หน้าแรกมือถือ > รวมข่าวมือถือ > หน้าบทความ ข่าวมือถือ
   
Date : 28/8/2563

Xiaomi พัฒนากล้อง Mi 10 Ultra อย่างไร ถึงชนะ Huawei ครองแชมป์มือถือกล้องดีสุดในโลกจาก DxOMark


เมื่อช่วงต้นปี 2018 ที่ผ่านมา Xiaomi ได้จัดตั้งแผนกกล้องภายในบริษัท เพื่อพัฒนากล้องถ่ายภาพของสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะ หลังจากนั้นในเวลาเพียงไม่กี่ปี Xiaomi ก็สามารถพัฒนาทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟท์แวร์เกี่ยวกับการถ่ายภาพได้สำเร็จจนทำให้ Xiaomi Mi CC9 Pro Premium Edition สามารถขึ้นไปยึดครองตำแหน่งอันดับ 1 ของ DxOMark ซึ่งเป็นองค์กรทดสอบเกี่ยวกับกล้องถ่ายภาพชั้นนำระดับโลกได้สำเร็จ ก่อนที่จะโดนสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ เอาชนะไป ส่วนในรุ่น Xiaomi Mi 10 Ultra ที่เพิ่งเปิดตัวไป ก็สามารถเบียดชนะแชมป์เก่าอย่าง HUAWEI P40 Pro ไปได้สำเร็จด้วยผลคะแนน 130 คะแนน 

แต่เพราะเหตุใดแบรนด์ที่เคยถูกวิจารณ์เกี่ยวกับซอฟท์แวร์กล้องถ่ายภาพในอดีต ถึงสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้สมาร์ทโฟนที่มีกล้องคุณภาพชั้นนำระดับโลกได้ เราไปดูเบื้องหลังการพัฒนากล้อง Mi 10 Ultra กันดีกว่าครับ

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า หนึ่งหัวใจสำคัญของกล้องถ่ายภาพสมาร์ทโฟนก็คือ เซ็นเซอร์รับภาพ โดย Xiaomi Mi 10 Ultra เลือกใช้เซ็นเซอร์รับภาพความละเอียด 48 ล้านพิกเซล จากแบรนด์ OmniVision ที่หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูมากนัก แต่จริงๆ แล้ว เซ็นเซอร์รับภาพของ OmniVision ถูกหยิบยกนำไปใช้กับมือถือหลายๆ แบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Samsung หรือแม้แต่ Xiaomi เองก็ตาม โดยสาเหตุที่ครั้งนี้ Xiaomi ตัดสินใจใช้เซ็นเซอร์รับภาพจากค่ายนี้อีกครั้งก็เป็นเพราะขนาดของเซ็นเซอร์รับภาพรุ่นดังกล่าวที่ใหญ่ถึง 1/3.2 นิ้ว ซึ่งใกล้เคียงกับเซ็นเซอร์ 108 ล้านพิกเซลของ Samsung ที่มีขนาด 1/3.3 นิ้ว แต่สิ่งที่ทำให้ OmniVision ดูได้เปรียบกว่าก็คือ เทคโนโลยี HDR Processing แบบ On-Chip Single Frame ที่สามารถประมวลผล HDR ได้จากชิปประมวลได้โดยตรง

 

วิธีการทำงานของ HDR Processing บน Mi 10 Ultra ถือว่าน่าสนใจ โดยพิกเซลแต่ละจุดจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ปะเภท ได้แก่ Short, Medium และ Long Exposure ซึ่งสามพาร์ทนี้จะถูกประมวลผลยุบรวมเข้าด้วยกันเป็น HDR Signal เพื่อส่งตรงไปยังเซ็นเซอร์รับภาพ  ทำให้ภาพที่ออกมามีความสว่างคมชัด ในขณะที่ยังเก็บรายละเอียดต่างๆ ที่อยู่ตามมุมสว่าง และมุมมืดของภาพได้อย่างครบถ้วน ต่างจากสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ที่เป็นการถ่ายภาพออกมาก่อน แล้วค่อยมาประมวลผลเกี่ยวกับ HDR ในภายหลัง ซึ่งนอกจากการถ่ายภาพนิ่งแล้ว เทคนิคดังกล่าวยังสามารถนำไปถ่ายวิดีโอแบบ HDR10 ได้จากตัวเซ็นเซอร์อีกด้วย

นอกจากเซ็นเซอร์ที่ดีแล้ว Mi 10 Ultra ยังเลือกใช้เลนส์การถ่ายภาพที่ประกอบด้วยโครงสร้างแบบ 8 ชิ้นเลนส์ เพื่อช่วยลด Lens Abbreations (ความคลาดของเลนส์) เพื่อช่วยให้ภาพถ่ายมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น แต่การพัฒนาใส่เลนส์แบบ 8 ชิ้นเข้าไปในกล้องมือถือก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ยาก และมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงเช่นเดียวกัน

 

ถัดมาจากกล้องตัวหลัก อีกหนึ่งในสิ่งที่ค่อนข้างท้าท้ายสำหรับ Mi 10 Ultra คือการพัฒนากล้อง Telephoto เพราะ Xiaomi ต้องการที่จะยัดเซ็นเซอร์ Sony IMX586 มาไว้ในกล้อง Telephoto ด้วย แต่เนื่องจากเซ็นเซอร์มีขนาดค่อนข้างใหญ่ที่ 1/2.32 นิ้ว (เซ็นเซอร์กล้อง Telephoto ของ Mi 10 Pro อยู่ที่ 1/ 2.55 นิ้ว) ดังนั้น Xiaomi จึงจำเป็นต้องหาทางแก้ด้วยการเลือกใช้เลนส์แบบ D-Cut เพื่อลดขนาดดมดูลกล้องถ่ายภาพให้มีขนาดเล็กพอที่จะวางบนตัวเครื่งได้ แต่ก็แลกมาด้วยการทดสอบประสิทธิภาพของกล้องถ่ายภาพอย่างหนักหน่วง รวมถึงการพัฒนาระบบกันสั่น OIS ไปใส่ลงบนกล้องตัวดังกล่าวที่ทำได้ยากมากขึ้น 

ถัดมาที่กล้อง Ultra Wide ที่มีองศาในการรับภาพกว้าง 128 องศานั้น Mi 10 Ultra เลือกใช้เลนส์แบบ 7 ชิ้นเพื่อลดอาการภาพเบี้ยวบริเวณขอบ (Distortion) ให้เหลือน้อยที่สุด และยังเป็นการช่วยลดอาการขอบภาพมืด หรือที่หลายคนเรียกว่า Vignette พร้อมทั้งยังเป็นการเพิ่มความละเอียดของภาพถ่ายให้ดีมากยิ่งขึ้น

 

แต่กว่าที่กล้องของ Xiaomi Mi 10 Ultra จะถูกปรับแต่ง และพัฒนาได้อย่างลงตัวจนสามารถเป็นอันดับ 1 ของตาราง DxOMark ได้นั้น Xiaomi ได้จับมือร่วระดับสมองกับทีมวิจัย และพัฒนา (R&D) ทั่วทุกมุมโลกโลก ไม่ว่าจะเป็น ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้, เซิ่นเจิ่น, หนานจิง, โตเกียว, ซานติเอโก้, บังคาลอร์, ปารีส และทามเปเร ในการพัฒนาฮาร์ดแวร์ และซอฟท์แวร์สำหรับกล้องถ่ายภาพของ Mi 10 Ultra โดยเฉพาะ 

จะเห็นได้ว่ากว่าที่ Mi 10 Ultra จะได้ใช้ชุดกดล้องที่สามารถทำคะแนน DxOMark อันดับ 1 ของโลกในชั่วโมงนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าในอนาคตทาง Xiaomi จะมีการพัฒนากล้องถ่ายภาพบนมือถือไปในทิศทางใด และจะมีสมาร์ทโฟนรุ่นใดเข้ามาล้มแชมป์ Mi 10 Ultra ได้หรือไม่ครับ

 

ที่มา : Gizchina

 


วันที่ : 28/8/2563

 




Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy