ควรซื้อ Xiaomi Mi 10T / Mi 10T Pro ตอนนี้ หรือจะรอ Xiaomi Mi 11 ดี? สเปกต่างกันแค่ไหน รุ่นไหนน่าจะคุ้ม มาดูกัน
เมื่อคืนวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ Xiaomi Mi 11 ที่ประเทศจีน ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มากับชิปเซ็ต Snapdragon 888 รุ่นใหม่ล่าสุด อีกทั้งยังมีสเปกที่โดดเด่นรอบด้านไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ 2K AMOLED 120Hz, กล้อง 3 ตัว 108 ล้านพิกเซล, RAM LPDDR5 + ROM UFS 3.1, รองรับระบบชาร์จไวทั้งมีสายและไร้สาย และอื่นๆ อีกหลายอย่าง ที่สำคัญยังเปิดราคามาแค่ 18,500 บาทเท่านั้น ทำให้เรือธงรุ่นนี้น่าสนใจอย่างมาก ใครที่กำลังวางแผนจะซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ในช่วงนี้ อาจจะลังเลว่าจะซื้อตัวคุ้มอย่าง Xiaomi Mi 10 / Mi 10T Pro ไปเลย หรือจะอดใจรอตัวแรงอย่าง Xiaomi Mi 11 เข้าไทยดี ในวันนี้เราจึงได้นำสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นมาเปรียบเทียบ พร้อมชั่งน้ำหนักความแตกต่าง ให้ทุกท่านได้ตัดสินใจกันง่ายขึ้นครับ
Xiaomi Mi 10T / 10T Pro vs Xiaomi Mi 11
ก่อนอื่นเรามาดูความแตกต่างในด้านสเปกของ Xiaomi Mi 10T / 10T Pro กับ Xiaomi Mi 11 กันก่อนดีกว่า
เปรียบเทียบสเปก
Xiaomi Mi 10T / 10T Pro vs Xiaomi Mi 11
จากการเปรียบเทียบข้างต้น จะเห็นว่า Xiaomi Mi 11 มีสเปกที่เหนือกว่า Xiaomi Mi 10T / 10T Pro หนึ่งขั้นเพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเจเนอเรชันพอดี โดยส่วนที่มีความแตกต่างมากที่สุด ได้แก่หน้าจอแสดงผล และชิปเซ็ต
สำหรับหน้าจอแสดงผล Xiaomi Mi 11 มีสเปกที่ดีกว่ามาก โดยเป็นหน้าจอแบบ AMOLED ที่มีความละเอียดระดับ 2K WQHD รองรับมาตรฐานการแสดงผล HDR10+ เรื่องความคมชัด, สีสัน, คอนทราสต์ และความสว่าง จึงดีกว่าหน้าจอของ Mi 10T / 10T Pro อย่างชัดเจน ถึงแม้จะมีอัตรารีเฟรชต่ำกว่า แต่ในแง่ของการใช้งานจริง สายตาของคนทั่วไปน่าจะแยกแยะหน้าจอ 120Hz กับ 144Hz ได้ยากมาก จึงไม่น่าจะส่งผลต่อการใช้งานจริงสักเท่าไหร่
ด้านประสิทธิภาพการทำงาน แน่นอนว่า Xiaomi Mi 11 ทำได้ดีกว่า Mi 10T / 10T Pro ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการประมวลผล, กราฟิก หรือ AI เพราะใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Snapdragon 888 แถมยังประหยัดพลังงานมากกว่า ด้วยความที่เป็นเทคโนโลยีล่าสุด Xiaomi Mi 11 คือสมาร์ทโฟนที่ทรงพลังที่สุดแล้ว ณ เวลานี้ และไม่ตกรุ่นในเร็วๆ นี้แน่นอน ดังนั้นถ้าใครต้องการความเร็วแรงขั้นสุดยอด Xiaomi Mi 11 คือตัวเลือกที่ดีกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย
ทั้งนี้ Xiaomi Mi 11 มีความแบตเตอรีที่น้อยกว่า Mi 10T / 10T Pro เล็กน้อย แต่คาดว่าน่าจะมีระยะเวลาการใช้งานนานเท่า Mi 10T / 10T Pro หรืออาจนานกว่า เนื่องจากชิปเซ็ต Snapdragon 888 ประหยัดพลังงานกว่าชิปเซ็ต Snapdragon 865 อีกทั้งหน้าจอ AMOLED ก็ยังกินพลังงานน้อยกว่าจอ IPS ด้วย และที่สำคัญ Xiaomi Mi 11 ยังรองรับระบบชาร์จไวทั้งแบบมีสาย (55W) และไร้สาย (50W) จึงชาร์จได้เร็วกว่า และมีความยืดหยุ่นในการใช้งานมากกว่า
ในส่วนของการถ่ายภาพ Xiaomi Mi 11 กับ Mi 10T / 10T Pro มีสเปกของฮาร์ดแวร์ที่ใกล้เคียงกันมาก โดยเป็นกล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล ประกบด้วยกล้อง Ultra Wide 13 ล้านพิกเซล และกล้อง Macro 5 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 20 ล้านพิกเซล คุณภาพของรูปถ่ายจึงไม่น่าจะต่างกันมากนัก แต่จากข้อมูลที่เปิดเผยในงานเปิดตัว Xiaomi Mi 11 มีการเพิ่มลูกเล่นใหม่ๆ ในการถ่ายวิดีโอเข้ามา ได้แก่โหมดถ่ายวิดีโอกลางคืน ที่จะช่วยให้ภาพมีรายละเอียดคมชัดขึ้นเมื่อถ่ายทำในที่มืด และมีลูกเล่นสำหรับการถ่ายวิดีโอสไตล์ภาพยนตร์ เช่นฟิลเตอร์ที่ช่วยให้โทนหนังออกมาเหมือนผลงานของผู้กำกับชื่อดังในฮอลลีวู้ดอย่าง Alfred Hitchcock หรือ Christopher Nolan เป็นต้น จึงน่าจะถูกใจผู้ที่ชอบถ่ายวิดีโอ หรือ Vlog มากกว่า แต่ทั้งนี้ก็ต้องมาดูผลลัพธ์จากการถ่ายจริงอีกครั้งว่าจะทำได้ดีอย่างที่คาดหรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์เล็กๆ ที่น่าสนใจ คือ Xiaomi Mi 11 รองรับ Bluetooth 5.2 ซึ่งมีความเสถียรของสัญญาณมากกว่า Bluetooth 5.1 ใน Mi 10T / 10T Pro และยังมีลำโพงสเตอริโอที่ได้รับการปรับจูนโดยแบรนด์เครื่องเสียงชื่อดังอย่าง harman/kardon จึงน่าจะมีภาษีดีกว่า แต่ ณ ตอนนี้ข้อมูลทั้งหมดยังเป็นเพียงข้อมูลในทางทฤษฎีเท่านั้น จำเป็นที่จะต้องพิจารณาจากการใช้งานจริง จึงจะสามารถตัดสินได้ว่าดีขึ้นหรือไม่ และดีขึ้นแค่ไหน
ราคาไทยของ Xiaomi Mi 11
Xiaomi Mi 10T ยังเป็นสมาร์ทโฟนที่ค่อนข้างใหม่ และมีราคาที่คุ้มเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นที่มีอยู่ในปัจจุบัน หากไม่ซีเรียสว่าจะต้องใด้สเปกแรงสุด เร็วสุด อาจจะเลือกซื้อ Xiaomi Mi 10T / 10T Pro ไปเลยก็ได้ เพราะในแง่การใช้งานจริง รุ่นนี้ก็เร็วแรงพอที่จะตอบโจทย์การใช้งานทุกอย่างได้ครบถ้วนแล้ว ส่วน Xiaomi Mi 11 จะน่าซื้อหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตั้งราคาขายในไทย ซึ่งมีความเป็นไปได้ 2 กรณี ดังนี้ :
กรณีที่ 1 : Xiaomi Mi 11 เปิดราคาไทยเท่า Mi 10
Xiaomi Mi 11 เปิดราคาเริ่มต้นที่จีนเท่ากับ Mi 10 คือ 3,999 หยวน หรือประมาณ 18,500 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ ปัจจุบัน) แต่ Mi 10 กลับเปิดราคาในไทยที่สูงถึง 27,999 บาท หากเข้าไทยในราคาที่สูงขนาดนี้จริง จะทำให้ความน่าซื้อลดลงไปมากพอสมควร เพราะหากรออีกสักหน่อยจะมีสมาร์ทโฟนที่ใช้ Snapdragon 888 เปิดตัวออกมาอีกหลายรุ่น และอาจมีคุณสมบัติ กับราคาที่น่าสนใจกว่าก็เป็นได้ หรือถ้าไม่ซีเรียสว่าจะต้องใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ก็อาจเลือกที่จะซื้อ Xiaomi Mi 10T / Mi 10T Pro ตอนนี้เลยก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลว
อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่อยากได้ Xiaomi Mi 11 จริงๆ คือซื้อเครื่องหิ้วจากจีน ซึ่งน่าจะมีราคาที่ถูกกว่า 27,999 บาทแน่นอน แต่ทั้งนี้ต้องขอบอกไว้ก่อนว่าสมาร์ทโฟนเครื่องหิ้วมีเงื่อนไขการใช้งานที่ค่อนข้างยุ่งยากสำหรับผู้ใช้มั่วไป เพราะเครื่องจะเป็น ROM จีน ทำให้เราต้องทำการ Flash ROM เป็น Global เอง อีกทั้งประกันที่ติดมากับเครื่องจะผูกอยู่กับศูนย์จีน ทำให้ส่งเคลมลำบาก จึงแนะนำว่าควรเลือกซื้อจากร้านที่มีบริการรับ-ส่งเครื่องไปเคลมที่ศูนย์จีนให้ด้วย จะช่วยฝห้สะดวกขึ้นมากครับ
กรณีที่ 2 Xiaomi Mi 11 เปิดราคาไทยเท่าราคาจีน
อีกกรณีหนึ่ง หาก Xiaomi Mi 11 อาจเปิดราคาไทยใกล้เคียงกับราคาจีน เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ Xiaomi Mi 10T / 10T Pro ก็วางจำหน่ายในราคาที่ใกล้กับราคาจีนมาก (ที่จีนใช้ชื่อ Redmi K30S ราคาเริ่มต้น 2,599 หยวน หรือราวๆ 12,000 บาท ส่วนราคาไทยอยู่ที่ 12,990 บาท) หาก Xiaomi Mi 11 เข้าไทยด้วยราคาเริ่มต้นประมาณ 18,990 - 21,990 บาท จะทำให้เป็นเรือธงที่น่าสนใจมากๆ เมื่อเทียบกับส่วนต่างของ Mi 10T / T Pro แล้วถือว่าคุ้มค่าแก่การรอคอย อีกทั้งราคานี้ยังสามารถดักทางคู่แข่งอย่าง Samsung Galaxy S21 ที่จะเปิดตัวกลางเดือนมกราคมได้อีกด้วยครับ
สรุปแล้วควรรอหรือไม่?
หากวัดกันที่สเปกแล้ว Xiaomi Mi 11 น่าใช้กว่า Xiaomi Mi 10T / 10T pro แน่นอน แต่ปัญหาก็คือ Xiaomi จะตั้งราคาขายในไทยเท่าไหร่ หากตั้งราคาไว้สูงเหมือน Mi 10 อาจอยู่ที่ 27,999 บาท ก็ควรซื้อ Xiaomi Mi 10T / 10T Pro เสียตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า เพราะราคาสูงเกินไป หรือถ้าอยากได้ Xiaomi Mi 11 จริงๆ ก็สามารถเลือกซื้อเครื่องหิ้วจากจีนได้ ซึ่งเบ็ดเสร็จแล้วน่าจะมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า 27,990 บาทแน่นอน แต่ทั้งนี้สมาร์ทโฟนเครื่องหิ้วจากจีนจะมีเงื่อนไขการรับประกัน และซอฟต์แวร์ที่ต่างจากเครื่องไทย จึงควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจ
อีกกรณีหนึ่ง หาก Xiaomi Mi 11 เปิดราคาไทยออกมาใกล้เคียงกับราคาจีน หรือประมาณ 18,990 - 21,990 บาท ก็ถือว่าเป็นราคาที่ดีมากๆ หากไม่ได้ใช้ Xiaomi Mi 10T / 10T pro อยู่แล้ว ให้รอซื้อ Xiaomi Mi 11 ในราคานี้เลยดีกว่า แต่สำหรับใครที่กำลังใช้ Xiaomi Mi 10T / 10T pro อยู่ อาจจะยังไม่ต้องอัปเกรดตอนนี้ก็ได้ เพราะเครื่องที่ท่านใช้อยู่ตอนนี้ก็มีสเปกที่แรงพอจนตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบถ้วนแล้วครับ
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 29/12/2563
