ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม บทความโทรศัพท์มือถือน่าสนใจ >> ไปเที่ยวจีนควรเปิดโรมมิ่ง (Roaming) internet ค่ายไหน? พร้อมเปรียบเทียบ 3 ค่าย AIS, TrueMove H และ dtac จากการใช้งานจริง ค่ายไหนดี คุ้มค่า และเหมาะกับการใช้งานของเรามากที่สุด มาดูกัน!


ไปเที่ยวจีนควรเปิดโรมมิ่ง (Roaming) internet ค่ายไหน? พร้อมเปรียบเทียบ 3 ค่าย AIS, TrueMove H และ dtac จากการใช้งานจริง ค่ายไหนดี คุ้มค่า และเหมาะกับการใช้งานของเรามากที่สุด มาดูกัน!



 

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ กลับมาพบทีมงาน Thaimobilecenter กับนานาสาระน่ารู้ และข่าวสารในวงการสมาร์ทโฟนอีกครั้งนะครับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาตัวผู้เขียน และทีมงานได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน Mobile World Congress 2017 Shanghai หรือ MWC 2017 ที่จัดขึ้น ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่งภายในงานเป็นการจัดแสดงนวัตกรรม, เทคโนโลยี และสมาร์ทโฟนจากแบรนด์ต่างๆ รวมถึงการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ๆ ของโลกสมาร์ทโฟนด้วย ซึ่งทางทีมงานก็ได้เก็บภาพบรรยากาศบางส่วน พร้อม Live สดส่งตรงจากเมืองเซี่ยงไฮ้มาให้ทุกท่านได้รับชมกันไปบ้างแล้ว วันนี้ตัวผู้เขียนจึงจะสรุปเรื่องสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้นวัตกรรมภายในงาน และน่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่าน หรือท่านที่กำลังจะโปรแกรมจะไปเที่ยวประเทศจีนเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ การเปิดโรมมิ่ง (Roaming) จากเครือข่ายในประเทศไทยไปใช้งานในประเทศจีน

อย่างที่ทราบกันดีว่าในประเทศจีนมีการบล็อค Facebook, LINE, Twitter ฯลฯ หรือโซเชียลมีเดียอื่นๆ เกือบทั้งหมด จะใช้ได้ก็เพียง WeChat หรือ Weibo เท่านั้น ทำให้ผู้ใช้บางส่วนต้องแก้ปัญหาด้วยการสมัคร VPN ไว้ใช้งาน ซึ่งการใช้งาน VPN ก็มีความเสี่ยงที่สัญญาณจะหาย และติดขัดได้มากเช่นเดียวกัน หรืออีกทางเลือกหนึ่งก็คือการเปิดโรมมิ่ง (Roaming) จากประเทศไทยไปใช้งาน แต่ข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดโรมมิ่งของแต่ละค่ายในประเทศจีนก็ยังมีไม่มากนัก ทางทีมงานจึงตัดสินใจสมัครแพ็กเกจโรมมิ่งของทั้ง 3 ค่าย คือ AIS, TrueMove H และ dtac โดยใช้เครื่องทดสอบดังนี้

- iPhone 6s (TrueMove H)
- Vivo V5 Plus (AIS)
- iPhone 6s (dtac)


แล้วไปทดสอบกันที่ เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ให้เห็นกันชัดๆ เลยว่า ค่ายไหนให้เน็ตคุ้มสุด และมีความเร็วสูงสุดกันบ้าง โดยการไปในครั้งนี้กินเวลาทั้งหมด 4 วัน 3 คืน ถ้าทุกท่านพร้อมแล้วขอเชิญติดตามชมรายละเอียดไปพร้อมกันได้เลยครับ

 

รายละเอียดแพ็กเกจที่สมัครใช้งานจากทั้ง 3 ค่าย

(คลิกเพื่อชมภาพขนาดใหญ่)


AIS


แพ็กเกจโรมมิ่ง Non-Stop Data Roaming Zone B ระยะเวลา 5 วัน ราคา 2,000 บาท (ไม่รวม VAT) ใช้อินเทอร์เน็ตเต็มสปีดได้ 2.5GB หลังจากนั้นใช้งานต่อเนื่องที่ความเร็ว 64 Kbps (ใช้งานได้กับเครือข่าย China Unicom และ China Mobile)

TrueMove H


แพ็กเกจโรมมิ่ง Travel SIM Asia ระยะเวลา 8 วัน ราคา 399 บาท (รวม VAT) ใช้อินเทอร์เน็ตเต็มสปีดได้ 4GB หลังจากนั้นใช้งานต่อเนื่องที่ความเร็ว 128 Kbps (ใช้งานได้กับเครือข่าย China Mobile เท่านั้น)

dtac


แพ็กเกจโรมมิ่ง Non-Stop Data Roaming ระยะเวลา 3 วัน ราคา 1,299 บาท (ไม่รวม VAT) ใช้อินเทอร์เน็ตเต็มสปีดได้ 100MB/วัน หลังจากนั้นใช้งานต่อเนื่องที่ความเร็ว 384 Kbps (ใช้งานได้กับเครือข่าย China Unicom และ China Mobile)

 

เปิดใช้งาน Data Roaming และทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต (แบบเต็มสปีด)

เมื่อเครื่องบินจากสายการบิน China Eastern ลงจอด ณ สนามบินผู่ตง เมืองเซี่ยงไฮ้ ตัวผู้เขียนก็ได้เริ่มเปิดใช้งาน Data Roaming ทันที ซึ่งการใช้งานช่วงแรกๆ ภายในสนามบินนั้น สัญญาณจะขาดหายเป็นช่วงๆ คาดว่าน่าจะอยู่ในจุดที่มีผู้ใช้งานเยอะ ทำให้การกระจายสัญญาณไม่ค่อยทั่วถึง แต่เมื่อเดินทางเข้าสู่ใจกลางของตัวเมืองสัญญาณก็เริ่มดีขึ้นเป็นระยะ โดยตัวผู้เขียน และทีมงานเองได้เลือกช่วงเวลาทดสอบในขณะที่สมาร์ทโฟนจับสัญญาณได้ดีที่สุดของพื้นที่นั้นๆ ซึ่งความเร็วอินเทอร์เน็ตของแต่ละค่ายมีรายละเอียด ดังนี้


AIS


ทดสอบครั้งที่ 1 - ความเร็วดาวน์โหลด 44.94 Mbps, ความเร็วอัปโหลด 4.50 Mbps
ทดสอบครั้งที่ 2 - ความเร็วดาวน์โหลด 28.38 Mbps, ความเร็วอัปโหลด 27.04 Mbps
ทดสอบครั้งที่ 3 - ความเร็วดาวน์โหลด 25.22 Mbps, ความเร็วอัปโหลด 39.97 Mbps
ความเร็วเฉลี่ยรวมจากการทดสอบ 3 ครั้ง - ดาวน์โหลด 32.84 Mbps, อัปโหลด 23.83 Mbps
 


ความเร็วหลังจากใช้งานครบจำนวน Data (ลดสปีด)

 

TrueMove H


ทดสอบครั้งที่ 1 - ความเร็วดาวน์โหลด 4.04 Mbps, ความเร็วอัปโหลด 2.65 Mbps
ทดสอบครั้งที่ 2 - ความเร็วดาวน์โหลด 5.34 Mbps, ความเร็วอัปโหลด 7.03 Mbps
ทดสอบครั้งที่ 3 - ความเร็วดาวน์โหลด 8.85 Mbps, ความเร็วอัปโหลด 3.52 Mbps
ความเร็วเฉลี่ยรวมจากการทดสอบ 3 ครั้ง - ดาวน์โหลด 6.07 Mbps, อัปโหลด 4.40 Mbps

 

dtac


ทดสอบครั้งที่ 1 - ความเร็วดาวน์โหลด 33.73 Mbps, ความเร็วอัปโหลด 0.14 Mbps
ทดสอบครั้งที่ 2 - ความเร็วดาวน์โหลด 42.15 Mbps, ความเร็วอัปโหลด 0.30 Mbps
ทดสอบครั้งที่ 3 - ความเร็วดาวน์โหลด 18.30 Mbps, ความเร็วอัปโหลด 0.45 Mbps
ความเร็วเฉลี่ยรวมจากการทดสอบ 3 ครั้ง - ดาวน์โหลด 31.39 Mbps, อัปโหลด 0.29 Mbps
 

ความเร็วหลังจากใช้งานครบจำนวน Data (ลดสปีด)

 

สรุปผลการทดสอบ

จากผลการทดสอบ และการใช้งานทั้งหมดตลอด 4 วัน 3 คืน ในประเทศจีน ผลปรากฏว่าอัตราความเร็วในการดาวน์โหลดจากแพ็กเกจ Data Roaming ของแต่ละค่ายกับความเร็วระดับ Max Speed มีผลการทดสอบที่แตกต่างกันออกไป โดยสรุปได้ดังนี้
 

(คลิกเพื่อชมภาพขนาดใหญ่)

 

ทดสอบการใช้งานในความเร็ว Max Speed

 

ทดสอบใช้งานในความเร็วแบบลดสปีด

 

(อ้างอิงความเร็วในส่วน Upload สำหรับการ Live Stream - ขอบคุณภาพจาก livestream.com)


TrueMove H ให้จำนวน Data เต็มสปีดใช้งานเยอะที่สุด แต่จับสัญญาณได้ปานกลาง (เน็ตเต็มสปีดคิดเป็นอัตรา 100MB / 10 บาท)

แม้ว่าความเร็วของซิมโรมมิ่งจาก TrueMove H จะไม่ได้เร็วมาก แต่จุดเด่นที่สุดของซิมนี้อยู่ที่จำนวน Data ที่ให้มาใช้อย่างจุใจถึง 4GB ซึ่งน่าจะเพียงพอสำหรับการใช้งานโดยทั่วไปในระยะเวลาประมาณ 4-5 วัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่น Facebook, ส่ง LINE, เปิด Instagram หรือแม้แต่ส่งไฟล์ภาพขนาดใหญ่ก็ทำได้โดยไม่ต้องห่วงว่าเน็ตจะหมด ยกเว้นกรณีที่ใช้งาน Youtube แบบตลอดทั้งวันก็อาจทำให้ Data หมดเร็วกว่าปกติ โดยส่วนตัวผู้เขียนเองใช้งานทั่วไปทั้งโซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชันแชท รวมไปถึงการดู Youtube (ในช่วงที่สัญญาณเอื้ออำนวย) ก็ยังเหลือ Data ตอนก่อนขึ้นเครื่องกลับไทยประมาณ 1.7GB ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานทีเดียว แต่จุดที่ต้องพิจารณาของซิม TrueMove H ก็คือ ความเสถียรของสัญญาณจะไม่คงที่มากนัก บางพื้นที่อาจมีสัญญาณเต็ม, บางพื้นที่จับได้แต่สัญญาณโทรศัพท์ แต่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต หรือบางพื้นที่ก็มีขึ้น No Service บ้างเป็นระยะเวลาสั้นๆ แล้วกลับมาจับสัญญาณใหม่อีกครั้ง จึงอาจทำให้การใช้งานไม่ค่อยต่อเนื่องมากนัก แต่ในภาพรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีทีเดียว

*สรุป - ซิม TrueMove H เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเล่นโซเชียล, โพสต์ภาพ, คุยแชท, เล่น IG และดูยูทูปเล็กน้อย (เพราะมีกระตุกบางจังหวะที่สัญญาณหาย)


AIS ความเร็วการดาวน์โหลด และอัปโหลดสูงที่สุด แต่มีจำนวน Data เต็มสปีดปานกลาง (เน็ตเต็มสปีดคิดเป็นอัตรา 100MB / 80 บาท)

สำหรับการใช้งานของซิม AIS ค่อนข้างมีสัญญาณที่เสถียรที่สุดจากทั้ง 3 ค่าย และมีความเร็วที่ถือว่าเร็วมากๆ ด้วย โดยความเร็วของการใช้งานจะอยู่ที่ราวๆ 25 - 45 Mbps (ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ใช้งาน) โดยการเล่นโซเชียล หรือดาวน์โหลดคลิปวิดีโอบน Youtube ก็ทำได้แบบลื่นไหลเป็นอย่างมาก ซึ่งทีมงานก็ใช้ซิม AIS สำหรับการไลฟ์สดถ่ายทอดบรรยากาศกลับมาให้ชมกัน ซึ่งก็ไม่มีอาการติดขัดให้เห็นแต่ประการใด แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาแพ็กเกจที่ค่อนข้างสูงพอสมควรเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีจำนวน Data มาให้ที่ 2.5GB ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง หากใครที่ชอบไลฟ์บ่อยๆ หรือชอบเปิดยูทูปตลอดทั้งวันก็อาจทำให้ Data หมดไปอย่างรวดเร็วได้ เพราะทีมงานทำไลฟ์ได้ราวๆ 30 นาที ก็เสีย Data ไปประมาณ 500MB แล้ว

*สรุป - ซิม AIS เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการเน็ตแรงๆ เช่น ไลฟ์สด, อัปโหลดคลิปวิดีโอ, การติดต่องานสำคัญต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการสัญญาณเน็ตที่เสถียรมากๆ แบบไม่มีอาการติดๆ ดับๆ และสามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหลต่อเนื่อง


dtac มีความเร็วเน็ต FUP สูงสุดที่ 384 Kbps แต่มีจำนวน Data เต็มสปีดน้อยที่สุด (เน็ตเต็มสปีดคิดเป็นอัตรา 100MB / 434 บาท)

ความเร็วจากการใช้งานซิม dtac ก็จัดว่าเร็วแรงพอสมควรเลยทีเดียว เพราะมีความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 31.39 Mbps แต่ว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบเต็มสปีดนี้จะใช้งานได้แค่ 100MB/วัน เท่านั้น แต่ถ้าหากใช้งานจนครบจำนวนแล้วก็ยังสามารถใช้งานต่อเนื่องได้อีกที่ความเร็ว 384 Kbps ซึ่งถือว่าเร็วกว่าเจ้าอื่นๆ ทั้งหมด โดยความเร็วระดับนี้สามารถใช้งานโซเชียลมีเดีย, คุยแชทในแอปพลิเคชันต่างๆ, ใช้บริการ Net Call หรือโพสต์ภาพได้แบบสบายๆ แต่อาจจะไม่เหมาะกับการชม Youtube เพราะอาจจะรับชมได้ที่ความละเอียดต่ำ (ประมาณ 144p หรือ 240p ซึ่งภาพที่ได้จะค่อนข้างแตกพร่าพอสมควร) หรือไลฟ์สดเท่าใดนัก

*สรุป - ซิม dtac เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานแบบ Net Call หรือการโทรกลับประเทศไทยแบบตลอดเวลา และสามารถใช้งานโซเชียล หรือคุยแชทได้ในระดับหนึ่ง แต่จะไม่เหมาะกับผู้ที่ชอบดู Youtube หรือไลฟ์สดลง Facebook เพราะความเร็วในการ Upload ไม่เพียงพอ

 


เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตจากแพ็กเกจโรมมิ่ง (Roaming) ของค่ายต่างๆ จะเห็นได้ว่าแต่ละค่ายก็มีจุดเด่นในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งทีมงานก็ขอให้ผู้ใช้ศึกษารายละเอียดของแพ็กเกจให้ดีเสียก่อน ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใช้นะครับ เพราะประเทศจีนเป็นประเทศที่กว้างใหญ่มาก บางเมืองก็อาจจะจับสัญญาณได้แตกต่างกันออกไป แต่สำหรับเมืองเซี่ยงไฮ้นั้นเป็นเมืองใหญ่ และเป็นเมืองธุรกิจที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ให้ใช้งานได้อย่างทั่วถึง จึงทำให้ระดับสัญญาณน่าจะค่อนข้างดี และสามารถใช้เป็นพื้นฐานในการตรวจสอบข้อมูลได้ 

และต้องย้ำกันอีกทีว่า การเปิดโรมมิ่ง (Roaming) จากประเทศไทยไปนั้น ทำให้เราสามารถใช้งานโซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชันต่างๆ ได้ตามปกติ โดยไม่ถูกบล็อคการใช้งานแต่อย่างใด ถ้าหากท่านใดที่กำลังจะไปเที่ยว หรือจำเป็นต้องไปที่ประเทศจีน ทางทีมงานก็หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ข้อมูลกับท่านผู้อ่านในเบื้องต้นได้นะครับ สำหรับวันนี้ทีมงาน Thaimobilecenter ต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีครับ

 

*หมายเหตุ : ผลการทดสอบสัญญานในบทความนี้เป็นการทดสอบสัญญานจากการใช้งานจริงของทีมงาน บริเวณโรงแรมที่พักในเมืองเซี่ยงไฮ้ (Jin Jiang Tower Hotel) รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงในเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ดีในการใช้งานจริงผลที่ได้อาจมีความแตกต่างจากนี้ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับ รุ่นมือถือที่ใช้ สถานที่และเวลาที่ทำการทดสอบ

 

นำเสนอบทความโดย : thaimobilecenter.com



วันที่ : 5/7/60


  แสดงความคิดเห็นที่นี่
ชื่อผู้โพสต์  (สมาชิกlogin ที่นี่) / สมัครสมาชิก
*
รายละเอียด
*

 
           Tags | More Smiles
ใส่ปี พ.ศ. ปัจจุบัน   ใส่เฉพาะปี พ.ศ. 4 ตัวเท่านั้น  
 












    Catalog มือถือ     market     Review มือถือ      ราคามือถือ     forum
Catalog มือถือ
Catalog มือถือ Nokia
Catalog มือถือ Samsung
Catalog มือถือ SonyEricsson
Catalog มือถือ i-mobile
Catalog มือถือ LG
Catalog มือถือ BlackBerry
ลงประกาศสินค้ามือถือ
สมัครสมาชิก
หน้าแรกตลาดซื้อขายมือถือ
 
หน้าแรกรีวิว
รีวิว มือถือ Nokia
รีวิว มือถือ Samsung
รีวิว มือถือ Motorola
รีวิว มือถือ LG
 

ราคามือถือ Samsung
ราคามือถือ iPhone
ราคามือถือ Huawei
ราคามือถือ OPPO
ราคามือถือ Vivo
   
   
หน้าแรก cafe
Nokia club
ตั้งหัวข้อใหม่
 

© Copyright all rights reserved : ThaiMobileCenter.com