ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม บทความโทรศัพท์มือถือน่าสนใจ >> ปรับแต่งแอนดรอยด์ของคุณให้ฉลาดสุดๆ และทำอะไรแทนคุณได้ทุกเรื่อง ด้วยสุดยอดแอพฟรีอย่าง AutomateIt


ปรับแต่งแอนดรอยด์ของคุณให้ฉลาดสุดๆ และทำอะไรแทนคุณได้ทุกเรื่อง ด้วยสุดยอดแอพฟรีอย่าง AutomateIt


 

เบื่อไหมครับที่จะต้องคอยสั่งงานสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ในรูปแบบที่ซ้ำๆ กันทุกวัน? ตัวอย่างเช่น เวลาก่อนเข้านอน ก็ต้องคอยเซ็ตสมาร์ทโฟนให้เข้าโหมดปิดเสียง (Silent) เพื่อไม่คุณตกใจตื่นเมื่อเจ้าเพื่อนตัวดีโทรมาขอยืมตังค์ พอตื่นมาตอนเข้าก็ต้องก็ต้องเซ็ตให้สมาร์ทโฟนกลับเข้าโหมดเปิดเสียง (Normal) เหมือนเดิม และถ้าหากว่าลืมเซ็ตกลับมาเป็นโหมดเปิดเสียง แล้วพอดีเกิดว่าแฟนโทรมาแล้วคุณไม่ได้รับสาย เพราะไม่ได้ยินเสียงเรียกเข้า ก็อาจจะเป็นเหตุให้ต้องเคลียร์ปัญหากันยาวไปอีก

อีกหนึ่งกรณีสุดคลาสสิคก็คือ คุณต้องคอยเปิดการเชื่อมต่อ WiFi ทุกครั้งที่คุณถึงที่ทำงาน หรือกลับถึงบ้าน และถ้าหากคุณกลับถึงบ้านแล้วเผลอเปิดดู YouTube โดยที่ยังไม่เปิด WiFi ก็อาจทำให้แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตหมดลงอย่างรวดเร็วจนอาจโดนชาร์จค่าบริการเพิ่มเอาได้ (สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตแบบ Unlimited) ความยุ่งยากเหล่านี้เกิดขึ้นมาเนิ่นนาน และจะคงอยู่ต่อไป แต่คุณสามารถเปลี่ยนสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ให้ฉลาดขึ้น สามารถปรับแต่งค่าการทำงาน เปิดนู่น ปิดนี่ ให้คุณได้โดยอัตโนมัติด้วยแอพพลิเคชั่นดีๆ ฟรีๆ ที่มีชื่อว่า AutomateIt

 

วิธีการทำงานของ AutomateIt อาศัยหลักการ If this then that (เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ให้ทำแบบนั้น) ตัวอย่างเช่นเราสร้างกฎ (Rule) ว่า “เมื่อถึงเวลา 4 ทุ่ม” ให้ “เข้าโหมดปิดเสียง” เมื่อเราตั้ง Rule เอาไว้แบบนี้ พอถึงเวลา 4 ทุ่ม แอพ AutomateIt ก็จะสั่งให้อุปกรณ์เข้าโหมดปิดเสียงโดยอัตโนมัติ

โดยที่เหตุการณ์ตั้งต้น อาทิ “เมื่อถึงเวลา 4 ทุ่ม” นั้นถูกเรียกว่า Trigger (ตัวกระตุ้น) และการสั่งงานที่จะเกิดขึ้นสืบเนื่องจากเหตุการณ์ตั้งตัน อาทิ “เข้าโหมดปิดเสียงนั้นถูกเรียกว่า” Action

จากคอนเซ็ปต์ที่อธิบายไปข้างต้นอาจดูเหมือนว่า AutomateIt เป็นแอพที่ใช้งานยาก แต่หากใครได้ลองใช้งานจริงจะพบว่าเป็นแอพที่ใช้งานง่าย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ของคุณ และเป็นแอพที่น่าสนุกมาก

 

โดยในแอพ AutomateIt นั้นมี Trigger และ Action หลายรูปแบบ ทำให้สามารถสร้าง Rule ได้หลากหลายครอบคลุมทุกความต้องการของผู้ใช้งาน ดังตัวอย่างเช่น

 

1. เอา Trigger Time (เวลา) + Action Set Sound Mode (การปรับโหมดเสียง) ก็จะได้ Rule ที่สั่งให้สมาร์ทโฟนเข้าโหมดปิดเสียง (Silent) โดยอัตโนมัติเมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้

 

2. เอา Trigger Headset Plug State (จับสถานะการใส่-ถอดสายหูฟัง) + Action Start Application (การเรียกใช้งานแอพพลิเคชั่น) ก็จะได้ Rule ที่สามารถสั่งให้เปิดแอพเล่นเพลงโดยอัตโนมัติเมื่อเสียบสายหูฟัง

 

3. เอา Trigger Headset Plug State (จับสถานะการใส่-ถอดสายหูฟัง) + Action Set Volume (ปรับระดับเสียง) ก็จะได้ Rule ที่สามารถปรับระดับเสียงให้เหมาะสำหรับการฟังเพลงโดยอัตโนมัติเมื่อเสียบสายหูฟัง

 

4. เอา Trigger Battery Level (จับสถานะระดับแบตเตอรี่) + Action Play Sound (เล่นไฟล์เสียง หรือส่งเสียงเตือน) ก็จะได้ Rule ที่ทำให้สมาร์ทโฟนสามารถส่งเสียงเตือนเมื่อแบตเตอรี่ถูกชาร์จจนเต็ม

 

5. เอา Trigger Wifi Network Connection State (จับสถานะการเชื่อมต่อ-ไม่เชื่อมต่อ Wifi) + Action Set Wifi State (สั่งเปิด-ปิด WiFi ของสมาร์ทโฟน) ก็จะได้ Rule ที่ทำให้สมาร์ทโฟนสามารถปิด WiFi ได้โดยอัตโนมัติเมื่อขาดการเชื่อมต่อกับ WiFi Hotspot

 

6. เอา Trigger Location (การจับตำแหน่ง GPS) + Action Set Wifi State (สั่งเปิด-ปิด WiFi ของสมาร์ทโฟน) ก็จะได้ Rule ที่ทำให้สมาร์ทโฟนสามารถเปิด Wifi ได้โดยอัตโนมัติเมื่อคุณไปถึงที่ทำงาน หรือกลับถึงบ้าน

 

7. เอา Trigger Cell ID (การจับตำแหน่งโดยอิงจากการเชื่อมต่อกับ Cell Site) + Action Set WiFi State (สั่งเปิด-ปิด WiFi ของสมาร์ทโฟน) ก็จะได้ Rule ที่ทำให้สมาร์ทโฟนสามารถเปิด WiFi ได้โดยอัตโนมัติเมื่อคุณไปถึงที่ทำงาน หรือกลับถึงบ้าน โดยวิธีนี้เหมาะสำหรับสมาร์ทโฟนที่ไม่มี GPS หรือประสิทธิภาพในการจับสัญญาณ GPS ไม่ดีนัก โดยจะอาศัยการตรวจจับตำแหน่งจากเชื่อมต่อกับ Cell Site ของระบบโทรศัพท์มือถือแทน GPS

 

8. เอา Trigger Sensor (การจับสถานะจากการอ่านค่าเซ็นเซอร์ Accelerometer, Proximity หรือเซ็นเซอร์วัดระดับแสงที่มีติดตั้งอยู่ในสมาร์ทโฟน) + Action Set Sound Mode (การปรับโหมดเสียง) ก็จะได้ Rule ที่สั่งให้สมาร์ทโฟนเข้าโหมดปิดเสียง (Silent) โดยอัตโนมัติ เมื่อวางตัวเครื่องในลักษณะคว่ำหน้าจอลงกับพื้น                
 

9. เอา Trigger Activity Recognition (จับสถานะการเคลื่อนที่ว่ากำลังเดิน, ขี่จักรยาน หรืออยู่ในรถยนต์) + Action Start Application (การเรียกใช้งานแอพพลิเคชั่น) ก็จะได้ Rule ที่สามารถสั่งให้เปิดแอพนำทาง (Navigation) โดยอัตโนมัติเมื่อเมื่อคุณอยู่บนรถยนต์

 

ที่ยกมาข้างต้นเป็นตัวอย่างเพียงเล็กๆ น้อยๆ ของ Rule ที่สามารถสร้างขึ้นมาได้ โดยที่ AutomateIt มี Triger ให้เลือกใช้งานถึง 37 รูปแบบ (โดยมี Trigger มาให้เป็นมาตรฐาน 32 แบบ ส่วนอีก 5 แบบพิเศษต้องซื้อเพิ่ม) และมี Action ให้เลือกใช้ถึง 26 รูปแบบ และมีเรื่องที่ควรรู้คือสามารถกำหนดให้หลายๆ Rule ทำงานในเหตุการณ์เดียวกันได้ อย่างเช่นเมื่อ Rule หมายเลข 2 และ 3 จากตัวอย่างข้างต้นถูกกำหนดให้ทำงาน ก็จะเกิดสภาวะที่เมื่อเราเสียบสายหูฟัง ระดับเสียงก็จะถูกปรับโดยอัตโนมัติ และในขณะเดียวกัน แอพเล่นเพลงก็จะเปิดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

 

ต้องลองเล่น AutomateIt ดู แล้วคุณจะทึ่งว่าแอพพลิเคขั่นนี้มหัศจรรย์ขนาดไหน

คลิ๊กที่นี่เพื่อดาวน์โหลด และติดตั้งแอพพลิเคชั่น AutomateIt

 

Thaimobilecenter.com



วันที่ : 24/3/57


  แสดงความคิดเห็นที่นี่
ชื่อผู้โพสต์  (สมาชิกlogin ที่นี่) / สมัครสมาชิก
*
รายละเอียด
*

 
           Tags | More Smiles
ใส่ปี พ.ศ. ปัจจุบัน   ใส่เฉพาะปี พ.ศ. 4 ตัวเท่านั้น  
 












    Catalog มือถือ     market     Review มือถือ      ราคามือถือ     forum
Catalog มือถือ
Catalog มือถือ Nokia
Catalog มือถือ Samsung
Catalog มือถือ SonyEricsson
Catalog มือถือ i-mobile
Catalog มือถือ LG
Catalog มือถือ BlackBerry
ลงประกาศสินค้ามือถือ
สมัครสมาชิก
หน้าแรกตลาดซื้อขายมือถือ
 
หน้าแรกรีวิว
รีวิว มือถือ Nokia
รีวิว มือถือ Samsung
รีวิว มือถือ Motorola
รีวิว มือถือ LG
 

ราคามือถือ Samsung
ราคามือถือ iPhone
ราคามือถือ Huawei
ราคามือถือ OPPO
ราคามือถือ Vivo
   
   
หน้าแรก cafe
Nokia club
ตั้งหัวข้อใหม่
 

© Copyright all rights reserved : ThaiMobileCenter.com