พรีวิว (Preview) Obi Worldphone SF1
แกะกล่อง ลองเล่น Obi Worldphone SF1 สมาร์ทโฟนดีไซน์สุดเฉียบ พร้อมสเปคแรงครบเครื่อง ของดีมีคุณภาพจากอดีตซีอีโอ Apple ในราคาแค่หลักพัน!
Preview
Date (20-พฤศจิกายน-2558)

หลายท่านอาจจะยังไม่คุ้นหูกับ Obi Worldphone SF1 สมาร์ทโฟนแบรนด์ดังที่มีบ้านเกิดอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และกำลังเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยในเร็วๆ นี้ สำหรับแบรนด์ Obi Worldphone นั้นหากศึกษาเบื้องลึกเบื้องหลังกันให้ดีก็จะพบว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะมีผู้ก่อตั้งระดับบิ๊กที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการต่างๆ มาร่วมหุ้นอยู่หลายคนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น John Sculley อดีต CEO ของ Apple กับ Pepsi, Satjiv Chahil อดีต CEO ของ Apple และ Palm และ Robert Brunner ผู้ก่อตั้ง Ammunition Group สตูดิโอชั้นนำในสหรัฐอเมริกา เป็นต้น เรียกได้ว่า Obi Worldphone เป็นแบรนด์ที่เกิดจากการรวมตัวครั้งใหญ่ของอดีตอาวุโสจากบริษัทชั้นนำเลยก็ว่าได้
Obi Worldphone SF1 ได้ถูกออกแบบทุกรายละเอียดในซานฟรานซิสโก โดยเทคโนโลยีการผลิตตัวเครื่องจะเป็นแบบ Metal-Unibody พร้อมทั้งการขัดเงาคุณภาพสูง มีความโดดเด่น สวย ดูแปลกตาไม่เหมือนใคร ด้วยกระจกหน้าจอที่ยกตัวขึ้นมาจากตัวเครื่องเล็กน้อย ซึ่งสมาร์ทโฟนแบรนด์ Obi Worldphone ณ ขณะนี้ จะแบ่งออกเป็น 2 รุ่นด้วยกัน คือ SF1 กับ SJ1.5 โดยรุ่น SF1 ก็คือรุ่นที่เราจะนำมารีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกันในวันนี้นั่นเอง สำหรับวัสดุหลักๆ ที่ใช้กับ Obi Worldphone SF1 จะเป็นไฟเบอร์กลาสผสานกับกรอบตัวเครื่องโลหะที่มีความแข็งแรงทนทาน
ในด้านคุณสมบัติของตัวเครื่องก็จัดมาให้แบบเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอแสดงผลแบบ JDI In-Cell IPS ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1080p พร้อมเสริมความแข็งแกร่งทนทานด้วยกระจกหน้าจอแบบ Gorilla Glass 4, หน่วยประมวลผลใช้ชิปเซ็ต 64-bit Octa-Core Snapdragon 615, ระบบปฏิบัติการ Android 5.0.2 Lollipop, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 2 GB, หน่วยความจำภายในขนาด 16 GB สามารถรองรับการเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ได้สูงสุด 64 GB, กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ซึ่งใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบ Sony Exmor IMX214 กับขนาดรูรับแสงกว้างสุดที่ F/2.0, กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED สำหรับกล้องหน้าโดยเฉพาะ, ระบบเสียง Dolby Audio, รองรับการใช้งานได้พร้อมกันสองซิมการ์ด, รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ 4G LTE และแบตเตอรี่ความจุ 3,000 mAh
และก่อนที่จะให้ทุกท่านไปพบกับรีวิวแบบจัดเต็มของ Obi Worldphone SF1 ในวันนี้ก็ขอเชิญทุกท่านไปเรียกน้ำย่อย ด้วยการชมพรีวิวแกะกล่อง Obi Worldphone SF1 กันแบบพอสังเขปก่อนว่าตัวเครื่องจะมีดีไซน์เป็นอย่างไร ชิ้นงานประณีตสวยงามสมคำร่ำลือหรือไม่ และมีฟีเจอร์อะไรที่น่าสนใจกันบ้าง ขอเชิญทุกท่านไปชมพรีวิวพร้อมกันได้เลยครับ
แกะกล่อง พร้อมสำรวจรูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง, การออกแบบดีไซน์ และอุปกรณ์มาตรฐานของ Obi Worldphone SF1

สำหรับ Obi Worldphone SF1 จะมาในแพ็กเกจทรงสูงพร้อมส่วนโค้งเว้าที่ดูสวยแปลกตา และไม่เหมือนใคร โดยด้านบนของแพ็กเกจจะเป็นพลาสติกแบบโปร่งใส สามารถมองเห็นตัวเครื่อง Obi Worldphone SF1 ได้อย่างชัดเจน

ด้านใต้แพ็กเกจมีการระบุ IMEI ของตัวเครื่องไว้อย่างละเอียดชัดเจน

ส่วนด้านหลังจะมีการระบุคุณสมบัติของตัวเครื่องแบบคร่าวๆ เอาไว้

ภายในกล่องมีอุปกรณ์พื้นฐานมาให้ใช้งานอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น SIM Door Key, คู่มือการใช้งาน, สาย microUSB สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ หรือโอนถ่ายข้อมูล และอะแดปเตอร์แปลงไฟ

Obi Worldphone SF1 จะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ JDI In-Cell IPS ความละเอียด 1920x1080 พิกเซล ขนาด 5 นิ้ว พร้อมด้วยเทคโนโลยี Fully-Laminated OGS (One Glass Solution) คือ การรวมเซ็นเซอร์ของระบบสัมผัสเอาไว้ในเนื้อกระจก จึงช่วยให้ชั้นกระจกหน้าจอมีความบางเบา และรับการสัมผัสได้ดีมากขึ้น ส่วนกระจกหน้าจอจะเป็นแบบ Gorilla Glass 4 ซึ่งจะมีความแข็งแรงทนทาน และป้องกันรอยขีดข่วนได้ดี โดยจะมีขนาดของตัวเครื่องอยู่ที่ 146x74x8 มิลลิเมตร กับน้ำหนัก 147 กรัม

ด้านหน้าส่วนบนจะประกอบไปด้วยไฟแฟลช LED สำหรับกล้องหน้าโดยเฉพาะ ซึ่งหาได้ยากในสมาร์ทโฟนทั่วไป, ลำโพงหูฟังสำหรับการสนทนา, กล้องดิจิทัลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล, เซ็นเซอร์ Accelerometer Sensor ที่ช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้ และเซ็นเซอร์ Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน

ที่หน้าจอแสดงผลส่วนล่างจะประกอบไปด้วยปุ่มการสั่งงาน 3 ปุ่ม ได้แก่ ปุ่มย้อนกลับ, ปุ่มโฮม และปุ่ม Recent Apps

ด้านหน้าส่วนบนจะมีช่องสำหรับเชื่อมต่อกับหูฟังแบบมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร และไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวนขณะทำการบันเสียงเสียง หรือถ่ายวิดีโอ

ด้านล่างของตัวเครื่องจะมีลำโพงเสียงแบบสเตอริโอ, ช่องเชื่อมต่อแบบ microUSB สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ หรือโอนถ่ายข้อมูล และไมโครโฟนสำหรับการสนทนา หรือบันทึกเสียง

ด้านขวาของตัวเครื่องจะมีถาดใส่ซิมการ์ด ซึ่งซิมการ์ดที่ใช้จะเป็นแบบ microSIM ในช่องซิมการ์ดที่ 1 และแบบ nanoSIM ในช่องซิมการ์ดที่ 2 โดยในช่องที่ 2 จะต้องเลือกใช้งานระหว่างซิมการ์ด หรือเพิ่มหน่วยความจำภายนอก จะไม่สามารถใช้งานพร้อมกันได้

ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะมีปุ่ม เปิด-ปิด เครื่อง หรือล็อกหน้าจอ กับปุ่ม เพิ่ม-ลด ระดับของเสียง

ด้านหลังของตัวเครื่องจะประกอบไปด้วยกล้องดิจิทัลความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ซึ่งใช้เซ็นเซอร์รับภาพคุณภาพสูงแบบ Sony Exmor IMX214 กับขนาดรูรับแสงกว้างสุดที่ F/2.0 พร้อมไฟแฟลช LED และด้วยดีไซน์ตัวเครื่องแบบ Unibody แบตเตอรี่จึงถูกบรรจุอยู่ภายใน โดยแบตเตอรี่จะมีความจุอยู่ที่ 3000 mAh พร้อมเทคโนโลยี Quick Charge 1.0 ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็ว

Obi Worldphone SF1 จะมีดีไซน์แบบ Metal-Unibody ซึ่งตัวเครื่องเป็นโลหะที่ถูกขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกัน พร้อมดีไซน์กระจกหน้าจอแบบยกสูง (Floating Display : ยกสูง 0.2 มิลลิเมตร) อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่างๆ ในเบื้องต้น
 
สำหรับ Obi Worldphone SF1 จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.0.2 พร้อมส่วนติดต่อผู้ใช้ (User Interface) ที่ดูเรียบง่ายไม่ซับซ้อน
 
อีกทั้งยังมีฟังก์ชันสำหรับการแจ้งเตือนต่างๆ และสามารถ เปิด-ปิด ฟังก์ชันลัดได้หลากหลาย เช่น GPS, การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และ WiFi
 
ส่วนบริการต่างๆ จากทาง Google บน Obi Worldphone SF1 ก็มีให้ใช้งานครบครัน
 
Obi Worldphone SF1 มาพร้อมกับฟังก์ชันโทรศัพท์ ที่สามารถแสดงบันทึกการโทรต่างๆ ได้ รวมถึงสามารถเข้าสู่สมุดรายชื่อโทรศัพท์ได้ไม่แตกต่างไปจากสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ทั่วๆ ไป
 
นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์สำหรับปรับค่าเสียงให้เหมาะสมกับการใช้งานได้ เช่น ระบบเสียงสำหรับชมภาพยนตร์, ฟังเพลง หรือระบบเสียงสำหรับเล่นเกม เป็นต้น
 
Obi Worldphone SF1 สามารถรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทั้ง 4G LTE และ 3G
 
นอกจากนี้ Obi Worldphone SF1 ยังมีฟีเจอร์ Smart Function สำหรับการสั่งงานด้วยท่าทางได้ เช่น การคว่ำตัวเครื่องเพื่อปิดเสียงเรียกเข้า เป็นต้น

เนื่องจาก Obi Worldphone SF1 ที่ได้นำมารีวิวเป็นเครื่องทดสอบ จึงมีความจุของหน่วยความจำภายในขนาด 32 GB แต่เครื่องที่จะวางจำหน่ายจริงในประเทศไทยจะมีหน่วยความจำเพียงแค่ 16 GB เท่านั้น รวมถึงมีหน่วยความจำ RAM เพียงแค่ 2 GB
 
Obi Worldphone SF1 สามารถเปิดอ่านไฟล์ Word, Excel และ PowerPoint ได้
 
สามารถจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ และนัดหมายสำคัญ ได้ผ่านแอปพลิเคชัน ColorNote
 
ส่วนฟังก์ชันกล้องถ่ายภาพบน Obi Worldphone SF1 ก็มีหน้าตาที่ใช้งานได้ง่ายอีกเช่นเดียวกัน แถมยังมีฟีเจอร์ หรือลูกเล่นให้ใช้งานมากมายอีกด้วย เช่น IQ Camera, ReFocus, Chroma Flash หรือ OptiZoom เป็นต้น
 
และเมื่อนำ Obi Worldphone SF1 มาทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark จะได้คะแนนอยู่ที่ 23813 คะแนน
สรุปผลการทดสอบในเบื้องต้นของ Obi Worldphone SF1

หลังจากที่ได้แกะกล่องลองเล่น Obi Worldphone SF1 พร้อมทดสอบการใช้งานในเบื้องต้นกันไปแล้ว ความประทับใจอย่างแรกที่ต้องขอพูดถึงเลย คือ เรื่องของการออกแบบ โดย Obi Worldphone SF1 มีดีไซน์ตัวเครื่องแบบ Metal-Unibody ที่มีการยกขอบหน้าจอแสดงผลให้สูงขึ้น ซึ่งดูแปลกตา และไม่เหมือนใคร อีกทั้งวัสดุที่ใช้ยังเป็นโลหะ ที่ช่วยให้ตัวเครื่องมีความแข็งแรงทนทาน นอกจากนี้ ตัวหน้าจอแสดงผลยังใช้เทคโนโลยี Fully-Laminated OGS (One Glass Solution) คือ การรวมเซ็นเซอร์ของระบบสัมผัสเอาไว้ในเนื้อกระจก จึงช่วยให้ชั้นกระจกหน้าจอมีความบางเบา และรับการสัมผัสได้ดีมากขึ้น จึงทำให้ตัวเครื่องดูเพรียวบาง
และในเรื่องของคุณสมบัติโดยรวม ทางผู้ผลิตก็ใส่มาให้แบบเต็มๆ ไม่แพ้สมาร์ทโฟนคู่แข่งในระดับราคาเดียวกัน ทั้งหน้าจอแสดงผลแบบ JDI In-Cell IPS ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1080p เสริมความแข็งแรงทนทานด้วยกระจกหน้าจอแบบ Gorilla Glass 4, หน่วยประมวลผลใช้ชิปเซ็ต 64-bit Octa-Core Snapdragon 615 ความเร็วในการประมวลผล 1.5 GHz, ระบบปฏิบัติการ Android 5.0.2 Lollipop, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 2 GB, หน่วยความจำภายในขนาด 16 GB, สามารถรองรับการเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ได้สูงสุด 64 GB, กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ซึ่งใช้เซ็นเซอร์รับภาพคุณภาพสูงแบบ Sony Exmor IMX214 กับขนาดรูรับแสงกว้างสุดที่ F/2.0, กล้องด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED สำหรับกล้องหน้าโดยเฉพาะ, ระบบเสียง Dolby Audio, แบตเตอรี่ความจุ 3,000 mAh และรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบเครือข่ายความเร็วสูงแบบ 4G LTE
ซึ่งหลังจากการเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม 2558 แล้ว Obi Worldphone SF1 จะวางจำหน่ายผ่านทางเว็บไซต์ ลาซาด้า (www.lazada.co.th) ในวันที่ 8 ธันวาคม 2558 ซึ่งรุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทย คือ Obi Worldphone SF1 ความจุ 16 GB พร้อม RAM 2 GB คาดว่าจะวางจำหน่ายในไทยที่ราคา 7,290 บาท (ราคาอย่างไม่เป็นทางการ) หากมีรายละเอียดใดเพิ่มเติมทางทีมงานจะรีบนำมาแจ้งให้ทราบในทันที
และนี่เป็นเพียงการทดสอบในเบื้องต้นเท่านั้น สำหรับ Obi Worldphone SF1 ยังมีความน่าสนใจอีกมากมายหลายส่วนด้วยกัน ซึ่งทางทีมงานไทยโมบายเซ็นเตอร์จะกลับนำมาเสนอให้ทุกท่านได้รับชมอีกครั้งในรีวิวแบบจัดเต็มของ Obi Worldphone SF1 ในเร็วๆ นี้ สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ
จุดเด่นของ Obi Worldphone SF1
- การออกแบบดีไซน์มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ด้วยกระจกหน้าจอแบบยกสูง พร้อมเทคโนโลยีการผลิตตัวเครื่องแบบ Metal-Unibody ซึ่งใช้กระบวนการขัดเงาคุณภาพสูง และตัวเครื่องมีความบางเพียง 8 มิลลิเมตร
- ชนิดจอแสดงผลแบบ JDI In-Cell IPS Floating Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.0 นิ้ว : 443 ppi) พร้อมดีไซน์กระจกหน้าจอแบบยกสูง (Floating Display)
- กระจกหน้าจอแบบ Corning Gorilla Glass 4 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันแรงกระแทก หรือรอยขีดข่วน
- เทคโนโลยีการเคลือบกระจกแบบ Oleophobic Coating ช่วยป้องกันรอยนิ้วมือบนหน้าจอ
- เทคโนโลยี Fully-Laminated OGS (One Glass Solution)
- ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core 64-bit Qualcomm MSM8939 Snapdragon 615 ความเร็วในการประมวลผล 1.5 GHz
- ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android OS 5.0.2 Lollipop (Obi Lifespeed UI)
- หน่วยความจำ RAM ขนาด 2 GB
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 16 GB
- รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 64 GB
- กล้องดิจิทัลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 13 ล้าน Pixels ซึ่งใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบ Sony Exmor IMX214 กับขนาดของรูรับแสง (Aperture) กว้างสูงสุดที่ F/2.0 พร้อมไฟแฟลชในตัว (LED Flash)
- โหมดถ่ายภาพแบบ UbiFocus (เลือกจุดโฟกัสหลังการถ่ายภาพ) ่
- โหมดถ่ายภาพแบบ ChromaFlash (ถ่ายภาพสองครั้งอย่างรวดเร็วด้วยการใช้ไฟแฟลช กับไม่ใช้ไฟแฟลช แล้วนำมาประมวลผลรวมกัน)
- รองรับการถ่ายภาพวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD 1080p (1920x1080 Pixels : 30 fps)
- กล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels (2592x1944 Pixels) พร้อมไฟแฟลชในตัว (LED Flash)
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ 4G LTE, 3G HSPA+, EDGE และ GPRS
- ระบบ GPS ในตัว (Global Positioning System : ระบบดาวเทียมนำร่อง) พร้อมฟังก์ชัน A-GPS และรองรับระบบดาวเทียม GLONASS ของรัสเซีย
- วิทยุ FM Stereo ในตัว
- ราคามีความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณสมบัติโดยรวม (คาดว่าจะมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 7,290 บาท)
จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Obi Worldphone SF1
- เป็นแบรนด์ที่ใหม่ในตลาดสมาร์ทโฟน เพราะฉะนั้นการสนับสนุนต่างๆ ในอนาคต อาจต้องใช้เวลาพิสูจน์อีกสักระยะ
- ไม่รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สายระยะใกล้แบบ NFC
- ด้วยดีไซน์แบบไม่มีฝาหลัง จึงทำให้ไม่สามารถถอด หรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ด้วยตนเองได้
- ไม่มีรุ่นความจุ 32 GB พร้อม RAM 3 GB วางจำหน่ายในประเทศไทย
โปรดทราบ
* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางศูนย์ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *
สรุปข้อมูล และคุณสมบัติของ Obi Worldphone SF1
ท่านสามารถตรวจสอบข้อมูล และคุณสมบัติโดยละเอียดของ Obi Worldphone SF1 ได้โดยการคลิกที่ลิงก์ด้านล่างนี้
สรุปข้อมูล และข่าวสารล่าสุดของ Obi Worldphone SF1
สรุปคุณสมบัติโดยละเอียดของ Obi Worldphone SF1 title="Sony Xperia ZL Specification">
สามารถสั่งซื้อแบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ Lazada.co.th : http://ho.lazada.co.th/SHEdJT

:: ไปหน้าแรกเว็บไซต์ Thaimobilecenter
| ไปหน้าแรก
Mobile Focus ::
|