หน้าแรกไทยโมบายเซ็นเตอร์ดอทคอม แค๊ตตาล๊อคมือถือ โทรศัพท์มือถือ ราคามือถือ โทรศัพท์มือถือ ราคาศูนย์ โปรโมชันมือถือ ตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนมือถือ โทรศัพท์มือถือ บททดสอบ รีวิว มือถือสุดละเอียด ข่าวมือถือ ไอที ชุมชนผู้ใช้มือถือ forum สอบถามปัญหามือถือ

ตอนนี้คุณอยู่ที่ >> หน้าแรก >> หน้ารวม mobile review >> รีวิว (Review) ZTE Axon 7 Mini

<< กด Like เพื่อติดตาม

รีวิว (Review) ZTE Axon 7 Mini :: รีวิว ทดสอบ มือถือ :: Thaimobilecenter.com


 
TMC Point

  8.33

การออกแบบดีไซน์

  8.0

ใช้งานง่ายและสะดวก

  8.5

คุณสมบัติเครื่อง

  8.5

ฟังก์ชันการใช้งาน

8.5

เสถียรภาพและประสิทธิภาพ

  8.0

ความคุ้มค่าต่อราคา

  8.5

 
   

รีวิว (Review) ZTE Axon 7 Mini

สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นเล็กสเปกสุดคุ้ม ด้วยจอ AMOLED Full HD 2.5D Gorilla Glass 4 ขนาด 5.2 นิ้ว, ชิปเสียงชั้นเยี่ยม, กล้อง PDAF 16 ล้านพิกเซล, กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล, ชิปเซ็ต Snapdragon 617, RAM 3 GB, ROM 32 GB, เซ็นเซอร์สแกนนิ้ว และแบตเตอรี่ 2705 mAh ผสานเทคโนโลยี Quick Charge 2.0 บนบอดี้โลหะสวยหรูบางเฉียบ ในราคาใหม่ที่ไม่ถึงหมื่น!

 

Review Date (29-ธันวาคม-2559)

หลังจากที่ทุกท่านได้รับชม รีวิว ZTE Axon 7 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหญ่จากค่าย ZTE กันไปแล้ว วันนี้ก็ถึงคิวของ ZTE Axon 7 Mini สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นเล็กกันบ้าง โดย ZTE Axon 7 Mini รุ่นนี้ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปพร้อมๆ กับ ZTE Axon 7 ไปเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา และที่น่าสนใจ คือ ZTE Axon 7 Mini นั้นได้ทีมนักออกแบบชั้นแนวหน้าซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ BMW บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ชื่อดังของประเทศเยอรมนีเข้ามาช่วยออกแบบด้วยเช่นกัน

สำหรับจุดเด่นของ ZTE Axon 7 Mini นั้นมีอยู่หลายส่วนด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ เทคโนโลยีการผลิตตัวเครื่องแบบ Aluminum Full-Metal Unibody จึงทำให้ตัวเครื่องมีความสวยหรู และแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ พร้อมความบางเฉียบเพียง 7.8 มิลลิเมตร, หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียด 1920x1080 พิกเซล ขนาด 5.2 นิ้ว พร้อมครอบทับด้วยกระจกหน้าขอบนูนแบบ 2.5D Gorilla Glass 4, เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ 360 องศา พร้อมเทคโนโลยี Lightning Quick Fingerprint Unlock ซึ่งสามารถปลดล็อกได้ภายในเวลาเพียง 0.25 วินาที, กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสงขนาด F/1.9, ระบบกันสั่นแบบ EIS (Electronic Image Stabilization), ระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus) พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED, กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่มีมุมมองกว้าง 88 องศา พร้อมรูรับแสงขนาด F/2.2, ช่องเชื่อมต่อยุคใหม่แบบ USB Type-C, แบตเตอรี่ขนาด 2705 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ Quick Charge 2.0 ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่ถึงระดับ 46% ภายในเวลา 30 นาที

ทางด้านจุดขายสำคัญของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ คือ มาพร้อมกับลำโพงเสียงแบบ Dual Hi-Fi Stereo ที่ด้านบน และด้านล่าง ในส่วนด้านหน้าของตัวเครื่อง ซึ่งทำงานร่วมกับชิปประมวลผลเสียงโดยเฉพาะแบบ Hi-Fi AKM4962 พร้อมเทคโนโลยีระบบเสียงแบบ Dolby Atmos และ Dolby Digital Surround สำหรับตอบโจทย์การใช้งานด้านความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ เรียกได้ว่า ไม่น้อยหน้าพี่ใหญ่อย่าง ZTE Axon 7 เลยก็ว่าได้

ในส่วนของคุณสมบัติเด่นอื่นๆ ก็ถือว่าครบเครื่องไม่น้อย และสามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้ครบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ชิปเซ็ต Octa-Core Qualcomm MSM8952 Snapdragon 617 ความเร็วในการประมวลผล 1.5 GHz, พร้อมด้วยหน่วยประมวลผลกราฟิกแบบ Adreno 405, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 3 GB, หน่วยความจำภายในขนาด 32 GB, รองรับการใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด พร้อมรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 4G LTE กับ 3G, รองรับการเชื่อมต่อไร้สายแบบ NFC และขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 6.0.1 Marshmallow

จากข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า ZTE Axon 7 Mini นั้นมีความน่าสนใจอยู่หลายส่วนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบดีไซน์ตัวเครื่อง หรือแม้แต่คุณสมบัติเด่นต่างๆ ซึ่งก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อกับราคาเปิดตัวที่ 11,990 บาท เป็นอย่างยิ่ง (ล่าสุดบางตัวแทนจำหน่ายได้จัดโปรโมชั่นลดราคาเหลือ 8,490 บาท แล้ว) ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร, ดีไซน์ตัวเครื่องจะสวยงามขนาดไหน และฟีเจอร์ต่างๆ จะตอบสนองต่อการใช้งานได้ดีเพียงใด ขอเชิญทุกท่านไปรับชมรีวิว ZTE Axon 7 Mini พร้อมกันได้เลยครับ

 

รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

ZTE Axon 7 Mini มาในแพ็กเกจสีขาวที่ดูสะอาดตา

 

มีการระบุโลโก้ระบบเสียง Dolby Atmos และโลโก้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon เอาไว้ที่ด้านหลังแพ็กเกจ

 

เมื่อเปิดฝากล่องออกมาก็จะพบกับซองบรรจุอุปกรณ์ส่วนแรก

 

ซึ่งประกอบไปด้วยเคสใส, คู่มือการใช้งาน และ SIM Door Key (เข็มจิ้มถามซิมการ์ด)

 

ชั้นต่อมาก็จะพบกับ ZTE Axon 7 Mini

 

และชั้นสุดท้ายก็จะพบกับอุปกรณ์เสริมส่วนที่สอง ได้แก่ สายเชื่อมต่อยุคใหม่แบบ USB Type-C, Adapter และหูฟังแบบมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร

 

โดย Adapter นั้นรองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ Quick Charge 2.0

 

ZTE Axon 7 Mini มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียด 1920x1080 พิกเซล ขนาด 5.2 นิ้ว พร้อมครอบทับด้วยกระจกหน้าจอแบบ 2.5D Corning Gorilla Glass 4 โดยมีขนาดของตัวเครื่องอยู่ที่ 147.5x71x7.8 มิลลิเมตร กับน้ำหนัก 153 กรัม

 

ด้านหน้าส่วนบนประกอบไปด้วยกล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่มีมุมมองกว้าง 88 องศา พร้อมรูรับแสงขนาด F/2.2, ลำโพงเสียงภายนอกแบบ Dual Hi-Fi Stereo, สัญญาณไฟ LED สำหรับการแจ้งเตือนต่างๆ, ระบบ Accelerometer Sensor สำหรับช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้ และระบบ Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน

 

ด้านหน้าส่วนล่างมีปุ่มการสั่งงานแบบ On Screen ได้แก่ ปุ่ม Recent Apps, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ นอกจากนี้ ยังมีลำโพงเสียงภายนอกแบบ Dual Hi-Fi Stereo

 

ด้านบนของตัวเครื่องมีไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวนขณะบันทึกเสียง หรือบันทึกวิดีโอ และช่องสำหรับเชื่อมต่อกับหูฟังแบบมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร

 

ด้านล่างของตัวเครื่องมีไมโครโฟน และช่องเชื่อมต่อยุคใหม่แบบ USB Type-C สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ หรือโอนถ่ายข้อมูล

 

ด้านขวาของตัวเครื่องมีปุ่มเปิด-ปิด เครื่อง หรือล็อกหน้าจอ และปุ่มเพิ่ม-ลด ระดับเสียง

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีถาดสำหรับใส่ซิมการ์ด 1 และซิมการ์ดที่ 2 หรือการเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD โดยในช่องที่ 2 จะต้องเลือกใช้งานระหว่างซิมการ์ดที่ 2 หรือการเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ซึ่งไม่สามารถใช้งานพร้อมกันได้ นอกจากนี้ ยังสามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ได้สูงสุด 128 GB

 

ด้านหลังของตัวเครื่องประกอบไปด้วยกล้องดิจิทัลความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสงขนาด F/1.9, ระบบกันสั่นแบบ EIS (Electronic Image Stabilization), ระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus), ไฟแฟลชแบบ Dual-LED และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Lightning Quick Fingerprint Unlock ซึ่งสามารถปลดล็อกได้ภายในเวลาเพียง 0.25 วินาที พร้อมสามารถสั่งงานเพื่อถ่ายภาพ กับรับสายเรียกเข้าได้ นอกจากนี้ ภายในตัวเครื่องยังมีแบตเตอรี่ขนาด 2705 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ Quick Charge 2.0 ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่ถึงระดับ 46% ภายในเวลา 30 นาที

 

การออกแบบดีไซน์ตัวเครื่องของ ZTE Axon 7 Mini จะเป็นแบบ Aluminum Full-Metal Unibody จึงทำให้ตัวเครื่องมีความสวยหรูดูพรีเมียม และมีความแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ

 

เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่างๆ

ZTE Axon 7 Mini ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชัน 6.0.1 Marshmallow ซึ่งรองรับการใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด พร้อมรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ 4G LTE กับ 3G

 

 

อีกทั้งยังมีหน่วยความจำภายในขนาด 32 GB พร้อมด้วยหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 3 GB

 

 

ZTE Axon 7 Mini ยังมีฟังก์ชันสำหรับการแจ้งเตือนต่างๆ และยังสามารถเปิด-ปิด ฟังก์ชันลัดได้ เช่น ระบบเสียง Dolby Atmos หรือการใช้งานอินเทอร์เน็ต

 

 

ทางด้านบริการต่างๆ จากทาง Google ก็มีให้ใช้งานอย่างครบครัน เช่น Youtube หรือ Gmail

 

 

สำหรับฟังก์ชันโทรศัพท์ก็มีหน้าตาที่ใช้งานได้ง่าย บวกกับปุ่มตัวเลขขนาดใหญ่ช่วยให้กดหมายเลขได้อย่างแม่นยำ และสามารถเข้าดูบันทึกการโทร หรือรายชื่อโทรศัพท์ทั้งหมดได้อีกด้วย

 

 

นอกจากนี้ ZTE Axon 7 Mini ยังรองรับการเชื่อมต่อไร้สายแบบ NFC และมีฟังก์ชัน Recent Apps ให้ใช้งาน

 

 

ZTE Axon 7 Mini สามารถปรับแต่งหน้าจอโฮมสกรีนได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนภาพวอลเปเปอร์, การเปลี่ยนรูปแบบแอปพลิเคชัน, การเปลี่ยนเอฟเฟกต์ปลดล็อกหน้าจอ หรือการนำวิดเจ็ตที่ต้องการใช้งานมาไว้ที่หน้าจอโฮมสกรีน

 

อีกทั้งยังสามารถสลับตำแหน่งปุ่มสั่งงานแบบ On Screen หรือหน้าจอแสดงผลของ ZTE Axon 7 Mini ยังรองรับการสัมผัสผ่านการสวมถุงมือได้

 

สามารถเปิดโหมดประหยัดพลังงานขั้นสูง และเลือกระบบเสียงให้เหมาะสมกับการใช้งานได้ผ่านระบบเสียง Dolby Atmos

 

และที่พิเศษไปกว่านั้น คือ ZTE Axon 7 Mini มาพร้อมฟังก์ชัน Mi-POP ที่รองรับการใช้งานด้วยมือเดียวได้ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าความสามารถของฟังก์ชัน Mi-POP ได้หลากหลาย เช่น ทำหน้าที่เป็นปุ่มโฮม, ล็อกหน้าจอ หรือปิดเสียง

 

ทางด้านเว็บเบราว์เซอร์อินเทอร์เน็ตก็ตอบสนองต่อการใช้งานได้ดี และสามารถแสดงเนื้อหาต่างๆ บนเว็บไซต์ได้อย่างครบถ้วน

 

สำหรับแอปพลิเคชันอัลบั้มภาพถ่ายนั้นสามารถแสดงภาพถ่ายได้ 2 แบบ คือ แบบรวมภาพถ่ายทั้งหมด และแบบแยกอัลบั้ม

 

นอกจากนี้ ในหน้าการตั้งค่าจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือ การตั้งค่าหน้าหลัก กับการตั้งค่าที่ใช้บ่อย ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเข้าถึงการตั้งค่าต่างๆ ได้ง่ายดายมากขึ้น

 

และยังสามารถเปิดอ่านไฟล์ หรือสร้างไฟล์เอกสาร ทั้ง Word, Excel และ PowerPoint ได้ผ่านแอปพลิเคชัน WPS Office

 

ZTE Axon 7 Mini ยังมาพร้อมกับฟังก์ชันการสั่งงานด้วยท่าทาง (Gesture & Motion) ได้แก่ ดับเบิ้ลคลิกที่หน้าจอสองครั้งเพื่อปลุกการทำงานของตัวเครื่อง, ลากสามนิ้วลงเพื่อถ่ายภาพหน้าจอ, การคว่ำตัวเครื่องในแนวราบเพื่อปิดเสียงเรียกเข้า และเขย่าเครื่องเพื่อเปิดใช้งานไฟแฟลช LED

 

อีกหนึ่งความน่าสนใจบน ZTE Axon 7 Mini คือ สามารถบันทึกเสียงได้ในระดับ HD อีกทั้งไมโครโฟนบน ZTE Axon 7 Mini สามารถบันทึกเสียงได้ไกลสุดที่ระยะ 8 เมตร เช่นเดียวกับ ZTE Axon 7

 

ในส่วนของแอปพลิเคชันสำหรับฟังเพลงก็มีให้ใช้งานบน ZTE Axon 7 Mini อีกทั้งยังสามารถเปิดใช้งานควบคู่กับระบบเสียง Dolby Atmos ได้อีกด้วย

 

และสามารถเปิดเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดระดับ Full HD (1080p) ได้อย่างไหลลื่น พร้อมทั้งสามารถแสดงผลภาพได้เต็มความละเอียดอีกด้วย

 

ZTE Axon 7 Mini มาพร้อมกับชิปเซ็ต Octa-Core Qualcomm MSM8952 Snapdragon 617 ความเร็วในการประมวลผล 1.5 GHz, พร้อมด้วยหน่วยประมวลผลกราฟิกแบบ Adreno 405, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 3 GB, หน่วยความจำภายในขนาด 32 GB และขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 6.0.1 Marshmallow

 

ด้วยคุณสมบัติตัวเครื่องที่ไม่เป็นสองรองใคร จึงทำให้ ZTE Axon 7 Mini นั้นสามารถตอบโจทย์ด้านการเล่นเกมที่มีกราฟิกแบบสามมิติได้อย่างไหลลื่น แต่อย่างไรก็ดี ในขณะเล่นเกมที่มีกราฟิกแบบสามมิติอย่างต่อเนื่อง ตัวเครื่องจะมีการสะสมความร้อนอยู่พอสมควร แต่ไม่มีผลต่อการใช้งานแต่อย่างใด

 

และเมื่อนำ ZTE Axon 7 Mini มาทดสอบผ่านแอปพลิเคชัน Geekbench 4 พบว่าได้คะแนนอยู่ที่ 708 คะแนน สำหรับการประมวลผลแบบ Single-Core และ 2198 คะแนน สำหรับการประมวลผลแบบ Multi-Core

 

ต่อด้วยการทดสอบผ่านแอปพลิเคชัน AnTuTu 3DRating Benchmark พบว่าได้คะแนนอยู่ 7628 คะแนน

 

ZTE Axon 7 Mini สามารถรองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 3 จุด

 

และสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันอื่นๆ มาใช้งานเพิ่มเติมได้ผ่านแอปพลิเคชัน Google Play Store

 

กล้องดิจิทัล การถ่ายภาพนิ่ง และภาพวิดีโอ

สำหรับ Interface กล้องถ่ายภาพบน ZTE Axon 7 Mini นั้นมีหน้าตาที่ใช้งานได้ง่าย พร้อมทั้งแสดงฟังก์ชันต่างๆ ไว้ให้เลือกใช้งานได้ทันที อีกทั้งยังมีโหมดถ่ายภาพให้เลือกใช้งานหลากหลาย เช่น Panorama, Super Night, Multi Exposure และ Magic Exposure

 

ไม่เพียงเท่านั้น ZTE Axon Mini ยังมีโหมดถ่ายภาพโปรให้ใช้งานอีกด้วย ซึ่งสามารถปรับค่าการถ่ายภาพได้หลายอย่างด้วยกัน เช่น ความเร็วชัตเตอร์, ISO, ไวท์บาลานซ์ และการชดเชยแสง

 

สำหรับโหมดถ่ายภาพ Magic Exposure สามารถเลือกฟังก์ชันเพื่อถ่ายภาพได้ 2 แบบ คือ ฟังก์ชันสำหรับถ่ายภาพสายน้ำ และถ่ายแสงไฟ หรือหลอดไฟ โดยตัวฟังก์ชันจะทำการปรับค่าต่างๆ ให้เหมาะกับการถ่ายภาพมากที่สุด หรือแม้แต่จะปรับค่าด้วยตนเองก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

 

อีกทั้งยังมีเอฟเฟกต์สำหรับถ่ายภาพ และสามารถเปิดใช้งานฟังก์ชัน Live Photo ได้อีกด้วย (ภาพสามารถเคลื่อนไหวได้นานประมาณ 3 วินาที)

 

สามารถเปิดใช้งานไฟแฟลช LED, โหมดถ่ายภาพ HDR และตั้งเวลาเพื่อถ่ายภาพได้นานสูงสุด 10 วินาที

 

นอกจากนี้ ยังสามารถตั้งการใช้งานเพิ่มเติมได้อีกหลายส่วนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การเลือกความละเอียดของกล้องถ่ายภาพ ที่สามารถเลือกได้สูงสุดที่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล, สามารถเปิด-ปิด การใส่ลายน้ำ, เสียงชัตเตอร์ และการแท็กสถานที่บนภาพถ่าย ได้

 

สามารถเพิ่มความสามารถให้กับปุ่มลดเสียงได้ 3  แบบ คือ ชัตเตอร์ถ่ายภาพ, ซูม และลดระดับเสียง, สามารถปรับค่าเพื่อป้องกันการกระพริบของหน้าจอได้ 3 แบบ ได้แก่ อัตโนมัติ, 50 Hz และ 60 Hz

 

ZTE Axon 7 Mini ยังมาพร้อมกับโหมด Time-Lapse และ ZTE Axon 7 Mini สามารถถ่ายวิดีโอได้ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD (1080p)

 

และสามารถคืนการตั้งค่าทั้งหมดได้

 

ในส่วนของกล้องดิจิทัลด้านหน้าก็มีหน้าตาที่ใช้งานได้ง่ายเช่นเดียวกัน และสามารถปรับค่าชดเชยแสงได้ทันที พร้อมทั้งมีฟังก์ชัน Self Guide Frame คือ กรอบเล็กๆ ที่ปรากฏขึ้นมาบริเวณใต้กล้องด้านหน้า ซึ่งจะช่วยให้ผู้ที่กำลังถ่ายภาพ Selfie นั้นเสมือนมองกล้องได้โดยอัตโนมัติด้วยการมองจอภาพดังกล่าว และจะลดปัญหาดวงตาไม่มองกล้องขณะถ่ายภาพได้ นอกจากนี้ ยังมีเอฟเฟกต์สำหรับถ่ายภาพให้ใช้งานด้วยเช่นกัน

 

ไม่เพียงเท่านั้น กล้องดิจิทัลด้านหน้ายังสามารถเปิดใช้งานฟังก์ชัน Live Photo ได้  และยังมีโหมดถ่ายภาพหน้าสวย (Beauty) ให้ใช้งาน ซึ่งสามารถปรับค่าผิวเนียนได้ถึง 5 ระดับ

 

ผู้ใช้งานยังสามารถปรับค่าการใช้งานต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น การเปิดใช้งานระบบตรวจจับรอยยิ้ม หรือการตั้งเวลาเพื่อถ่ายภาพ ซึ่งสามารถตั้งเวลาได้นานสูงสุด 20 วินาที

 

นอกจากนี้ ยังสามารถตั้งค่าการใช้งานเพิ่มเติมได้อีกหลายส่วนด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ ความละเอียดของกล้องถ่ายภ่าพที่สามารถเลือกความละเอียดได้สูงสุดที่ 8 ล้านพิกเซล, สามารถเปิด-ปิด ฟังก์ชัน การสั่งงานถ่ายภาพด้วยการสแกนลายนิ้วมือ, กระจกเงาสะท้อน, ฟังก์ชัน Self Guide Frame, เสียงชัตเตอร์ถ่ายภาพ และการระบุสถานที่บนภาพถ่าย

 

สามารถเพิ่มความสามารถให้กับปุ่มลดระดับเสียงได้ 3 แบบ ได้แก่ ชัตเตอร์ถ่ายภาพ, ซูม และลดระดับเสียง, สามารถปรับค่าเพื่อป้องกันการกระพริบของหน้าจอได้ 3 แบบ ได้แก่ อัตโนมัติ, 50 Hz และ 60 Hz

 

กล้องดิจิทัลด้านหน้าสามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD (1080p) และสามารถคืนการตั้งค่าทั้งหมด

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ของ ZTE Axon 7 Mini


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพ HDR


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติในสภาวะแสงน้อย


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติในสภาวะแสงน้อย


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติในสภาวะแสงน้อย


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติในสภาวะแสงน้อย


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติในสภาวะแสงน้อย


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติในสภาวะแสงน้อย


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติในสภาวะแสงน้อย


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพ Magic Exposure ผ่านฟังก์ชัน Car Trail


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพ Super Night

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ผ่านโหมดถ่ายภาพหน้าสวย ของ ZTE Axon 7 Mini


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

 


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยถ่ายภาพหน้าสวย พร้อมปรับค่าระดับ 1

 


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยถ่ายภาพหน้าสวย พร้อมปรับค่าระดับ 3

 


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวย พร้อมปรับค่าระดับ 5

 

สรุปผลการทดสอบของ ZTE Axon 7 Mini

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับการรีวิวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นเล็กสุดคุ้มน้องใหม่จากแดนมังกรอย่าง ZTE Axon 7 Mini อันดับแรกต้องขอยอมรับในเรื่องของการออกแบบดีไซน์เป็นอย่างมาก ซึ่งทาง ZTE ได้เลือกใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ Aluminum Full-Metal Unibody จึงทำให้ตัวเครื่องมีความสวยหรูพรีเมียม และแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ อีกทั้งตรงมุมตัวเครื่องทั้งสี่ด้านยังมีความโค้งมน บวกกับพื้นผิวแบบด้านที่ด้านหลัง พร้อมความบางเฉียบเพียง 7.8 มิลลิเมตร ซึ่งช่วยให้สามารถจับ หรือถือใช้งาน และสามารถพกพาใส่ในกระเป๋ากางเกงไปใช้งานตามสถานที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย และคล่องตัวเป็นอย่างมาก

สำหรับคุณสมบัติเด่นของ ZTE Axon 7 Mini ก็ถือว่าคุ้มค่า และสามารถตอบโจทย์การใช้งานต่างๆ ได้ดีครบทุกรูปแบบ เริ่มตั้งแต่ หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียด 1920x1080 พิกเซล ขนาด 5.2 นิ้ว พร้อมครอบทับด้วยกระจกขอบนูนแบบ 2.5D Gorilla Glass 4, เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ 360 องศา พร้อมเทคโนโลยี Lightning Quick Fingerprint Unlock ซึ่งสามารถปลดล็อกได้ภายในเวลาเพียง 0.25 วินาที, ช่องเชื่อมต่อยุคใหม่แบบ USB Type-C, แบตเตอรี่ขนาด 2705 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ Quick Charge 2.0 ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่ถึงระดับ 46% ภายในเวลา 30 นาที

ทางด้านกล้องถ่ายภาพก็ถือเป็นอีกหนึ่งจุดขายสำคัญของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะกล้องดิจิทัลด้านหลังที่มีความละเอียดมากถึง 16 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด F/1.9, ระบบกันสั่นแบบ EIS (Electronic Image Stabilization), ระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus) และไฟแฟลชแบบ Dual-LED ซึ่งจากการทดสอบด้วยการถ่ายภาพในสภาวะแสงปกติ และในสภาวะแสงน้อย พบว่ากล้องดิจิทัลด้านหลังนั้นสามารถตอบโจทย์ด้านการถ่ายภาพได้ดีเป็นอย่างมาก อีกทั้งภาพถ่ายที่ได้ก็มีความคมชัด สีสันสดใส และสามารถเก็บรายละเอียดต่างๆ ได้ครบ นอกจากนี้ ยังมีโหมดถ่ายภาพโปรให้ใช้งานด้วยเช่นกัน ซึ่งผู้ใช้งานนั้นสามารถปรับค่าต่างๆ เพื่อถ่ายภาพได้เสมือนมีกล้อง DSLR ติดตัวอยู่ตลอดเวลาเลยก็ว่าได้ และที่พิเศษไปกว่า คือ มีโหมดถ่ายภาพ Car Trail สำหรับถ่ายภาพแสงไฟท้ายให้ใช้งานอีกด้วย เรียกได้ว่า ช่วยเพิ่มสนุกสนานให้กับการถ่ายภาพมากขึ้นเลยทีเดียว

ในส่วนของกล้องดิจิทัลด้านหน้า 8 ล้านพิกเซล ที่มีมุมมองกว้าง 88 องศา พร้อมรูรับแสงขนาด F/2.2 ก็สามารถตอบโจทย์ด้านการถ่ายภาพได้ดีไม้แพ้กัน และด้วยมุมมองที่กว้าง จึงช่วยให้สามารถ่ายภาพพร้อมกับกลุ่มเพื่อนๆ หรือครอบครัวได้แบบไม่มีหลุดเฟรม อีกทั้งยังมีโหมดถ่ายภาพหน้าสวยที่สามรถปรับค่าผิวเนียนได้ถึง 10 ระดับ ให้ใช้งานอีกด้วย บอกได้เลยว่า สาวกที่ชื่นชอบการถ่ายภาพเซลฟี่ต้องหลังรักสมาร์ทโฟนรุ่นนี้อย่างแน่นอน

อีกหนึ่งความพิเศษบน ZTE Axon 7 Mini คือ มาพร้อมลำโพงเสียงแบบ Dual Hi-Fi Stereo ที่ด้านบน และด้านล่าง ในส่วนด้านหน้าของตัวเครื่อง ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับชิปประมวลผลเสียง Hi-Fi AKM4962 พร้อมเทคโนโลยีระบบเสียงแบบ Dolby Atmos และ Dolby Digital Surround ได้อย่างลงตัว โดยจะเหมาะกับการนำไปใช้งานด้านมัลติมีเดียเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น การฟังเพลง, การชมภาพยนตร์ หรือเล่มเกม เรียกได้ว่า ZTE Axon 7 จะทำให้คุณพบกับประสบการณ์การรับฟังเสียงราวกับว่ามีชุดเครื่องเสียง Home Theater ชุดเล็กๆ ติดตัวไปทุกที่ทุกเวลาเลยก็ว่าได้

ในส่วนประสิทธิภาพการประมวลผลก็ถือว่าครบเครื่อง และสามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ชิปเซ็ต Octa-Core Qualcomm MSM8952 Snapdragon 617 ความเร็วในการประมวลผล 1.5 GHz, พร้อมด้วยหน่วยประมวลผลกราฟิกแบบ Adreno 405, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 3 GB, หน่วยความจำภายในขนาด 32 GB, รองรับการใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด พร้อมรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 4G LTE กับ 3G, รองรับการเชื่อมต่อไร้สายแบบ NFC และขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 6.0.1 Marshmallow ซึ่งจากการทดสอบด้วยการถ่ายวิดีโอความละเอียดระดับ Full HD (1080p) และเล่นเกมที่มีกราฟิกแบบสามมิติอย่างต่อเนื่อง พบว่า ZTE Axon 7 Mini นั้นสามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างไหลลื่น โดยไม่มีอาการหน่วง หรือกระตุกให้พบเจอ แต่อย่างไรก็ดี ในขณะใช้งานที่มีการประมวลผลหนักๆ แบบต่อเนื่องก็พบว่าตัวเครื่องมีการสะสมความร้อนในระดับหนึ่ง แต่ไม่มีผลต่อการใช้งานแต่อย่างใด

และจากข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมาก็พอที่จะสรุปได้ว่า ZTE Axon 7 Mini น่าจะเหมาะกับผู้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพในการใช้งานที่ใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟนระดับเรือธงในราคาหมื่นต้นๆ พร้อมดีไซน์สวยหรู, วัสดุแข็งแรงทนทาน, กล้องถ่ายภาพสวยคมชัด, มีฟีเจอร์ให้ใช้งานหลากหลาย และมีระบบเสียงที่ดีเป็นพิเศษ ซึ่ง ZTE Axon 7 Mini ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่สมเหตุสมผลเป็นอย่างมาก สำหรับท่านใดที่ต้องการเป็นเจ้าของ ZTE Axon 7 Mini ก็สามารถไปเลือกซื้อเลือกชมได้ที่ ZTE Shop หรือร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศได้ในราคา 11,990 บาท เท่านั้น! (ล่าสุดบางตัวแทนจำหน่ายได้จัดโปรโมชั่นลดราคาเหลือ 8,490 บาท แล้ว) สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง ZTE ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง ZTE Axon 7 Mini มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ

 

จุดเด่นของ ZTE Axon 7 Mini

- ตัวเครื่องมีความบางเฉียบเพียง 7.8 มิลลิเมตร
- ตัวเครื่องใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ Aluminum Full-Metal Unibody จึงทำให้ตัวเครื่องมีความสวยหรูพรีเมียม และแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ 360 องศา พร้อมเทคโนโลยี Lightning Quick Fingerprint Unlock ซึ่งสามารถปลดล็อกได้ภายในเวลาเพียง 0.25 วินาที
- จอแสดงผลแบบ  AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels ขนาด 5.2 นิ้ว พร้อมครอบทับด้วยกระจกหน้าขอบนูนแบบ 2.5D Gorilla Glass 4
- หน่วยประมวลผลภาพกราฟิกโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 405
- ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core Qualcomm MSM8952 Snapdragon 617 ความเร็วในการประมวลผล 1.5 GHz
- ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 6.0.1 (Marshmallow)
- หน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB และรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 128 GB
- กล้องดิจิทัลตัวหลักที่ด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสงขนาด F/1.9, ระบบกันสั่นแบบ EIS (Electronic Image Stabilization), ระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus) พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED และรองรับการถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD 1080p
- กล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 8 ล้านพิกเซล ที่มีมุมมองกว้าง 88 องศา พร้อมรูรับแสงขนาด F/2.2, โหมดถ่ายภาพหน้าสวย และรองรับการถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับFull HD 1080p
- รองรับการใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual SIM)
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ 4G LTE, 3G, EDGE และ GPRS
- ระบบ GPS+A-GPS ในตัว (Global Positioning System : ระบบดาวเทียมนำร่อง)
- แบตเตอรี่แบบ Li-Ion Polymer 2705 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงแบบ Quick Charge 2.0 ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่ถึงระดับ 46% ภายในเวลา 30 นาที
- ลำโพงเสียงภายนอกแบบ Dual Hi-Fi Stereo ที่ด้านบน และด้านล่างของตัวเครื่อง ซึ่งทำงานร่วมกับชิปประมวลผลเสียง Hi-Fi AKM4962 พร้อมรองรับระบบเสียง Dolby Atmos + Dolby Digital Surround
- รองรับการเชื่อมต่อผ่านพอร์ตยุคใหม่แบบ USB Type-C
- ราคาเปิดตัว 11,990 บาท (ล่าสุดบางตัวแทนจำหน่ายได้จัดโปรโมชั่นลดราคาเหลือ 8,490 บาทแล้ว)

 

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ ZTE Axon 7 Mini

- แบตเตอรี่เป็นแบบ Built-in Battery จึงไม่สามารถถอด หรือเปลี่ยนด้วยตนเองได้
- ขณะที่ใช้งานที่มีการประมวลผลหนักๆ ตัวเครื่องมีการสะสมความร้อนพอสมควร แต่ไม่มีผลต่อการใช้งานแต่อย่างใด
- ไม่มีวิทยุ FM ในตัว
- ถาดใส่ซิมการ์ดเป็นแบบ Hybrid Slot จึงต้องเลือกใช้งานระหว่างซิมการ์ดที่ 2 หรือการเพิ่มหน่วยความจำภายนอก ไม่สามารถใช้งานพร้อมกันได้

 

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางศูนย์ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ ZTE Axon 7 Mini
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ ZTE Axon 7
รีวิว (Review) ZTE Axon 7

 

 

:: ไปหน้าแรกเว็บไซต์ Thaimobilecenter | ไปหน้าแรก Mobile Focus ::

 

 

 


 





 
แนะนำบทความอื่นที่น่าสนใจ ..!!
เปิดตัว Nokia 7 สมาร์ทโฟน Nokia น้องใหม่กับดีไซน์ Metal-Glass ครบครันด้วยจอ 5.2 นิ้ว, ชิปเซ็ต Snapdragon 630,

เปิดตัว Nokia 7 สมาร์ทโฟน Nokia น้องใหม่กับดีไซน์ Metal-Glass ครบครั ...

Huawei Mate 10 Series เปิดตัวแล้ว เรือธงตัวท็อป 3 รุ่นรวด พร้อมสรุปทุกข้อมูล ฟีเจอร์ ราคา และวันวางจำหน่าย

Huawei Mate 10 Series เปิดตัวแล้ว เรือธงตัวท็อป 3 รุ่นรวด พร้อมสรุปท ...

รีวิว Huawei nova 2i สมาร์ทโฟนกล้อง 4 ตัว พร้อมจอ FullView 5.9 นิ้ว บนตัวเครื่องดีไซน์ใหม่ ในราคาเพียง 10,900 บาท!

รีวิว Huawei nova 2i สมาร์ทโฟนกล้อง 4 ตัว พร้อมจอ FullView 5.9 นิ้ว ...

Vivo V7+ เปิดตัวในไทย สมาร์ทโฟนจอไร้ขอบ FullView Display 5.99 นิ้ว รุ่นแรกของค่าย กับที่สุดแห่งการเซลฟี่ด้วยกล้องหน

Vivo V7+ เปิดตัวในไทย สมาร์ทโฟนจอไร้ขอบ FullView Display 5.99 นิ้ว ร ...

เปิดตัว iPhone 8 และ iPhone X เรือธงรุ่นท็อปประจำปีจาก Apple กับการพลิกโฉมดีไซน์แบบใหม่ล่าสุด พร้อมจัดเต็มด้วย

เปิดตัว iPhone 8 และ iPhone X เรือธงรุ่นท็อปประจำปีจาก Apple กับการพ ...

Samsung Galaxy Note 8 เปิดตัวแล้ว พร้อมสรุปข้อมูลสเปก ฟีเจอร์เด่น ราคา และวันวางจำหน่ายล่าสุด! ไฮเอนด์จัดเต็ม

Samsung Galaxy Note 8 เปิดตัวแล้ว พร้อมสรุปข้อมูลสเปก ฟีเจอร์เด่น รา ...

แนะนำ 7 มือถือราคาไม่เกิน 5,000 บาท ที่คุ้มค่าน่าซื้อมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้ พร้อมตอบโจทย์การใช้งานในฟังก์ชันพื

แนะนำ 7 มือถือราคาไม่เกิน 5,000 บาท ที่คุ้มค่าน่าซื้อมากที่สุด ณ ชั่ ...

อัปเดต ราคามือถือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต  ทั้งราคากลาง, ราคาศูนย์ และราคาเครื่องนอก

อัปเดต ราคามือถือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ทั้งราคากลาง, ราคาศูนย์ และราค ...








 Huawei nova 2i Review
สมาร์ทโฟนกล้อง 4 ตัว พร้อมจอ FullView บนตัวเครื่องดีไซน์ใหม่ ในราคาแค่หมื่นต้นๆ

[รายละเอียด]
 NOVA PHONE 7 Review
มือถือรุ่นประหยัด บนดีไซน์อินเทรนด์ พร้อมคุณสมบัติครบครัน ในราคาไม่ถึง 3 พันบาท

[รายละเอียด]
 OPPO R9s Pro Review
สมาร์ทโฟนกล้องหน้าคู่ พร้อมจอยักษ์ 6 นิ้ว, แบตใหญ่จุใจ และสเปกแรงครบเครื่อง

[รายละเอียด]
 Moto G5S Plus Review
สมาร์ทโฟนกล้องคู่ใหม่ในราคาไม่ถึงหมื่น สเปกดีครบเครื่อง บนบอดี้โลหะที่ไม่กลัวน้ำ

[รายละเอียด]
 Samsung Galaxy J7+ Review
สมาร์ทโฟนกล้องคู่ ถ่ายหลังละลายได้ทั้งกล้องหน้า-หลัง พร้อมสเปกครบเครื่องโดนใจ

[รายละเอียด]
 Samsung Galaxy Note 8 Review
เรือธงรุ่นใหญ่ใหม่ล่าสุด พร้อมกล้องคู่รุ่นแรกของค่าย และปากกา S Pen โฉมใหม่

[รายละเอียด]
รายการรีวิวมือถือทั้งหมด








สรุป 5 ฟีเจอร์เด่นของ Google Pixel 2 ที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จาก Pixel รุ่นแรก
สรุป 5 ฟีเจอร์เด่นของ Google Pixel 2 ที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงครั้ง 
Google ถือว่าเป็นอีกหนึ่งค่ายที่ได้ผันตัวมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นของตลาดสมาร์ทโฟน หลังเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมาไ
เปรียบเทียบ Samsung Galaxy Note FE กับ Galaxy Note 8 ซื้อรุ่นไหนคุ้มค่ากว่ากัน? สองเรือธงตัวท็อปต่างยุค กับราค
เปรียบเทียบ Samsung Galaxy Note FE กับ Galaxy Note 8 ซื้อรุ่นไหนค 
หลังจากที่ Samsung ได้ทำการเปิดตัว Samsung Galaxy Note 8 ไปเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมวางจำห
Apple อาจเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ที่มีฟีเจอร์แบบ iPhone X แต่ราคาถูกกว่า! คาดไอโฟนทุกรุ่นในปี 2018 จะใช้งานจอ OLED
Apple อาจเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ที่มีฟีเจอร์แบบ iPhone X แต่ราคาถูกก 
หลังจากที่ Apple ได้ทำการเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดในชื่อ iPhone 8, iPhone 8 Plus และไอโฟนตัวท็อปอย่าง iP
เผยภาพ Xiaomi Redmi Note 5 มือถือสเปกคุ้มรุ่นล่าสุด กับการพลิกโฉมดีไซน์ใหม่ด้วยหน้าจอแทบไร้ขอบ คาดครบเครื่องด้
เผยภาพ Xiaomi Redmi Note 5 มือถือสเปกคุ้มรุ่นล่าสุด กับการพลิกโฉม 
จากที่ก่อนหน้านี้ได้มีกระแสข่าวว่า ค่าย Xiaomi แบรนด์สมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่ในประเทศจีน ที่เริ่มเข้ามารุกตลาดใ
พบบั๊กใหม่บน iOS 11 เวอร์ชันล่าสุด กดเข้าไปดูรูปภาพภายในเครื่องได้แม้จะล็อคหน้าจออยู่ คาด Apple เตรียมแก้ไขเร็
พบบั๊กใหม่บน iOS 11 เวอร์ชันล่าสุด กดเข้าไปดูรูปภาพภายในเครื่องได 
หลังจากที่ iOS 11 ได้เปิดตัวไปเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทาง Apple ก็ได้ปล่อยแพทซ์สำหรับปรับปรุงการท
HTC U11 Plus ว่าที่เรือธงกล้องเทพรุ่นใหม่ จ่อเปิดตัววันที่ 2 พ.ย. นี้ คาดจัดเต็มด้วยหน้าจอ 6.0 นิ้ว, ชิปเซ็ต S
HTC U11 Plus ว่าที่เรือธงกล้องเทพรุ่นใหม่ จ่อเปิดตัววันที่ 2 พ.ย. 
หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่า HTC เตรียมการที่จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในชื่อ HTC U11 Plus พร้อมทั้ง
HTC U11 Plus เผยสเปกเรือธง กับชิปเซ็ต Snapdragon 835 และ Android 8.0 Oreo เวอร์ชันล่าสุด จ่อเปิดตัว 2 พฤศจิกาย
HTC U11 Plus เผยสเปกเรือธง กับชิปเซ็ต Snapdragon 835 และ Android  
เรียกได้ว่ามีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ HTC U11 Plus ทายาทสมาร์ทโฟนระดับท็อปจากตระกูล U Series ออกมาให้ได้
Xiaomi Mi Mix 2 เตรียมเปิดตัวในไทย 14 พฤศจิกายนนี้ กับความไฮเอนด์ขั้นสุดด้วยจอไร้ขอบ 5.99 นิ้ว, ขุมพลัง Snapdr
Xiaomi Mi Mix 2 เตรียมเปิดตัวในไทย 14 พฤศจิกายนนี้ กับความไฮเอนด์ 
หลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Xiaomi Mi Mix 2 ทายาทเรือธงหน้าจอไร้ขอบสุดพรีเมียมจากค่าย Xiaomi ในช่
Sony Xperia XZ Premium เปิดตัวสีแดงสุดจี๊ดใหม่ล่าสุด พร้อมความพรีเมียมในทุกสัมผัส และฟีเจอร์ไฮเอนด์ครบครัน เตร
Sony Xperia XZ Premium เปิดตัวสีแดงสุดจี๊ดใหม่ล่าสุด พร้อมความพรี 
ล่าสุดนี้ทางค่าย Sony ได้เปิดตัว Sony Xperia XZ Premium สมาร์ทโฟนเรือธงในเฉดสีแดงสุดร้อนแรงแบบใหม่ที่ประเ
แนะนำ 7 มือถือเพื่อเกมเมอร์ ในราคาไม่เกิน 10,000 บาท พร้อมเล่นเกมลื่นไหลไม่มีสะดุด และฟีเจอร์ครบครันทุกการใช้ง
แนะนำ 7 มือถือเพื่อเกมเมอร์ ในราคาไม่เกิน 10,000 บาท พร้อมเล่นเกม 
เรียกได้ว่าการเล่นเกมบนมือถือได้กลายมาเป็นหนึ่งใน Activity หลักสำหรับผู้ใช้อย่างเราๆ เลยก็ว่าได้ และสมาร์
รายการอัพเดททั้งหมด



ราคามือถือ อัพเดทล่าสุด !!


Samsung Galaxy S7 edge 16,500 บาท ราคาลดลง 400 บาท จากราคาเดิม 16,900  บาท
Apple iPhone 8 Plus 256GB 37,000 บาท
Apple iPhone 8 Plus 64GB 32,000 บาท
Apple iPhone 8 256GB 33,000 บาท
Apple iPhone 8 64GB 28,000 บาท
Sony Xperia XA1 Ultra 13,990 บาท ราคาคงที่
OPPO R9s Pro 13,990 บาท ราคาคงที่
Huawei Y7 5,490 บาท ราคาคงที่
Huawei nova 2i 10,900 บาท
OPPO R9s 12,990 บาท ราคาลดลง 1,000 บาท จากราคาเดิม 13,990  บาท
Samsung Galaxy J7+ (J7 Plus) 11,500 บาท ราคาคงที่
Nokia 8 19,500 บาท ราคาคงที่
Moto E4 4,990 บาท ราคาคงที่
Samsung Galaxy J7 Core 7,290 บาท ราคาคงที่
Vivo Y53 4,990 บาท ราคาคงที่
Vivo Y55s 5,990 บาท ราคาคงที่
Nokia 3 4,850 บาท ราคาคงที่
Nokia 5 6,490 บาท ราคาคงที่
Sony Xperia XZs 17,990 บาท ราคาลดลง 2,710 บาท จากราคาเดิม 20,700  บาท
รายการ ราคามือถือ ทั้งหมด



อัพเดท ข่าวสารล่าสุด (New update)

New!! Harman Kardon Aura Studio 2
New!! Harman Kardon Aura Studio 2 
Aura Sutdio2 ถูกออกแบบได้อย่างมีเอกลักษณ์ มาพร้อมปุ่มไฟ LED ที่ใช้งานได้ง่าย และสามารถให้เสียงที่ไพเราะที
สาวก กาแลคซี่ โน้ตชาวไทย เตรียมเฮ! “กาแลคซี่ โน้ต แฟน เอดิชั่น” เข้าไทย 3 พฤศจิกายนนี้
สาวก กาแลคซี่ โน้ตชาวไทย เตรียมเฮ! “กาแลคซี่ โน้ต แฟน เอดิชั 
หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการวางจำหน่าย “ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ตแฟน เอดิชั่น” (Samsung Galaxy Note Fan Edit
CSC เร่งขยายสาขา ล่าสุด เปิดช็อปมือถือ 2 แบรนด์ดังลงใต้
CSC เร่งขยายสาขา ล่าสุด เปิดช็อปมือถือ 2 แบรนด์ดังลงใต้ 
CSC ไม่หยุดยั้ง เร่งขยายร้อยกว่าสาขาเอาใจผู้บริโภค ล่าสุดเปิดสาขาอย่างเป็นทางการสำหรับ Samsung และ Huawei
ทรูมูฟ เอช เตรียมพร้อมโครงข่ายมือถือ ขยายสัญญาณเต็มศักยภาพรองรับการใช้งานพสกนิกรชาวไทยร่วมพระราชพิธี
ทรูมูฟ เอช เตรียมพร้อมโครงข่ายมือถือ ขยายสัญญาณเต็มศักยภาพรอ 
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ทรูมูฟ เอช จัดเตรียมความพร้อมด้านการสื่อสารอำนวยความสะดวกอย
เอไอเอสเตรียมเครือข่าย พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสาร ในบริเวณงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
เอไอเอสเตรียมเครือข่าย พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสาร ในบ 
เอไอเอสพร้อมอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารให้แก่ประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ให้สามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างไ
รายการอัพเดททั้งหมด


    Catalog มือถือ     market     Review มือถือ       Price ราคามือถือ     forum
Catalog มือถือ
Catalog มือถือ Nokia
Catalog มือถือ Samsung
Catalog มือถือ SonyEricsson
Catalog มือถือ i-mobile
Catalog มือถือ LG
Catalog มือถือ BlackBerry
ลงประกาศสินค้ามือถือ
สมัครสมาชิก
หน้าแรกตลาดซื้อขายมือถือ
 
หน้าแรกรีวิว
รีวิว มือถือ Nokia
รีวิว มือถือ Samsung
รีวิว มือถือ Motorola
รีวิว มือถือ LG
 

ราคามือถือ
ราคามือถือ Nokia
ราคามือถือ Samsung
ราคามือถือ Sony Ericsson
ราคามือถือ i-mobile
ราคามือถือ LG
ราคามือถือ BlackBerry
หน้าแรก cafe
Nokia club
ตั้งหัวข้อใหม่
 

© Copyright all rights reserved : ThaiMobileCenter.com