วางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ Nokia X (Nokia X Dual SIM) แอนดรอยด์โฟนรุ่นแรกจากโนเกีย ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Nokia X Software Platform 1.0 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่มีพื้นฐานอยู่บน Android Open Source Project ทำให้สามารถติดตั้งแอพพลิเคชั่นสำหรับแอนดรอยด์ได้มากมาย และถึงแม้ว่า Nokia X จะไม่มีบริการจากกูเกิล หรือ Google Service เหมือนกับ มือถือแอนดรอยด์ ทั่วๆ ไป เนื่องจากไม่ได้นำฟีเจอร์ของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์มาใส่แบบเต็มๆ แต่ทางโนเกีย ก็ได้นำฟีเจอร์เด่นๆ ของทั้ง โนเกีย และ ไมโครซอฟท์ ไม่ว่าจะเป็น HERE Maps, HERE Drive, Nokia MixRadio หรือ Skype ที่ช่วยสร้างจุดขายให้กับ Nokia X ได้เป็นอย่างดี ซึ่งในวันนี้ ทีมงาน ไทยโมบายเซ็นเตอร์ ได้รับเครื่อง Nokia X มาทดสอบใช้งาน มาดูกันครับว่า Nokia X จะมีความน่าสนใจอย่างไร และมีฟีเจอร์เด่นอะไรกันบ้าง
ดีไซน์ และการออกแบบของ Nokia X 
Nokia X มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4 นิ้ว แบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 800x480 พิกเซล ซึ่งดีไซน์โดยรวมนั้น เน้นให้ดูมีสีสันที่สดใส คล้ายกับสมาร์ทโฟนในตระกูล Asha มากทีเดียว 
ด้านบนของหน้าจอแสดงผลนั้น ประกอบด้วย ลำโพงสำหรับสนทนา, Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน และ Ambient Light Sensor สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอโดยอัตโนมัติ โดย Nokia X รุ่นนี้ ไม่มีกล้องด้านหน้าครับ 
ส่วนด้านล่างของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย ปุ่ม Back หรือปุ่มย้อนกลับ ซึ่งใช้งานได้ 2 แบบด้วยกัน นั่นก็คือ แตะ 1 ครั้ง เพื่อย้อนกลับ หรือแตะค้างเพื่อกลับสู่หน้า Home ส่วนใกล้ๆ กันตรงท้ายตัวเครื่อง จะเป็นไมโครโฟนสำหรับสนทนา 

ด้านขวาของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดเครื่อง หรือล็อคหน้าจอแสดงผล กับ ปุ่มปรับระดับเสียง ส่วนด้านซ้ายของตัวเครื่อง ไม่มีปุ่มควบคุมการทำงานใดๆ 

ด้านบนของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ช่องหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร ส่วนด้านล่างของตัวเครื่อง เป็นพอร์ต microUSB สำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ หรือชาร์จแบตเตอรี่ 


สำหรับฝาหลังตัวเครื่อง จะเป็นพื้นผิวแบบด้าน เรียบ สามารถถอดแกะฝาหลังได้ ส่วนกล้องดิจิตอล ความละเอียดอยู่ที่ 3 ล้านพิกเซล ไม่มีไฟแฟลช และด้านล่างตัวเครื่อง จะเป็นลำโพงเสียง 


Nokia X รุ่นนี้ รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด ซึ่งซิมการ์ดที่ใช้ จะเป็นแบบ microSIM และรองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้สูงสุดขนาด 32 GB ส่วนแบตเตอรี่ เป็นแบบ Li-Ion 1500 mAh (BN-01)
Fastlane ให้คุณเข้าถึง Social Network และการใช้งานอื่นๆ ได้ในหน้าจอเดียว สำหรับฟีเจอร์ Fastlane นั้น คงจะคุ้นชื่อกันดีอยู่แล้ว เพราะฟีเจอร์นี้ ถือว่าเป็นฟีเจอร์เด่นบน Nokia Asha และทางโนเกีย ก็ได้หยิบยก Fastlane มาใส่บน Nokia X ด้วยเช่นกัน โดย Fastlane นั้น เป็นฟีเจอร์ที่ทำให้ผู้ใช้ Nokia X สามารถเข้าถึงทุกการใช้งานได้ภายในหน้าจอเดียว แบบเดียวกับ Nokia Asha นั่นเองครับ 
โดยการเข้าใช้งาน Fastlane บน Nokia X นั้น สามารถทำได้อย่างง่ายดาย ด้วยการปัดหน้าจอไปทางด้านซ้าย หรือด้านขวา ซึ่งจะเห็นว่า Fastlane นั้น ได้รวมเอาทุกการใช้งานไว้ในที่ๆ เดียว คล้ายกับ Recent Apps บนระบบปฏิบัติการ Android นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็น ข้อความ หรืออัพเดทต่างๆ จาก Social Network ก็สามารถคลิกแล้วเข้าสู่แอพพลิเคชั่นนั้นๆ ได้ทันที 
ส่วนการลบการแจ้งเตือน หรือข้อความต่างๆ ก็สามารถทำได้ด้วยการ แตะค้างที่ข้อความที่ต้องการจะลบ แล้วกดเครื่องหมายกากบาทครับ
สะดวกมากขึ้น กับความสามารถในการรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดได้ในเครื่องเดียว 
อีกหนึ่งคุณสมบัติที่ถือว่า เป็นจุดขายของ Nokia X นั่นก็คือ การรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดในเครื่องเดียวนั่นเอง ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับผู้ใช้ที่มีเบอร์โทรศัพท์มากกว่า 1 เบอร์ และไม่ต้องการพกโทรศัพท์หลายๆ เครื่อง โดยซิมการ์ดที่ใช้ จะเป็นแบบ microSIM ครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับการออกแบบดีไซน์ และฟีเจอร์พื้นฐานที่โดดเด่นของ Nokia X ที่นอกจากจะมีตัวเครื่องขนาดกะทัดรัด และสีสันสดใส โดนใจวัยรุ่นแล้ว ยังได้นำฟีเจอร์เด่นบน Nokia Asha นั่นก็คือ Fastlane มาให้ใช้งานบน Nokia X ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดภายในเครื่องเดียว และรองรับแอพพลิเคชั่นของ ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ มากมายอีกด้วย เห็นคุณสมบัติมากมายขนาดนี้ แต่ Nokia X มีราคาค่าตัวอยู่ที่เพียง 3,990 บาทเท่านั้น หากท่านใดสนใจก็สามารถทดลองใช้งานกันได้ที่ โนเกียช็อป และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศครับ Thaimobilecenter.com
วันที่ : 27/3/57
|