ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม บทความโทรศัพท์มือถือน่าสนใจ >> ใช้ดีต้องบอกต่อ! Expense Manager แอพที่ช่วยแก้อาการทรัพย์จาง ใครที่เงินเดือนอยู่ไม่ครบเดือน เจอแอพนี้เข้าไปรับรองเอาอยู่


ใช้ดีต้องบอกต่อ! Expense Manager แอพที่ช่วยแก้อาการทรัพย์จาง ใครที่เงินเดือนอยู่ไม่ครบเดือน เจอแอพนี้เข้าไปรับรองเอาอยู่


อาการชักหน้าไม่ถึงหลัง ต้นเดือนกินอยู่อย่างราชา ปลายเดือนกินอยู่อย่างยาจก เชื่อว่าอาการแบบนี้เคยเกิดขึ้นกับใครหลายๆ คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ หรือวัยรุ่นที่ยังไม่ได้หาเงินใช้เอง จนอาจทำให้ไม่รู้คุณค่าของเงิน เรื่อยไปจนถึงมนุษย์เงินเดือนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ อาจยังไม่รู้วิธีการบริหารเงินอย่างถูกวิธี ใช้เงินเกินตัว อาการชักหน้าไม่ถึงหลังก็ตามมาเล่นงานในที่สุด

เราจะมาแนะนำแอพดีๆ บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่ช่วยเฝ้าติดตามรายรับรายจ่าย และ (อาจ) ช่วยสร้างวินัยทางการเงินที่ดีให้กับคุณ ทำให้ไม่เกิดอาการชักหน้าไม่ถึงหลังอีกต่อไป โดยแอพที่ทำงานในลักษณะเดียวกันนี้มีอยู่มากมายหลายตัวบน Play Store แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นแอพที่ต้องเสียเงินซื้อ ดังนั้นในวันนี้เราขอแนะนำแอพดีๆ ฟรีๆ แถมยังใช้งานง่าย ที่มีชื่อว่า Expense Manager จะดีจริงหรือไม่ เชิญติดตามอ่านได้เลยครับ

*******************************************************************************************

 

เพื่อให้เข้าใจคอนเซ็ปต์ของ Expense Manager ได้อย่างรวดเร็ว เรามาดูหน้าจอหลัก [ภาพซ้าย] ของแอพตัวนี้ว่ามันบอกอะไรเราได้บ้าง ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

*Current Balance: แสดงยอดงบดุลแบบสรุปรวมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน (ถ้าเลขขึ้นสีเขียวหมายความว่าเรามีรายได้สูงกว่ารายจ่าย แต่ถ้าขึ้นสีแดงหมายความรายจ่ายสูงกว่ารายได้)

*This Month Balance: แสดงยอดงบดุลของเดือนปัจจุบัน (คำนวนจากรายได้ - รายจ่ายในเดือนนั้นๆ) (ถ้าเลขขึ้นสีเขียวหมายความว่าเรามีรายได้สูงกว่ารายจ่าย แต่ถ้าขึ้นสีแดงหมายความว่ารายจ่ายสูงกว่ารายได้ ***ชักหน้าไม่ถึงหลัง***)

*This Week Income: แสดงยอดรายได้ในสัปดาห์ปัจจุบัน

*This Month Income: แสดงยอดรายในเดือนปัจจุบัน

*Year To Date Income: แสดงยอดรายได้รวมตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจบัน

 

*Today Expense: แสดงยอดรายจ่ายของวันนี้

*This Week Expense: แสดงยอดรายจ่ายของสัปดาห์นี้ (ตั้งแต่ต้นสัปดาห์-วันปัจจุบัน)

*This Month Expense: แสดงยอดรายจ่ายรวมของเดือนนี้ (ตั้งแต่ต้นเดือน-วันปัจจุบัน)

*Year To Date Expense: แสดงยอดรายจ่ายรวมของปีนี้ (ตั้งแต่ต้นปี-วันปัจจุบัน)

Expense Manager เป็นแอพที่ดูเหมือนว่าจะมีคอนเซ็ปต์การทำงานง่ายๆ ตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ก็มีความมหัศจรรย์ซ่อนอยู่ในตัวไม่น้อย คุณเคยรู้มาก่อนไหมว่าตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันนี้คุณใช้เงินไปกี่บาท? ตั้งแต่ตั้นอาทิตย์จนถึงปัจจุบันคุณใช้เงินไปกี่บาท? นอกจากนี้ยังสามารถแยกแยะรายละเอียดได้ด้วยว่าคุณหมดเปลืองเงินไปกับเรื่องอะไรมากที่สุด (อาหารการกิน? แฟชั่นเครื่องแต่งกาย? การเดินทาง?) สิ่งที่คุณต้องทำคือป้อนรายละเอียดเกี่ยวกับรายรับ/รายจ่ายทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตของคุณ โดยเมื่อคุณแตะที่ปุ่ม Account Activities ในหน้าจอหลัก [ภาพซ้าย] รายการของรายรับ/รายจ่ายทั้งหมดจะแสดงให้เห็นแบบเรียงลำดับตามวัน [ภาพขวา] ทำให้คุณย้อนรำลึกได้ว่าใช้เงินเกี่ยวกับเรื่องอะไร ไปในวันไหนบ้าง

*******************************************************************************************

 


1. เริ่มต้นกับ Expense Manager

เมื่อติดตั้งแอพเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ต้องทำในลำดับต่อมาคือการสร้างบัญชีของคุณ โดยแตะที่ปุ่ม Menu ตรงขอบจอขวาบนในหน้าจอหลัก [ภาพซ้าย] จากนั้นแตะที่คำสั่ง Account > Add แอพจะพาคุณมายังหน้าจอสำหรับการสร้างบัญชีใหม่ [ภาพขวา] ในส่วนของ Name ใส่ชื่อบัญชี (อาจเป็นชื่อคุณหรือชื่ออะไรก็ได้), ในส่วน Currency เลือกสกุลเงินให้เป็น Thai Bath: THB (สำหรับคนที่อยู่ต่างแดนสามารถเลือกสกุลเงินของคุณได้ตามต้องการ), ในส่วนของ Initial Balance (เงินตั้งต้นของบัญชี) ให้นำยอดเงินในทุกบัญชีธนาคารที่คุณมีอยู่ + จำนวนเงินในกระเป๋าสตางค์ของคุณ + จำนวนเงินที่เก็บไว้ในตู้เซฟหรือที่ต่างๆ (ถ้ามี) รวมยอดเงินทั้งหมดแล้วใส่ลงในช่อง Initial Balance เรียบแล้วแล้วแตะปุ่ม OK

คำแนะนำคือ ก่อนที่คุณจะสร้างบัญชีใน Expense Manager สำหรับการใช้งานจริงขึ้นมา เราอยากให้คุณสร้างบัญชีสำหรับการทดสอบเพื่อการลองเล่น ลองเรียนรู้วิธีการทำงานของแอพตัวนี้ขึ้นมาก่อน (จะใส่ Initial Balance สัก 10 ล้าน 20 ล้านก็ไม่ว่ากัน) ด้วยบัญชีทดสอบนี้เปิดโอกาสให้คุณได้ลองใส่ยอดรายรับ/รายจ่ายแบบสมมุติขึ้นมา เพื่อช่วยให้คุณได้เรียนรู้และสัมผัสได้ถึงความมหัศจรรย์ของแอพตัวนี้ได้ในเวลาอันสั้น

*******************************************************************************************

 


2. ป้อนรายจ่ายที่เกิดขึ้น

เพื่อให้ Expense Manager ทำงานของมันได้ เราต้องป้อนรายละเอียดของทุกรายรับ/รายจ่ายที่เกิดขึ้นจริงให้มันรับรู้

การป้อนข้อมูลรายจ่าย ให้แตะที่ปุ่ม Add New Expense ในหน้าจอหลัก [ภาพซ้าย] แอพจะพาคุณไปยังหน้าจอสำหรับการป้อนข้อมูลรายจ่าย [ภาพขวา] โดยในส่วนของ Date เป็นวันที่เกิดรายจ่ายขึ้น (โดยปกติจะเป็นวันปัจจุบัน แต่สามารถตั้งให้เป็นวันในอนาคต หรือในอดีตได้ สำหรับในกรณีที่นึกขึ้นได้ว่าลืมป้อนรายจ่าย), Amount จำนวนเงินที่จ่ายไป, Payee ชื่อ หรือประเภทของบริษัทห้างร้านที่จ่ายเงินให้ไป อาทิ รถไฟฟ้าใต้ดิน, Tesco Lotus, 7-11 หรือ ร้านอาหารตามสั่งปากซอย เป็นต้น [มีอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Payee ในหัวข้อที่ 5], Category ประเภทของการจ่ายเงิน อาทิ ค่าอาหาร, ค่าเดินทาง, ค่าซื้อของใช้ส่วนตัว เป็นต้น [มีอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Category ในหัวข้อที่ 4], Payment Method วิธีการจ่ายเงิน สามารถระบุได้ว่าจ่ายด้วยเงินสด, บัตรเครดิต, บัตรเดบิต หรือจ่ายด้วยเช็ค โดยเมื่อป้อนรายละเอียดต่างต่างๆ เกี่ยวกับรายจ่ายครบหมดแล้ว ให้เลื่อนหน้าจอมาด้านล่างสุดแล้วแตะปุ่ม OK เป็นอันเรียบร้อย

******************************************************************************************

 


 
3. ป้อนรายรับที่เกิดขึ้น

ลำดับต่อมา เราจะมาดูวิธีการป้อนรายรับกันบ้าง ให้แตะที่ปุ่ม Add New Expense ในหน้าจอหลัก [ภาพซ้าย] แอพจะพาคุณไปยังหน้าจอสำหรับการป้อนข้อมูลรายรับ [ภาพขวา] ให้แตะที่ปุ่มMenu ตรงขอบจอขวาบน แล้วเลือกคำสั่ง Income/Expense จากนั้นเริ่มการป้อนข้อมูลของรายรับ โดยในส่วนของ Date เป็นวันที่เกิดรายรับขึ้น (โดยปกติจะเป็นวันปัจจุบัน แต่สามารถตั้งให้เป็นวันในอนาคต หรือในอดีตได้ สำหรับกรณีที่นึกขึ้นได้ว่าลืมป้อนรายการรายรับ), Amount จำนวนเงินที่ได้รับ, Payer ชื่อของบริษัท หรือคนที่เราจ่ายเงินให้เรา อาทิ ชื่อบริษัทที่คุณทำงานอยู่, ชื่อของคนที่มาจ้างคุณทำจ็อบพิเศษ เป็นต้น [มีอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ  Payer ในหัวข้อที่ 5], Category ประเภทของเงินที่จ่ายให้ อาทิ เงินเดือน, เงินรายวัน, เงินค่าล่วงเวลา, เงินค่าทำโปรเจ็กต์พิเศษ เป็นต้น [มีอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ  Category ในหัวข้อที่ 4], Payment Method วิธีการรับเงิน สามารถระบุได้ว่ารับเงินในรูปแบบของ เงินสด หรือเช็ค โดยเมื่อป้อนรายละเอียดต่างต่างๆ เกี่ยวกับรายรับครบหมดแล้ว ให้เลื่อนหน้าจอมาด้านล่างสุดแล้วแตะปุ่ม OK เป็นอันเรียบร้อย
 
****************************************************************************************
 
 

4. ระบุประเภทของรายรับ/รายจ่ายให้ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ในการสรุปผล

[ภาพซ้าย] การเลือกประเภทของการจ่ายเงิน (ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการป้อนรายละเอียดของรายจ่าย ในหัวข้อที่ 2) เราสามารถสร้างประเภทของรายจ่ายหลัก (Category) ขึ้นมาใหม่ในรูปแบบของภาษาไทย เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ และเรายังสามารถสร้างประเภทของรายจ่ายย่อย (Subcategory) ขึ้นมาใหม่ในรูปแบบของภาษาไทยได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น ประเภทของรายจากหลัก (Catagory) “ค่าอาหาร” ประกอบไปด้วยประเภทของรายจ่ายย่อย (Subcategory) อย่าง “ค่าขนม” และ “ค่ามื้ออาหาร” เป็นต้น ซึ่งการระบุประเภทของรายจ่ายให้ถูกต้อง มีประโยชน์มากในการสรุปผลว่าคุณจ่ายเงินให้กับเรื่องอะไรในชีวิตมากน้อยขนาดไหน

[ภาพขวา] การเลือกประเภทของรายรับ (ซึ่งที่อยู่ในขั้นตอนการป้อนรายละเอียดของรายรับ ในหัวข้อที่ 3) เราสามารถสร้างประเภทของรายได้ขึ้นมาใหม่ได้เช่นกัน อาทิ เงินรายวัน หรือรายได้พิเศษ เป็นต้น ซึ่งการระบุประเภทของรายได้ให้ถูกต้อง มีประโยชน์มากในการสรุปผลว่าคุณมีรายได้ในรูปแบบใดมากน้อยขนาดไหน

******************************************************************************************

 


5. ระบุรายชื่อ Payee และ Payer ให้ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ในการสรุปผล

[ภาพซ้าย] การเลือกรายชื่อผู้ที่เราจ่ายเงินให้ [Payee] (ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการป้อนรายละเอียดของรายจ่าย ในหัวข้อที่ 2) เราสามารถเพิ่มรายชื่อของ Payee เข้าไปได้เอง อาทิ ชื่อห้างสรรพสินค้า, ชื่อโรงหนังที่คุณเข้าไปดูเป็นประจำ หรือชื่อร้านอาหารที่คุณเข้าไปกินบ่อยๆ เป็นต้น ซึ่งการระบุ Payee ให้ถูกต้อง มีประโยชน์ในการสรุปผลว่าคุณจ่ายเงินให้ใครไปมากน้อยขนาดไหน

[ภาพขวา] การเลือกรายชี่อนายจ้าง/คนที่จ่ายเงินให้คุณ [Payer] (ซึ่งที่อยู่ในขั้นตอนการป้อนรายละเอียดของรายรับ ในหัวข้อที่ 3) เราสามารถเพิ่มรายชื่อของ Payer เข้าไปได้เอง อาทิ ชื่อบริษัทที่คุณทำงานอยู่, ชื่อคนที่จ้างคุณให้ทำงานพิเศษบ่อยๆ หรือชื่อผู้ปกครองของคุณเป็นต้น ซึ่งการระบุ Payer ให้ถูกต้อง มีประโยชน์ในการสรุปผลว่าใครจ่ายเงินให้คุณมากน้อยขนาดไหน (ไม่แน่ว่าพ่อแม่อาจจะจ่ายเงินให้คุณมากกว่านายจ้างของคุณก็เป็นได้ :-)

*****************************************************************************************

 
 

6. มาดูผลสรุปกัน

เมื่อป้อนรายจ่ายและรายได้ต่างๆ ถูกต้องครบถ้วนแล้ว ลำดับต่อมาเราจะเรียกดูกราฟสรุปผลที่มีให้เลือกดูหลายรูปแบบ เรียกดูกราฟโดยการแตะที่ปุ่ม Menu ตรงขอบจอขวาบนในหน้าจอหลัก [ภาพซ้าย] จากนั้นแตะที่คำสั่ง Chart และต่อไปนี้เป็นตัวอย่างกราฟสรุปผลที่น่าสนใจของแอพ Expense Manager มาดูกันสิว่ามันจะบอกอะไรเราได้บ้าง

[ภาพขวา] กราฟ Categoey Chart > Payee/Payer สามารถบอกได้ว่าคุณจ่ายเงินไปให้ใครมากน้อยขนาดไหน

*****************************************************************************************

 

[ภาพซ้าย] กราฟ Expense by Category Chart สามารถบอกได้ว่าคุณหมดเปลืองค่าใช้จ่ายไปกับกิจกรรมใดมากที่สุด เป็นเครื่องชี้ทางได้เป็นอย่างดีว่า ถ้าคุณจะเริ่มต้นการลดรายจ่ายของชีวิต ควรเริ่มจากจุดไหน อย่างในกรณีตัวอย่างนี้ ค่าใช้จ่ายในเรื่อง “ค่าเดินทาง” กินเปอร์เซนต์สูงสุด ลำดับต่อไปเราจะมาดูกันว่ารูปแบบการเดินทางประเภทไหนที่เราจ่ายเงินให้กับมันมากที่สุด

[ภาพขวา] กราฟ Subtegory Chart แยกย่อยให้เห็นรายละเอียดของค่าใช้จ่ายในเรื่องต่างๆ อย่างชัดเจน (ซึ่งข้อมูลตรงนี้คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน) โดยในตัวอย่างนี้เป็นรายละเอียดในเรื่องของค่าเดินทาง ผลสรุปออกมาว่า ค่าเครื่องบินกินเปอร์เซ็นต์มากที่สุด ส่วนรถทัวร์ และการเดินทางด้วยรูปแบบอื่นๆ กินเปอร์เซ็นต์ลดหลั่นกันลงมา ในกรณีนี้หากคุณต้องการลดค่าใช้จ่าย ก็อาจเดินทางด้วยเครื่องบินให้น้อยลง ใช้บริการรถทัวร์ให้มากขึ้น หรือลดการเดินทางด้วยแท็กซี่ลง ใช้บริการรถไฟฟ้าหรือรถเมล์ให้มากขึ้น อะไรอย่างนี้เป็นต้น ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่าย แล้วตรวจสอบผลผ่านแอพเป็นระยะๆ

*****************************************************************************************

 

[ภาพซ้าย] กราฟ Income by Category Chart แจกแจงให้เห็นว่าการทำงานรูปแบบไหนให้ผลตอบแทนกับคุณมากที่สุด หรือใครจ่ายเงินให้คุณมากที่สุด

[ภาพขวา] กราฟ Monthly Chart > Balance เป็นอีกหนึ่งกราฟที่มีความสำคัญมาก แสดงให้เห็นงบดุลในแต่ละเดือน (งบดุล = รายได้ในเดือนนั้น - รายจ่ายในเดือนนั้น) ว่ายืนอยู่ในแดนบวก (รายได้เยอะกว่ารายจ่ายในเดือนนั้น เส้นกราฟสีเขียว) หรือยืนอยู่ในแดนติดลบ (รายได้น้อยกว่ารายจ่ายในเดือนนั้น เส้นกราฟสีแดง ถังแตก ต้องเอาเงินเก็บจากเดือนก่อนๆ มาใช้ หรือยืมเงินคนอื่นมาใช้) การเฝ้าติดตามตามงบดุลในแต่ละเดือนของเรา จะช่วยควบคุมให้เกิดวินัยทางการเงินได้เป็นอย่างดี

******************************************************************************************

 


7. Budget และ Reminder สองฟีเจอร์ที่ควรลองใช้งาน

เพื่อช่วยให้ควบคุมวินัยทางการเงินได้ดีเยี่ยมยิ่งขึ้นแอพ Expense Manager มีฟีเจอร์ Budget (งบประมาณ) ที่ช่วยควบคุมยอดค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ซึ่งการเรียกใช้ฟีเจอร์ Budget ทำโดยการเลื่อนลงมาแถบล่างสุดในหน้าจอหลัก แล้วแตะที่ปุ่ม Budget

เมื่อเข้ามายังหน้าจอ Budget แล้ว [ภาพซ้าย] ให้เริ่มต้นการตั้งงบค่าใช้จ่ายสำหรับแต่ละเดือน โดยการแตะปุ่ม Menu ตรงขอบจอขวาบน ซึ่งงบประมาณนั้นสามารถตั้งได้ทั้งแบบครอบคลุมค่าใช้จ่ายทุกประเภทในเดือนนั้น อาทิ การตั้งไว้ว่าแต่ละเดือนเราจะใช้จ่ายไม่เกิน 8,000 บาท หรือจะตั้งงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายบางประเภทที่เราต้องการควบคุมก็ได้ อาทิ ตั้งงบสำหรับการซื้อเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายไว้ไม่เกิน 2,000 บาทในแต่ละเดือน เมื่อตั้งงบเรียบร้อยแล้ว ในหน้าจอ Bubget ก็จะมีเกจแสดงให้เห็นว่าในเดือนนั้นเราใช้งบไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว ฟีเจอร์ Bugget จะช่วยให้คุณควบคุมค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้เป็นอย่างดี

Reminder เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่มีประโยชน์มากของ Expense Manager มันช่วยเตือนไม่ให้เราลืมจ่ายค่างวดบัตรเครดิต ซึ่งการเรียกใช้งาน Reminder ทำการแตะที่ปุ่ม Menu ตรงขอบจอขวาบนในหน้าจอหลัก จากนั้นแตะที่คำสั่ง Reminder และแตะปุ่ม Add แอพจะพาเรามายังหน้าจอสำหรับสร้างการแจ้งเตือนใหม่ [ภาพขวา] ซึ่งนอกจากการกำหนดจำนวนเงินค่างวดแล้ว ยังสามารถกำหนดจำนวนงวดการจ่าย (No of Payments) และวันที่กำหนดจ่ายได้ด้วย (First Pay on)

*****************************************************************************************

หวังว่าแอพ Expense Manager คงจะช่วยทำให้คุณมีวินัยทางเงิน มีเงินเหลือเก็บมากขึ้นนะครับ และนอกจากแอพนี้แล้ว ก็ยังมีแอพพลิเคชั่นอื่นๆ อีกหลายตัวบน Google Play Store ที่ช่วยจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายของเพื่อนๆ ได้ ยังไงก็ลองแวะไปดาวน์โหลดมาใช้งานกันเพิ่มเติมได้ครับ และต้องไม่ลืมว่าในยามที่มีเงินให้ใช้ ก็ต้องมีเหลือเผื่อเก็บไว้บ้าง เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หรือเหตุการณ์ที่ต้องใช้เงินอาจเกิดโดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัว การมีเงินออมไว้บ้างย่อมดีกว่าไม่มีเสียเลย จริงไหมครับ?

 

Thaimobilecenter.com



วันที่ : 3/4/57


  แสดงความคิดเห็นที่นี่
ชื่อผู้โพสต์  (สมาชิกlogin ที่นี่) / สมัครสมาชิก
*
รายละเอียด
*

 
           Tags | More Smiles
ใส่ปี พ.ศ. ปัจจุบัน   ใส่เฉพาะปี พ.ศ. 4 ตัวเท่านั้น  
 












    Catalog มือถือ     market     Review มือถือ      ราคามือถือ     forum
Catalog มือถือ
Catalog มือถือ Nokia
Catalog มือถือ Samsung
Catalog มือถือ SonyEricsson
Catalog มือถือ i-mobile
Catalog มือถือ LG
Catalog มือถือ BlackBerry
ลงประกาศสินค้ามือถือ
สมัครสมาชิก
หน้าแรกตลาดซื้อขายมือถือ
 
หน้าแรกรีวิว
รีวิว มือถือ Nokia
รีวิว มือถือ Samsung
รีวิว มือถือ Motorola
รีวิว มือถือ LG
 

ราคามือถือ Samsung
ราคามือถือ iPhone
ราคามือถือ Huawei
ราคามือถือ OPPO
ราคามือถือ Vivo
   
   
หน้าแรก cafe
Nokia club
ตั้งหัวข้อใหม่
 

© Copyright all rights reserved : ThaiMobileCenter.com