หลังจากที่ Samsung Galaxy K zoom ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในโลก
(Global Launch) เมื่อช่วงสายของวันที่ 29 เมษายน ที่ผ่านมา ในงาน KAPTURE THE MOMENT ซึ่งจัดขึ้นที่
Red Dot Design Museum ในประเทศสิงคโปร์
โดยในงานดังกล่าวทีมงานของเราก็ได้รับเกียรติจากทาง ซัมซุง
ให้ไปร่วมสัมผัสกับตัวจริงเสียงจริงของ Samsung Galaxy K zoom เป็นครั้งแรกในโลกด้วยเช่นกัน ซึ่งก็ต้องบอกว่า Samsung Galaxy K
zoom รุ่นนี้มีพัฒนาการจาก Samsung Galaxy S4 Zoom มาค่อนข้างมาก
ทั้งในเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเพรียวบาง เหมาะแก่การพกพามากขึ้น
รวมไปถึงฟีเจอร์ต่างๆ ที่ครบเครื่องกว่าเดิม
เพื่อให้สมกับการเป็นสมาร์ทโฟนที่เกิดมาเพื่อการถ่ายภาพ 
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น
ในแง่หนึ่ง ด้วยความโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของ Samsung Galaxy K zoom เราก็สามารถให้นิยามว่าเป็น สมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายภาพ
ได้อย่างเต็มปาก แต่ภายหลังจากที่ทีมงานของเรามีโอกาสได้ร่วมสัมภาษณ์ คุณวิชัย
พรพระตั้ง (รองประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด) ก็ทำให้ทราบว่า
แท้จริงแล้วทาง ซัมซุง ต้องการจะให้นิยาม Samsung Galaxy K zoom ว่าเป็น โซเชียลดีไวซ์ (Social Device) แทนคำนิยามแบบเดิมๆ เสียมากกว่า ดังนั้นในวันนี้เราจะไปดูกันว่าเพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
ตลอดจนไปศึกษาข้อมูลเบื้องลึกกันว่า Samsung Galaxy K zoom นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร
และมีความน่าสนใจมากน้อยขนาดไหน
เพราะเหตุใด Samsung Galaxy K zoom จึงเรียกว่าเป็น
โซเชียลดีไวซ์?
หลายคนอาจจะเกิดความสงสัยว่า เพราะเหตุใด ซัมซุง
ถึงต้องการนิยาม Samsung Galaxy K zoom ให้เป็นโซเชียลดีไวซ์
มากกว่าที่จะนิยามให้เป็นสมาร์ทดีไวซ์, สมาร์ทโฟน หรือสมาร์ทคาเมร่า ทีมงานของเรามีคำตอบให้กับท่าน
เพราะจากการที่ทีมงานของเรา และเพื่อนสื่อมวลชนชาวไทยที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน
ได้มีโอกาสนั่งพูดคุยกับ คุณวิชัย อยู่ร่วมชั่วโมง ก็ทำให้เข้าใจได้ว่า
คำว่าโซเชียลดีไวซ์นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร ซึ่งจากการที่ คุณวิชัย ได้แสดงทรรศนะต่างๆ
เกี่ยวกับ Samsung Galaxy K zoom อยู่พักใหญ่ ก็พอจะสรุปใจความสำคัญได้ดังนี้ 
จากการที่ ซัมซุง
ได้เฝ้าสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้บริโภคชาวไทย
ก็ทำให้เห็นตัวเลขสถิติต่างๆ ที่บ่งบอกได้ชัดเจนว่า ผู้บริโภคชาวไทยนั้นใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างจริงจังในอันดับต้นๆ
ของโลกเลยทีเดียว ด้วยบัญชีเฟสบุ๊คเฉพาะของผู้บริโภคชาวไทยที่มีอยู่กว่า 28 ล้านบัญชี
(เฉพาะบัญชีที่แอคทีฟ) และอินสตาแกรมอีกกว่า 8 แสนบัญชี ซึ่งแน่นอนว่าแทบทั้งหมดจะเป็นการแชร์รูป
โดยในฝั่งของเฟสบุ๊คนั้นแชร์กันถึง 16.5-17 ล้านรูปต่อวัน
และในฝั่งของอินสตาแกรมก็แชร์กันถึง 5 หมื่นรูปต่อวัน
ซึ่งนั่นก็หมายความว่าผู้บริโภคเหล่านี้ ส่วนใหญ่แล้วจะมีการโพสต์รูปอยู่ทุกวัน
และจากการศึกษาข้อมูลต่อไป ก็พบว่าผู้บริโภคที่ใช้งานสมาร์ทโฟน,
แท็บเล็ต หรือสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ นั้น กว่า 90% ของผู้บริโภคเหล่านี้
ใช้งานกล้องดิจิตอลอยู่ตลอดในชีวิตประจำวัน เรียกว่าเป็นหนึ่งในฟังก์ชันที่ขาดไม่ได้
รวมถึงแอพพลิเคชั่นที่มักจะดาวน์โหลดมาใช้งานกัน ก็มักจะเป็นแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวกับการถ่ายรูป
หรือตกแต่งรูป
จากในอดีต การเกิดสังคม หรือโซเชียล จะเกิดได้ก็ต่อเมื่อคนหลายๆ
คนนัดกันเพื่อพบปะพูดคุยกับแบบซึ่งๆ หน้า ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่ง แต่ ณ
ปัจจุบันไม่ใช่แบบนั้น เพราะโซเชียลเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา แม้ว่าแต่ละคนจะอยู่คนละสถานที่
หรือคนละมุมโลกก็ตาม และไม่จำเป็นต้องเป็นเวลาเดียวกันเสียด้วยซ้ำ 
ด้วยเหตุนี้ ซัมซุง จึงครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไร
ที่จะพัฒนานวัตกรรมเพื่อมาเติมเต็มชีวิตของผู้บริโภคเหล่านี้ที่เน้นในเรื่องของโซเชียล
หรือการแชร์สิ่งต่างๆ ได้ มีฟังก์ชันอะไรบ้างที่ผู้บริโภคใช้แล้วจะมีความสุขฟังก์ชันดังกล่าว
ซึ่งจริงๆ แล้ว ซัมซุง ก็ได้คิดถึงเรื่องพวกนี้มาตั้งแต่การพัฒนา Samsung Galaxy Camera แล้วเสียด้วยซ้ำ
พฤติกรรมโดยทั่วไปของผู้บริโภคกลุ่มนี้ก็คือถ่ายรูปเสร็จแล้วก็ต้องแชร์ทันที
ไม่ใช่ถ่ายเสร็จแล้วเก็บไว้ดูคนเดียว
เพราะความต้องการที่แท้จริงก็คือการบอกให้คนอื่นรับรู้ว่าเราเจออะไร, ทำอะไร,
อยู่ที่ไหน, กินอะไร และอื่นๆ เรียกได้ว่ามีความสุขกับสิ่งเหล่านี้
แล้วทีนี้หากมามองกันที่ฟังก์ชันของกล้องดิจิตอล ก็ต้องมาคิดต่อกันว่าสิ่งไหนของการใช้งานกล้องดิจิตอลที่ผู้บริโภคต้องการ
แต่ผลิตภัณฑ์ ณ ปัจจุบันยังไม่มีให้ใช้
เรื่องแรกก็น่าจะเป็นเรื่องของ Optical Zoom หรือการซูมด้วยเลนส์
ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ยาก และต้องการนวัตกรรม
หรือเทคโนโลยีระดับสูงในการพัฒนาขึ้นมา และ ซัมซุง ก็พยายามพัฒนามาตลอดตั้งแต่ Samsung
Galaxy Camera มาจนถึง Samsung Galaxy S4 Zoom และสุดท้ายก็มาถึงรุ่นล่าสุดอย่าง Samsung Galaxy K zoom 
Samsung
Galaxy K zoom นั้นสามารถซูมด้วยเลนส์ได้ 10 เท่า และมีความละเอียดสูงสุดของภาพถ่ายอยู่ที่ 20.7
ล้านพิกเซล ซึ่งในแง่ของความละเอียด 20.7
ล้านพิกเซล นั้นดูเหมือนไฟล์ภาพจะมีขนาดใหญ่เกินความจำเป็นสำหรับการโพสต์ลงบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก
เนื่องจากในความเป็นจริง รูปภาพก็ต้องถูกลดทอนคุณภาพ และความละเอียดลงไปก่อนโพสต์อยู่ดี
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในเมื่อไฟล์ต้นฉบับมีคุณภาพสูง ก็ย่อมได้เปรียบกว่า และยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ด้วย
เช่นการสั่งพิมพ์, เปิดดูบนจอภาพความละเอียดสูง หรืออื่นๆ รวมถึงในแง่ของการซูมด้วยเลนส์
10 เท่าก็ถือว่าเป็นความได้เปรียบเช่นกัน เพราะในสมาร์ทโฟนทั่วไปจะเป็นเพียงการซูมแบบดิจิตอล
(Digital Zoom) ถึงแม้จะซูมเข้าไปใกล้ๆ ได้
แต่รายละเอียดก็จะหายไปมากกว่าอย่างชัดเจน จนแทบจะเอาไปใช้งานจริงไม่ได้
และในเมื่อ Samsung Galaxy K zoom สามารถซูมด้วยเลนส์ได้ 10
เท่า ซึ่งจะมีโอกาสเกิดการสั่นได้มากกว่าปกติ ดังนั้น ซัมซุง
จึงได้ใส่เทคโนโลยีป้องกันการสั่นแบบ OIS (Optical Image Stabilization)
มาให้ เพื่อแก้ปัญหาในจุดนี้
กลุ่มเป้าหมายหลักของ Samsung Galaxy K Zoom นั้นไม่ใช่นักถ่ายภาพมือโปร
แต่เป็นผู้บริโภคทั่วๆ ไป คนเดินถนนทั่วๆ ไป ที่เน้นอะไรง่ายๆ
ไม่ได้เข้าใจเทคโนโลยีอะไรลึกซึ้งมากมาย เดินไปไหน หรือเจออะไร ก็กดถ่ายได้เลย
ซึ่งก็เป็นเหตุผลให้ ซัมซุง
ได้พยายามใส่ฟังก์ชันอำนวยความสะดวกสำหรับการถ่ายภาพมาให้มากมาย เช่นโหมด Pro
Suggest ที่ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องรู้ถึงทฤษฎีการถ่ายภาพขั้นสูง
แค่รู้ว่าอยากได้ภาพแบบไหนก็เลือกได้ทันที กล่าวคือผู้บริโภคเหล่านี้ยังมีเรื่องอื่นๆ
ในชีวิตให้ต้องครุ่นคิดอีกเยอะ เพราะฉะนั้นการถ่ายภาพด้วย Samsung Galaxy K
zoom ต้องไม่ไปเพิ่มความยุ่งยากให้กับชีวิตของผู้บริโภคเหล่านี้อีก
เพราะเหตุใดจึงต้องใช้ตัว K เป็นชื่อรุ่น?
ที่ผ่านไปข้างต้น ก็เป็นใจความสำคัญช่วงแรกที่ คุณวิชัย
ได้แสดงทรรศนะเอาไว้ แต่ยังมีอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่หลายคนน่าจะสนใจก็คือ เพราะเหตุใด
ซัมซุง จึงเลือกใช้ตัว K มาเป็นองค์ประกอบในชื่อรุ่น คำตอบก็คือ ซัมซุง
ต้องการที่จะสร้างกลุ่มผลิตภัณฑ์ขึ้นมาใหม่
ซึ่งแยกตัวออกมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ที่ ซัมซุง ปลุกปั้นมานาน
จนตอนนี้หากใครได้เห็นคำว่า Galaxy บนผลิตภัณฑ์รุ่นใด ก็จะนึกถึงสมาร์ทโฟน
หรือแท็บเล็ตแอนดรอยด์ได้ทันที
และได้แตกไลน์ออกไปมากมายเช่นสมาร์ทโฟนจอใหญ่อย่างตระกูล Galaxy Mega หรือสมาร์ทโฟนเขียนได้อย่างตระกูล Galaxy Note ซึ่ง
ณ เวลานี้ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ของซัมซุงก็ได้มาอยู่ในจุดที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จแล้ว
ดังนั้นก็ถึงเวลาแล้วที่ ซัมซุง จะเริ่มต้นปลุกปั้นผลิตภัณฑ์กลุ่มใหม่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
ซึ่งก็คือผลิตภัณฑ์ที่เน้นในเรื่องของกล้องดิจิตอล ด้วยเหตุผลสำคัญที่ว่า 90%
ของผู้ที่ใช้งานสมาร์ทดีไวซ์ ต้องใช้งานกล้องดิจิตอลอยู่เป็นประจำในชีวิตประจำวัน
ดังที่กล่าวไว้ข้างต้นนั่นเอง

เพราะเหตุนี้ฟีเจอร์กล้องดิจิตอลจึงถือว่าสำคัญสำหรับผู้บริโภคในสมัยนี้เป็นอย่างยิ่ง
และสำคัญในขนาดที่ ซัมซุง ตัดสินใจตั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะ และบ่งบอกตัวตนของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มใหม่นี้ด้วยตัวอักษร
K ซึ่งตัว K
เกิดจากการเล่นคำสำคัญบางคำ เช่นคำว่า Camera หรือ
Capture ซึ่งล้วนแต่เป็นคำที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายภาพทั้งสิ้น
คล้ายกับการใช้คำว่า Note เพื่อบ่งบอกเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ในตระกูล
Galaxy Note นั่นเอง จึงทำให้เห็นว่า ซัมซุง
เอาจริงเอาจัง และมั่นใจกับผลิตภัณฑ์ตระกูล K นี้แบบเต็มร้อย รวมถึงตั้งใจจะทำตลาดอย่างเต็มตัว
สรุปฟีเจอร์เด่นของ Samsung Galaxy K zoom
อันที่จริงแล้วในวงสัมภาษณ์นี้ ก็ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับภาพรวมของเหล่าสมาร์ทดีไวซ์อื่นๆ
อีกบ้างพอสมควรจากการได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ คุณวิชัย แต่เนื้อหาหลักๆ
เกี่ยวกับที่มาที่ไปของ Samsung Galaxy K zoom ก็น่าจะเพียงพอแล้วในเนื้อหาข้างต้น
และเนื้อหาถัดไปเราจะมาดูกันต่อว่า Samsung Galaxy K zoom รุ่นนี้นั้น
จะมีฟีเจอร์เด่นอะไรที่ใส่มาให้ผู้ใช้งานอย่างเราๆ ได้ประทับใจกันบ้าง

คุณ Sun Hong Lim ผู้ดำรงตำแหน่ง
Senior Vice President (Mobile Communications Business Samsung Electronics)
ขึ้นกล่าวต้อนรับสื่อมวลชน และแนะนำ Samsung Galaxy K zoom ด้วยตนเอง

โลกยุคนี้
เป็นโลกของโซเชียลเน็ตเวิร์ก

จากการสำรวจ
ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนกว่า 55% ยังไม่พอใจกับคุณภาพของรูปภาพที่ถ่ายได้

Samsung Galaxy K zoom สามารถซูมด้วยเลนส์ได้ 10 เท่า (10x Optical
Zoom)

เซ็นเซอร์กล้องมีความละเอียด
20.7 ล้านพิกเซล
พร้อมระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS (Optical Image Stabilizer) และไฟแฟลชแบบซีนอน
(Xenon)

ตัวเครื่องออกแบบให้สามารถจับถือได้ถนัดมือมากขึ้น

เป็นสมาร์ทโฟนที่โดดเด่นเป็นพิเศษในเรื่องของกล้องดิจิตอล

คุณ Eugene Goh ผู้ดำรงตำแหน่ง
Vice President (Mobile Communications Business Samsung Singapore)
ขึ้นมากล่าวถึงตัว K ที่สามารถแทนความหมายได้ทั้ง Komfortable
Grip, Kamera Essentials, Kapture the Moment และ Kompelling
Performance

มาพร้อมดีไซน์ที่บางเฉียบ
และเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ประโยชน์ของระบบป้องกันการสั่นแบบ
OIS

เซ็นเซอร์รับภาพเป็นแบบ BSI CMOS (Back-Side
Illuminated Sensor)

โหมดเลือกภาพที่ดีที่สุดจาก
3 ภาพ

ระบบโฟกัสตามวัตถุที่เคลื่อนไหว

ฟังก์ชัน Instant Camera Mode มีความพิเศษคือ ในขณะที่อยู่บนหน้า Lock Screen เมื่อเรากดปุ่มเพิ่มเสียง
กับปุ่มชัตเตอร์พร้อมกัน กล้องจะพร้อมถ่ายภาพในเวลาเพียง 0.3 วินาที

ใช้หน่วยประมวลผลแบบ Hexa-Core Processor
(Quad-Core ARM Cortex-A7 Processor ความเร็ว
1.3 GHz + Dual-Core ARM Cortex-A15 ความเร็ว 1.7 GHz)

ใช้จอแสดงผลแบบ HD Super AMOLED ขนาด 4.8 นิ้ว

หน่วยความจำ RAM ขนาด 2
GB และมีแบตเตอรี่ความจุ 2,430 mAh

มาพร้อมกับโหมดประหยัดพลังงานแบบพิเศษที่เรียกว่า
Ultra Power Saving Mode เช่นเดียวกันกับ Samsung Galaxy S5 เพียงแต่สีของหน้าจอจะไม่ได้เป็นสีขาว-ดำ

มีโหมดการใช้งานสำหรับเด็กอย่าง
Kids Mode

รองรับการใช้งานร่วมกับ Auto Pop Cover

รองรับการใช้งานร่วมกับ Vivid Leather Cover และ Protective Cover+

ผู้ซื้อ Samsung Galaxy K zoom จะได้รับสิทธิพิเศษดีๆ จาก Galaxy Gifts มากมาย
สัมผัสแรก Samsung Galaxy K zoom
หลังจากที่ได้ร่วมชมการนำเสนอรายละเอียดต่างๆ ของ Samsung Galaxy K zoom บนเวทีจบกันไปแล้ว ก็ถึงเวลาที่ ซัมซุง
เปิดโอกาสให้บรรดาสื่อมวลชนได้สัมผัสกับตัวจริงเสียงจริงของ Samsung Galaxy
K zoom กันเสียที ซึ่งแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ
แต่ทีมงานของเราก็พอที่จะเก็บภาพมาฝากทุกท่านกันได้บ้างบางส่วน ซึ่งก็คงจะได้เพียงแค่อารมณ์ของการสัมผัสแรกเท่านั้น
ส่วนรีวิวแบบเต็มๆ คงต้องรอให้ทาง ซัมซุง ส่งเครื่องมาให้ทดสอบกันอีกครั้งหนึ่ง
ได้สัมผัสกันเสียที
สำหรับตัวจริงเสียงจริงของ Samsung Galaxy K zoom

ดีไซน์ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง
จะประกอบไปด้วยเลนส์กล้อง, ไฟแฟลช Xenon และไฟแฟลช LED

หากไม่ซูม
เลนส์ก็จะยื่นออกมาไม่มาก

แต่เมื่อซูมจนสุดกระบอก (10x)
ก็จะยื่นยาวออกมาประมาณนี้

ตัวเครื่องสีดำ
สำหรับคนชอบความเข้มขรึมดุดัน

เลนส์ที่ใช้
จะมีระยะซูมอยู่ที่ 24-240 มิลลิเมตร (ซูม 10
เท่า) ส่วนค่ารูรับแสงจะอยู่ระหว่าง F3.1-F6.3

ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะมีช่องใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ
microSD ซึ่งรองรับได้สูงสุดขนาด
64 GB

ที่ด้านขวาของตัวเครื่องจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียง,
ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง หรือล็อคหน้าจอ และปุ่มชัตเตอร์แบบ 2 จังหวะ

ที่ด้านบนของตัวเครื่องจะมีช่องใส่หูฟังมาตรฐานขนาด
3.5 มิลลิเมตร

ที่ด้านล่างของตัวเครื่องจะมีช่องเชื่อมต่อแบบ
microUSB สำหรับการชาร์จแบตเตอรี่
และการโอนถ่ายข้อมูล

ตัวเครื่องสีฟ้า
สำหรับคนชอบสีสันสดใส

มุมด้านข้างของตัวเครื่องสีฟ้า

อินเทอร์เฟสขณะใช้งานกล้องดิจิตอล
ซึ่งดูเหมือนว่าจะสามารถปรับความเร็วชัตเตอร์ กับรูรับแสงได้ด้วย

มาพร้อมกับโหมด Pro Suggest ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเลือกสไตล์ของรูปภาพระดับมืออาชีพได้ถึง 62 รูปแบบ

โหมด Selfie Alarm สำหรับการถ่ายภาพตนเอง โดยที่ไม่ต้องยืมมือคนอื่น

หน้าโฮมสกรีนแบบ TouchWiz UI โดย Samsung Galaxy K zoom จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ
Android เวอร์ชัน 4.4.2 หรือ KitKat
นั่นเอง

หน้ารวมแอพพลิเคชั่นที่อยู่ด้านใน
ก็เหมือนกับสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ทั่วไปของซัมซุง

หน้าจัดการแอพพลิเคชั่นที่เปิดใช้งานล่าสุด 
หน้าตาของตัวเครื่องเมื่อสวมใส่
Auto Pop Cover

เมื่อสวมใส่ Auto Pop Cover ก็จะดูมีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น และก็ดูใหญ่ขึ้นด้วยเช่นกัน
สรุปคุณสมบัติเด่นของ Samsung Galaxy K zoom
คุณสมบัติเด่นของ Samsung Galaxy K zoom หากไม่นับเรื่องของกล้องดิจิตอลแล้ว
ก็เทียบได้กับสมาร์ทโฟนระดับกลาง โดยจะมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังต่อไปนี้ 
- จอแสดงผลแบบ Super AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1280x720
Pixels (HD 720p : กว้าง 4.8 นิ้ว :
306 ppi)
- หน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Mali-T624
- กระจกหน้าจอแบบ Corning Gorilla Glass 3
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันแรงกระแทก หรือรอยขีดข่วน
- ประมวลผลการทำงานด้วย Hexa-Core Processor (Quad-Core ARM Cortex-A7 Processor ความเร็ว 1.3 GHz + Dual-Core
ARM Cortex-A15 ความเร็ว 1.7 GHz)
- ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน
4.4.2 (KitKat)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 8 GB
- หน่วยความจำ RAM ขนาด 2 GB
- รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card
(TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 64 GB
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ WiFi, LTE (บางโมเดล),
HSPA+, EDGE และ GPRS
- รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่านทาง NFC และ Bluetooth
- ระบบ GPS ในตัว พร้อมฟังก์ชัน A-GPS
- กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 20.7
ล้านพิกเซล
- เซ็นเซอร์รับภาพ BSI ขนาด 1/2.3 นิ้ว
- ไฟแฟลชในตัว (Xenon Flash และ LED
Flash)
- ซูมภาพด้วยเลนส์ได้ 10 ระดับ (10x Optical Zoom)
- ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS (Optical Image Stabilization)
- ถ่ายภาพวีดีโอ (Full HD : 1080p : 1920x1080 Pixels : 60 fps)
- กล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 2 ล้าน Pixels
- แบตเตอรี่ Li-Ion 2430 mAh
- โหมดประหยัดพลังงานแบบ Ultra Power Saving Mode
ข้อมูลเพิ่มเติม : Samsung Galaxy K zoom
สรุปส่งท้าย

ก็ไม่น่าแปลกใจที่ Samsung Galaxy K zoom ดูจะมีผลตอบรับที่ดีพอสมควร
ด้วยการที่มีพัฒนาการขึ้นจากรุ่นพี่อย่าง Samsung Galaxy S4 Zoom อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในเรื่องของการออกแบบดีไซน์ที่เพรียวบาง
เล็กกะทัดรัด น่าพกพามากขึ้น พร้อมคุณสมบัติที่สดใหม่กว่าเดิม ซึ่งดูแล้วก็คงจะเหมาะกับกลุ่มผู้ใช้งานที่เน้นความสะดวกรวดเร็วในการถ่ายภาพ
และแชร์ภาพขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์ก ตามนิยามของ โซเชียลดีไวซ์ ที่
ซัมซุง ได้ให้ไว้ ด้วยการออกแบบฟีเจอร์ให้ใช้งานได้ง่าย ไม่ต้องเป็นช่างภาพมืออาชีพ
และไม่จำเป็นต้องเชี่ยวชาญเทคนิคการถ่ายภาพ ก็สามารถนำภาพสวยๆ ไปแชร์ไปอวดเพื่อนๆ
ได้สบายๆ ส่วนราคาเปิดตัวของ Samsung Galaxy K zoom นั้น ทาง
ซัมซุง ยังไม่ได้มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ
แต่คาดว่าจะไล่เลี่ยกับรุ่นก่อนหน้านี้อย่าง Samsung Galaxy S4 Zoom ซึ่งเปิดตัวที่ราคา 15,800 บาท
และคาดว่าจะพร้อมเปิดตัว และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้
บทความโดย : Thaimobilecenter.com
วันที่ : 2/6/57
|