จอเบิร์นคืออะไร? เกิดกับมือถือแล้วแก้ปัญหาอย่างไรได้บ้าง?
“จอเบิร์น” เป็นหนึ่งในปัญหายอดฮิตที่คนใช้มือถือมักจะเจอกันอยู่บ่อย ๆ แม้ว่าในปัจจุบันจะน้อยลงมากแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีให้พบเห็นอยู่เรื่อย ๆ โดยเฉพาะในสมาร์ทโฟนพรีเมียมที่ใช้หน้าจอประเภท OLED โดยสมาร์ทโฟนที่มีอาการนี้จะมีรอยภาพตกค้างอยู่บนหน้าจอจาง ๆ และจะติดอยู่อย่างนั้นไม่หายไปไหน เช็ดก็ไม่ออกเหมือนติดอยู่ข้างใน ซึ่งสาเหตุมาจากการปล่อยหน้าจอให้แสดงผลภาพนิ่งนานเกินไป ทำให้เม็ดพิกเซลในบริเวณดังกล่าวเปลี่ยนไปแสดงสีอื่นได้ไม่เต็มที่นั่นเอง
ตัวอย่างอาการจอเบิร์น
สำหรับใครที่กำลังเจอกับปัญหาจอเบิร์นอยู่ อย่าเพิ่งถอดใจ เพราะอาการจอเบิร์นยังมีโอกาสหายได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนจอ และยังมีวิธีป้องกันไม่ให้เบิร์นซ้ำสองด้วย ทำอย่างไรไปดูกันเลยครับ
1. ปิดเครื่อง ให้เม็ดสีได้พัก
ในกรณีที่อาการจอเบิร์นยังไม่ลุกลามมากนัก เราสามารถแก้ไขได้ง่ายๆ ด้วยการปิดเครื่องสัก 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้เม็ดพิกเซลในหน้าจอหยุดทำงานอย่างสิ้นเชิง และค่อย ๆ คืนสภาพกลับไปเป็นปกติครับ
2. กระตุ้นเม็ดสีโดยใช้ตัวช่วย
หากวิธีแรกไม่ได้ผล เรายังมีวิธีที่สองคือการกระตุ้นเม็ดพิกเซล โดยบังคับให้หน้าจอแสดงสีสันสลับไปมาที่ความสว่างสูงสุด เพื่อเป็นการ "รีเซ็ต" เม็ดพิกเซลให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง โดยไปที่เว็บไซต์ screenburnfixer แล้วเลือกที่ Video เว็บไซต์จะพาเราไปยังวิดีโอบน YouTube ที่มีไว้แก้อาการจอเบิร์นโดยเฉพาะ ให้เราเล่นวิดีโอโดยขยายให้เต็มจอ แล้วปล่อยให้วิดีโอเล่นไปจนจบ (ประมาณ 2 ชั่วโมง) ถ้าไม่หนักหนาสาหัสมาก อาการจอเบิร์นก็น่าจะหายไปแล้ว
สำหรับใครที่ใช้ iPhone สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Doctor OLED X บน App Store มาใช้ก็ได้เช่นกันครับ
ไม่อยากจอเบิร์น ทำอย่างไร?
ปัญหาจอเบิร์นเป็นปัญหาที่แก้ยากแต่ป้องกันง่ายด้วยเคล็ดลับง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ครับ
- หลีกเลี่ยงการแสดงภาพนิ่งติดต่อกันนาน ๆ เช่นเปิดหน้าจอ GPS ทิ้งไว้แต่ไม่ได้ขยับไปไหน หรือเล่นเกมที่มีหน้า UI บางส่วนอยู่ในตำแหน่งเดิมตลอดเป็นเวลานาน พยายามสลับจอไปดูอย่างอื่นบ้างเป็นพัก ๆ
- ปิดหน้าจอเมื่อไม่ใช้งาน นอกจากจะป้องกันจอเบิร์นแล้วยังช่วยประหยัดแบตได้อีกด้วย
- ตั้งค่าปิดหน้าจออัตโนมัติ โดยอาจตั้งไว้ที่ 2 - 5 นาที
- หลีกเลี่ยงการใช้งานหน้าจอโดยปรับความสว่างสูงสุดเป็นเวลานาน พยายามลดความสว่างลงมาให้เหมาะสม หรือจะเปิด Night Mode ไปเลยก็ได้
จอ LCD ก็เบิร์นได้ ไม่ใช่แค่จอ OLED
อาการเบิร์นบนจอ LCD ของจอคอมพิวเตอร์
เนื่องจากอาการจอเบิร์นเกิดขึ้นบ่อยกับสมาร์ทโฟนที่ใช้จอ OLED ทำให้หลายคนเข้าใจว่าอาการนี้จะเกิดขึ้นกับจอ OLED เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วจอ LCD ก็เบิร์นได้เช่นกัน เพียงแต่มีโอกาสน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม หากจอ LCD เกิดอาการเบิร์นขึ้นมาแล้วจะแก้ไขยากกว่าจอ OLED มากเพราะโครงสร้างและการทำงานไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นใครที่ใช้สมาร์ทโฟนจอ LCD ก็ไม่ควรประมาท ควรป้องกันไว้แต่เนิ่น ๆ ตามคำแนะนำข้างต้นดีกว่าครับ
นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com
วันที่ : 31/3/2568
