รีวิว (Review) Moto Z2 Play
สมาร์ทโฟน Moto Mods รุ่นอัปเกรดใหม่ล่าสุด! ด้วยกล้อง Dual Autofocus Pixel, จอ AMOLED Full HD ใหญ่เต็มตา 5.5 นิ้ว, ชิปเซ็ต Snapdragon 626, ROM 64GB, RAM 4GB และแบตเตอรี่ชาร์จเร็ว 3000 mAh บนบอดี้โลหะ Ultra-Slim สุดบางเฉียบที่ไม่กลัวน้ำ! ในราคา 15,990 บาท
Review
Date (29-มิถุนายน-2560)

เมื่อสัปดาห์ก่อนที่ผ่านมาทางทีมงานไทยโมบายเซ็นเตอร์ก็เพิ่งได้นำเสนอบทความพรีวิว Moto Z2 Play สมาร์ทโฟนรุ่นต่อยอดใหม่ล่าสุดจากตระกูล Z-Series กันไปแล้วเป็นอ่านเรียกน้ำย่อย และในวันนี้ก็ถึงเวลาอันสมควรแล้วที่ทางทีมงานจะปล่อยรีวิว Moto Z2 Play ฉบับเต็มให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกันบ้าง ทั้งในเรื่องของการออกแบบดีไซน์, ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ, ประสิทธิภาพด้านการประมวลผล และกล้องถ่ายภาพ บอกได้เลยว่า รีวิวฉบับเต็มมีข้อมูลต่างๆ ให้ทุกท่านได้ติดตามกันจุใจอย่างแน่นอน
สำหรับจุดขายของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะมีอยู่หลายส่วนด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ ตัวเครื่องใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ Ultra-Slim Aluminum Unibody จึงทำให้ตัวเครื่องมีความเพรียวบางมากเป็นพิเศษ โดยมีความบางเพียง 5.99 มิลลิเมตร เท่านั้น! พร้อมเคลือบสารป้องกันน้ำ (Nano-Coating Technology) ซึ่งช่วยป้องกันน้ำหยด, ละอองน้ำ, น้ำกระเซ็น, ฝนตกปรอยๆ หรือน้ำหก ได้ในระดับหนึ่ง, หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียด 1920x1080 พิกเซล ขนาด 5.5 นิ้ว พร้อมครอบทับด้วยกระจกหน้าจอแบบ Corning Gorilla Glass, ไมโครโฟนถึง 3 ตัว, รองรับการใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด พร้อมช่องแยกสำหรับเพิ่มหน่วยการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD, รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ 4G LTE กับ 3G ได้, รองรับสายเชื่อมต่อยุคใหม่แบบ USB Type-C, รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริม Moto Mods และแบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง TurboPower charging
นอกจากนี้ ทางด้านกล้องถ่ายภาพก็ถือเป็นอีกหนึ่งจุดขายของ Moto Z2 Play ด้วยเช่นกัน โดยกล้องดิจิทัลด้านหลังนั้นมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ซึ่งมีระบบโฟกัสภาพแบบ Dual Autofocus Pixel ที่ช่วยให้โฟกัสวัตถุได้เร็วกว่ากล้องบนสมาร์ทโฟนทั่วไป, ระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF, ระบบ Laser Autofocus , เม็ดพิกเซล 1.4 ไมครอน, รูรับแสงกว้างสูงสุด f/1.7 พร้อมด้วยไฟแฟลชแบบ Dual-Tone LED, กล้องดิจิทัลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ซึ่งมีขนาดเม็ดพิกเซลที่ 1.4 ไมครอน, เลนส์ Wide-View Angle, รูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.2 พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-Tone LED
ส่วนคุณสมบัติด้านการประมวลผลนั้นจัดอยู่ในระดับกลาง พร้อมทั้งสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ดีทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Octa-Core Qualcomm MSM8953 Pro Snapdragon 626 ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผล 2.2 GHz, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4 GB, หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64 GB รองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat
และจากข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า Moto Z2 Play นั้นมีความน่าสนใจอยู่หลายส่วนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการออกแบบดีไซน์, กล้องถ่ายภาพ หรือคุณสมบัติตัวเครื่อง อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ให้ใช้งานหลากหลาย และสามารถรองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริม Moto Mods ได้อีกด้วย ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร, การออกแบบดีไซน์ตัวเครื่องจะสวยงามขนาดไหน, กล้องดิจิทัลจะถ่ายภาพได้สวยคมชัดเพียงใด, มีฟีเจอร์อะไรให้ใช้งานกันบ้าง และจะคุ้มค่ากับราคาค่าตัวที่ 15,990 บาท หรือไม่ ขอเชิญทุกท่านไปรับชมรีวิว Moto Z2 Play พร้อมกันได้เลยครับ
รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

สำหรับ Moto Z2 Play มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียด 1920x1080 พิกเซล ขนาด 5.5 นิ้ว พร้อมครอบทับด้วยกระจกหน้าจอแบบ Corning Gorilla Glass โดยมีขนาดของตัวเครื่องอยู่ที่ 156.2x76.2x5.99 มิลลิเมตร กับน้ำหนัก 145 กรัม

ด้านหน้าส่วนบนมีกล้องดิจิทัลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ซึ่งมีขนาดเม็ดพิกเซลที่ 1.4 ไมครอน, เลนส์ Wide-View Angle, รูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.2 พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-Tone LED, ลำโพงสำหรับฟังขณะทำการสนทนา พร้อมทำหน้าที่เป็นลำโพงเสียงภายนอก, ระบบ Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน และระบบ Ambient Light Sensor สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอและแผงปุ่มกดให้เหมาะสม

ด้านหน้าส่วนล่างมาพร้อมกับปุ่มสั่งงานแบบ On Screen ได้แก่ ปุ่มย้อนกลับ, ปุ่มโฮม และปุ่ม Recent Apps ถัดลงมาจะเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ซึ่งผู้ใช้สามารถตั้งค่าเพื่อสั่งงานล็อกหน้าจอ หรือปลดล็อกหน้าจอผ่านเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือได้ทันที และไมโครโฟน


ด้านบนของตัวเครื่องมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด ซึ่งรองรับการใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด

อีกทั้งยังสามารถเพิ่มการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ได้ทันที

ด้านล่างของตัวเครื่องมีช่องสำหรับเชื่อมต่อกับสาย microUSB สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ หรือโอนถ่ายข้อมูล และช่องเชื่อมต่อกับหูฟังแบบมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร

ด้านขวาของตัวเครื่องมีปุ่มเปิด-ปิด เครื่อง หรือล็อกหน้าจอ และปุ่มเพิ่ม-ลด ระดับเสียง

ด้านซ้ายของตัวเครื่องไม่มีปุ่มฟังก์ชันใดๆ ให้ใช้งาน


ด้านหลังของตัวเครื่องมีกล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ซึ่งมีระบบโฟกัสภาพแบบ Dual Autofocus Pixel ที่ช่วยให้โฟกัสวัตถุได้เร็วกว่ากล้องบนสมาร์ทโฟนทั่วไป, ระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF, เม็ดพิกเซล 1.4 ไมครอน, รูรับแสงกว้างสูงสุด f/1.7 พร้อมด้วยไฟแฟลชแบบ Dual-Tone LED และจุดเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม Moto Mods

อีกหนึ่งความน่าสนใจบน Moto Z2 Play คือ ตัวเครื่องใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ Ultra-slim Aluminum Unibody จึงทำให้ตัวเครื่องมีความบางเฉียบ และแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ นอกจากนี้ ยังเคลือบสารป้องกันน้ำ (Nano-Coating Technology) ซึ่งช่วยป้องกันน้ำหยด, ละอองน้ำ, น้ำกระเซ็น, ฝนตกปรอยๆ หรือน้ำหก ได้ในระดับหนึ่งอีกด้วย

อีกหนึ่งความน่าสนใจบน Moto Z2 Play คือ มาพร้อมกับไมโครโฟนถึง 3 ตัว ซึ่งมีประโยชน์สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องนำสมาร์ทโฟนเพื่อบันทึกเสียง ไม่ว่าจะเป็นการประชุม หรือการสัมภาษณ์ต่างๆ จะช่วยให้คุณได้เสียงบันทึกที่ชัดเจนและสามารถตัดเสียงรบกวนได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง
เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่างๆ
 
Moto Z2 Play ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชัน 7.1.1 Nougat พร้อมทั้งรองรับการใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด และสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ 4G LTE ได้อีกด้วย
 
นอกจากนี้ ยังสามารถปรับแต่งหน้าจอโฮมสกรีนได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนภาพวอลเปเปอร์ หรือการนำวิดเจ็ตที่ต้องการใช้งานมาไว้ที่หน้าจอโฮมสกรีน
 
และยังมีฟังก์ชันการแจ้งเตือนให้ใช้งาน รวมถึงสามารถเปิด-ปิด ฟังก์ชันลัดได้หลากหลาย เช่น การใช้งานอินเทอร์เน็ต หรือไฟฉาย
 
ทางด้านบริการต่างๆ จากทาง Google ก็มีให้ใช้งานบน Moto Z2 Play อย่างครบครัน เช่น Google Maps หรือ Youtube
 
นอกจากนี้ ยังรองรับการเชื่อมต่อไร้สายแบบ NFC และยังมีฟังก์ชัน Tap and Pay ให้ใช้งาน
 
ในส่วนของฟังก์ชันโทรศัพท์ก็มีหน้าตาที่สามารถใช้งานได้ง่าย พร้อมด้วยปุ่มตัวเลขขนาดใหญ่ จึงช่วยให้กดหมายเลขได้อย่างแม่นยำ และสามารถดูรายชื่อโทรศัพท์ทั้งหมด หรือบันทึกการโทรได้อีกด้วย
 
สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยของ Moto Z2 Play จะใช้งานเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner) ที่ติดตั้งอยู่ด้านล่างปุ่มโฮม ซึ่งผู้ใช้สามารถสแกนลายนิ้วมือเพื่อปลุกการทำงานของเครื่องขณะที่เครื่องอยู่ในโหมดสลีปได้ทันที
 
พร้อมทั้งสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันอื่นๆ มาติดตั้งเพิ่มเติมได้ผ่านแอปพลิเคชัน Google Play Store
 
นอกจากนี้ Moto Z Play ยังมาพร้อมกับฟังก์ชันที่น่าสนใจอย่าง Moto Actions, Moto Voice และ Moto Display โดยฟังก์ชัน Moto Actions คือ การสั่งงานด้วยท่าทาง โดยผู้ใช้งานสามารถสั่งงานด้วยท่าทางต่างๆ ได้ เช่น กวาดนิ้วเพื่อย่อขนาดหน้าจอ, เขย่าเครื่องสองครั้งเพื่อเปิดไฟฉาย, บิดเครื่องสองครั้งเพื่อเรียกใช้งานกล้องถ่ายภาพ, พลิกคว่ำตัวเครื่องเพื่อปิดเสียง หรือปิดการแจ้งเตือนต่างๆ หรือการยกเครื่องเพื่อปิดเสียง
 
สำหรับฟังก์ชัน Moto Voice คือ การสั่งงานด้วยเสียงโดยไม่ต้องสัมผัสตัวเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น การค้นหาสิ่งที่ต้องการผ่าน Google Search หรือการสั่งงานเปิด Facebook ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน และสุดท้าย Moto Display ฟังก์ชันสำหรับแสดงข้อมูล หรือการแจ้งเตือนต่างๆ บนหน้าจอ Lock Screen ซึ่งฟังก์ชันนี้จะใช้พลังงานจากแบตเตอรี่น้อยมากๆ เรียกได้ว่า ประหยัดพลังงานหายห่วง บวกกับหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการสิ้นเปลืองพลังงานแต่อย่างใด
 
ในส่วนของเว็บเบราว์เซอร์ก็สามารถแสดงรายละเอียดต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน และเมื่อเปิดหลายเบราว์เซอร์พร้อมๆ กันก็ไม่อาการหน่วงแต่อย่างใด
 
Moto Z2 Play ยังมาพร้อมกับแอปพลิเคชันสำหรับฟังเพลง และสามารถปรับอีควอไลเซอร์ ซึ่งสามารถปรับให้เหมาะกับการใช้งานได้ทั้งแบบลำโพงเสียงภายนอก และแบบหูฟัง
 
และยังมีแอปพลิเคชันสำหรับฟังวิทยุ FM ให้ใช้งาน พร้อมทั้งฟังก์ชันสำหรับบันทึกเสียงวิทยุเอาไว้ฟังในภายหลังได้


สามารถเปิดเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียดระดับ Full HD (1080p) ได้อย่างไหลลื่น
 
Moto Z2 Play มาพร้อมกับคุณสมบัติตัวเครื่องดังต่อไปนี้ ชิปเซ็ต Octa-Core Qualcomm MSM8953 Pro Snapdragon 626 ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผล 2.2 GHz, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4 GB, หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64 GB รองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat
 
และเมื่อนำ Moto Z2 Play มาทดสอบผ่านแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark พบว่าได้คะแนนอยู่ที่ 65637 คะแนน ส่วนการทดสอบผ่านแอปพลิเคชัน Geekbench 4 พบว่าได้คะแนนอยู่ที่ 831 คะแนน สำหรับการประมวลผลแบบ Single และ 4478 คะแนน สำหรับการประมวลผลแบบ Multi-Core

ต่อด้วยการทดสอบผ่านแอปพลิเคชัน AnTuTu 3DRating Benchmark พบว่าได้คะแนนอยู่ที่ 10406 คะแนน


ถึงแม้ว่าคุณสมบัติด้านการประมวลผลของ Moto Z2 Play จะอยู่ในระดับกลาง แต่ก็สามารถเล่นเกมที่มีกราฟิกระดับสูงอย่างเกม Linage 2 ได้อย่างไหลลื่น แต่จะมีการสะสมความร้อนบ้างเล็กน้อย ขณะที่เล่นต่อเนื่องเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่มีผลต่อการใช้งานแต่อย่างใด

และสามารถรองรับการสัมผัสได้พร้อมกันสูงสุด 10 จุด
รองรับการใช้งานร่วมกับ Moto Mods สุดล้ำ

Moto TurboPower Pack และ JBL SoundBoost 2

Moto Style Shells พร้อมฟีเจอร์การชาร์จไร้สาย (Wireless Charging)

Moto GamePad
กล้องดิจิทัล ถ่ายภาพนิ่ง และถ่ายภาพวิดีโอ
 
สำหรับ Interface กล้องถ่ายภาพของ Moto Z2 Play ก็มีหน้าตาที่สามารถใช้งานได้ง่าย และมีโหมดถ่ายภาพให้เลือกใช้งานหลากหลาย เช่น โหมดถ่ายภาพโปร, โหมดถ่ายภาพพาโนราม่า และโหมดถ่ายวิดีโอ
 
สำหรับโหมดถ่ายภาพโปรผู้ใช้สามารถปรับค่าต่างๆ เพื่อถ่ายภาพได้หลากหลาย เช่น การเลือกจุดโฟกัส, ไวท์บาลานซ์, ISO และการชดเชยแสง
 
อีกทั้งยังสามารถเปิดใช้งานฟังก์ชัน HDR, แฟลช LED และตั้งเวลาเพื่อถ่ายภาพได้นานสูงสุด 10 วินาที
 
นอกจากนี้ ยังสามารถตั้งค่าการใช้งานเพิ่มเติมได้ ไม่ว่าจะเป็น การเลือกความละเอียดของกล้องถ่ายภาพที่สามารถเลือกได้สูงสุดที่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และสามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดระดับ 4K UHD (3840x2160 พิกเซล)
 
ส่วนกล้องดิจิทัลด้านหน้าก็มีหน้าตาที่ใช้งานได้ง่ายเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งแสดงไอคอนฟังก์ชันต่างๆ ไว้ให้เลือกใช้งานได้ทันที และมีโหมดถ่ายภาพให้เลือกใช้งานหลายแบบ เช่น โหมดถ่ายภาพปกติ หรือโหมดถ่ายภาพโปร
 
สำหรับโหมดถ่ายภาพโปรนั้นสามารถปรับค่าเพื่อถ่ายภาพได้หลากหลาย เช่น ไวท์บาลานซ์ หรือ ISO
 
อีกทั้งยังสามารถเปิดใช้งานโหมดถ่ายภาพ HDR, ไฟแฟลช LED และโหมดถ่ายภาพหน้าสวยได้อีกด้วย
 
สำหรับโหมดถ่ายภาพหน้าสวยสามารถปรับค่าการใช้งานได้ 2 แบบ คือ แบบอัตโนมัติ และแบบปรับค่าด้วยตนเอง โดยสามารถเลือกระดับค่าผิวเนียนได้มากถึง 7 ระดับ
 
นอกจากนี้ ยังสามารถตั้งค่าการใช้งานเพิ่มเติมได้อีกหลายอย่างด้วยกัน เช่น การเลือกความละเอียดของกล้องถ่ายภาพ ซึ่งสามารถเลือกความละเอียดได้สูงสุดที่ 5 ล้านพิกเซล และสามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดระดับ Full HD (1080p) นอกจากนี้ ยังสามารถถ่ายวิดีโอได้สูงสุดที่ความละเอียดระดับ Full HD (1080p)
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่องแบบ Dual-Autofocus Pixel ความละเอียดระดับ 12 ล้านพิกเซล ของ Moto Z2 Play

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติในสภาวะแสงน้อย

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติในสภาวะแสงน้อย

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติในสภาวะแสงน้อย

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติในสภาวะแสงน้อย

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติในสภาวะแสงน้อย
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ผ่านโหมดถ่ายภาพหน้าสวยของ Moto Z2 Play
 
ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพปกติ
 
ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวย พร้อมปรับค่าผิวเนียนระดับ 4
 
ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวย พร้อมปรับค่าผิวเนียนระดับ 7
 
ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยโหมดถ่ายภาพหน้าสวย พร้อมปรับค่าผิวเนียนแบบอัตโนมัติ
สรุปผลการทดสอบของ Moto Z2 Play

สำหรับ Moto Z2 Play ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจอีกหนึ่งรุ่นเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของการออกแบบดีไซน์ที่มีความสวยงามลงตัว และบางเฉียบ พกพาสะดวก, กล้องถ่ายภาพสุดคมชัดทั้งด้านหน้าด้านหลัง พร้อมโหมดถ่ายภาพอันหลากหลาย, คุณสมบัติตัวเครื่องที่พร้อมตอบโจทย์การใช้งานได้ดีทุกรูปแบบ และยังสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริม (Moto Mods) ได้
แน่นอนว่าจุดขายหลักของ Moto Z2 Play นั้นก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เริ่มตั้งแต่ หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียด 1920x1080 พิกเซล ขนาด 5.5 นิ้ว พร้อมครอบทับด้วยกระจกหน้าจอแบบ Corning Gorilla Glass, ไมโครโฟนถึง 3 ตัว, รองรับการใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด พร้อมช่องแยกสำหรับเพิ่มหน่วยการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD, พร้อมรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ 4G LTE กับ 3G ได้, รองรับสายเชื่อมต่อยุคใหม่แบบ USB Type-C และแบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง TurboPower Charging
นอกจากนี้ Moto Z2 Play ยังเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่สามารถถ่ายภาพได้ดี โดยเฉพาะกล้องดิจิทัลด้านหลังที่มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ซึ่งมีระบบโฟกัสภาพแบบ Dual Autofocus Pixel ที่ช่วยให้โฟกัสวัตถุได้เร็วกว่ากล้องบนสมาร์ทโฟนทั่วไป, ระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF, ระบบ Laser Autofocus , เม็ดพิกเซล 1.4 ไมครอน, รูรับแสงกว้างสูงสุด f/1.7 พร้อมด้วยไฟแฟลชแบบ Dual-Tone LED ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพในสภาวะแสงแบบใด ภาพถ่ายที่ได้ก็ยังคงมีความคมชัด สมจริง และสีสันสดใส อีกทั้งยังมีโหมดถ่ายภาพให้เลือกใช้งานหลากหลาย และสามารถเปิดใช้งานฟังก์ชัน HDR สำหรับถ่ายภาพย้อนแสงได้อีกด้วย ซึ่งเรียกได้ว่า มีฟีเจอร์สำหรับถ่ายภาพให้เลือกใช้งานอย่างครบครันเลยทีเดียว และที่พิเศษไปกว่านั้นคือ ตัวกล้องยังมีความชาญฉลาดเมื่อเซ็นเซอร์ตรวจพบว่าผู้ใช้อยู่ในสถานการณ์การถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อย ตัวกล้องจะทำการเปลี่ยนเป็นโหมดสำหรับถ่ายภาพกลางคืนให้แบบอัติโนมัติ ซึ่งผู้ใช้ก็สามารถถ่ายภาพได้ทันทีที่หยิบสมาร์ทโฟนออกมา ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับการถ่ายภาพเป็นอย่างมาก
ทางด้านภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลด้านหน้าก็ตอบโจทย์ด้านการถ่ายภาพได้ดีไม่แพ้กัน เนื่องด้วยตัวกล้องนั้นมีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ซึ่งมีขนาดเม็ดพิกเซลที่ 1.4 ไมครอน, เลนส์ Wide-View Angle และรูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.2 ซึ่งนอกจากภาพถ่ายจะมีความคมชัดแล้วนั้น ทางด้านฟีเจอร์ต่างๆ ก็มีมาให้ใช้งานอย่างครบครัน ทั้งฟังก์ชัน HDR หรือไฟแฟลชแบบ Dual-Tone LED อีกหนึ่งความน่าสนใจคือกล้องดิจิทัลด้านหน้ายังมีโหมดถ่ายภาพหน้าสวยให้ใช้งาน ซึ่งผู้ใช้สามารถปรับค่าผิวเนียนได้มากถึง 7 ระดับ หรือแม้แต่การปรับค่าผิวเนียนให้แบบอัตโนมัติก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน บอกได้เลยว่า ต้องถูกอกถูกใจคนรักการถ่ายภาพเซลฟี่อย่างแน่นอน
ในส่วนของประสิทธิภาพด้านการประมวลผล ไม่ว่าจะเป็น ชิปเซ็ต Octa-Core Qualcomm MSM8953 Pro Snapdragon 626 ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผล 2.2 GHz, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4 GB, หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64 GB รองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat ก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ดีกว่าที่คาดเอาไว้ ตัวอย่างเช่น การทดสอบด้วยการเล่นเกมทีมีรายละเอียดต่างๆ ค่อนข้างเยอะอย่างเกม Linage 2 ซึ่ง Moto Z2 Play ก็สามารถเล่นได้อย่างไหลลื่น แต่ในขณะที่เล่นต่อเนื่องเป็นเวลานานก็จะเกิดอาการสะสมความร้อนที่ตัวเครื่องบ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีผลต่อการใช้งานแต่อย่างใด
อีกหนึ่งความพิเศษบน Moto Z2 Play คือ สามารถรองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริม Moto Mods ไม่ว่าจะเป็น Moto TurboPower Pack, JBL SoundBoost 2, Moto Style Shells พร้อมฟีเจอร์การชาร์จไร้สาย (Wireless Charging) และ Moto GamePad ส่วนรายละเอียดราคา และวันวางจำหน่ายของอุปกรณ์เสริม Moto Mods คงต้องรอทาง Moto ประเทศไทยประกาศอีกครั้งครับ
และจากการทดสอบทั้งหมดที่ผ่านมาเป็นระยะเวลาราวๆ หนึ่งสัปดาห์ก็พอที่จะสรุปได้ว่า Moto Z2 Play น่าจะเหมาะกับผู้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนดีไซน์สวยลงตัวสุดบางเฉียบ, วัสดุแข็งแรงทนทาน, จอ Full HD ใหญ่เต็มตา, ตัวเครื่องป้องกันน้ำได้ในระดับหนึ่ง, ไมโครโฟน 3 ตัว, สเปกครบเครื่องทุกการใช้งาน, กล้องถ่ายภาพสวยคมชัด และรองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมได้หลายแบบ ซึ่ง Moto Z2 Play ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
โดย Moto Z2 Play จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 กรกฎาคม 2560 ที่จะถึงนี้ ที่ True Shop, Jaymart, TG Fone หรือร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ กับราคาอย่างเป็นทางการที่ 15,990 บาท และสำหรับท่านใดที่ไม่สะดวกเรื่องการเดินก็สามารถสั่งซื้อผ่านร้านออนไลน์ของ Mototola Thailand Ofiicial Store บนเว็บไซต์ Lazada ได้อีกด้วย ในส่วนของราคาคงต้องรอทาง Moto ประเทศไทยประกาศอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ สำหรับวันนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันได้ใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ
จุดเด่นของ Moto Z2 Play
- เทคโนโลยีการผลิตแบบ Ultra-Slim Aluminum Unibody จึงทำให้ตัวเครื่องมีความเพรียวบางมากเป็นพิเศษ โดยมีความบางเพียง 5.99 มิลลิเมตร
- ตัวเครื่องเคลือบสารป้องกันน้ำ (Nano-Coating) ซึ่งช่วยป้องกันน้ำหยด, ละอองน้ำ, น้ำกระเซ็น, ฝนตกปรอยๆ หรือน้ำหก ได้ในระดับหนึ่ง
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor) ที่ด้านล่างของหน้าจอ สำหรับตรวจสอบสิทธิ์ของการเข้าใช้งานเครื่อง และการเข้าถึงข้อมูลภายใน
- จอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียด 1920x1080 พิกเซล ขนาด 5.5 นิ้ว พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟิกโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 506
- ครอบทับด้วยกระจกหน้าจอแบบ Corning Gorilla Glass
- ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Octa-Core Qualcomm MSM8953 Pro Snapdragon 626 ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผล 2.2 GHz
- ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 7.1.1 Nougat
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 64 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash)
- หน่วยความจำ RAM ขนาด 4 GB
- กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบ Dual Autofocus Pixel ที่ช่วยให้โฟกัสวัตถุได้เร็วกว่ากล้องบนสมาร์ทโฟนทั่วไป, ระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF, ระบบ Laser Autofocus , เม็ดพิกเซล 1.4 ไมครอน, รูรับแสงกว้างสูงสุด f/1.7 พร้อมด้วยไฟแฟลชแบบ Dual-Tone LED และรองรับการถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K Ultra HD
- กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ซึ่งมีขนาดเม็ดพิกเซลที่ 1.4 ไมครอน, เลนส์ Wide-View Angle, รูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.2 พร้อมด้วยไฟแฟลชแบบ Dual-Tone และรองรับการถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD (1080p)
- รองรับการสั่งงานด้วยท่าทาง
- รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดพร้อมกันภายในเครื่องเดียว (Dual SIM : Dual Standby)
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางระบบ 4G LTE, 3G, WiFi, EDGE และ GPRS
- ระบบ GPS+A-GPS ในตัว (Global Positioning System : ระบบดาวเทียมนำร่อง)
- ชนิดแบตเตอรี่แบบ Li-Ion ขนาด 3000 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง TurboPower charging
- มีวิทยุ FM ในตัว พร้อมทั้งสามารถบันทึกเสียงเอาไว้ฟังในภายหลังได้
- รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริม Moto Mods ไม่ว่าจะเป็น Moto TurboPower Pack, JBL SoundBoost 2, Moto Style Shells พร้อมฟีเจอร์การชาร์จไร้สาย (Wireless Charging) และ Moto GamePad
- ราคา 15,990 บาท
จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ Moto Z2 Play
- แบตเตอรี่เป็นแบบ Built-in Battery จึงไม่สามารถถอด หรือเปลี่ยนด้วยตนเองได้
- แบตเตอรี่มีความจุน้อยลง เมื่อเปรียบเทียบกับ Moto Z Play รุ่นพี่
- กล้องด้านหลังมีความละเอียดน้อยลง เมื่อเปรียบเทียบกับ Moto Z Play รุ่นพี่
- ตัวเครื่องมีการสะสมความร้อนบ้างเล็กน้อยขณะใช้งานที่มีการประมวลผลระดับสูงแบบต่อเนื่อง
โปรดทราบ
* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทางศูนย์ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงบ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *

:: ไปหน้าแรกเว็บไซต์ Thaimobilecenter
| ไปหน้าแรก
Mobile Focus ::
|