัปเดตช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2018
Huawei P10 และ P10 Plus - ได้รับอัปเดตช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2018


สรุปในเบื้องต้นกับ Huawei nova 3 และ nova 3i

จากรายละเอียดของพรีวิว (Preview) Huawei nova 3 และ nova 3i ในเบื้องต้นนี้ ก็น่าจะพอที่จะทำให้ทุกท่านได้เห็นหน้าตาที่แท้จริง และได้ทราบถึงจุดขายที่น่าสนใจของสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นนี้กันพอสมควรแล้วนะครับ ซึ่งจะว่าไปแล้ว nova 3 และ nova 3i นี้นับว่ามีความน่าสนใจในทุกด้านเลยทีเดียว เรียกว่ารวมทุกสิ่งเข้าไว้ด้วยกันภายในเครื่องเดียว ในระดับน้องๆ เรือธง เริ่มตั้งแต่ดีไซน์ตัวเครื่องที่ดูสวยพรีเมียมบางเฉียบน่าใช้งาน ด้วยบอดี้กระจก (Metal-Glass) และดูโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยสีแบบไล่เฉด, หน้าจอแสดงผลแบบ FullView ที่กว้างเต็มตาใหญ่สุดขอบถึง 6.3 นิ้ว, กล้อง AI Camera 4 ตัวความคมชัดสูง ที่ชาญฉลาด และช่วยให้ใครก็สามารถถ่ายภาพสวยๆ ได้ไม่ยาก, โหมด GPU Turbo ที่ช่วยให้เล่นเกมได้ไหลลื่นมากขึ้น, การรักษาความปลอดภัยด้วยระบบสแกนใบหน้า+ระบบสแกนนิ้ว และหน่วยความจำขนาดใหญ่ให้ใช้งานกันได้อย่างเต็มที่ทุกรูปแบบ ดังนั้นใครที่กำเงินไว้หมื่นกลางๆ และกำลังอยากได้รุ่นที่ดีกว่า nova 2i หรือ nova 3e แต่งบไม่ถึง P20 Series หรือ Mate 10 Series แนะนำให้อดใจรอกันอีกนิด สุดท้ายนี้ก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามชม พบกันได้อีกครั้งในรีวิว Huawei nova 3 กับ nova 3i ฉบับเต็ม สวัสดีครับ

 

สรุปราคาไทย, วันเปิดจอง, โปรโมชั่นของแถม และวันวางจำหน่ายของ Huawei nova 3 และ nova 3i

อัปเดต! 19 กรกฎาคม 2018 : สำหรับท่านใดที่รอจับจองเป็นเจ้าของ Huawei nova 3 กับ nova 3i เครื่องศูนย์ไทยในบ้านเรา ล่าสุดวันนี้ (19 กรกฎาคม 2018) ทาง Huawei (ประเทศไทย) ก็ได้ออกมาประกาศราคาอย่างเป็นทางการ, วันเปิดจอง, โปรโมชั่นของแถม และกำหนดการวางจำหน่าย ให้ได้ทราบกันแล้วครับ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

Huawei nova 3 มีราคาอยู่ที่ 16,990 บาท โดยจะเปิดให้สั่งจองล่วงหน้า (Pre-Order) ในระหว่างวันที่ 3-13 สิงหาคม 2018 พร้อมแถมฟรีลำโพงบลูทูธ M2 Fabric Travel Speaker มูลค่า 1,290 บาท กับ Quick Charge Power Bank ความจุ 10000 mAh มูลค่า 1,290 บาท และจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2018 เป็นต้นไป

 

Huawei nova 3i มีราคาอยู่ที่ 9,990 บาท โดยจะเปิดให้ทำการสั่งจองล่วงหน้า (Pre-Order) ในระหว่างวันที่ 20-31 กรกฎาคม 2018 พร้อมแถมฟรีลำโพงบลูทูธ M2 Fabric Travel Speaker มูลค่า 1,290 บาท โดยตัวเครื่องสีดำ (Black) จะวางจำหน่ายก่อนในวันที่ 3 สิงหาคม 2018 ส่วนตัวเครื่องสีม่วง (Iris Purple) จะวางจำหน่ายตามมาในวันที่ 9 สิงหาคม 2018 และสำหรับสีขาว (Pearl White) จะตามมาในลำดับท้ายสุด


อ่านเพิ่มเติม

- เปิดราคา Huawei nova 3 ในไทยที่ 16,990 บาท ด้าน nova 3i ขายก่อนที่ 9,990 บาท ครั้งแรกกับ 4 กล้อง AI Camera 24MP และ GPU Turbo
- Who is Huawei? บุกสำนักงานใหญ่ รู้จัก Huawei ให้ถึงแก่น เผยเส้นทางสู่แบรนด์ชั้นนำของโลก และกลยุทธ์สู่ความยิ่งใหญ่ในอนาคต!
- กว่าจะมาเป็นสมาร์ทโฟน Huawei ไม่ใช่เรื่องง่าย! บุกหลังบ้าน Huawei พาชมศูนย์วิจัย และสายการผลิต ที่มาตรฐานจัดเต็มทุกขั้นตอน!

 

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com

 


วันที่ : 20/7/2561

ข่าวมือถือ บทความมือถือ ที่เกี่ยวข้อง
 

Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy